พลังแห่งสายเืสามารถช่วยให้พละกำลังของเทียนหลางเพิ่มขึ้น ถึงจะเป็เช่นนั้น หลงเหยียนก็ไร้ซึ่งความหวั่นเกรง เพราะระหว่างพลังสายเืและิญญาั ไม่รู้ว่าหลงเหยียนแกร่งกว่าเขามากเท่าไร
ไม่นาน เทียนหลางตกเข้าสู่ความโกรธ ะเิไฟโทสะออกมาทั้งหมด
“วิชาเพลิงตาข่าย…”
เหนือศีรษะของเทียนหลางปรากฏเงาของพยัคฆ์ขาว มันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รังสีความเป็ราชันของอสูรไม่สามารถกักเก็บไว้ได้
พยัคฆ์ขาวปล่อยเสียงคำรามออกมา ทำให้หลงเหยียนหูอื้อ เมื่อเข้าใกล้การโจมตีที่รุนแรง คนที่มีสายเืของพยัคฆ์ขาวนั้นแกร่งอย่างที่คิดไว้จริงๆ
ภายในกายของพยัคฆ์ร้าย ทุกคนถอยหลังด้วยความกลัว พยัคฆ์ขาวมีขนาดใหญ่สิบกว่าเมตร ส่วนเงาของเทียนหลางเริ่มหายไป ทันใดนั้น พยัคฆ์ร้ายคำรามก่อนพุ่งเข้ามาหาหลงเหยียน รังสีที่ยิ่งใหญ่สั่นสะท้านไปยังทุกคน ทุกที่ที่พยัคฆ์ขาวผ่านล้วนก่อตัวกลายเป็รังสีที่กระจายไปทั่วอากาศ
ขณะที่เทียนหลางเข้าใกล้หลงเหยียน เขายังคงยืนอยู่กับที่ ทั้งยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มที่ดูมั่นใจ
ครั้งนี้หลี่เมิ่งเหยาสะดุ้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลงเหยียน เว่ยเชียนมู่ยกมือทั้งสองข้างมาปิดตา หนานกงซวินเกร็งจนเล็บแทงเข้าไปในเนื้อ หน้ากระจก ตงจวินและคนอื่นๆ ที่เห็นภาพนี้ต่างก็รู้สึกเสียดายแทนหลงเหยียน
เพราะภายใต้การโจมตีที่น่ากลัว หลงเหยียนมีพลังเพียงระดับชีพมนุษย์ขั้นล่าง เป็ไปไม่ได้ที่จะชนะ ยิ่งไปกว่านั้น หลงเหยียนไม่มีโอกาสเอาชีวิตรอดด้วยซ้ำ
ดูเหมือนชะตาชีวิตของหลงเหยียนคงมาถึงทางสิ้นสุดแล้ว…
ทุกคนตื่นเต้นแทนหลงเหยียนเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เว่ยเวยหลับตาลงอย่างช้าๆ ที่ผ่านมา นางที่เป็มารดาเชื่อมั่นในตัวหลงเหยียนอย่างไม่มีข้อแม้ ทว่าครั้งนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แกร่งมากเกินไป
“ลูกเอ๋ย เ้าต้องทำได้ ข้าเชื่อในตัวเ้า”
หลงเหยียนยิ้มเล็กน้อย “แกร่งอย่างที่คิดไว้จริงๆ ถึงอย่างไรเท่านี้ก็น่ากลัวแล้วหรือ?”
เทียนหลางใช้ร่างกายของตนในการทำให้เงาพยัคฆ์ขาวสมจริงมากยิ่งขึ้น ขณะที่กลายเป็พยัคฆ์ร้ายจริงๆ ทันใดนั้น หลงเหยียนก็ะเิพละกำลังทั้งหมดออกมา
ลำแสงสีขาวระลอกหนึ่งทะยานขึ้นฟ้า ลำแสงที่เจิดจ้านั้นส่องสว่างยิ่งกว่าพยัคฆ์ขาวเสียอีก
หลงเหยียนปล่อยพลังสายฟ้า นั่นคือพลังสายฟ้าที่ผสานจากสิบระลอก ภายใต้การประสานของพลังสายฟ้าขนาดใหญ่จากร่างกายหลงเหยียน เสียงคำรามดังลั่น ปรากฏัร่างใหญ่บนท้องฟ้า
เสียงคำรามของัดังสนั่นพร้อมพุ่งไปปะทะกับพยัคฆ์ขาว
หลงเหยียนรวมพลังปราณไว้ที่มือ นั่นคือพลังที่มาจากหินวิเศษ โลหิตข้างในนั้นถูกหลอมกลายเป็พลังปราณอย่างต่อเนื่อง
เืของปีศาจอสูรระดับมายาบริสุทธิ์มากจริงๆ
ขณะเดียวกัน ใน่ที่ัแหวกว่ายออกมาจากตัวหลงเหยียน วินาทีที่ทุกคนกำลังตกตะลึง ลำแสงสีขาวเจิดจ้า ัดำแหวกว่ายในนั้น รังสีพลังที่ะเิออกมาทำให้ทุกคนที่ได้เห็นนั้นแทบจะคุกเข่าลง
ถึงแม้เงาสีดำนั้นคล้ายั ทว่าทุกคนก็ไม่กล้ามั่นใจ เพราะบนโลกใบนี้ไม่เคยมีใครเจอัมาก่อน
เวลานี้ บนตำหนักตงฟาง ใต้เท้าตงจวินประกายความตื่นเต้นเกี่ยวกับสายฟ้า เพราะขณะที่เขาเห็นเงาัดำ เขาแทบศิโรราบให้กับมัน ขณะที่ลำแสงสีขาวฉายเจิดจ้า กระจกก็แตกอย่างกะทันหัน
พยัคฆ์ขาวถูกักดทับลงจนได้ จากนั้นด้านหน้าหลงเหยียนก็ปรากฏเงาของเทียนหลาง
“วิชาเพลิงตาข่าย… สังหารหมื่นภพ!”
“หมัดทะลวง! แหวกฟ้าดิน… เคลื่อนสายธารา!”
หลงเหยียนแหวกฟ้าดิน ทำลายพลังจากสังหารหมื่นภพ จากนั้นพลังเคลื่อนสายธารก็พุ่งชนร่างเทียนหลางกระเด็นออกไปไกลสิบเมตร
“มีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นล่าง ในที่สุดพลังของหมัดทะลวงก็ถูกปล่อยออกมาจริงๆ เสียที นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าใช้มันได้แข็งแกร่งที่สุด”
เห็นหลงเหยียนแข็งแกร่งมากขนาดนี้ ในวินาทีนี้เอง ทุกคนก็ััได้ถึงรอยาแที่อยู่ในใจ
เห็นภาพที่ยิ่งใหญ่ตรงหน้า เกรงว่าพวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน
“อะไรกัน? นี่ นี่มันเป็ไปได้อย่างไร เ้าหลงเหยียนแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ? ถึงกับปล่อยพลังระดับชีพธรณีได้?”
จนถึงวินาทีนี้ หลี่เมิ่งเหยาอ้าปากค้าง มองเทียนหลางด้วยสายตาคาดไม่ถึง หลิงเทียนอวี่ยกมือขึ้นกุมศีรษะ ร่างสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาคุกเข่าลงกับพื้น คล้ายเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็เพียงฝันไปเท่านั้น
“บัดซบ นี่เป็เื่จริงหรือนี่?”
เห็นว่าเทียนหลางถูกกระแทกลอยออกไปไกลสิบเมตร ทว่าดูเหมือนเขาไม่ได้าเ็แต่อย่างใด จากนั้นเขาก็เริ่มใช้วิชาการต่อสู้
“ฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ!”
หลงเหยียนเลิกคิ้ว “วิชาฝึกกายหรือ? ประเสริฐ!”
“ฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ!”
ทั้งสองใช้วิชาฝึกกายออกมาพร้อมกัน ทะลุผ่านฝูงคนจำนวนมาก พวกเขาก็ไม่อาจััได้ถึงการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองอีกต่อไปแล้ว
หลิงอวี่เทียนยิ่งไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง…
“หลง หลงเหยียนสามารถฝึกวิชาฝึกกายภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน ทั้งยังใช้มันออกมาได้เทียบเท่าเทียนหลาง”
“นี่ นี่มันเหนืุ์ชัดๆ ฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ ข้าเป็คนมอบให้เขาด้วยตัวเอง”
ในขณะที่ผู้ฝึกยุทธ์เ่าั้ไม่สามารถเห็นการต่อสู้ของหลงเหยียนและเทียนหลาง ทั้งสองก็ปะทะกันอีกครั้ง
เงาทั้งสองปรากฏที่ตีนเขา เพียงชั่วพริบตาก็ปรากฏอยู่บนยอดต้นไม้สูงใหญ่แล้ว
“ตูม! ตูม! ตูม!”
การต่อสู้สร้างแรงะเือย่างรุนแรง ูเาถล่ม ต้นไม้ขาดกระจุย พื้นดินสั่นสะท้าน ห้วงอากาศฉีกขาดและะเือย่างรุนแรง ทันใดนั้น คล้ายทุกอย่างบนโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง หากเวลานี้มีสายธาร เกรงว่ามันคงไหลย้อนกลับแล้ว
ร่างกายนั่นปะทะแลกกับหมัด การต่อสู้ทำให้พวกเขาทั้งสองปลดปล่อยทักษะการต่อสู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยใช้มาก่อน
การไหลเวียนของห้วงอากาศััได้ถึงความเย็นเยือกในอากาศ จากนั้นรอบข้างก็จมเข้าสู่ความเงียบ
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังลั่น
การต่อสู้ดุเดือดและมาถึงขั้นนี้ มีเพียงหลี่เมิ่งเหยาที่มีพลังระดับชีพธรณีและหนานกงซวินกับยอดฝีมืออื่นๆ เท่านั้นที่มองเงาของหลงเหยียนและเทียนหลางทัน
หลิงเทียนอวี่มีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง ได้ยินเพียงต้นกำเนิดของเสียงที่ดังขึ้น จึงคาดว่าพวกเขาคงอยู่ในตำแหน่งนั้น
“เหลือเชื่อ วิชาระดับมายาขั้นกลาง!”
“นั่น นั่นคือวิชาฝึกกายหรือ?”
“วิชาฝึกกายระดับมายาขั้นกลาง!”
หลี่เมิ่งเหยาตกตะลึงกับการที่หลงเหยียนใช้วิชาฝึกกายออกมาได้ดีเช่นนี้ ท่าทางเหมือนจิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
ส่วนหลิงเทียนอวี่ทำได้เพียงคาดเดาสถานการณ์การต่อสู้ผ่านสีหน้าของนางเท่านั้น
ัร่างใหญ่ที่เกิดขึ้นจากสายฟ้าหายไปแล้ว ส่วนพยัคฆ์ขาวที่ถูกเทียนหลางอัญเชิญออกมาก็ศิโรราบให้แก่ัแล้ว เหมือนถูกฉีกสะบั้นไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น
พื้นดินสั่นะเือย่างรุนแรง เสียงะเิดังอย่างต่อเนื่อง ลำแสงเจิดจ้าที่แยงตาในตอนแรกก็หายไป
เมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง บนท้องฟ้ามีสองเงาร่วงลงมา นั่นคือชายที่เป็ดั่งเทพเซียน ในมือเขาลากเทียนหลางที่เหลือลมหายใจรวยริน
เมื่อโรยตัวลงมาสูงกว่าพื้นห้าเมตร หลงเหยียนปล่อยมือ แล้วร่างของเทียนหลางก็ร่วงลงพื้น
ส่วนหลงเหยียนนั้นโรยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า สีหน้าที่เยือกเย็น รวมไปถึงกิริยาคล้ายกลั้นยิ้ม รังสีพลังที่ยังไม่จางหายไปนั้นตราตรึงในใจของทุกคน
การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่ดูมั่นใจของหลงเหยียน บรรยากาศจมเข้าสู่ความเงียบ
จะปล่อยไปแบบนี้น่ะหรือ? ไม่มีทาง พวกเขาทุกคนก้มหน้ามองเทียนหลางในสภาพน่าอนาถด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ เป็ต้องตกตะลึง
เพราะเทียนหลางในตอนนี้เหลือเพียงร่างซูบผอม หนังหุ้มกระดูก คล้ายถูกใครดูดเืเนื้อไปจนหมด
หากไม่ใช่เพราะ่หน้าอกยังมีการหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ทุกคนต้องคิดว่าเขาตายไปแล้วแน่
--------------------
