บทที่ 82 เงื่อนไขของเ้า
ฉินชูหารู้หรือไม่ว่าหลังจากตัวเองล้มหงายหลังลงไป าแที่หน้าอกของเขาได้เรืองแสงขึ้น เปล่งแสงสีแดงประกายทองออกมา
เฉียนหลิงอู่รีบเข้ามาข้างๆ ฉินชู ดึงกระบี่เทพบูรพาออก จากนั้นก็รีบปิดปากแผลให้เขา
นางพยายามใช้พลังควบคุมการไหลเวียนของเื ปรับข้อต่อกระดูกที่คลาดเคลื่อนให้เข้าที่ จากนั้นก็จับโอสถกรอกปากและจัดการาแให้ฉินชู
เมื่อสัญญาณชีพของฉินชูคงที่ เฉียนหลิงอู่ก็ได้แต่จ้องมองเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจ เพราะเืของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังอันเข้มข้นบางอย่าง นางไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
จากนั้นเฉียนหลิงอู่ก็เรียกนางกำนัลเข้ามาทำแผลให้ฉินชูอีกครั้ง หลังจากพาฉินชูไปพักผ่อน เฉียนหลิงอู่ก็มาหาข้อมูลที่หอสมุด
ค้นหาข้อมูลดูสักพัก เฉียนหลิงอู่ก็พบเข้ากับเบาะแสที่สำคัญบางอย่าง มีเพียงคนที่มีสายเืศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะมีพลังอันกล้าแกร่งอัดแน่นอยู่ในเื
“เืศักดิ์สิทธิ์ ภายในร่างกายของเขามีเืศักดิ์สิทธิ์อยู่กระนั้นหรือ ทั่วทั้งแคว้นหนานเหยียนไม่มีตระกูลสายเืศักดิ์สิทธิ์ แสดงว่าเขาเป็คนนอกแคว้น เ้าโม่เต้าจื่อสมควรตาย บังอาจปิดบังข้า” ใบหน้าขาวนวลของเฉียนหลิงอู่ถอดสีลง ตอนนี้นางตระหนักได้ว่าฉินชูเป็ตัวปัญหาที่แท้จริง หากฉินชูตาย โม่เต้าจื่อจะต้องใช้ประเด็นนี้เล่นงานราชวงศ์เฉียนแน่นอน แบบนี้เป็จุดล่มสลายของราชวงศ์เฉียนของจริง แม้ว่าราชวงศ์เฉียนจะแข็งแกร่ง แต่ไม่มีทางสู้กับกองกำลังเืศักดิ์สิทธิ์ได้
วิเคราะห์อยู่พักหนึ่ง เฉียนหลิงอู่ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง โม่เต้าจื่อเชี่ยวชาญวิชาพยากรณ์ย้อนนิมิต ดังนั้นเขาจะต้องล่วงรู้ว่าฉินชูไม่มีทางตายและจะต้องรู้แล้วว่าฉินชูมีเืศักดิ์สิทธิ์ ดูเหมือนว่าการที่ฉินชูมีเืศักดิ์สิทธิ์สถิตร่างจะเป็ความลับสุดยอดของสำนักชิงหยุน หากตัวนางฆ่าฉินชูตายจริงๆ ราชวงศ์เฉียนจะต้องเผชิญหน้ากับความล่มสลายแน่นอน
เฉียนหลิงอู่ตระหนักได้ว่าฉินชูจะตายไม่ได้ หากตัดเื่เืศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในร่างของฉินชูออกไป เฉียนหลิงอู่ก็ยังคิดว่าฉินชูเป็อัจฉริยะอยู่ดี ทั้งเข้าถึงวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงได้ ทั้งมีพลังเจตจำนงกระบี่ ทั้งมีเืศักดิ์สิทธิ์ และที่ทำให้เฉียนหลิงอู่ประทับใจมากที่สุดก็คือปณิธานอันแรงกล้าของฉินชู ถูกเตะเป็เวลานาน ทั้งกระดูกหักเอ็นขาด อวัยวะภายในบอบช้ำหลายจุด แต่เขาก็ยังยืนหยัดต่อสู้จนถึงนาทีสุดท้าย นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทำได้
“สารเลว เ้าจะตายไม่ได้เด็ดขาด แต่อย่าหวังว่าจะได้อยู่ดี” เฉียนหลิงอู่สบถคำด่าระบายอารมณ์
ในที่สุด ฉินชูก็รู้สึกตัว หลังจากตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเ็ปที่หน้าอก
หลุบตามองก็พบว่าชุดคลุมของตัวเองถูกถอดออก าแที่หน้าอกถูกรักษาเป็อย่างดี
แม้ว่าาแที่หน้าอกจะถูกรักษา แต่ฉินชูยังคงรู้สึกทรมานยิ่งนัก เพราะกระดูกหักหลายท่อน เอ็นขาดหลายเส้น
เขาพยายามประคองตัวลุกขึ้นนั่ง พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาพลันปะทุไฟโทสะ เขาจำได้ขึ้นใจ ครั้งนี้เฉียนหลิงอู่เล่นกับเขาโหดร้ายเกินไปแล้ว
ขณะที่ฉินชูพยายามสงบสติอารมณ์อยู่นั้น เฉียนหลิงอู่ก็แวะเข้ามาหาเขาที่พักผ่อนอยู่ห้องโถงด้านข้าง
เมื่อเห็นนางเดินเข้ามา ฉินชูก็หลับตาลง
ก่อนที่ฉินชูจะหลับตาลง เฉียนหลิงอู่สังเกตเห็นสายตาของฉินชู อยู่ๆ ภายในใจก็รู้สึกสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้ สายตาของฉินชูยังเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ตอนนี้กลับไร้ความรู้สึกและเยือกเย็น
ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ตอนที่ถูกนางจับมาก่อนหน้านี้ สายตาของเขามีแต่ความโกรธ แต่ตอนนี้กลับมีสองอย่างผุดขึ้นมาคือความเยือกเย็นและแววสังหาร
เฉียนหลิงอู่เพิ่งจะเดินเข้ามาได้ไม่นานก็ออกไปทันที นางคิดว่าเื่นี้จัดการได้ยาก หากเป็คนทั่วไป ด้วยอำนาจราชวงศ์ ตัวนางสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่กับฉินชู เขาเป็คนนิสัยเย่อหยิ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่ยอมจำนนต่อใครแม้แต่ราชวงศ์ ไม่เช่นนั้นคงไม่ยืนหยัดต่อสู้ร่วมครึ่งชั่วยามทั้งที่ตัวเองตกเป็ฝ่ายถูกซ้อมอยู่แบบนั้น
ขณะพักจิบชาอยู่ เฉียนหลิงอู่ก็ครุ่นคิดเื่ของฉินชูไปด้วย เขามีเืศักดิ์สิทธิ์สถิตร่าง ดังนั้นจึงฆ่าทิ้งไม่ได้ ในเมื่อเป็เช่นนี้ หากสร้างความบาดหมางกับคนที่เข้าถึงวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงและมีพลังแห่งเจตจำนงกระบี่แบบนี้ต่อไป ไม่น่าใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดอย่างเห็นได้ชัด
ไตร่ตรองอยู่สักพัก เฉียนหลิงอู่ก็ยิ่งเห็นปัญหาของฉินชูละเอียดขึ้น นางไม่สามารถทำอะไรกับเขาได้ตามอำเภอใจ หากคิดจะฆ่าให้ตาย ก็จำเป็ต้องฆ่าโม่เต้าจื่อก่อน เพื่อไม่ให้ความลับเื่เืศักดิ์สิทธิ์แพร่งพรายออกไป
แต่โม่เต้าจื่อฆ่าง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ คำตอบคือไม่ ในบรรดาทั้งสี่สำนักมหาอำนาจ คนที่ลึกลับยากเกินหยั่งถึงที่สุดก็คือโม่เต้าจื่อผู้เชี่ยวชาญวิชาพยากรณ์ย้อนนิมิตคนนี้
ครุ่นคิดต่ออีกสักพัก เฉียนหลิงอู่ก็ตัดสินใจสงบศึกกับฉินชูก่อน เอาไว้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงของเขาก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
เฉียนหลิงอู่ไม่ได้ฝึกวิถีกระบี่ เพราะนางฝึกวิถีหอก แต่วิถีกระบี่กับวิถีหอกมีรากฐานคล้ายกัน วิถีกระบี่มีขั้นเจียนหลิง วิถีหอกก็มีเช่นกัน แต่เรียกว่าขั้นเชียง[1]หลิง ตอนนี้นางมีแต่พลังเจตจำนงแห่งหอก แต่เข้าไม่ถึงวิถีหอกขั้นเชียงหลิง ซ้ำยังไม่เคยหยั่งััได้แม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้ หลังจากได้ยินจากเฉียนชิงว่าฉินชูสามารถเข้าถึงวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงได้ นางก็รีบมุ่งหน้าไปที่สำนักชิงหยุนเพื่อจับเป็ฉินชูทันที ทั้งนี้ก็เพื่อ้าเก็บข้อมูลเกี่ยวกับวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงของเขา
ฉินชูที่อาศัยอยู่ในห้องโถงด้านข้างเอาแต่พักฟื้นตัวเองและเข้าฌานบ่มเพาะพลังปราณโดยไม่ออกจากห้อง
ฉินชูคิดในใจ ไม่ว่าเฉียนหลิงอู่จะ้าอะไรจากตัวเอง เขาจะไม่มีวันให้นางเด็ดขาด
เนื่องจากฉินชูได้รับาเ็ เฉียนหลิงอู่จึงส่งคนมาส่งข้าวให้เขาทุกวัน แต่ตัวนางกลับไม่ไปเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง เพราะหากไปถามเื่วิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงกับเขาในตอนนี้ คงไม่มีทางได้ข้อมูลอะไรกลับมาแน่นอน มิหนำซ้ำคงถูกด่ากลับมาแทน
หลังจากเวลาผ่านไปครึ่งเดือน ฉินชูก็กลับมาแข็งแรงเป็ปกติ เขาปรุงโอสถชุบตัวในห้องโถงด้านข้าง ในเมื่อยังมีชีวิตรอด ก็จงอยู่รอดให้คุ้มค่า ทำเื่ที่สามารถทำต่อ แต่เขาเลือกที่จะหยุดฝึกวิชากระบี่และวิชากายยุทธ์เอาไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้ใครเห็น
ไม่ว่าฉินชูจะทำอะไร ล้วนไม่พ้นสายตาของเฉียนหลิงอู่ เดิมทีนาง้าจับตาดูการฝึกวิชากระบี่ของฉินชู แต่ผ่านไปครึ่งเดือน หลังจากาแของฉินชูหายดี เขากลับไม่ยอมฝึกวิชากระบี่
ครุ่นคิดดูอีกครั้ง เฉียนหลิงอู่ก็มาหาฉินชูที่กำลังเข้าฌานบ่มเพาะพลังปราณอยู่ในห้องโถงด้านข้าง
ฉินชูไม่ยอมลืมตาขึ้นมา ไม่ว่าเฉียนหลิงอู่จะพูดอะไร เขาก็ไม่สน หากคิดจะฆ่า เขาก็จะสู้กลับเหมือนเดิม
“ฉินชู พวกเรามาคุยกันหน่อย” เฉียนหลิงอู่เอ่ยปาก
ฉินชูไม่ตอบและยังคงอยู่ในฌานต่อ
“อย่าเงียบ หรือว่าเ้าอยากอยู่แบบนี้ตลอดไป” เมื่อเห็นฉินชูไม่สนใจ เฉียนหลิงอู่ก็เริ่มโมโห นางเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ ทำไมได้ยินเสียงนางแล้วยังไม่โต้ตอบอีก
“เื่ของเ้า เ้าอยากทำอะไรก็ทำไป” ฉินชูเอ่ยปากพูด
“ข้าอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงของเ้า จงบอกมา เอาไว้ข้าเข้าถึงวิถีหอกขั้นเชียงหลิงได้แล้ว เ้าก็สามารถไปได้” เฉียนหลิงอู่บอกเป้าหมายของตัวเอง
หลังจากพูดจบ เฉียนหลิงอู่ก็รอคำตอบของฉินชู แต่รออยู่สักพักใหญ่ๆ ฉินชูก็ยังคงไม่ตอบกลับ
“เ้าได้ยินหรือไม่” เฉียนหลิงอู่เอ่ยเสียงเย็น
“ไม่ได้ยิน” ฉินชูตอบกลับอย่างกวนประสาท ้ารู้เื่วิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงกระนั้นหรือ...ต้องขอโทษด้วย จะทำอะไรก็ทำไป ข้าไม่มีทางบอกอะไรทั้งนั้น ในเมื่อข้ากล้าหันกระบี่แทงตัวเองแล้ว คิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวอะไรอีก
เมื่อเห็นท่าทีกวนประสาทของฉินชู เฉียนหลิงอู่อยากจะฆ่าเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็พยายามระงับความโกรธลง เพราะรู้ดีว่าใช้กำลังขู่บังคับคนอย่างฉินชูไปก็ไม่ได้ผล
“บอกเงื่อนไขของเ้ามา” หลังจากเงียบไปสักพักหนึ่ง เฉียนหลิงอู่ก็พูดขึ้นอีกครั้งอย่างจนปัญญา
[1] เชียง แปลว่า หอก
