ทุกอย่างเงียบลงทันทีหลังจากที่เสียงะโดังลั่น ทุกสายตาหันไปหาผู้ที่เข้ามาใหม่ พ่อบ้านเฮนริคยืนอยู่ที่ประตูศาลา ด้วยท่าทางที่ภูมิฐานและสงบเสงี่ยม ดวงตาอ่อนโยนมองไปที่ทุกคนอย่างคิดวิเคราะห์เหตุการณ์ตรงหน้า
"นี่พวกคุณทำอะไรกันนะครับ?" เสียงของเฮนริคดังกังวานและหนักแน่น ราวกับการเข้ามาของเขาทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
คนรับใช้ทั้งสาม ตัวแข็งทื่อ เหมือนสายตาของเฮนริคทำให้พวกเธอรู้สึกเหมือนถูกตรวจสอบตรงๆ อเดลหยุดพูด รอยยิ้มที่เคยยั่วเย้ากลายเป็ความใในทันที แอนนากำมือแน่น เฮเลนที่เคยยืดอกและมองเอเลน่าด้วยสายตาหยามเหยียด ตอนนี้เริ่มก้มหน้าหลบสายตาไม่กล้าสบตาเฮนริค
เอเลน่านั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าของเธอเ็ปเล็กน้อยจากการใและล้มลง นีน่าพยุงเอเลน่าขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว
เฮนริคก้าวเดินเข้าไปข้างหน้า มองไปที่เอเลน่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เขาไม่ได้แสดงท่าทีเข้มงวดหรือโมโห แต่กลับมีท่าทางนอบน้อมอย่างที่คาดหวังจากพ่อบ้านที่มีประสบการณ์และอยู่ที่ตระกูลนี้มาอย่างยาวนาน
"คุณหนูครับ ผมขอให้คุณหนูกลับไปที่ห้องก่อนนะครับ" เฮนริคเอ่ยอย่างสุภาพ เสียงอ่อนโยนไม่เครียด แต่แฝงด้วยความเคารพและความใส่ใจเอเลน่าพยักหน้าช้าๆ
“ค่ะ...ขอบคุณค่ะ” เสียงของเธอยังคงนุ่มนวล นีน่าค่อยๆ พยุงเธอไป ด้วยท่าทางดูห่วงใยเป็พิเศษ มือของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อมองไปที่เฮนริค แต่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความเคารพ ก่อนจะพาเอเลน่ากลับไปที่ห้อง
เฮนริคยืนนิ่งตรงที่เดิม มองไปที่สามคนรับใช้ที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางศาลา บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อทั้งสองหายไปจากที่นั่นแล้ว เฮนริคก็เดินไปข้างหน้า ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ท่าทางสงบและมีอำนาจ
"พวกคุณตามผมมาที่ห้องทำงานของผมครับ" เขาพูดด้วยเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่
“พวกคุณจะต้องให้คำอธิบายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้” น้ำเสียงของเขาหมายความว่า ไม่มีการหลีกเลี่ยงหรือขออภัยง่ายๆ
ทุกคนยังคงยืนตัวแข็งทื่อ จ้องมองไปที่เฮนริคอย่างเลิ่กลั่ก อเดลหันมามองแอนนาและเฮเลนเหมือนจะหาคำพูด แต่คำพูดของเธอก็ขาดหายไปเมื่อเธอเห็นสายตาของเฮนริค
“คุณเฮนริคคะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ...” อเดลพูดเสียงเบาๆ
“จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจก็ไม่ถูกครับ พวกคุณรู้ดีว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และก็รู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็ยังไง” เฮนริคกล่าวอย่างเฉียบขาด ทุกคำพูดของเขาดังขึ้นเหมือนบทเรียน
“เราจะเคารพคำพูดของทุกคนเสมอครับ พวกคุณคือคนที่พึ่งพาได้ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังจากคนที่ทำงานกับตระกูลนี้” น้ำเสียงของเฮนริคยังคงนิ่ง เฉียบขาดและชัดเจน
เฮเลนและแอนนาก้มหน้าหลบเลี่ยงสายตาของเฮนริค ไม่มีคำพูดใดออกมาอีก พวกเธอรู้ดีว่าไม่มีอะไรที่สามารถแก้ไขสถานการณ์นี้ได้แล้ว
“เชิญตามผมมา” เฮนริคพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทุกคนต้้องรีบตามเขาไปทันที
ห้องของเอเลน่าค่อนข้างเงียบสงบ แสงจากหน้าต่างส่องเข้ามาผ่านม่านผ้าโปร่ง จับภาพเงาสะท้อนของผู้ที่ยืนอยู่ใกล้กับขอบหน้าต่าง ขณะที่เอเลน่ายืนเงียบๆ มองออกไปข้างนอก ดวงตาสีแดงของเธอจับจ้องไปยังสวนที่อยู่ไกลออกไป เหมือนกำลังมองหาบางสิ่งที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นเลย
นีน่าก้าวเข้ามาช้าๆ ในห้อง มือของเธอถือกะละมังน้ำที่มีผ้าสะอาดอยู่ในนั้น คิดว่าจะเข้ามาช่วยเช็ดมือที่สกปรกจากการล้มเมื่อครู่ แต่เมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้และมองจากด้านหลังของเอเลน่า เธอเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศบางอย่างที่ไม่ปกติ
เด็กสาวคนนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ…ไม่ได้เหมือนเด็กที่เห็นตอนอยู่ในสวนนั่น เอเลน่าที่เคยยิ้มและดูไร้เดียงสาเมื่อสักครู่ แต่ตอนนี้เหมือนถูกปกคลุมไปด้วยความเ็า นีน่าก้าวเข้าไปใกล้ เธอพยายามหาคำพูดเพื่อปลอบใจเด็กสาวที่ดูเหมือนจะถูกอะไรบางอย่างกัดกินหัวใจ แต่เมื่อเธอเห็นสีหน้าของเอเลน่าจากด้านข้าง ความรู้สึกนั้นก็กลับทำให้หัวใจของนีน่าจุกขึ้นมา
มุมปากของเอเลน่ายกขึ้นเล็กน้อย กลายเป็รอยยิ้มที่น่ากลัวเกินกว่าจะเรียกว่ารอยยิ้มเลย ดวงตาสีแดงที่เคยดูอ่อนโยนตอนอยู่ในศาลากลับเข้มขึ้น ราวกับสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่รู้สึกถึงมันได้อย่างชัดเจน
“คุณหนู…” นีน่าเรียกเสียงเบา แต่เอเลน่ากลับไม่หันมา เธอทำเพียงยิ้มขึ้นอีกนิด ก่อนจะพูดเบาๆ
“ถ้ายัยพวกนั้นฉลาดกว่านี้ฉันคงเหนี่อยขึ้นอีกหน่อย ขอบใจในความโง่ของพวกนั้นก็แล้วกัน”
หลังจากที่เอเลน่าพูดคำนี้จบ เธอก็หันหลังกลับไปนั่งที่เตียงอย่างไร้ความรู้สึก มือเล็กๆ ของเธอยกขึ้นแตะที่ขอบเตียงเล็กน้อย ราวกับไม่้าที่จะสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลย แม้ว่าเธอจะไม่ได้หันมามองนีน่า แต่คำพูดนั้นกลับทำให้บรรยากาศในห้องนี้หนาวเหน็บขึ้นมาอีกครั้ง
นีน่ายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใจของเธอเริ่มหนักอึ้ง คำพูดของเอเลน่ากระทบใจเธออย่างรุนแรง “ถ้ายัยพวกนั้นฉลาดกว่านี้ฉันคงเหนื่อยขึ้นอีกหน่อย ขอบใจในความโง่ของพวกนั้นก็แล้วกัน” เสียงของเอเลน่าดังก้องในหัวนีน่า ความหมายของคำพูดนั้นมันชัดเจนเกินไป
หมายความว่า…ทั้งหมดคือแผนการของเด็กคนนี้จริงๆ หรือ?
ทุกอย่างเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงในสมองของนีน่า เธอเริ่มเข้าใจว่าการที่เอเลน่าดูเหมือนจะไม่รู้เื่รู้ราว บางทีอาจจะเป็เพียงแค่การแสดงออกไปตามบทบาทที่วางไว้ เธออาจจะรู้จักสถานการณ์และกลไกของตระกูลนี้มากกว่าที่ทุกคนคาดคิด แค่เธอไม่ได้แสดงให้ใครเห็นเท่านั้นเอง
นีน่าหลับตาอีกครั้ง พยายามคุมสติให้อยู่ เธอเริ่มรู้สึกถึงความกลัวที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาอย่างเงียบๆ
“หมายความว่า...” นีน่าพูดในใจ “เธอ...รู้ทุกอย่างมาตลอดเหรอ?”
จากนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกถึงการที่ตัวเองเข้าไปพัวพันกับบางสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทุกการกระทำของเอเลน่าดูเหมือนจะเป็การวางแผนล่วงหน้าแล้ว ทั้งการเลือกสถานที่ การเลือกคนที่จะพามา และการเล่นกับอารมณ์ของคนรอบข้าง ซึ่งตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่าเอเลน่าไม่ได้เป็แค่เด็กที่มักจะโดนกลั่นแกล้งหรือถูกทำร้าย แต่อาจจะเป็ผู้ที่อยู่เื้ัทุกอย่าง แล้วตอนนี้ตัวเธอเองหล่ะจะเป็ยังไงต่อไป?
