เมื่อรู้ว่า ‘จอห์น’ ซึ่งเป็ผู้จัดการในบริษัทแห่งหนึ่งที่ดำเนินธุรกิจทางด้านรักษาความปลอดภัย เป็คนไล่ ‘รุตย์’ ซึ่งเป็สามีของหล่อนออกจากงาน
“พี่จอห์น… ทำไมพี่ใจร้ายอย่างนี้ ทำไมต้องไล่พี่รุตย์ออก… พี่จอห์นใจร้ายมาก”
ทันทีที่มาถึงหญิงสาวก็กราดเสียงใส่ ตีโพยตีพายด้วยความโกรธ
“แพร… ”
จอห์นใ เพราะไม่คิดว่าแพรจะมาที่นี่
“พี่จอห์นไม่สงสารครอบครัวเราบ้างหรือยังไง ตอนนี้แพรกำลังมีลูกอ่อน ลูกของแพรเพิ่งหกเดือน ถ้าขาดรายได้ของพี่รุตย์สักคน… แพรจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเช่าบ้าน”
แพระโถามชุดใหญ่
“แพร… นี่มาหาพี่เพราะเื่นี้เองหรอกหรือ ไม่ต้องโวยวายค่อยๆ คุยกัน… ”
จอห์นใ จ้องมองเรือนร่างเอิบอิ่มของแม่ลูกอ่อนคนสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“แพรขอร้องละ… พี่อย่าไล่พี่รุตย์ออกนะ ถ้าพี่รุตย์ตกงานตอนนี้แพรกับลูกแย่แน่ๆ… ”
แพรวิงวอนเสียงอ่อน จอห์นตาวาวมองสองเต้าของแม่ลูกอ่อนกำลังคัดจัด ดูรัดรึงตึงแน่นอยู่ในเสื้อเนื้อผ้าซาตินพลิ้วบาง
“พี่คิดว่าเื่อะไร… เข้ามาคุยกันในห้องดีกว่านะ… ”
จอห์นพาหล่อนเข้ามาในห้อง แพรทรุดร่างลงนั่งบนโซฟาตั้งอยู่หน้าจอทีวี
“เื่ที่ไอ้รุตย์ผัวแพรโดนไล่ออกพี่เสียใจด้วยนะ… อันที่จริงพี่พยายามแล้ว พี่ไม่ได้อยากใช้วิธีนี้ แต่ไอ้รุตย์มันก็เหลือเกินจริงๆ… มันชอบแอบเมาในเวลางาน โดนตักเตือนไปแล้วหลายครั้งก็ยังไม่ปรับปรุงตัว”
จอห์นบอกถึงสาเหตุที่ทำให้สามีของแพรต้องโดนไล่ออก
“อะไรนะ… พี่รุตย์ถึงกับแอบกินเหล้าในเวลางานเชียวหรือ”
แพรได้ยินก็ถอนใจยาว รุตย์บอกกับหล่อนเพียงแค่ว่าโดนไล่ออกจากงาน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็เพราะสาเหตุอันใด
“เมื่อวานไอ้รุตย์มันซวย… บังเอิญนายฝรั่งแวะเข้ามาที่บริษัท เจอเข้าพอดี… ก็เลยกลายเป็เื่ใหญ่… พี่เคยเตือนมันแล้วแต่มันก็ไม่เชื่อ”
นายฝรั่งที่จอห์นเอ่ยถึงก็คือ ‘มาร์คัส’ ผู้เป็เ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยซึ่งจอห์นและสามีของแพรทำงานอยู่ด้วยกัน
ผู้พันมาร์คัสเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่วัยห้าสิบปี ใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลา ผิวสีแทนเหมือนพวกแมกซิกันแต่เข้มกว่า บุคลิกท่าทางดูน่าเกรงขามสมกับเคยเป็อดีตนายทหาร
มาร์คัสลาออกจากงานเพื่อมาร่วมหุ้นกับเพื่อน ตั้งบริษัทเกี่ยวกับงานรักษาความปลอดภัยจนกิจการรุ่งเรือง
