สามเดือนให้หลัง
พระเอก นางเอก นางเอกคนที่สอง หลิ่วซือและเซวียนหยวนหงจับกลุ่มกันห้าคน กำจัดเขตแดนต้องห้ามในูเา เก็บรวบรวมสมุนไพรทิพย์
ทันใดนั้น ทิศตะวันออกมีเมฆดำลอยครึ้ม แสงรัศมีสีทองเส้นแล้วเส้นเล่าร่วงลงมาจากท้องฟ้า เสียงดังะเืแก้วหูแทบดับ
“เปรี้ยง เปรี้ยง...”
“เปรี้ยง เปรี้ยง...”
“เกิดอะไรขึ้น? มีคนเลื่อนระดับดวงปราณอีกแล้วหรือ?” เซวียนหยวนหงมองขอบฟ้า เอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ดูเหมือนจะเป็อสนีบาตภัยของการเลื่อนระดับ แต่เหมือนไม่รุนแรงเช่นอสนีบาตภัยก่อนหน้านี้นะ!” หลิ่วซือมองเซวียนหยวนหงทีหนึ่งพลางบอก
“ใช่ อสนีบาตภัยนี่ เหมือนจะอ่อนแรงกว่าอันก่อนหน้านี้มากอยู่นะ!” เซวียนหยวนหงพยักหน้าเห็นด้วย
“พรวด พรวด...” พระเอก นางเอกและนางเอกคนที่สองที่มองทางทิศตะวันออกอยู่ กระอักเืพร้อมกัน
“พี่สาม ท่านเป็อะไร?” หลิ่วซือเดินเข้าไปพยุงอีกฝ่าย
“ไม่ ไม่เป็ไร!” หลิ่วซานส่ายศีรษะ ก้มหน้าจะหยิบโอสถ
“ที่ข้าก็มี!” เซวียนหยวนหงพูดพลางเอาโอสถรักษาอาการาเ็ขั้นสามระดับสูงสามเม็ดออกมามอบให้ทั้งสาม
“ขอบคุณองค์ชายหกยิ่ง!” พวกเขาก้มศีรษะขอบคุณ ก่อนกินโอสถที่อีกฝ่ายให้ลงไป
“ยังเป็ความรู้สึกราวกับเมื่อสามเดือนก่อน หัวใจเหมือนถูกควักออกไปก้อนหนึ่ง แต่ครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่า” นางเอกมองพระเอกกับนางเอกคนที่สองแล้วพูดเสียงเบา
“อืม ข้าก็เหมือนกัน!” นางเอกคนที่สองพยักหน้ารับ
“เพราะคนผู้นั้นผนึกดวงปราณหรือ? ทำไมพวกเขาผนึกดวงปราณ พวกเราถึงเจ็บหัวใจเล่า?” พระเอกมองสตรีสองนางที่อยู่ข้างกายด้วยสีหน้าฉงน
“ข้าไม่ทราบ!” นางเอกคนที่สองส่ายศีรษะบอก
“พอแล้ว อย่าพูดเลย พวกเรานั่งพักสักหน่อยเถิด!” หลิ่วซือพูดพลางประคองหลิ่วซานนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเดินไปประคองหลินเหยียนเหยียนด้วย
เซวียนหยวนหงพยุงพระเอกให้นั่งพักเช่นกัน
“อา ทำไมข้ารู้สึกว่าทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง เหมือนพลังทิพย์ใช้ไม่ได้กัน!” หลิ่วซานนั่งใต้ต้นไม้ รู้สึกว่าร่างกายชาอ่อนยวบผิดธรรมดา ไม่มีเรี่ยวแรงสักนิด
“พี่สาม ท่านเป็อย่างไรบ้าง าเ็หนักปานนี้เชียวหรือ?” หลิ่วซือมาอยู่ข้างกายหลิ่วซาน ถามอย่างเป็กังวล
“น้องสี่ ข้า ข้ารู้สึกว่าทั้งร่างไม่มีแรง ใช้พลังทิพย์ไม่ออก!” นางเอกขมวดคิ้วเรียว สีหน้าเป็ทุกข์มองไปทางหลิ่วซือ
“ทำไมเป็เช่นนี้? เหยียนเหยียน เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?” หลิ่วซือหันไปมองทางนางเอกคนที่สอง ถามด้วยสีหน้ากังวล
“ข้า ข้าก็เหมือนกัน ทั้งร่างใช้เรี่ยวแรงกับพลังทิพย์ไม่ได้แล้ว เป็เช่นนี้ได้อย่างไร ทำไมรู้สึกหนักกว่าครั้งก่อนเล่า?” นางเอกคนที่สองเผชิญหน้ากับคำถามของหลิ่วซือด้วยสีหน้างุนงง
“ศิษย์พี่หลัน ท่านเล่า? ท่านคงไม่เป็ไรกระมัง?” เซวียนหยวนหงชำเลืองมองหลันอวี่ิ
เห็นเซวียนหยวนหงมองมา หลันอวี่ิพลันหรี่ตาลง “องค์ชายหก เมื่อครู่ท่าน ท่านเอาโอสถอันใดให้พวกเราสามคนกิน?”
“ย่อมเป็โอสถรักษาอาการาเ็ชั้นดี เพียงแค่เพิ่มหญ้าอ่อนแรงไปอย่างหนึ่งเท่านั้น!” พูดถึงตรงนี้ เซวียนหยวนหงยกมุมปาก ก้าวเดินไปอยู่ข้างกายหลิ่วซือ
“องค์ชายหก ท่าน?” ทั้งสามคนมองเซวียนหยวนหงอย่างตื่นตะลึง
“พวกท่านอย่าได้โทษเซวียนหยวน เป็ความคิดของข้าเอง วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้มารดา สังหารศัตรูของข้าด้วยมือตนเอง” หลิ่วซือพูดพลางเอาดาบสั้นเล่มหนึ่งออกมา มองไปทางหลิ่วซานอย่างดุร้าย
“น้องสี่ เ้า เ้าพูดอะไรน่ะ?” นางเอกมองหลิ่วซืออย่างงุนงง ไม่ค่อยเข้าใจนัก
“ข้าพูดอะไรเ้าฟังไม่เข้าใจหรือ? เป็เ้า เป็เ้ากับหลันอวี่ิที่ทำร้ายแม่ของข้าจนตาย ข้าจะสังหารพวกเ้า แก้แค้นให้แม่ของข้า!” หลิ่วซือมองศัตรูตัวฉกาจของตนแล้วตะเบ็งเสียงคำราม
“ป้ารอง? นาง นางไม่ได้ป่วยตายหรือ?” นางเอกมองหลิ่วซือ ถามอย่างงุนงงอีกครั้ง
ป้ารองป่วยตายชัดๆ นี่! ทำไมน้องสี่ถึงบอกว่าตนกับหลันอวี่ิทำร้ายป้ารองจนตายเล่า?
“ไม่ ท่านแม่ของข้าไม่ได้ป่วยตาย นางถูกเ้ากับกลันอวี่ิ ถูกพวกเ้าทำร้ายจนตายต่างหาก!” พูดถึงตรงนี้ ดาบในมือหลิ่วซือแนบชิดลำคอหลิ่วซาน
“ข้าเข้าใจแล้ว คนที่วางแมลงพิษอาถรรพ์ใส่ซานซานคือแม่ของเ้า เพราะข้าฆ่าลูกแมลงพิษอาถรรพ์ แม่ของเ้าถึงได้ถูกผลสะท้อน” หลันอวี่ิหรี่ตามองหลิ่วซือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เป็ป้ารองหรือ? เป็ป้ารองสังหารพี่ใหญ่กับพี่รองของข้าหรือ?” นางเอกจ้องหลิ่วซือเขม็ง ถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“ถูกต้อง ท่านแม่ข้า้าแก้แค้นให้ท่านพ่อ เพราะอย่างนั้น ครอบครัวพวกเ้าไม่สมควรมีชีวิต ส่วนเ้า หลิ่วซาน ไม่เพียงทำลายแผนของแม่ข้า ยังทำร้ายแม่ข้าจนตายอีก เ้ายิ่งสมควรตาย!” หลิ่วซือนึกถึงมารดาที่ตายอย่างอนาถ สองตาแดงเป็สีโลหิต หากไม่ใช่ครอบครัวหลิ่วซาน บิดามารดา น้องเล็กของตนจะตายได้อย่างไร? ครอบครัวของตนจะแตกสลายได้อย่างไรกัน?
“ไม่ ไม่ใช่ ท่านพ่อไม่ได้วางยาสังหารท่านอารอง ไม่ใช่จริงๆ นะ!” หลิ่วซานส่ายศีรษะ รีบร้อนอธิบาย
“เื่มาถึงวันนี้ เ้าอธิบายกับข้า มันยังมีความหมายอีกหรือ?” สิ้นเสียง หลิ่วซานยกมือที่ถือดาบขึ้น ก่อนปล่อยหนึ่งดาบ ฟันศีรษะของนางเอกลงมา
“กรี๊ด...” นางเอกกรีดร้องทีหนึ่ง ศพล้มลงบนพื้น ศีรษะกลิ้งออกไปไกล
“พี่ซานซาน!” นางเอกคนที่สองเห็นนางเอกถูกสังหารเช่นนี้ก็ร้องใ ขอบตาแดง
“ซานซาน ซานซาน...” หลันอวี่ิะโชื่อหลิ่วซาน กระอักเืคำหนึ่งออกมาทันที ร่างกายอ่อนยวบติดต้นไม้
“หลันอวี่ิ ถึงตาเ้าแล้ว!” หลิ่วซือยกดาบ ทั้งร่างกับใบหน้าเปรอะเืประหนึ่งอสูรจากนรก คืบคลานมาอยู่ตรงหน้าหลันอวี่ิ
“ไม่ อย่าฆ่าเขา อย่าฆ่าเขา!” นางเอกคนที่สองส่ายศีรษะ รีบขอร้อง
“หลินเหยียนเหยียน เดิมทีเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า แต่ในเมื่อเ้าอยากเป็สตรีของหลันอวี่ิ ถ้าอย่างนั้น รอข้าสังหารหลันอวี่ิเสร็จ ข้าจะเป็คนดี ส่งเ้าไปอยู่พร้อมหน้ากับเขาเอง!” หลิ่วซือพูดพลางยกมุมปากเ็า เผยรอยยิ้มเย็นเยียบ ช่างดูโหดร้ายที่สุด
“หลันอวี่ิ วันตายของเ้ามาถึงแล้ว!” พูดพลาง ดาบในมือหลิ่วซือทาบบนลำคออีกฝ่าย
“ทำไม ทำไมต้องฆ่าซานซาน นางเชื่อใจเ้าปานนั้น นางมองเ้าเป็น้องสาวคนสนิทมาตลอด ทำไม ทำไมเ้าต้องสังหารนางด้วย?” หลันอวี่ิมองหลิ่วซือที่มีสีหน้าโเี้เพราะความโกรธแค้นและความเกลียดชัง จึงถามอย่างไม่ตัดใจ
“ทำไม? ฮ่าๆๆ ทำไมพ่อของหลิ่วซานต้องฆ่าพ่อข้าเล่า? ทำไมเ้าต้องฆ่าแม่ข้าเพื่อนาง ทำไมั้แ่เล็กจนโตข้าต้องอาศัยอยู่ใต้เงาของหลิ่วซานผู้อัจฉริยะ ทำไมข้าต้องเป็เพียงไม้ประดับต้นหนึ่งตลอด ส่วนหลิ่วซานโดดเด่นจับตาเช่นนั้น? เ้าตอบข้าสิว่าทำไม?”
“หลิ่วซือ แม่เ้าตายเพราะข้า เ้าฆ่าข้าได้ แต่เ้า เ้าไม่ควร ไม่ควรฆ่าซานซาน!” พูดถึงตรงนี้ พระเอกขอบตาแดงก่ำ ไม่ว่าอย่างไร หลิ่วซานก็เป็ภรรยาคนแรกของเขา ดังนั้น ความรู้สึกที่เขามีต่อหลิ่วซานจึงลึกซึ้งยิ่งนัก
“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องพูดแล้ว อีกเดี๋ยวเ้าก็จะได้ลงไปอยู่เป็เพื่อนนาง!” หลิ่วซือพูดพลางเหวี่ยงดาบ ฟันเข้าใส่ลำคอของหลันอวี่ิ
ทันใดนั้น แสงกระบี่เส้นหนึ่งกวาดเข้ามา โจมตีเข้าใส่หลิ่วซือ
“ซือซือ ระวัง!” เซวียนหยวนหงะโเสียงดัง ฝ่ามือรีบผลักหลิ่วซือออก
“เซวียนหยวน!” หลิ่วซือเห็นรอยเืเส้นหนึ่งบนแขนเขาพลันส่งเสียงร้องอย่างใ
บุรุษชุดดำกำกระบี่ยาวเล่มหนึ่งก้าวเข้ามา ปรากฏตัวตรงหน้าทั้งสี่คน
“เ้าเป็ใคร?” หลิ่วซือถลึงตา โกรธเกรี้ยวใส่บุรุษที่เข้ามาปั่นป่วนสถานการณ์ ตวาดลั่นอย่างไม่พอใจ
“อา ศิษย์พี่เซียว ศิษย์พี่เซียวช่วยข้าด้วย!” หลินเหยียนเหยียนเห็นผู้มาใหม่จึงดีใจประหนึ่งคลุ้มคลั่ง
“ข้าไม่อนุญาตให้เ้าแตะสองคนนี้!” บุรุษผู้นั้นมองหลิ่วซือกับเซวียนหยวนหงอย่างเ็า เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ
“เ้า...” ได้ยินเข้า หลิ่วซือก็ขมวดคิ้วฉับ มองอย่างขุ่นเคือง
“ไม่ทราบว่าท่านเรียกขานอย่างไร?” เซวียนหยวนหงมองบุรุษแปลกหน้าก่อนถามเสียงเบา
“ข้าน้อย เซียวจื่อเยว่!” เขาบอกเสียงเย็น
“เซียวจื่อเยว่? ที่แท้ศิษย์พี่เซียวแห่งวิทยาลัยเทียนโยวเองหรือ ข้าได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว!” เซวียนหยวนหงก้มศีรษะ รีบร้อนคำนับ
ได้ยินชื่อของบุรุษ สีหน้าหลิ่วซือไม่น่าดูอย่างยิ่ง การแข่งขันของวิทยาลัยกระบี่ใน่นั้นมีทั้งหมดสองรอบ รอบแรกหลันอวี่ิชนะ วิทยาลัยเซิ่งตูได้ห้าสิทธิ์ ส่วนรอบที่สอง เซียวจื่อเยว่ชนะไป ฉะนั้น กล่าวได้ว่าวิชากระบี่ของคนผู้นี้อยู่เหนืออวี๋ชิงโยว สูสีทัดเทียมกับหลันอวี่ิ เป็ผู้ฝึกกระบี่ที่ร้ายกาจยิ่งเช่นกัน!
“หลินเหยียนเหยียนเป็คนแคว้นเทียนโยวของพวกเ้า เ้าพานางไปได้ แต่หลันอวี่ิเป็คู่แค้นที่สังหารแม่ข้า ข้าไม่อาจมอบให้ได้!” หากไม่คำนึงถึงความร้ายกาจของอีกฝ่าย กระทั่งหลินเหยียนเหยียน หลิ่วซือก็ไม่คิดปล่อย
“ไม่ได้ ข้ากับหลันอวี่ิยังไม่ได้ประลองกัน เ้าฆ่าเขาไม่ได้!” เซียวจื่อเยว่ส่ายศีรษะไม่ยินยอม
“เฮอะ ประลอง มีอะไรน่าประลอง? หากข้าสังหารเขา เ้าก็เป็อันดับหนึ่งของวิชากระบี่จากสี่แคว้นแล้ว!”
“ไม่ ข้า้าประลองกับเขา!” เซียวจื่อเยว่ส่ายศีรษะปฏิเสธ
“ซือซือ พวกเราไปก่อนเถอะ หลังจากนี้ยังมีโอกาสนะ!” เซวียนหยวนหงจูงมือหลิ่วซือ ทำท่าให้คนรักจากไป
หลิ่วซือเดินตามเซวียนหยวนหงไปสองก้าวก็ชูมือขึ้น ยันต์อัคคีทองกำหนึ่งสะบัดเข้าใส่เซียวจื่อเยว่
“ตูม...” เสียงะเิดังขึ้นอยู่ทั่วทุกแห่ง แสงสีทองสองสายจมลงไปในร่างเซียวจื่อเยว่
ไม่รอให้เสียงะเิหยุด หลิ่วซือเอาป้ายคำสั่งออกมา ส่งการโจมตีของผู้บรรลุดวงปราณสายหนึ่งเข้าใส่หลันอวี่ิ
“ไป!” ได้ยินเสียงะเิตรงเซียวจื่อเยว่หยุดลง เซวียนหยวนหงกระตุ้นยันต์เคลื่อนย้ายหนีไปพร้อมกับหลิ่วซือทันที
แสงสีทองเส้นหนึ่งประหนึ่งสัตว์อสูรดุร้ายกู่ร้องโจมตีเข้ามาใส่หลันอวี่ิ เขาขยับความคิด อินทรีหิมะสองตัวในถุงเลี้ยงอสูรบินออกมา
“แกว้ก แกว้ก...”
อินทรีหิมะขั้นสามสองตัวขวางการโจมตีไว้ ก่อนจบชีวิตทั้งคู่ การโจมตีที่เหลือยังคงตกบนร่างเขา
“อั้ก อั้ก...” หลันอวี่ิอ้าปากกระอักเืออกมาสองคำ หมดสติไปทันที
“อวี่ิ อวี่ิ...” นางเอกคนที่สองเห็นพระเอกหมดสติไปก็ร้อนใจ จึงร้องเรียก
เซียวจื่อเยว่มองเห็นบนร่างถูกะเิเป็แผลกับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น อดขมวดคิ้วไม่ได้ ในใจคิด ‘ยันต์อัคคีทองของวิทยาลัยเซิ่งตูสมคำร่ำลือจริง ยังดีบนร่างเขามีอาภรณ์คุ้มกัน ทั้งยังใช้ปราณกระบี่ขวางการโจมตีส่วนหนึ่งไว้ ไม่เช่นนั้นคงตายแน่’
เซียวจื่อเยว่หมุนตัวกลับมา สำรวจสภาพของหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียน
“ศิษย์พี่เซียว อวี่ิเป็อย่างไรบ้าง?” นางเอกคนที่สองมองอีกฝ่าย ถามอย่างร้อนใจ
“ไม่ตายหรอก ไม่ถูกสิ ที่อีกฝ่ายใช้คือการโจมตีของผู้บรรลุดวงปราณ แม้หลันอวี่ิใช้อสูรเลี้ยงสองตัวกับอาภรณ์คุ้มกันขั้นสี่บนร่างขวางไว้นิดหน่อย แต่ยังคงมีการโจมตีหนึ่งในสามส่วนตกต้องบนร่างเขา าเ็ไม่เบาเชียว!” เซียวจื่อเยว่พูดจบก็ถอนหายใจแ่เบาทีหนึ่ง ดูท่าในระยะเวลาอันสั้น คงไม่อาจประลองกับหลันอวี่ิได้แล้วกระมัง!
“อ้อ!” นางเอกคนที่สองได้ยินเซียวจื่อเยว่เอ่ยเช่นนี้ ถึงวางใจเล็กน้อย
