มื้อค่ำผ่านไปท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด แม้แต่อันฉีที่เตรียมจะด่าทอก็ต้องเงียบปากลงเมื่อพบว่าอาหารที่เยว่ชิงทำนั้นมีรสชาติกลมกล่อมอย่างประหลาด เนื้อหมูสามชั้นที่ควรจะเหนียวกลับนุ่มละลายในปากด้วยเทคนิคการปรับค่าความเป็กรดด่างจากน้ำหมักผักกาดที่โรซี่คำนวณมาอย่างดี หลิวเหว่ยทานมากกว่าปกติเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่วายรักษากิริยาเ็า
หลังจากมื้ออาหาร โรซี่กำลังจะเดินกลับห้องนอนแต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาเล็กๆ เดินออกมาจากห้องของอันฉี เป่าเป้ยเดินก้มหน้า ร่างกายเล็กๆ ดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเด็กน้อยบวมช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
“เป่าเป้ย...” โรซี่รีบเข้าไปโอบไหล่เด็กน้อยไว้ “ไปทำอะไรในห้องคุณย่ามาลูก?”
ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะตอบ แม่บ้านหลิวที่เดินตามมาก็ถอนหายใจยาวพลางกระซิบ “คุณนายใหญ่ให้คุณหนูเป่าเป้ยเข้าไปท่องหนังสือคำสอนกุลสตรีค่ะ ท่องไม่ได้ก็ไม่ให้ทานขนม แถมยัง... พูดเื่ไม่ดีของคุณหนูให้เป่าเป้ยฟังอีก”
โรซี่ขมวดคิ้วแน่น “พูดอะไรคะ?”
“ก็บอกว่า... คุณหนูเยว่ชิงเป็คนโง่ จิตใจไม่ปกติ ถ้าเป่าเป้ยไม่ตั้งใจเรียนก็จะโง่เหมือนแม่ แล้วคุณพ่อก็จะไม่รัก... ป้าพยายามจะห้ามแล้วแต่คุณนายใหญ่ก็ตวาดใส่” แม่บ้านหลิวมีสีหน้าลำบากใจ
ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในอกของนักวิทยาศาสตร์สาว การล้างสมองเด็กด้วยชุดความคิดที่บิดเบี้ยวคืออาชญากรรมทางปัญญาอย่างหนึ่งสำหรับเธอ โรซี่ก้มลงมองลูกสาวที่สั่นเทาในอ้อมกอด เธออยากจะเดินเข้าไปซัดหน้าอันฉีสักที แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่าตอนนี้เธอยังไม่มีอำนาจพอในบ้านหลังนี้
“ไม่เป็ไรนะเป่าเป้ย แม่บอกแล้วไงว่าแม่จะปกป้องหนูเอง” โรซี่กระซิบพลางลูบหลังเด็กน้อยจนเธอเริ่มสงบลง ก่อนจะพาไปส่งเข้านอน
เมื่อโรซี่เดินกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง เธอก็พบกับหลิวเหว่ยที่นั่งอยู่บนขอบเตียง เขาถอดเสื้อนอกทหารออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็มัดๆ และรอยแผลเป็จางๆ จากการกรำศึก แสงตะเกียงในห้องขับให้ใบหน้าของเขาดูคมเข้มและดุดันยิ่งขึ้น
เขามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความแปลกใจยังคงวนเวียนอยู่ในแววตาคู่นั้น “วันนี้คุณดูแปลกไปมากเยว่ชิง... ทั้งคำพูดและท่าทาง”
“คนเราเปลี่ยนกันได้ค่ะนายพล โดยเฉพาะเมื่อเกือบจะตายมาแล้วครั้งหนึ่ง” โรซี่ตอบพลางเดินไปหยิบผ้าขนหนู
“งั้นเหรอ...” หลิวเหว่ยเปรยขึ้น ก่อนจะขยับตัว “วันนี้ผมฝึกหนักจนไหล่ตึงไปหมด ปกติคุณชอบรบเร้าจะนวดให้ผมไม่ใช่หรือไง? วันนี้ลองดูหน่อยสิว่า ‘การเปลี่ยนไป’ ของคุณจะรวมถึงฝีมือนวดด้วยไหม”
โรซี่ชะงัก เธอไม่เคยแตะต้องตัวผู้ชายคนไหนนอกจากพ่อและหมอในแล็บ แต่เพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธจนเกินไป เธอจึงก้าวเข้าไปใกล้และเริ่มบีบนวดที่หัวไหล่หนาของเขา เธอใช้ความรู้ด้านอนาโตมี (กายวิภาคศาสตร์) ที่เคยเรียนมา กดลงไปยังจุดรวมเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดได้อย่างแม่นยำ
“อืม... คุณไปเรียนวิธีนวดแบบนี้มาจากไหน?” หลิวเหว่ยครางออกมาเบาๆ ด้วยความผ่อนคลาย แรงกดของเธอมันช่างพอดีและเข้าถึงจุดที่เ็ปได้อย่างน่าทึ่ง
“ฉันก็แค่ศึกษามาน่ะค่ะ” โรซี่ตอบเสียงเรียบ “นายพลคะ ในเมื่อคุณมีความรู้เื่กลยุทธ์ทหาร ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม?”
“ว่ามาสิ”
“ถ้าวิถีะุถูกรบกวนด้วยแรงลมความเร็ว 20 น็อต ในทิศทางทแยง 45 องศา และความหนาแน่นของอากาศลดลงเนื่องจากความชื้นสูง คุณจะปรับศูนย์เล็งอย่างไรเพื่อไม่ให้พลาดเป้าหมายในระยะ 500 เมตร?”
หลิวเหว่ยลืมตาขึ้นทันที เขาหันกลับมามองภรรยาด้วยสายตาตะลึงพรึงเพริด “คุณ... คุณรู้เื่วิถีะุและความหนาแน่นอากาศได้ยังไง?”
“ฉันถามเพราะอยากรู้ว่าสามีของฉันฉลาดพอที่จะปกป้องครอบครัวไหมน่ะค่ะ” โรซี่ยิ้มมุมปาก
หลิวเหว่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ต้องปรับศูนย์เล็งไปทางเหนือลม 2 คลิก และเพิ่มองศาการยิงขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อชดเชยแรงต้านที่หายไปจากความเบาบางของอากาศ... คำถามของคุณมันไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงทั่วไป หรือแม้แต่ทหารชั้นผู้น้อยจะรู้ได้”
“นั่นก็แสดงว่าคุณไม่ใช่แค่ทหารที่บ้าอำนาจ แต่คุณมีมันสมองด้วย” โรซี่สรุปพลางนวดต่อ “น่าเสียดายที่ความฉลาดของคุณไม่ได้ถูกนำมาใช้สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาวในบ้านหลังนี้บ้างเลย”
หลิวเหว่ยขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง?”
“คุณแม่ของคุณกำลังทำลายศักยภาพของเป่าเป้ย ด้วยการยัดเยียดความกลัวและความดูถูกเข้าไปในหัวเด็ก” โรซี่หยุดมือนวดและจ้องตาเขาตรงๆ “ถ้าคุณเป็นายพลที่เก่งจริง คุณควรจะบริหาร ‘คนในบ้าน’ ให้ดีพอๆ กับ ‘กองทัพ’ นะคะ”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงทันที หลิวเหว่ยจ้องมองใบหน้าสวยซึ้งของภรรยาที่ตอนนี้ดูสง่างามและทรงพลังอย่างประหลาด แรงดึงดูดบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกกับเธอมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้น ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้นเมื่อเห็นริมฝีปากบางที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั้น
เขายื่นมือหนาออกมาคว้าเอวบางของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว โรซี่ใจนเสียหลักล้มลงไปบนตักกว้างของเขา
“เยว่ชิง... คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่?” หลิวเหว่ยกระซิบชิดใบหู กลิ่นกายชายหนุ่มและไอร้อนจากร่างกายเขาส่งผ่านเข้ามาจนโรซี่รู้สึกใจสั่น เขาเริ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะริมฝีปากนั้น
แต่ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จ โรซี่ก็ใช้มือทั้งสองข้างยันหน้าอกแกร่งของเขาไว้สุดแรง เธอเบี่ยงหน้าหลบด้วยความรู้สึกต่อต้าน
“ปล่อยค่ะ!” เสียงของเธอเฉียบขาดและเ็าจนหลิวเหว่ยชะงัก
“ทำไม? ปกติคุณแทบจะกระโจนใส่ผมทุกครั้งที่ผมกลับบ้านไม่ใช่หรือไง?” เขาถามด้วยความไม่เข้าใจและเริ่มมีอารมณ์กรุ่นๆ
“นั่นมันเยว่ชิงคนเก่าค่ะ” โรซี่พูดพลางผลักตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเขาและยืนขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ตอนนี้ฉันเหนื่อย และฉันไม่ชอบการบังคับขืนใจ ถ้าคุณอยากได้แค่ ‘ร่างกาย’ ไปหาผู้หญิงคนอื่นเถอะค่ะ แต่ถ้าคุณอยากได้ ‘ภรรยา’ คุณต้องหัดให้เกียรติฉันมากกว่านี้”
หลิวเหว่ยยืนนิ่งมองภรรยาที่เดินไปปูที่นอนอีกฝั่งของห้องอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกเสียหน้าปนไปกับความสงสัยและเสน่หาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้หญิงคนนี้... ไม่ใช่เยว่ชิงที่เขาเคยรู้จักจริงๆ
เขามองแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะดับตะเกียงลง ทิ้งให้ห้องทั้งห้องจมอยู่ในความมืดที่มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นแรงด้วยเหตุผลที่ต่างกันสิ้นเชิง
