ข่าวใหญ่ที่หลานสาวของฮองเฮาได้รับสมรสพระราชทาน อวี้จิ่นย่อมรับรู้จากการพูดคุยของบ่าวไพร่ในจวน มีเื่ใดบ้างในเมืองหลวงยามที่พวกเขาออกไปนอกจวน เมื่อกลับเข้ามาจะไม่นำมาเล่าสู่กันฟังแต่นั่นไม่เกี่ยวกับอวี้จิ่น
เนื่องจากพี่ชายของนางกลับมาถึงยามซวีวานนี้ พร้อมเกวียนวัวที่ขนหีบมามากมายหลายเล่ม พอได้ยินว่าในหีบเ่าั้เป็สมุนไพรชั้นดี อวี้จิ่นดีใจะโกอดพี่ชายจนเขาเกือบรับร่างของนางไว้ไม่ทัน
“จิ่นเอ๋อร์ พี่ใหญ่นำสมุนไพรชั้นดีมาให้เ้ามากมาย ถ้าหากพี่ใหญ่จะรบกวนเ้าช่วยแบ่งยาที่ปรุงแล้ว มอบเป็น้ำใจให้กับกองกำลังของตระกูลเราสักนิดจะได้หรือไม่” เจียงหยวนต้องถามความเห็นของน้องสาวเสียก่อน
“แน่นอนสิเ้าค่ะพี่ใหญ่ เื่นี้จะไม่ใส่ใจได้อย่างไรเพราะทุกคนล้วนตั้งใจทำงาน อืม เช่นนั้นข้าจะมอบยาบำรุง และยารักษาแผลให้พวกเขาก็แล้วกันนะเ้าคะ แต่ถ้ามีใครเจ็บป่วยเป็ไข้ก็ให้คนมาบอกได้ทุกเมื่อ การจะให้ผู้ใต้บังคับบัญชาซื่อสัตย์ภักดีกับเรา จำเป็ต้องใช้อำนาจในทางที่ถูกและมีเมตตาไปพร้อมกันเ้าค่ะ ส่วนพี่ใหญ่สิ่งที่ข้าจะตอบแทนให้ท่านเพิ่มได้ก็คืออาหารแสนอร่อยเ้าค่ะ” พี่ชายของนางกับกองกำลังของตระกูล ทำเพื่อนางถึงเพียงนี้เื่ยานางให้ได้อยู่แล้ว
ดังนั้นในเช้าวันต่อมาอวี้จิ่นจึงตื่นมาทำอาหารแต่เช้า เพื่อขอบคุณพี่ชายของตนพร้อมกับเื่ราวที่หานจินเยว่ ได้รับสมรสพระราชทานจากปากพวกบ่าวไพร่นั่นเอง
เมื่อได้รับยาสมุนไพรชั้นดีมามากมาย อวี้จิ่นจึงสั่งให้เฟยอินเป็คนช่วยจัดการ เื่การตกแต่งตำหนักทำนายดวงชะตาแทนนาง พร้อมกับมอบกระดาษที่เขียนสิ่งของจำเป็ทั้งหมด และเงินที่ต้องใช้ซื้อสิ่งของเ่าั้เพื่อตกแต่งด้านใน
“พี่เฟยอินเ้าคะ ่สองสามวันนี้รบกวนท่านช่วยจัดการ เื่ตกแต่งตำหนักให้ข้าด้วยนะเ้าคะ สิ่งที่ต้องใช้ข้าเขียนไว้ในกระดาษใบนี้แล้ว และในถุงใบนี้มีเงินอยู่ห้าร้อยตำลึงทอง ท่านช่วยจัดการให้เรียบร้อยภายในสามวันนี้ด้วยเ้าค่ะ” อวี้จิ่นพูดขึ้นพร้อมยื่นถุงใส่เงินและกระดาษหนึ่งแผ่นให้กับเฟยอิน
“รับทราบเ้าค่ะ รับรองว่าเมื่อคุณหนูออกจากห้องปรุงยา ตำหนักทำนายดวงชะตาของท่านย่อมพร้อมสำหรับช่วยเหลือผู้คนเ้าค่ะ” เฟยอินรับปากกับอวี้จิ่นอย่างหนักแน่น
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ ส่วนน้าตงลู่ช่วยดูแลรอบ ๆ เรือนปรุงยาด้วยนะเ้าคะ ครั้งนี้ยาที่ปรุงออกมาจะมีส่วนที่แพงที่สุด สำหรับคนป่วยที่นอนไม่ได้สติเป็เวลานานออกมาด้วย จึงต้องใช้เวลาและสมาธิอย่างมากเ้าค่ะ” นางก็ทำสีหน้าจริงจังยามพูดออกไปแต่เฉินหนงต่างหากที่ทำแทน
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ คุณหนูวางใจเถิดจะไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายได้อย่างแน่นอนขอรับ” ตงลู่ย่อมเชื่อว่าสิ่งที่อวี้จิ่นพูดมานั้นเป็เื่จริง
“อ้อ ข้าเกือบลืมไปอีกเื่พี่เฟยอินบอกท่านพ่อท่านแม่ รวมถึงพี่ใหญ่ด้วยนะเ้าคะว่าข้าอยู่ใน่ปรุงยาเ้าค่ะ” นางเกือบจะลืมเื่นี้ไปแล้วสิ
“ข้าน้อยจะเรียนนายท่านทั้งสามให้เองเ้าค่ะ” เฟยอินไม่เคยเห็นบิดามารดาหรือพี่น้องตระกูลไหน จะทำตัวสบาย ๆ ไม่เื่มากอย่างตระกูลเจียงมาก่อนจริง ๆ
หลังจากสั่งการเรียบร้อยองครักษ์ทั้งสอง จึงได้ทำหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายเป็อย่างดี เมื่อคนในครอบครัวรับรู้เื่การปรุงยาของอวี้จิ่น ก็ไม่ได้สอบถามสิ่งใดเพิ่มเติมเพราะทุกคนย่อมเข้าใจเหตุผล ส่วนการตกแต่งตำหนักเฟยอินก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นางจัดการตามที่อวี้จิ่นสั่งไว้ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่จุดเดียว
และในมิติของนางยามนี้เฉินหนงที่ได้รับสมุนไพรชั้นดี กำลังสนุกกับการปรุงยาตามที่อวี้จิ่น้า ยาขวดแล้วขวดเล่าถูกส่งไปวางเรียงรายบนชั้นวางของ ส่วนอวี้จิ่นกำลังเดินตามหาร้านค้าที่ขายเกี่ยวกับวัตถุมงคล หากเปิดตำหนักต้องมีสิ่งเหล่านี้ติดไว้ให้คนที่ดวงชะตาไม่ดี ได้บูชาเก็บไว้กับตัวเพื่อผ่อนหนักให้เป็เบา
อวี้จิ่นเดินหาอยู่นานในที่สุดก็พบร้านที่้าเสียที นางนำตะกร้ามาใส่เครื่องรางแต่ละอย่างลงไป เพื่อสะดวกยามต้องหยิบใช้โดยเครื่องรางในร้านแห่งนี้ ผ่านการทำพิธีอย่างถูกต้องมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อกลับมาหาเฉินหนงอวี้จิ่นได้แต่ยืนตะลึงตาค้าง นางไปเดินฝั่งตลาดไม่นานกลับมาอีกทีหีบใส่ยา ก็วางเรียงรายซ้อนกันเป็ูเาไปแล้ว
‘ฉะ ฉะ เฉินหนงยาที่เ้าปรุงกองเป็ูเาเพียงนี้ ยังไม่หยุดการปรุงยาเพิ่มอีกอย่างนั้นหรือ’
‘โอ้ว จริงด้วยขอรับนายหญิงข้าดีใจที่ได้สมุนไพรชั้นดีมากเกินไปหน่อย ยิ่งนำมาสกัดร่วมกับน้ำอมฤตยาที่ได้ยิ่งมีสรรพคุณดีเยี่ยม ข้าได้แยกตามระดับการออกฤทธิ์ของยาให้ท่านไว้แล้วนะขอรับ’
‘แล้วยาที่ข้าบอกเ้าไว้ปรุงออกมาได้มากน้อยเพียงใดหรือ แม้จะไม่ใช่คนป่วยที่นอนหลับไม่ตื่นยานี้ก็ช่วยให้ลุกขึ้นมานั่งได้ จากนั้นค่อยใช้ยาชนิดอื่นร่วมด้วยและทำกายภาพบำบัด ให้กล้ามเนื้อกลับมามีแรงอีกครั้งทีหลัง’
‘อ้อ ยาชนิดนี้ที่นายหญิง้าข้าสกัดออกมาได้ทั้งหมดสิบขวดขอรับ และมันเข้มข้นมากท่านสามารถใช้หนึ่งขวด รักษาให้หายได้ภายในวันเดียวหรือจะเจือจางลงสักนิด ไม่ให้หายป่วยเร็วเกินไปก็ได้เช่นกันขอรับ’
‘ผู้ใดจะเก่งกาจกว่าเฉินหนงของข้าไม่มีอีกแล้ว ฮ่า ๆ ๆ’
‘ขอบคุณนายหญิงที่ชมขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยส่งหีบยาทั้งหมดออกไปด้านนอกให้ท่านเองขอรับ’
‘ขอบใจมากเฉินหนง หากตอนที่ข้าอยู่ที่หมู่บ้านลิ่วหยางแล้วมีเ้า ยามขึ้นเขาคงเจอสมุนไพรมีค่าหลายอย่างเป็แน่’
‘หากนายหญิงมีโอกาสเดินทางผ่านป่าเขา ข้าสามารถช่วยท่านหาสมุนไพรเ่าั้ได้นะขอรับ’
‘ได้! เมื่อใดที่ข้ามีโอกาสได้ออกเดินทางอีกครั้ง พวกเราค่อยไปหาสมุนไพรด้วยกัน วันนี้ข้าต้องออกไปด้านนอกแล้วหากมีข้อสงสัยเื่ยาสมุนไพร ข้าส่งกระแสจิตมาถึงเ้านะเฉินหนง’
‘ข้าจะรอขอรับ’
อวี้จิ่นกลับออกมาก็เกือบถึงยามจื่อแล้ว เมื่อเปิดประตูเรือนปรุงยาออกไป ก็เจอตงลู่กับเฟยอินที่ยืนทำหน้าที่ของตน พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็รู้ได้ทันทีว่าอวี้จิ่นปรุงยาเสร็จสิ้นแล้ว
“คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะเหนื่อยหรือไม่ ครั้งนี้ท่านปรุงยานานกว่าเดิมไปหนึ่งชั่วยาม จางฮูหยินเป็ห่วงจึงส่งน้ามู่เสียมาถามไถ่เมื่อ่หัวค่ำนี้เองเ้าค่ะ ส่วนที่ตำหนักของคุณหนูข้าน้อยจัดการไว้เรียบร้อย รอเพียงฤกษ์มงคลสำหรับทำทำพิธีเปิดตำหนักเท่านั้นเ้าค่ะ” เฟยอินรีบเข้าไปถามอวี้จิ่นยามที่นางก้าวออกจากเรือนปรุงยา
“ไม่เหนื่อยเ้าค่ะพี่เฟยอิน คนที่เหนื่อยคือพวกท่านมากกว่า และเื่วันที่เป็ฤกษ์มงคลประเดี๋ยวข้าจะคำนวณวันอีกครั้ง”
“นี่เป็หน้าที่ของพวกข้าสองคนอยู่แล้วขอรับ และไม่เหนื่อยสักนิดแค่ยืนเฝ้าเรือนปรุงยาให้ท่านเท่านั้น” ตงลู่นับถือน้ำใจของอวี้จิ่นที่ตนเองเหน็ดเหนื่อยกับการปรุงยา แต่ไม่ลืมเป็ห่วงตนกับเฟยอินอีก
“ครั้งนี้ได้ยาหลายระดับมากเ้าค่ะ เพราะเป็สมุนไพรชั้นดีตัวยาจึงมีสรรพคุณในการรักษาโรคสูง แต่คืนนี้ไปพักผ่อนก่อนเถิดยามเช้าค่อยจัดการเื่พวกนี้ต่อเ้าค่ะ” อวี้จิ่นชื่นชมคนที่ฟู่หลงเหยียนส่งมาให้นางจริง ๆ ทั้งสองคนทำหน้าที่ของตนได้อย่างดีเยี่ยม
“เ้าค่ะคุณหนู/ขอรับคุณหนู”
อวี้จิ่นกลับถึงเรือนนอนทำการเช็ดหน้าเช็ดตัวตัว ก่อนจะเข้านอนได้นั่งสมาธิคำนวณดูฤกษ์มงคล เมื่อผลที่ได้คืออีกสองวันข้างหน้านางยิ่งดีใจ เพราะอยากรู้ว่าจะมีคนเชื่อเื่การทำนายดวงชะตามากน้อยแค่ไหน คิดได้เช่นนั้นอวี้จิ่นจึงเตรียมบอกกล่าวกับคนในครอบครัว ตอนที่ทานอาหารมื้อเช้าร่วมกันและไม่ลืมยาบำรุงของพี่ชายตามสัญญา
เช้าวันต่อมาอวี้จิ่นตื่นสายเล็กน้อยแต่ยังทันไปทานมือเช้า ด้วยการวิ่งกระหืดกระหอบจากเรือนนอนของตน แต่ไม่ลืมบอกตงลู่ให้ตามบ่าวมาช่วยยกหีบยาสองใบที่แยกไว้ ตามนางไปที่เรือนหน้าห้องทานอาหารของครอบครัว
“ตึก ตึก ตึก คารวะ แฮ่ก ๆ คารวะท่านพ่อท่านแม่แม่เ้าค่ะ ฟืดดด” อวี้จิ่นวิ่งมาถึงทำความเคารพบิดามารดาก่อนจะหายใจเข้าแรง ๆ ด้วยความเหนื่อย
“อะไรกันจิ่นเอ๋อร์นี่ลูกจะรีบวิ่งไปที่ใดหรือ ดูสิเหนื่อยหอบหายใจไม่ทันแล้วกระมังมา ๆ นั่งพักเสียก่อนเ้าลูกคนนี้” จางฮูหยินเห็นบุตรสาววิ่งเสียจนชายกระโปรงปลิวสะบัด จึงดุอย่างไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก
“นั่นสิลูกเ้าไม่ต้องรีบร้อนพ่อกับแม่ของเ้า ได้รับรายงานจากบาวไพร่ในจวนแล้ว ว่าเ้าออกจากเรือนปรุงยากลางดึก และรู้ว่าเ้าคงตื่นสายจึงไม่ได้เร่งรีบทานอาหารอย่างไรเล่า” แม่ทัพใหญ่เอ็นดูบุตรสาวของตน ที่นางกลัวว่าจะทำให้พวกตนต้องรอนาน
“ขอบคุณท่านพ่อท่านแม่ที่เข้าใจเ้าค่ะ พี่ใหญ่ขอบคุณสำหรับสมุนไพรชั้นดีของท่านนะเ้าคะ ครั้งนี้หากช่วยรักษาคนที่นอนหมดสติไร้การตอบสนอง สามารถตื่นลืมตาขึ้นมามีชีวิตชีวาได้ ความดีความชอบจะเป็ของพี่ใหญ่ครึ่งหนึ่งเลยนะเ้าคะ และตามสัญญาที่รับปากท่านไว้ยาบำรุงสองหีบ แต่ละหีบมียาบำรุงอยู่หนึ่งร้อยขวดแต่ละขวดมียาสิบเม็ด ประเดี๋ยวน้าตงลู่กับบ่าวของจวนจะยกมาให้นะเ้าคะ”
“จิ่นเอ๋อร์เ้าพูดจริงรึ! ที่ว่าครั้งนี้ปรุงยาช่วยรักษาคนที่นอนป่วย คล้ายกับมีเพียงร่างแต่ไร้ิญญาให้ฟื้นขึ้นมาได้น่ะ หากเป็เื่จริงยาที่เ้าปรุงเท่ากับเป็ยาจากหมอเทวดาเชียวนะน้องพี่”
มิใช่เพียงเจียงหยวนที่ใกับคำพูดของอวี้จิ่น แม้แต่บิดามารดาของนางเองก็ใกับสิ่งที่ได้ยินเช่นกัน
“ไอหยา พวกท่านอย่าใบ่อยสิเ้าคะ ทำอย่างไรได้ก็บุตรสาวของพวกท่านคนนี้ ได้รับพรวิเศษจากเทพบน์ทำหน้าที่ช่วยคนนี่เ้าคะ และอีกสองวันตำหนักทำนายดวงชะตาของข้าจะเปิดกิจการแล้ว พวกท่านทุกคนและท่านย่าต้องไปด้วยนะเ้าคะ ต่อจากนี้ต้องถ่วงขาให้หนักและจับอาวุธให้แน่น เพราะชื่อเสียงที่ได้รับจะมาพร้อมกับความเกลียดชังของคนบางกลุ่ม เหตุการณ์จะคล้ายกับเื่ร้านยาสมุนไพร แต่ครั้งนี้จะหนักกว่าเล็กน้อยหวังว่าท่านพ่อกับพี่ใหญ่ จะช่วยปกป้องข้ากับทุกคนด้วยนะเ้าคะ” อวี้จิ่นรู้ดีว่าการเปิดตำหนักทำนายดวงชะตา ย่อมทำให้คนที่สังกัดอยู่ในกรมพิธีการเกิดความไม่พอใจอย่างแน่นอน
“จิ่นเอ๋อร์ไม่ต้องห่วงพวกเราทุกคนจะปกป้องเ้าอย่างสุดกำลัง หน้าที่ของเ้าคือการช่วยเหลือผู้คนหากมีใครกล้าขัดขวาง ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพ่อกับพี่ใหญ่ของเ้าเอง” แม่ทัพใหญ่เข้าใจความหมายที่บุตรสาว้าสื่อกับตน
“เ้าเชื่อใจท่านพ่อกับพี่ใหญ่เถิด ใครที่คิดร้ายกับเ้าคนเ่าั้ย่อมได้รับโทษ” ลองมีคนกล้าลงมือกับอวี้จิ่นอีกครั้ง พวกเขาจะไม่ต่างกับตระกูลเฝิงทันที
“เอาล่ะ ๆ ทานข้าวกันได้แล้ว จิ่นเอ๋อร์หลังจากทานมื้อเช้าเ้าไปพบท่านย่ากับแม่”
“เ้าค่ะท่านแม่”
หลังจากทานมื้อเช้าอวี้จิ่นตามมารดาไปพบฮูหยินผู้เฒ่า เพื่อบอกกล่าวเื่ที่นางจะเปิดตำหนักทำนายดวงชะตา และ้าให้ผู้เป็ย่าไปร่วมงานเพื่อเป็มงคลแก่นาง ซึ่งฮูหยินผู้เฒ่าที่ยามนี้ร่างกายของตนแข็งแรง กระปรี้กระเปร่ามากกว่าเมื่อก่อน อวี้จิ่นอยู่พูดคุยกับผู้เป็ย่าครึ่งชั่วยามจึงเอ่ยขอตัว เพื่อจัดการเื่ยาสมุนไพรสำหรับส่งไปที่ร้าน
เพียงเจ็ดวันร้านสมุนไพรของนางกับเถ้าแก่เฮ่อ มีลูกค้ากลับมาซื้อยาอีกครั้ง โดยบอกเล่าว่าอาการป่วยของคนในครอบครัว เริ่มดีขึ้นตามลำดับก่อนหน้าพวกเขาหมดหวังที่จะรักษาให้หายได้ แต่ยามนี้ได้ยาของร้านแห่งนี้ไปพวกเขากลับมีความหวังอีกครั้ง ยิ่งมีลูกค้าพูดให้คนที่มาใหม่ได้ยินคนแล้วคนเล่า ก็ยิ่งทำให้ยาสมุนไพรของร้านสารพัดยาเป็ที่เล่าลือไปไกล และอาเหมายังแอบกระซิบบอกเื่ตำหนักทำนายดวงชะตา ที่อวี้จิ่นจะเปิดทำการอีกสองวันที่จะถึงนี้ด้วย
ต่งลู่ที่นำยาหลายหีบมาส่งให้กับเถ้าแก่เฮ่อ ก่อนจะกลับได้แวะไปพบฟู่หลงเหยียน เพื่อบอกกล่าวเื่อีกสองวันนับจากนี้ โดยอวี้จิ่นจะมีเทียบเชิญไปที่จวนผ่านพ่อบ้านเจียงอีกครั้ง มีหรือฟู่หลงเหยียนจะพลาดการไปร่วมงานที่อวี้จิ่นเป็เ้าของ
และวันทำพิธีเปิดตำหนักก็มาถึงนอกจากครอบครัว ก็มีแขกที่ได้รับเทียบเชิญอยู่หลายตระกูล ซึ่งเป็ตระกูลขุนนางฝ่ายเดียวกับบิดาของอวี้จิ่น นอกจากนี้ด้านหน้ายังมีชาวบ้านมามุงดูมากมาย พวกเขาใช่ว่าจะไม่เคยเจอหมอดูทำนายดวงชะตามาก่อน เพียงแต่ว่าไม่มีใครกล้าเปิดตำหนักใหญ่เช่นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่เช่นนี้
เมื่อถึงฤกษ์มงคลอวี้จิ่นจุดธูปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอให้เปิดเส้นทางนรกและ์สำหรับการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็ผู้ที่ทำความดีแต่โชคร้ายต้องทนทุกข์มานาน หรือคนที่ทำความชั่วแต่กลับใจได้อยากทำความดีชดเชย ผ่อนหนักให้กลายเป็เบายามต้องลงไปรับโทษในนรกอเวจี แต่อวี้จิ่นไม่คิดว่าท่านเทพคนดีคนเดิมจะช่วยเปิดทางให้นาง และดันเปิดมากเกินไปกลายเป็ดวงตาที่สาม มองเห็นดวงิญญาที่้าความช่วยเหลือ และดวงิญญาที่ชั่วร้ายไม่ยอมไปรับโทษ
‘เอิ้ก หืม นางหนูคนนี้ช่างจิตใจมีเมตตาธรรมยิ่งนัก เช่นนั้นข้าจะช่วยเปิดเนตร์ให้เ้าอีกหนึ่งอย่างก็แล้วกัน เอิ้ก’
‘พรึ่บ!! หยุดมือของเ้าดะ ได้ไม่ทันแล้ว โอ้ย!! นี่เ้าเป็เทพขี้เมาจนหูตาฝ้าฟางรึเทพชะตา เฮ้อ แค่นางทำนายเช่นเดิมก็น่าเหลือเชื่ออยู่แล้ว นี่เ้ายังเปิดเนตร์ให้นางเพิ่มอีก คราวนี้ได้เกิดเื่ใหญ่กับนางแน่ ๆ หากนางมีอันตรายเ้าต้องจัดการช่วยเหลือนางเองก็แล้วกันตาเฒ่าเอ๊ย!!’
“ฟิ้ว จึก! อ๊ะ!”
“จิ่นเอ๋อร์!! เ้าเป็อันใด” ฟู่หลงเหยียนที่ไม่เคยละสายตาหรืออยู่ห่างจากอวี้จิ่น ได้ยินนางเปล่งเสียงออกมาเพียงเล็กน้อย ก็รีบเข้าไปสอบถามอย่างรวดเร็ว
“เอ่อ ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะพี่ชายฟู่ เมื่อครู่แค่รู้สึกเจ็บที่ดวงตาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกเจ็บแล้วเ้าค่ะ พี่เฟยอินตามข้าเข้าไปด้านในส่วนน้าตงลู่ ประกาศให้คนที่้าดูดวงชะตากับข้า จับหมายเลขที่เตรียมไว้และต่อแถวไปด้านในทีละคนนะเ้าคะ” อวี้จิ่นตอบคำถามฟู่หลงเหยียนไปตามจริง
“ขอรับคุณหนู/เ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อตงลู่ออกไปทำหน้าที่ด้านนอกฟู่หลงเหยียนจึงตามติดอวี้จิ่น โดยมีเฟยอินตามหลังทั้งสองคนเข้าไปในห้อง แต่เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าไปคนที่เดินตามต้องหยุดเท้าไว้กับที่อีกครั้ง เนื่องจากอวี้จิ่นยืนนิ่งไม่ไหวติงดวงตามองไปด้านหน้า ซึ่งเป็กลุ่มของแขกที่มาร่วมงานในวันนี้ทั้งสิ้น
“นะ นะ นี่เกิดอะไรขึ้นกับดวงตาของข้า ปริบ ๆ ๆ ไม่ได้ตาฝาดแต่มองเห็นจริง ๆ หรือว่าเมื่อกี้ตอนทำพิธีนั่น...” อวี้จิ่นยังคิดทบทวนไม่ทันไร ก็ะโไปเกาะแขนฟู่หลงเหยียนด้วยความใ
“พี่สาวมองเห็นซวนซวนหรือขอยับ?”
“ว้าย!! หมับ!!”
“จิ่นเอ๋อร์เ้าใเื่อะไรรึ!” ฟู่หลงเหยียนคอยประคองอวี้จิ่นเอาไว้ ไม่ให้นางเบี่ยงตัวจนล้มลงกับพื้น
“คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ?” เฟยอินก็ใตามเ้านายไปด้วยอีกคน
นอกจากฟู่หลงเหยียนกับเฟยอินที่เกิดอาการใ กับท่าท่างที่อวี้จิ่นกำลังเป็อยู่ในตอนนี้แล้ว เสียงของนางยังเรียกความสนใจจากแขกคนอื่นด้วยเช่นกัน ทุกคนจึงพร้อมใจกันเดินมาหานางด้วยความอยากรู้ ว่าที่อวี้จิ่นร้องออกมาอย่างใเช่นนั้นจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นกับนางหรือไม่
