ในห้องที่เคยมืดสนิทบัดนี้กลับมาสว่างไสวด้วยแสงเทียนไข บนโต๊ะกลางห้องนอนมีแผ่นกระดาษขาวถูกวางทิ้งขว้างไว้อย่างไร้ค่า สองด้านของโต๊ะมีหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีนั่งจ้องหน้ากันอยู่ในความเงียบ
"ท่านบอกอยากได้ภาพที่ขะ...ซินเอ๋อร์วาดไม่ใช่หรือเ้าคะ แล้วเหตุใดท่านมาโยนทิ้งขว้างเช่นนี้" แม้น้ำเสียงหวานจะแฝงไปด้วยความขุ่นเคือง หลังภาพวาดของนางถูกบุรุษตรงหน้าโยนทิ้ง แต่พอได้มองสบั์ตาสีเข้มที่มองจ้องริมฝีปากนางเขม็ง หญิงสาวจำต้องรีบเปลี่ยนคำเรียกแทนตน ก่อนจะเอ่ยถามเขาต่อ
ไม่รู้เพราะเหตุใด เยว่ซินรู้สึกว่าเขาต้องลงโทษนางจริงอย่างที่กล่าวไว้เป็แน่
ห่าวหรานมองม้วนภาพที่หญิงสาวมอบให้เขาอีกครั้ง ด้านในเป็ภาพของสาวใช้ที่คอยอยู่ข้างกายนาง กำลังเปลือยกายเผยปทุมถัน นั่งชันขาขึ้นด้วยความิ่เหม่
หากไม่มีผ้าปิดไว้ นางคงวาดให้เขาเห็นกลางกายสาวใช้จนชัดทุกสัดส่วน
ฝีมือการวาดภาพของหญิงสาวนับว่ายอดเยี่ยม เื่นี้เขาปฎิเสธในฝีมือของนางไม่ได้ แม้นางจะตั้งใจวาดทรวดทรงสาวใช้ที่เขาเคยเห็นในคืนนั้น ทั้งใบหน้าให้ดูงดงามเกินความเป็จริงก็ตาม
แต่แล้วอย่างไรเล่า เขาบอกหรือว่าอยากได้ภาพสาวใช้ของนาง
"ข้ายังไม่ได้บอกว่าอยากให้เ้าวาดภาพใด เก็บภาพสาวใช้เ้าไปเสีย ข้าไม่้า"
"หากไม่ใช่ภาพสาวงาม แล้วท่านต้องภาพใด ซินเอ๋อร์จะได้วาดให้ เราจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก"
"คืนนี้ช่างหนาวนัก ที่พักทหารก็ใช่ว่าจะช่วยให้คลายหนาวได้ ผิดกับห้องนอนของเ้าที่ทั้งอบอุ่นทั้งมีกลิ่นหอม คืนนี้ข้าคงต้องขออาศัยเตียงเ้าเป็ที่นอนแล้ว"
เยว่ซินได้แต่นั่งอ้าริมฝีปากหุบเข้าหุบออก แต่ไม่มีเสียงใดหลุดรอดผ่านออกมา เมื่อร่างสูงโปร่งไม่สนใจที่จะพูดด้วย เขาลุกขึ้นหันหน้าก้าวขึ้นเตียงนอนของนางทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
"มาเถอะ เมื่อครู่เ้าคงกำลังฝันดีอยู่ อีกหลายชั่วยามกว่าจะเช้า เ้าจะได้ฝันต่ออีกหน่อย" มือใหญ่ยกผ้าห่มผืนหนาที่ร่างบางใช้คลุมก่อนหน้าขึ้นห่มตนเอง พร้อมตบพื้นที่นอนเรียกให้นางขึ้นไปนอนด้วยกัน ดั่งนางเป็ผู้มาขออาศัยไม่ใช่เ้าของเตียง
"ท่าน ท่านจะหน้าด้านเกินไปแล้ว นี่เป็ที่นอนของข้า แล้วเมื่อครู่เรายังคุยกันไม่จบไม่ใช่หรือ" ในที่สุดเยว่ซินก็หาเสียงตนเองเจอ นางรีบวิ่งมาข้างเตียงของตน ออกแรงดึงร่างหนาที่ยึดที่นอนของนางไปให้ถอยหนี
ทว่าแรงสตรีร่างบางอย่างนางหรือจะสู้แรงทหารอย่างท่านแม่ทัพได้ ฝามือใหญ่จับรวบนางขึ้นบนเตียง พลิกสลับกดไว้ก่อนจะขึ้นคร่อมนางไว้ด้านล่าง ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงประกบริมฝีปากร้อนให้นางเงียบเสียงลง
"อะ อืมม อืออ" เป็อีกครั้งที่โพรงปากเยว่ซินถูกเรียวลิ้นสากรุกล้ำ ทว่าครานี้เขาไม่ได้เร่งเร้ารุนแรงอย่างเช่นคราแรก เรียวลิ้นเล็กถูกดูดดึงชักนำให้คล้อยตาม ตวัดเกี่ยวพัวพันชวนให้เคลิบเคลิ้ม
จุมพิตดูดดื่มที่นางเป็ผู้เฝ้ามองสาวใช้กับไป๋ทั้งสามแลกเปลี่ยนน้ำใส บัดนี้นางกำลังได้ัักับตนเองว่าแท้จริงการจุมพิตเป็เช่นไร
จากเพียงอยากลงโทษนางอย่างที่เอ่ยไว้ กลับกลายเป็เขาเริ่มหื่นกระหายในกายนางมากยิ่งขึ้น ฝ่ามือใหญ่จับประคองใบหน้าสวยไม่ให้หันหนี ก่อนจะมอบจุมพิตดูดดื่มให้นางอย่างต่อเนื่อง ไม่คิดเว้นจังหวะให้ร่างบางได้พักหายใจ
เยว่ซินไม่คิดว่าบุรุษที่ต้องอยู่แต่สนามรบ เหตุใดถึงชำชองในการจุมพิตเช่นนี้ หญิงสาวยากจะหลุดพ้น ปล่อยให้เขาชักนำเรียวลิ้นเล็กดูดดึงได้ดั่งใจปรารถนา
ทว่าหลังจากนี้นางไม่พลาดที่จะคิดบัญชีแค้นกับเขาเป็แน่
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังคิดแค้น นางกลับไม่ทราบเลยว่า การตอบสนองทางร่างกายของนาง กลับยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายชายหนุ่มให้ลุกโชน
"อืออ อื้ออ" เยว่ซินร้องประท้วงในลำคอ เมื่อนางกำลังจะขาดอากาศหายใจจริง ๆ ก่อนเขาจะปล่อยนางเป็อิสระ เรียวลิ้นเล็กยังถูกเขาดูดดึงอย่างรุนแรง ดั่งไม่้าปล่อยมัน
ห่าวหรานจำต้องปล่อยริมฝีปากบางด้วยความเสียดาย ั์ตาสีเข้มมองดวงตาเรียวคลอหน่วยไปด้วยน้ำใส ริมฝีปากบางบวมเจ่อฉ่ำวาวมีรอยช้ำที่ถูกเขากระทำในคราแรก หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจหอบเหนื่อย
ช่างดูเย้ายวนยิ่งนัก
"เด็กดี ถ้ายังดื้ออีก คืนนี้เ้าจะไม่ได้นอนดี ๆ อีกเลย ว่าอย่างไร หืมม" ชายหนุ่มใช้หน้าผากประกบชนกับหน้าผากมน ริมฝีปากร้อนคลอเคลียริมฝีปากบาง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยให้นางเลิกขัดขืน
หากนางยังฝืนดิ้นร้น เขาเองก็รับประกันไม่ได้ว่าจะเกิดอันใดขึ้น
เยว่ซินใช้เวลาในการประมวลความคิดไม่นาน ร่างบางหยุดการเคลื่อนไหวในทันที ก่อนใบหน้าสวยจะสะบัดหนี แสดงถึงว่านางยอมรับให้เขานอนบนเตียงด้วยกันได้
เมื่อเห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงยอมล่าถอย ทิ้งกายลงนอนกักหญิงสาวไว้ด้านในเตียงกันไม่ให้ลุกหนี ทั้งยังไม่วายดึงร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด ประทับริมฝีปากร้อนลงแก้มเนียนนุ่มฟอดใหญ่ ก่อนจะสะบัดฝ่ามือให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง
เอวบางหญิงสาวถูกลำแขนแกร่งกอดรัดไว้แน่น แม้นางพยายามขัดขืนก็ไม่เป็ผล ลมหายใจร้อนพ่นเข้าออกรดลำคอระหงจนนางยากจะฝืนหลับต่อลงได้
เยว่ซินไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงลงเอ่ยเช่นนี้ เขาควรพอใจในรูปที่นางวาดให้และยอมกลับไปแต่โดยดีมิใช่หรือ แล้วนี่มันผิดพลาดตรงไหนกัน
แม้จะคิดเท่าไหร่หญิงสาวก็หาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ จนถูกความง่วงงุนครอบงำ เผลอหลับไปในที่สุด
จังหวะหายใจสม่ำเสมอในอ้อมกอดแสดงถึงการหลับใหล ดวงตาคมเข้มจึงเปิดออกขึ้น ริมฝีปากหนาระบายรอยยิ้มลุ่มลึกยากคาดเดา ก่อนจะกระชับวงแขนกอดร่างบางไว้ในอ้อมกอดมากขึ้น ดวงตาคมเข้มจึงปิดลงเข้าสู่ห้วงนิทราตามหญิงสาวไป
เข้าเช้าวันใหม่ เป็วันที่บ่าวไพรในเรือนใหญ่ต่างเข้าหน้าเ้านายสาวไม่ติด และไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเ้านายสาวถึงอารมณ์เสียั้แ่ยามลืมตาตื่นได้เช่นนี้ ทุกคนจึงทำได้เพียงหลบหน้าไม่ให้โดนลูกหลงจากอารมณ์ของนางเป็พอ
"ซินเอ๋อร์หนาวหรือ ถึงพันลำคอมิดชิดเช่นนั้น"
"เ้าค่ะ พี่ชายเองก็ควรแต่งกายให้หนาเสียหน่อย หากไม่สบายขึ้นมาจะลำบาก" ใบหน้าสวยยิ้มรับพร้อมคีบชิ้นเนื้อส่งให้ในชามพี่ชาย เบี่ยงความสนใจจากลำคอของนาง
ครั้นนึกถึงสาเหตุที่ทำให้นางต้องแต่งกายเช่นนี้ ยิ่งทำให้อารมณ์เยว่ซินลุกโชนไปด้วยความโกรธเคือง
เมื่อคืนไม่รู้ว่านางเผลอหลับไปั้แ่ยามใด กว่าจะรู้สึกตัวข้างกายนางก็เหลือแต่เพียงความว่างเปล่า ไร้บุรุษน่าชังที่บุกรุกเข้ามา พลันนางแต่งกายจนแล้วเสร็จ ส่องสำรวจความงามในกระจกเงา รอบลำคอขาวลามลงถึงเนินเนื้อนุ่มของนาง ต่างเต็มไปด้วยรอยช้ำสีแดงที่ถูกทำทิ้งไว้
ไม่ต้องบอกนางก็ทราบได้ว่าเป็รอยเกิดมาจากสิ่งใด
บุรุษน่าชังผู้นั้นกล้าที่จะลักหลับนาง หากให้เจออีกครั้ง สาบานได้นางไม่ปล่อยให้ตายดีเป็แน่
"่นี้พ่อกับพี่ชายเ้าต้องอยู่ที่ค่ายบ่อยหน่อย แต่จะพยายามกลับมาทานอาหารเย็นให้ได้ หวังว่าซินเอ๋อร์ของพ่อจะเข้าใจ" ฮุ่ยเหอที่คิดว่ากลับมาครานี้จะได้ใช้เวลากับบุตรสาว ทว่างานที่กองทัพยังคงมีให้ช่วยสะสางไม่เว้นวัน ทั้งเ้าตัวตนเหตุก็ขยันหลีกหาย จึงเอ่ยบอกบุตรสาวด้วยความรู้สึกผิด
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพ่อ ซินเอ๋อร์เข้าใจ" ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มหวานไร้ความขุ่นเคือง หัวสมองพรางคิดคาดเดา
หากบิดากับพี่ชายต้องอยู่ที่ค่ายเช่นนี้ บุรุษน่าชังผู้นั้นก็คงเช่นกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้น รอยยิ้มของหญิงสาวจึงดูกว้างมากกว่าเดิม ทบทวนว่าคืนนี้นางจะต้องทำสิ่งใด
ทว่ารอยยิ้มของเยว่ซินกลับอยู่ได้ไม่นาน หลังบิดาส่งข่าวว่าคืนนี้ต้องอยู่ที่ค่ายทหารกับพี่ชาย แต่บุคคลที่สมควรที่จะต้องอยู่ที่ค่ายทหารมากกว่าผู้ใด กลับมานั่งอยู่ในห้องนอนของนาง
