“เอ่อ...”
ทั้งไป๋หยุนเฟยและซือคงเสียนได้แต่เหม่อมองถ้ำซึ่งมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา
แล้วเงาร่างของคนผู้หนึ่งก็ออกมาจากถ้ำ หลังจากะโจากถ้ำที่อยู่สูงหลายร้อยวาลงสู่พื้น คนผู้นั้นก็แสดงท่าทีขุ่นเคืองอับอายออกมาทันที
“แค่ก! บัดซบ ล้มเหลวอีกแล้ว! ไฉนการสร้างวัตถุิญญาชั้นมนุษย์ระดับสูงจึงยากเย็นนัก?” ทั้งร่างมันดำมอมแมมไปด้วยเถ้าถ่านขณะเดียวกันก็ปัดฝุ่นออกจากร่างด้วยความขุ่นเคือง เสื้อผ้าบนร่างปรากฏร่องรอยถูกเผาไหม้ไปทุกส่วนสัดแม้แต่ผมเผ้าก็หงิกงอจากความร้อน ใบหน้าของมันเปลี่ยนเป็สีดำจากเขม่าไฟราวกับเพิ่งไปขุดเหมืองถ่านหินมา
แต่เมื่อมองดูก็คล้ายกับว่าคนผู้นี้จะคุ้นเคยกับประสบการณ์เช่นนี้เป็อย่างดี หลังจากนำถังน้ำขนาดใหญ่ออกมาจากแหวนช่องมิติมันก็ราดน้ำลงบนร่างปล่อยให้น้ำชะล้างผ่านศีรษะและใบหน้า จากนั้นจึงใช้พลังิญญาไล่น้ำบนร่างให้ระเหยออก
“.....”
ไป๋หยุนเฟยไม่อาจสรรหาคำพูดใดมากล่าวในสถานการณ์เช่นนี้ จึงทำได้เพียงลอบฝืนยิ้มอย่างเงียบงัน
“ศิษย์พี่เฉิน ท่านเป็ไรหรือไม่?” ซือคงเสียนรู้สึกตัวเป็คนแรกจึงรีบเข้าไปหาด้วยความกังวล
“ถุย!” เฉินหวงฮัวถ่มเสลดสีเทาสองก้อนออกจากปากก่อนจะหันมามองซือคงเสียนด้วยสายตาดุร้าย มันสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับคว้าคอเสื้อซือคงเสียนกระชากเข้ามาประจันหน้ากับตนเอง
“เ้าบัดซบ! ข้าบอกให้เ้านำ‘ผงทำความเย็น’มาโดยเร็ว แต่เ้าเพิ่งมาในยามนี้!! เป็เพราะเ้าข้าจึงล้มเหลว!” เฉินหวงฮัวร้องะโอย่างเกรี้ยวกราดต่อเื่ที่ตนต้องพบกับความล้มเหลว
“ศะ...ศิษย์พี่เฉิน นี่ไม่ใช่ความผิดข้า! ข้า... ข้าไม่ได้ชักช้าแม้แต่น้อย! ท่านบอก... ท่านบอกเองว่า้าผงทำความเย็นเพื่อใช้กับวัตถุิญญาชิ้นต่อไป...” ซือคงเสียนกล่าวตะกุกตะกัก มันพยายามดิ้นรนออกจากมือของเฉินหวงฮัว แต่ด้วยพลังของวีรชนิญญาระดับปลายแล้วมีหรือจะต้านทานเฉินหวงฮัวที่เป็ภูติญญาระดับปลายได้?
ระหว่างที่ดิ้นรนอย่างไร้ผล มือของเฉินหวงฮัวที่ราวกับคีมเหล็กก็บีบกระชับคอเสื้อของซือคงเสียนจนมันเริ่มอึดอัด สุดท้ายใบหน้าของมันก็เริ่มกลายเป็แดงฉาน
“เหลวไหล! เ้าคิดจะบอกว่าเป็ความผิดพลาดของข้าเองกระมัง?! เ้าเศษสวะ! เ้าเป็ศิษย์สายในแต่ด่านภูติญญาก็ยังไม่อาจบรรลุ เ้าคงริษยาที่ข้ากำลังจะบรรลุด่านบรรพิญญากระมัง ไม่เช่นนั้นไฉนเ้าจึงก่อกวนข้าเช่นนี้?!” เฉินหวงฮัวสบถด้วยความโกรธแค้น ยืนกรานว่าซือคงเสียนเป็ต้นเหตุให้มันล้มเหลว มืออีกข้างของมันกำแน่นพร้อมกับง้างไปด้านหลัง จากนั้นจึงวาดใส่ใบหน้าของซือคงเสียน!
ยามนี้มีศิษย์อื่นอยู่รอบข้างไม่น้อย แต่กลับไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าออกหน้าช่วยเหลือซือคงเสียนที่ถูกรังแก หลายคนที่ไม่คิดจะแยแส และแม้จะมีบางส่วนที่แสดงสีหน้าคับข้องใจออกมา แต่กระนั้นพวกมันก็คล้ายกับจะหวั่นเกรงต่อเฉินหวงฮัวจึงไม่กล้าจะแสดงตนออกไป
ซือคงเสียนจึงได้แต่หลับตาแแ่เกร็งตัวเตรียมรับการทุบตี
แต่แล้วจู่ๆก็มีมือที่สวมถุงมือสีม่วงดำยื่นมาจากด้านข้างคว้าจับข้อมือของเฉินหวงฮัวเอาไว้!
ที่แท้ก็เป็ไป๋หยุนเฟยที่หยุดเฉินหวงฮัวเอาไว้ มันกำมือแแ่พร้อมกับกล่าวว่า “พวกเราล้วนเป็ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์ ทำเช่นนี้ออกจะเกินไป...”
การปรากฏตัวของอีกฝ่ายสร้างความตกตะลึงแก่เฉินหวงฮัวไปชั่วครู่ แต่ก็เรียกสติกลับมาได้ทันที “เ้าเป็ใคร? อย่าได้เข้ามาสอด ปล่อยข้า!”
ด้วยความโกรธเคืองเฉินหวงฮัวจึงกระชากมือขวาของตนกลับ แม้อีกฝ่ายจะปล่อยข้อมือมัน‘ตามที่บอก’ แต่แล้วเฉินหวงฮัวก็พลันพบว่าว่ามือซ้ายกลับว่างเปล่าราวกับไม่ได้ยึดกุมสิ่งใด
เมื่อมองไปจึงพบว่าไป๋หยุนเฟยฉวยโอกาสชิงซือคงเสียนไปจากมือของมันแล้ว
ขณะถอยหลังพร้อมกับฉุดลากซือคงเสียนออกไป ไป๋หยุนเฟยก็เอ่ยปากเสียงค่อย “ซือคงเสียนก็เป็ศิษย์สายในเช่นกัน ไม่สมควรถูกใช้ให้ไปนำวัตถุดิบมาให้เ้าดังเช่นศิษย์สายนอกกระมัง? อีกอย่าง เื่ที่เ้าโทษว่ามันเื่ความผิดพลาดของตนเอง เ้าไม่คิดว่ามันน่าขบขันไปหน่อยหรือ?”
เื่ที่หลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาล้มเหลวทำให้เฉินหวงฮัวอารมณ์ขุ่นมัวอย่างยิ่ง มันจึงคิดจะทุบตีซือคงเสียนเพื่อระบายอารมณ์ดังเช่นที่เคยกระทำมาแล้วหลายครั้ง การทะเลาะวิวาทเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่เคยล่วงรู้ถึงหูเหล่าผู้าุโ ดังนั้นเฉินหวงฮัวจึงมั่นใจว่าจะรอดพ้นไม่ถูกลงโทษอันใด แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมีคนผู้หนึ่งกล้าสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเื่ของมัน
มันแค่นเสียงใส่หลังจากได้ยินคำพูดของไป๋หยุนเฟย “มันหรือ? ศิษย์สายใน? เพ้ย! มันเป็เพียงเศษสวะที่แม้แต่ศิษย์สายนอกก็เอาชนะได้! คนเช่นมันสมควรถูกขับออกจากการเป็ศิษย์สายในมานานแล้ว! เื่นี้เกี่ยวอะไรกับเ้า? หากข้าบอกว่ามันผิดมันก็ต้องผิด! อย่าได้เข้ามาก้าวก่าย!”
สายตาเฉินหวงฮัวพิจารณาไป๋หยุนเฟยอย่างละเอียด แววตามันทอประกายคล้ายจะจดจำออก สุดท้ายจึงกระพริบตาถี่ๆด้วยความประหลาดใจพร้อมกับหัวเราะออกมา “อ้อ ข้าก็นึกว่าใคร... ที่แท้ก็เป็ศิษย์พี่‘ชั่วคราว’นี่เอง... ไม่พบท่านมาหนึ่งเดือนจึงแทบจำไม่ได้ เสียคารวะแล้ว...”
คำพูดมันระคายหูน่าขุ่นเคือง ไม่ว่าผู้ใดก็ฟังออกว่ามันเหยียดหยามดูแคลนไป๋หยุนเฟยเพียงใด
ไป๋หยุนเฟยเมื่อได้รับฟังก็ไม่ประหลาดใจที่เฉินหวงฮัวจะรู้จักตนเอง ครั้งแรกที่พวกมันเข้าสู่ยอดเขาประจิม ซ่งหลินเคยแนะนำศิษย์ใหม่ทั้งหมดให้ทุกคนรู้จักแล้ว แต่เพราะมีผู้คนมากมายเกินไปไป๋หยุนเฟยจึงไม่อาจจดจำทุกคนได้หมด คนที่อยู่เบื้องหน้านี้ก็ไม่มีความทรงจำอันใดต่อมัน ดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงประหลาดใจว่าไฉนอีกฝ่ายจึงแสดงท่าทีไม่มิตรถึงเพียงนี้
ซือคงเสียนฉุดดึงแขนเสื้อไป๋หยุนเฟยจากด้านข้าง “ศิษย์พี่ไป๋” มันกระซิบบอก “เขาเป็หนึ่งในศิษย์สายในที่โดดเด่นมีนามว่าเฉินหวงฮัว ในการทดสอบพร์สามารถเดินได้ถึงสองพันสามร้อยห้าสิบวา เพียงแต่ว่ายังไม่มีผู้ใดรับเป็ศิษย์ พร์ในการฝึกปรือิญญาก็สูงส่ง ข้ากับเขาเข้าสู่สำนักพร้อมกันเมื่อห้าปีก่อน ยามนี้เขาก็ใกล้จะบรรลุถึงด่านบรรพิญญาแล้ว ในขณะที่ข้ากำลังพยายามที่จะบรรลุถึงด่านภูติญญา...”
ไป๋หยุนเฟยค่อยเข้าใจว่าเป็เพราะตนเองได้เป็ศิษย์สายตรงจากการยกเว้น อีกฝ่ายจึงได้แสดงความเป็ศัตรูเด่นชัดถึงเพียงนี้
เื่นี้ไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนัก หากมีคนที่ผลการสอบอยู่อันดับต่ำกว่ามันแต่กลับได้รับโอกาสที่ทุกคนได้แต่ฝันถึง ไป๋หยุนเฟยก็คงริษยาต่อวาสนาของอีกฝ่ายเป็อย่างยิ่งเช่นกัน --- เกรงว่าผู้คนอีกไม่น้อยก็คงมีความคิดเช่นเดียวกันนี้
“ซือคงเสียน อย่าคิดว่าข้าไม่ได้ยินเ้า! เ้าคิดว่าเย้ยหยันข้าแล้วจะจากไปได้หรือ?! ระวังตัวเอาไว้เถอะ สักวันข้าจะจัดการเ้าให้ได้!” เฉินหวงฮัวเขม้นมองซือคงเสียนด้วยสายตามุ่งร้ายก่อนจะหันกลับไปยิ้มอย่าง‘สุภาพ’แก่ไป๋หยุนเฟย “ว่าแต่... ท่านชื่ออะไรนะ? อ้อจริงสิ ศิษย์พี่ไป๋ ไฉนท่านจึงมาถึงนี่ได้ หรือท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาหลอมประดิษฐ์แล้ว?”
แม้มันจะประชดเหยียดหยามโดยเปิดเผย ไป๋หยุนเฟยก็ไม่คิดจะทำอะไรเพียงขมวดคิ้วแแ่ เนื่องเพราะเพียงมาที่นี่เพื่อเดินเล่นไป๋หยุนเฟยจึงโบกมือ “ข้าเพียงมาที่นี่เพื่อชมดูเท่านั้น ไม่ต้องสนใจ”
จากนั้นไป๋หยุนเฟยจึงปรายตาแก่ซือคงเสียน แล้วทั้งคู่ก็เตรียมจะจากไป
“อ๊ะ ศิษย์พี่ไป๋ ได้ยินมาว่าท่านต่อสู้เสมอกับศิษย์พี่เฟยเหนียนของยอดเขาทักษิณหรือ? ข้าหวังจะลองเทียบฝีมือกับเหล่าศิษย์พี่ทั้งหลายดู ไม่ทราบว่าท่านจะยินยอมชี้แนะข้าได้หรือไม่?” ยังไม่ทันที่ไป๋หยุนเฟยจะหันไป เสียงเหน็บแนมของเฉินหวงฮัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ไป๋หยุนเฟยชะงักเท้าหันมายักคิ้วใส่ “ข้าไม่มีอารมณ์”
เฉินหวงฮัวมั่นใจว่าคำตอบของอีกฝ่ายต้องเช่นนี้จึงตอบโต้ด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว ศิษย์พี่ไป๋เป็ศิษย์สายตรง เป็คนแรกที่ได้รับ‘การยกเว้น’ซึ่งในการทดสอบสามารถเดินได้เพียงหนึ่งพันแปดร้อยร้อยห้าสิบวา... คนเช่นนี้ก็ต้องเป็คนพิเศษ แน่นอนว่าต้องไม่คิดจะลดตัวลงมาสอนสั่งศิษย์สายในอย่างพวกเราแน่...”
“……”
อา นี่จึงเป็สิ่งที่เรียกว่าได้คืบจะเอาศอก...
ไป๋หยุนเฟยแม้ไม่คิดจะโต้เถียงกับอีกฝ่าย แต่ในที่สุดเฉินหวงฮัวที่จงใจท้าทายก็สามารถบรรลุเป้าหมายในการยั่วโทสะมันได้สำเร็จแล้ว
ไป๋หยุนเฟยจึงกวาดตามองไปรอบด้าน
รอบข้างมีผู้คนรวมตัวอยู่มากมาย บางคนถึงกับออกมาจากในถ้ำของตนเพื่อชมดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ไป๋หยุนเฟยทราบดีว่าทุกคนคาดหวังให้เกิดการต่อสู้ขึ้น พวกมันบางคนถึงกับใช้สายตาเช่นเดียวกับเฉินหวงฮัวมองมาที่ตน
“แม้จะไม่มีผู้ใดที่กล้ายอมรับโดยเปิดเผย แต่พวกมันล้วนโกรธแค้นที่ข้าสามารถเข้าเป็ศิษย์สายตรงจากการยกเว้น...” ไป๋หยุนเฟยทอดถอนใจ “ข้าต้องอยู่ที่นี่ต่อไปอีกนาน หากทุกคนปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เื่ดี...”
ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน กระทั่งเฉินหวงฮัวคิดจะกล่าวยั่วยุอีกครั้ง ไป๋หยุนเฟยก็พลันมองมาที่มันด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แต่ทว่าดวงตาสาดประกายเจิดจ้า จากนั้นจึงเหยียดยิ้มขึ้น
“ตกลง! ข้าจะลองวัดฝีมือกับเ้าดู!”
