กริชคู่สองมือของเจียหลุนพัวพันอย่างหนักหน่วง เข้าถาโถมนาหลันเสี่ยวฉีอย่างดุเดือดดุจดั่งกระแสลมบ้าคลั่ง
นาหลันเสี่ยวฉีมุ่นคิ้ว ปราณน้ำแข็งเ็าจากฝ่ามือก่อเป็กระบี่น้ำแข็งอีกเล่มปัดป้องัวายุที่กำลังถาโถมเข้าหา
"เชร้ง!"
ขณะนี้นางยังไม่สามารถจับจุดอ่อนหรือต่อกรกับกระบวนท่านี้ได้ เนื่องจากกริชทั้งสองเข้าระยะประชิดแล้ว การที่จะถอยร่นเป็ไปได้ยากอย่างยิ่ง แต่ทว่าการจู่โจมของกริชกลับไม่สามารถทะลวงด่านของกระบี่น้ำแข็งเข้ามาได้ ส่งผลให้เจียหลันรู้สึกร้อนรนอย่างมิอาจบรรยาย
"เพล้ง!"
ทว่ากระบี่น้ำแข็งสามารถหยุดการโหมกระหน่ำของัวายุได้เพียงสิบกระบวนท่าเท่านั้นก่อนกระบี่น้ำแข็งจะแตกสลายไปโดยการถาโถม เนื่องจากระดับการบ่มเพาะที่ต่างกัน
เจียหลุนเล็งเห็นโอกาสทองพลันสลับฝีเท้าไปทางซ้ายขวาเพื่อหาจังหวะเข้ากระชั้นชิด โดยการโยนกริชเข้าหานางจากทางขวาเพื่อหลอกล่อให้จำต้องป้องกัน
ใบหน้านาหลันเสี่ยวฉียังคงสงบไม่มีระลอกคลื่นแต่อย่างใด กระบี่หยกกำลังกวัดแกว่งด้วยความเร็วเป็แนวโค้งเพื่อปะทะกับกริชที่ถูกขว้างมา
ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวเจียหลุนพลันแปลกไปเขาสลับฝีเท้าเข้าทางซ้ายด้วยความเร็วดุจดั่งสายลมหวนก็มิปาน นาหลันเสี่ยวฉีที่เห็นท่าไม่ดีก็ถอยร่นไปไกลจนเกือบจะชิดขอบเวทีประลอง ระยะห่างระหว่างทั้งสองยากที่จะออกกระบวนท่าต่อไป
"แม่นางน้อยผู้นี้ตัดสินใจได้เฉียบขาดยิ่ง เมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถจะตีโต้หรือป้องกันในยามเดียวกันได้ จึงเลือกที่จะย่นระยะออกมา... นับว่าเป็การตัดสินใจที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้" กู่เย่ลูบเคราพลันแสดงความคิดเห็นอย่างเห็นดีเห็นงาม
หากนาหลันเสี่ยวฉียังคงดื้อรั้นรับการโจมตีจากกริชที่ขว้างนางต้องรับการโจมตีอีกระลอกจากเจียหลุนโดยตรง เช่นนั้นแล้วต่อให้ปัดป้องด้านหนึ่งก็ยังต้องรับกริชจากอีกด้านหนึ่ง แต่ทว่าการตัดสินใจของนางส่งผลให้เจียหลุนไม่สามารถรุกออกกระบวนท่าต่อเนื่องได้อีกต่อไป
"ว้าว! แม่นางผู้นั้นช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก การตอบสนองของนางช่างเป็สิ่งที่คาดไม่ถึงจริงๆ" ชายในชุดสีเขียวอุทานอย่างตื่นเต้น การต่อสู้ระหว่างเจียหลุนกับนาหลันเสี่ยวฉีกลับกลายเป็ชะงักเนื่องจากไม่มีฝ่ายใดสามารถรุกคืบเข้าขอบเขตหนึ่งเมตรไปได้ ที่เหลือคงแล้วแต่จังหวะและการเคลื่อนไหวที่ผิดพลาดเท่านั้นแล้ว
เจียหลุนรู้สึกกระสับกระส่ายเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มเสียเปรียบ ดังนั้นแล้วเขาจำต้องงัดทุกอย่างในการต่อสู้ครั้งนี้
ไม่นานเจียหลุนตัดสินใจปล่อยพลังปราณที่คุมขังออกจนสิ้น
"วู้ม!"
รัศมีสีเขียวอ่อนเฉียบแหลมพลันปะทุจากร่างของเจียหลุนดุจดั่งกระแสลมกระโชก กริชในมือห่อหุ้มไว้ด้วยพลังปราณที่ว่องไวดุจดั่งเทพเ้าแห่งสายลม
"ระดับลมปราณโลกขั้นกลาง..." หลี่ชิงหยุนพึมพำเบาๆคำหนึ่งก่อนจะมองการเคลื่อนไหวอีกครา
แม้ว่าเจียหลุนจะแข็งแกร่งกว่านาหลันเสี่ยวฉีหนึ่งขั้น แต่เขาก็ยังมั่นใจว่านางจะผ่านการต่อสู้ครั้งนี้ไปได้ หากนางมีจิตใจที่สงบดุจน้ำนิ่งทุกขณะการต่อสู้ เขาเชื่อว่าจุดอ่อนจะเผยออกมาในอีกไม่นานนัก
ความเร็วของเจียหลุนพุ่งสูงขึ้นในพริบตา ฝีเท้าของเขาคลับคล้ายคลับคลาดั่งเงาที่จับต้องไม่ได้ เขาเร่งความเร็วรุกคืบเพื่อจบการประมือครั้งนี้
ัวายุสลาตันทั้งสองพุ่งเข้าหาจากสองทิศทางโดยที่จู่โจมพร้อมเพรียง หากเขาทำเช่นนี้นาหลันเสี่ยวฉีจะสามารถปัดป้องได้แค่ทิศทางเดียวเท่านั้น เนื่องด้วยความเร็วในยามนี้ไม่มีที่ให้นาหลันเสี่ยวฉีถอยร่นอีกต่อไป
นาหลันเสี่ยวฉีเล็งเห็นถึงความร้อนใจของเจียหลุนได้ทันท่วงที นางไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยพลังปราณเย็นะเืออกมา เกล็ดหิมะจุดเล็กๆส่องประกายจากกกระบี่หยกก่อให้เกิดกลิ่นอายเ็าดุจดั่งราชินีน้ำแข็ง
กลิ่นอายรอบตัวแผ่ซ่านด้วยความหนาวเย็นแม้แต่เกราะอ่อนของสตรีชุดแดงยังมีรอยน้ำแข็งเกาะกุม นางอดไม่ได้ที่จะถอยห่างจากเวทีประลอง หากไม่ทำเช่นนั้นเกรงว่าชุดเกราะสีแดงของนางคงกลับกลายเป็น้ำแข็งค้างจากปราณเ็านี้เป็แน่
เกล็ดหิมะสีขาวนวลพลันแปรเปลี่ยนเป็พลังปราณห่อหุ้มกระบี่หยก ด้วยการกวัดแกว่งคมกระบี่หนึ่งด้านพุ่งชนเข้ากับปลายกริชทางขวาก่อนจะหมุนกระบี่สลับด้านพลางผลักดันกริชออกห่างจากตน ด้ามจับของนางอีกด้านพุ่งชนเข้ากับกริชที่กำลังเข้าจู่โจมช่องว่างทางด้านซ้ายโดยไม่คาดคิด
"อะไร!?" เจียหลุนเผลอหลุดอุทาน เขาไม่คาดฝันว่าแม่นางผู้นี้จะกล้าใช้ปลายด้ามจับในการหักเหเส้นทางเคลื่อนไหวกริชเช่นนี้
ต้องอาศัยประสบการณ์การต่อสู้ที่มากมาย ประสาทััการรับรู้ที่เฉียบแหลมอย่างมากจึงจะทำสิ่งนี้ได้โดยคุ้นชิน หากนางพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาทีเกรงว่ากริชจะปักที่ข้อมือนางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'โอกาสนี้!' นาหลันเสี่ยวฉีพลันคิดกับตนเอง คลื่นเกล็ดหิมะเข้ารายล้อมร่างไว้ก่อเกิดเป็พายุสะเก็ดเยือกแข็งปรากฏเป็กระบี่น้ำแข็งอีกครา คลื่นความหนาวเย็นพร้อมกระบี่น้ำแข็งพุ่งเข้าหาเจียหลุนที่กำลังตะลึงงันในทันท่วงที
"ไม่ดี!" เจียหลุนหลบเลี่ยงคลื่นเกล็ดหิมะคมกริบที่ส่งมายังตน ด้วยการก้มต่ำอย่างฉับพลัน เขาสามารถหลบกระบวนท่ากระบี่ของนางได้อย่างเฉียดฉิว
แต่ทว่าการจู่โจมยังไม่จบสิ้นเพียงแค่นั้น ราวกับนาหลันเสี่ยวฉีได้คาดการณ์ไว้แต่ต้น รองเท้าส้นสูงพลันเหยียบย่ำเวทีพลันส่งปราณเย็นเยียบจากขาลงสู่พื้น
เกล็ดน้ำแข็งจางๆปรากฏใต้เท้าของนางพลันแพร่กระจายบนเวทีพุ่งเข้าหาเจียหลุนด้วยความเร็วที่ยากจะตอบโต้
"แช่แข็งพันลี้!"
ในวินาทีเดียวกันนาหลันเสี่ยวฉีโบกกระบี่หยกด้วยท่วงท่าเตรียมถาโถม ก่อนที่กลิ่นอายเยือกแข็งจะปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเจียหลุนที่เกาะขาของเขาไว้สองข้างไม่ให้เคลื่อนไหวไปรอบๆ
【ทักษะแช่แข็งพันลี้】คือทักษะที่ได้ร่ำเรียนมาจากปิงเสวี่ยเอ๋อร์โดยแท้ หากแต่ต้องอาศัยสัญชาตญาณและจังหวะที่เหมาะสมและสมบูรณ์แบบเท่านั้นจึงจะเกิดประสิทธิผลสูงสุด
และที่นาหลันเสี่ยวฉีปล่อยทักษะในยามนี้นับว่าสมบูรณ์แบบหาสิ่งใดเปรียบแล้ว
"แย่แล้ว!" เจียหลุนรับรู้ถึงเกล็ดหิมะที่ยึดตรึงขาทั้งสองของเขาไว้ในท่วงท่าที่แปลกประหลาด ขาทั้งสองข้างห่างจากกันเกือบสองเมตร ส่งผลให้เขาเสียสมดุลในการยืนอย่างมั่นคง ร่างกายส่วนบนดุจดั่งจะล้มลุกได้ทุกขณะ เขาพยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถเพื่อหลีกหนีการเกาะกุมจากทักษะยุทธ์นี้
แต่ทว่านาหลันเสี่ยวฉีจะไม่ปล่อยโอกาสแม้เพียงเสี้ยววินาที จู่ๆพลังปราณจากเส้นลมปราณหยินสุดขั้วโคจรอย่างโหมกระหน่ำในฉับพลัน ก่อนจะไหลเวียนพลังปราณทั้งหมดไปรวมที่แผ่นหลัง
พายุพลังปราณพลันพวยพุ่งผ่านเส้นลมปราณโดยไม่ติดขัด ไอเย็นจากเส้นลมปราณส่งผลให้เวทีเกิดการเกาะของน้ำแข็งเกล็ด
ด้วยการงอตัวเบาๆปราณเ็าก่อกำเนิดปีกน้ำแข็งงดงามดุจดั่งผลึกบริสุทธิ์เื้ัพลันสยายออก ลมเื้ัก่อให้เกิดเกล็ดหิมะรอบๆก่อนที่นางจะพึมพำเบาๆ "ปลดปล่อยระดับแรก—ปีกน้ำแข็งเหมันต์!"
"โอ้! ปีกน้ำแข็งเหมันต์ ระดับแรกของทักษะราชินีเยือกแข็งสุดขีด" หลี่ชิงหยุนลอบพยักหน้าอย่างชมเชย เขาไม่คาดคิดว่านางจะบรรลุระดับแรกได้เร็วถึงเพียงนี้ 'ดูเหมือนเสวี่ยเอ๋อร์จะคอยให้คำแนะนำนางอยู่ทุกขณะ'
ก่อนที่นาหลันเสี่ยวฉีจะพุ่งตามกระแสแรงของลมผ่านปีกน้ำแข็ง พลันปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเจียหลุนอย่างฉับพลันในเสี้ยววินาที
"พรึ่บ!"
ขณะนี้กระบี่หยกของนางจ่อคอของเจียหลุนด้วยระยะห่างเพียงแค่ 10 เิเเท่านั้น เจียหลุนไม่มีโอกาสสำหรับการดิ้นรนให้หลุดจากทักษะแช่แข็งพันลี้เลยแม้แต่น้อย
เจียหลุนจ้องมองกระบี่หยกที่จ่อคอเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
ผู้คนทั่วลานต่างมองไปที่นาหลันเสี่ยวฉีอย่างตะลึงลาน และอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
ส่วนใหญ่แล้วกำลังซุบซิบด้วยความชื่นชมกับการแสดงทักษะยุทธ์ การตัดสินใจ รวมทั้งการปรับใช้ทักษะของนาหลันเสี่ยวฉี
แม่นางผู้นี้ช่างละเอียดอ่อนยิ่งนัก!
จังหวะแค่จังหวะเดียวที่เจียหลุนร้อนรนที่จะกุมชัย กลับกลายเป็จังหวะสำคัญที่ทำให้นาหลันเสี่ยวฉีพลิกกลับมาชนะได้สมภาคภูมิ
หลี่ชิงหยุนยิ้มอย่างพอใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครานี้ฝีมือและการตัดสินใจของนางนับว่าสมบูรณ์แบบ การเลือกทักษะอย่างแช่แข็งพันลี้ถือเป็ไพ่ตายสำคัญที่จะหยุดยั้งความเร็วของเจียหลุนไว้ได้ ซ้ำยังเป็วินาทีเดียวกันกับที่นางตั้งใจจะปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้โดยปีกน้ำแข็งเหมันต์ที่สามารถเร่งการเคลื่อนไหวได้ทันท่วงที
พร์ในการพลิกแพลงสถานการณ์การต่อสู้ของนางได้มาถึงระดับที่หลี่ชิงหยุนเองก็ไม่คาดฝัน
อย่างไรก็ดีทั้งหมดแล้วล้วนมาจากคำแนะนำของหลี่ชิงหยุนที่ผ่านประสบการณ์การต่อสู้อย่างโชกโชน เพียงชำเลืองมองแค่ไม่กี่ชั่วครู่ก็สามารถคิดแผนรับมือให้เข้ากับบุคลิกของเจียหลุนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"เอ่อ..." เจียหลุนที่เห็นดังนั้นพลันพูดไม่ออก ไม่คาดคิดว่าความรีบร้อนอยากได้ชัยชนะของตนจะส่งผลเช่นนี้
ก่อนจะก้มหน้าและถอนหายใจอย่างน่าเสียดาย "ข้ายอมรับความพ่ายแพ้แล้ว"
นาหลันเสี่ยวฉีผงกหัวเบาๆก่อนจะดึงกระบี่หยกกลับคืนและสลายปีกน้ำแข็งไปในวินาทีเดียวกัน
"ทักษะยุทธ์และการตอบสนองของแม่นางช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก ไม่ทราบว่าผู้ยิ่งใหญ่ท่านใดคือท่านอาจารย์ของท่านกัน?" เจียหลุนตัดสินใจถามด้วยเสียงต่ำ การเคลื่อนไหวและการฝึกฝนที่โดดเด่นประเภทนี้ต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์และการฝึกฝนอย่างยาวนาน และมีเพียงปรมาจารย์ระดับสูงเท่านั้นที่จะหล่อหลอมลูกศิษย์ประเภทนี้ได้
โดยปกติแล้วเขาไม่น่าจะพ่ายแพ้แก่ผู้ที่ระดับด้อยกว่าตนหนึ่งขั้นไปได้
บุคคลทั่วลานต่างเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ ทุกคน ณ ที่นี้ต่างอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน การเคลื่อนไหวที่อัศจรรย์เช่นนี้ย่อมต้องได้รับการฝึกฝนจากผู้เยี่ยมยุทธ์เป็แน่
คำถามที่น่าฉงนวนเวียนในหัวฝูงชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่คำตอบที่นาหลันเสี่ยวฉีตอบกลับต่างพากันตกตะลึงไปทั่วลาน "ทุกอย่างล้วนได้มาจากสามีของข้า และนี่เป็ครั้งที่สองที่ข้าเพิ่งได้ต่อสู้จริง" ก่อนจะส่งยิ้มอันอ่อนโยนไปยังหลี่ชิงหยุนข้างเวที
"อะไร!?" เมื่อได้ยินคำตอบที่น่าตะลึง ทั่วทั้งลานอุทานเผลอหันขวับไปมองทิศทางของบุรุษรูปงามและบอบบางอย่างไม่ตั้งใจ
นางกล่าวว่านางเพิ่งเคยต่อสู้จริงแค่สองครั้ง ซ้ำยังได้รับการฝึกฝนจากชายหนุ่มที่ดูอ่อนแอคล้ายกุ้งแห้งผู้นี้ แล้วปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วนั้นมาจากที่ใดกันแน่? นั่นไม่ได้หมายความว่าชายหนุ่มแลดูบอบบางผู้นี้จะแข็งแกร่งกว่าแม่นางผู้นี้หลายเท่างั้นหรือ?
โดยไม่รู้เลยว่าประสาทััทั้งห้าแห่งก็มีส่วนในการกุมชัยในครานี้และเหตุผลหลักๆคือการเข้าสภาวะเต๋าของนาง เนื่องด้วยเป็ส่วนหนึ่งในวิถีแห่งเต๋า หากสามารถสื่อสารกับเต๋าได้แล้ว ประสาทััทั้งห้าจึงจะทำงานได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ฉะนั้นแล้วผลการต่อสู้ในครานี้ล้วนเกิดจากการที่หลี่ชิงหยุนได้ฝึกฝนให้นางเข้าสู่สภาวะเต๋านั่นเอง
แม้นว่าการเข้าสู่สภาวะเต๋าคราแรกจำต้องปิดประสาทััทั้งสิ้น แต่หากฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้วสามารถเปิดใช้งานประสาทััทั้งห้าร่วมกับสภาวะเต๋าได้เช่นกัน
การฟังเสียงลม การฟังเสียงกระดูก การฟังเสียงข้อต่อและการฟังเสียงการเคลื่อนไหวก็สามารถคาดเดาทิศทางและแบบแผนการโจมตีของอีกฝ่ายได้เช่นกัน และหลี่ชิงหยุนจึงให้นางฝึกฝนประสาทััการรับฟังเป็สิ่งแรกและจำต้องอยู่ในสภาวะสูงสุดทุกขณะ
สิ่งนี้ได้บ่งบอกว่าพลังปราณไม่ใช่ทุกสิ่งในการต่อสู้ หากแต่เพียงต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างที่สามารถทำให้ผู้อ่อนแอพลิกกลับมามีชัยเหนือผู้แข็งแกร่งได้
ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกสิ่งที่โดดเด่นของตนนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิผลสูงสุด สิ่งนี้จะเป็ตัวชี้วัดถึงบ่งบอกถึงพร์ของรายบุคคลได้เป็อย่างดี
หลินเทียนเผลอจ้องมองหลี่ชิงหยุนชั่วครู่ด้วยสีหน้าเครียดขมึง เขากลับรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงจากชายหนุ่มหน้าละอ่อนผู้นี้ หากแต่เพียงนาหลันเสี่ยวฉีไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา ตนยังมีความมั่นใจว่าจะชนะหลี่ชิงหยุนได้ในสิบกระบวนท่า แต่แล้วคำตอบในยามนี้ส่งผลให้หลินเทียนไม่ค่อยมีความมั่นใจเท่าใดนัก และจำต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะหลี่ชิงหยุนให้จงได้
ก่อนจะบ่นพร่ำเพรื่ออย่างเ็า "ข้าไม่รู้ว่าเ้าประเสริฐมาจากไหน แต่ตำแหน่งสุดท้ายของเป็ของข้าหลินเทียนแต่เพียงผู้เดียว! ข้าไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งตำแหน่งข้าไปได้!"
เมื่อเห็นดังนั้นสตรีเกราะแดงข้างเวทีกระซิบบางกับกู่เย่เบื้องหน้า
"ฮ่าๆๆ แม่นางน้อยช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ชายชราผู้นี้ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง..." กู่เย่ย่างฝีเท้าสู่บนเวทีด้วยรอยยิ้มก่อนจะกล่าวต่อ "เช่นนั้นแล้ว ข้าขอประกาศ ตำแหน่งที่สี่ผู้ช่วยตระกูลกู่จะมอบให้กับแม่นางนาหลันผู้นี้"
แม้ว่าระดับการบ่มเพาะจะอ่อนด้อยกว่า แต่นาหลันเสี่ยวฉีกลับพลิกสถานการณ์จนกุมชัยในจังหวะเดียวเป็สิ่งที่มีแม้แต่กู่เย่ก็คาดไม่ถึง การเข้าสู่ถ้ำต้าเฉียนในครั้งนี้ต้องประมือกับตระกูลดั้งเดิมอีกสามตระกูล ซึ่งจะเป็การแย่งชิงแก่นแท้น้ำนมขัดกระดูกระหว่างตระกูลทั้งสี่ ฉะนั้นแล้วความแข็งแกร่ง ทักษะการต่อสู้ การตัดสินใจและการอ่านความคิดล่วงหน้าล้วนเป็คุณสมบัติสำคัญสำหรับการต่อสู้ในครานี้ และนาหลันเสี่ยวฉีได้แสดงการเคลื่อนไหวและการตัดสินใจที่น่าประทับใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโอกาสที่ตระกูลกู่จะได้รับแก่นแท้น้ำนมขัดกระดูกนั้นยิ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ
นาหลันเสี่ยวฉีประสานมือให้แก่กู่เย่อย่างสุภาพก่อนจะลงจากเวทีไปด้วยท่วงท่าที่เ็าอีกครา
"ฉีฉี ยอดเยี่ยมมาก ไม่คาดคิดว่าประสาทััที่เ้าฝึกมา จะส่งผลอย่างเห็นได้ชัดถึงเพียงนี้" หลี่ชิงหยุนลูบใบหน้าหญิงสาวและกล่าวอย่างอ่อนโยนภายใต้สายตาที่ริษยาของหญิงสาวมากมาย
[ฮึ่ม! ข้าเองก็อยากให้บุรุษผู้นี้ลูบหน้าข้าบ้างจัง]
"เอาล่ะ พ่อหนุ่มแซ่หลี่ ถึงตาของเ้าแล้ว" กู่เย่มองไปที่หลี่ชิงหยุนด้วยสีหน้าที่ตั้งตารอ เขาอยากจะรู้ยิ่งนักว่าชายหนุ่มผู้นี้จะแสดงฝีไม้ลายมือเช่นใดออกมา
สัญชาตญาณและการผ่านการต่อสู้กว่าหกสิบปีได้บ่งบอกกู่เย่อย่างชัดเจนว่า หลี่ชิงหยุนไม่ได้ดูเรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกอย่างแน่นอน
หลี่ชิงหยุนมองไปที่กู่เย่ชั่วครู่ด้วยสีหน้าคลางแคลงใจคล้ายกับ้าจะกล่าวบางอย่าง สุดท้ายแล้วก็มิได้กล่าวอันใดก่อนจะเดินขึ้นเวทีประลองด้วยฝีเท้าธรรมดาและมั่นคง
ขณะนี้หลินเทียนก็กำลังรอ่เวลานี้เช่นกัน กระบี่ของเขาถูกดึงจากฝักอย่างหนักหน่วง ก่อนที่จะมองหลี่ชิงหยุนด้วยสายตาเย็นเยียบ "หากเ้าไม่ชักอาวุธเสียตอนนี้ คงไม่มีโอกาสให้เ้าได้ชักอาวุธอีกต่อไป!"
'เอ๊ะ?' หลี่ชิงหยุนอดไม่ได้ที่จะอุทานอย่างงุนงงเมื่อสังเกตเห็นจิตมุ่งร้ายในแววตาเ็าคู่นั้น
พลันหันไปมองที่คุณหนูน้อยตระกูลกู่ที่กำลังยิ้มหวานมาทางเขาคล้ายกับกำลังให้กำลังใจอย่างไรอย่างนั้น
หลี่ชิงหยุนลอบถอนหายใจอย่างเงียบๆ 'รู้งี้ข้าควรจะปกปิดตัวตนเสียแต่แรก เฮ้อ~'
