หลงเหยียนไม่เข้าใจ “เหตุใดพวกเขาต้องจับตัวพี่เมิ่งเหยาด้วย?”
“รีบไปเถอะ ไม่มีเวลาแล้ว ใต้เท้าผู้นำให้ข้ามาเรียกเ้า ท่านรอเ้าที่เรือนเหยากวาง”
เมื่อนึกถึงสตรีนางนั้น หลงเหยียนก็พุ่งเข้าไปยังเรือนเหยากวางโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ใบหน้าที่น่ารังเกียจของสำนักมารปรากฏในความคิดของเขา
เมื่อนึกถึงหลี่เมิ่งเหยา หญิงสาวที่หน้าตางดงาม ไม่แน่หลังจากถูกจับตัวไป นางอาจถูกทรมานหรือทำร้ายแล้วก็เป็ได้ เพียงเท่านั้นในใจเขาก็รู้สึกแย่แล้ว ทำให้หลงเหยียนแทบเป็บ้า
ไม่นานเขาก็พุ่งมาถึงเรือนเหยากวาง หลงเหยียนเห็นมารดาแล้ว ข้างกายเว่ยเวยมีผู้ฝึกยุทธ์อีกสี่คน จากพละกำลังของพวกเขาแล้ว อย่างน้อยก็อยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง
ยังมีชายวัยกลางคนอีกท่านหนึ่งปรากฏเบื้องหน้าหลงเหยียน
“ลุงใหญ่?” หลงเหยียนตกตะลึง
ลุงใหญ่หลงห้าวปรากฏที่เรือนเหยากวาง ทำให้หลงเหยียนประหลาดใจมาก
วินาทีที่หลงห้าวเห็นตน เขาก็น้ำตาไหลพรากพร้อมพูดด้วยความตื่นตระหนก “เหยียนเอ๋อ เหยียนเอ๋อ ในที่สุดลุงก็หาเ้าจนเจอ หาเ้าจนเจอแล้ว!”
หลงเหยียนมองเขาที่ใช้มือทั้งสองข้างประคองร่างตนเอาไว้ จากนั้นก็มองมารดาครู่หนึ่ง เื่ระหว่างพวกเขาในตอนแรกมีเื่เข้าใจผิดกันเล็กน้อย เว่ยเวยหันหน้าไป หลงเหยียนจึงถาม “ท่านลุง เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ สำนักมารรู้เื่ของตระกูลหลงอู่ของเราแล้วใช่หรือไม่”
หลงห้าวน้ำตาไหลพราก “หลงเหยียน เซ่าโหยวตายแล้ว เซ่าโหยวตายแล้ว อวี่ซีเองก็ถูกเ้าเดรัจฉานนั่นทำร้ายจนาเ็หนัก ปู่กับพ่อเ้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากไม่ใช่เพราะเ้าเด็กหยุนฉี เกรงว่าพวกเราทุกคนคงจบเห่ไปแล้ว”
เมื่อหลงห้าวพูดจบประโยคก็ส่งเสียงไอ
หลงเหยียนได้ยินแบบนั้นก็ะโเสียงดัง จับแขนของลุงใหญ่ไว้แน่น
“ท่านว่าอะไรนะ? เซ่าโหยวตายแล้ว พี่ใหญ่…”
หลงเหยียนชะงักค้างอยู่กับที่ ทว่าไม่นานเขาก็ตั้งสติได้ จากนั้นก็คำรามเสียงดัง กำหมัดแน่นด้วยความโมโห ก่อนจะชกลงบนเสาที่อยู่ด้านข้าง
เืไหลออกจากง่ามนิ้วของเขา หยดลงพื้น หลงเหยียนสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว ลมหายใจก็ถี่ขึ้น
“ลุงใหญ่ เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ท่านรีบบอกข้ามา รีบบอกข้า!”
หลงเหยียนร้อนใจเป็อย่างยิ่ง นึกถึงใบหน้าท่านปู่ในตระกูล นึกถึงบิดาที่ต้องเจออันตราย เพียงเท่านั้นก็แทบทำให้หลงเหยียนรู้สึกหายใจไม่ออกแล้ว
ไม่นานนัก หลังจากที่เขาได้หายใจเข้าเต็มปอด ลมหายใจก็เริ่มกลับมาเป็ปกติ ยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์นี้ เขาต้องยิ่งตั้งสติให้ดี
หลงห้าวพูด “วันก่อน พวกเราทุกคนกำลังเฉลิมฉลองที่หยุนฉีมีพลังระดับชีพัขั้นที่เก้าสูงสุด ทว่าอยู่ๆ ก็มีกลุ่มชายแปลกหน้าบุกมาที่ตระกูลหลงอู่ ถึงกระนั้น บนตัวของพวกเขามีกลิ่นอายที่ชั่วร้าย ทำให้เรานึกถึงสำนักมาร”
“พวกเขาพุ่งมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เห็นใครก็ลงมือฆ่าทั้งหมด องครักษ์หลายสิบคนในตระกูลถูกพวกเขาฆ่าตาย ยังดีที่ข้ากับท่านปู่มีพลังระดับชีพเทพขั้นแรก สุดท้ายจึงหยุดสถานการณ์อันโหดร้ายนี้ได้ ทว่าระหว่างการต่อสู้ เซ่าโหยวก็ถูกพวกเขาฆ่าตาย”
ไม่นานนัก หลงห้าวก็แสดงความปวดร้าว สภาพที่คล้ายแทบสิ้นใจ ทำให้เขาดูน่าอนาถเหลือเกิน หลงเหยียนรู้สึกเหมือนเขาแก่ชราลงอย่างรวดเร็ว
“เหตุใด เหตุใดกัน หรือว่าพวกเขารู้อะไรมา?”
หลงเหยียนถามต่อ “ท่านลุง ท่านได้สังเกตเห็นอะไรหรือไม่ เหตุใดคนพวกนั้นถึงรู้จักทุกอย่างในตระกูลเราดี หรือมีคนเป็ไส้ศึก หรือเป็คนตระกูลเซียว?”
หลงเหยียนเริ่มครุ่นคิด เขาหาเหตุผลอื่นไม่ได้จริงๆ เหตุใดคนพวกนั้นถึงรู้เื่ระหว่างตระกูลหลงอู่กับพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อ
หลงห้าวเงยหน้ามองหลงเหยียน “เหมือนในกลุ่มคนเ่าั้ ข้าสังเกตเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง มีคนเรียกเขาว่าคุณชายลั่ว ที่เหลือก็ไม่มีข้อมูลอะไรอีก จริงสิ หลงหยียน ในตระกูลนี้ เ้าได้เข้าร่วมภารกิจอะไรอีกหรือไม่ เหมือนข้าได้ยินชายหนุ่มที่ชื่อคุณชายลั่วพูดตอนฆ่าเซ่าโหยว ให้บอกกับสำนักมารว่าพี่ชายเขาตาย และบอกว่าเ้าเป็คนฆ่าผู้พิทักษ์อะไรนั่นตายไปสองคน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลงเหยียนกำหมัดแน่น เขาพอเดาได้แล้ว ที่แท้ก็เป็คนตระกูลลั่วที่เนินดารานี่เอง
พวกเขาถึงกับกล้าร่วมมือกับคนของสำนักมารไปทำร้ายคนตระกูลอู่ตี้ สมควรตายจริงๆ หลงเหยียนกำหมัดแน่น กัดฟันกรอดพร้อมเอ่ยถาม “ลุงใหญ่ จากนั้นเล่า หยุนฉีช่วยทุกคนเช่นไร? คนพวกนั้นจากไปได้อย่างไร”
หลงห้าวปรับอารมณ์ลงอย่างค่อยเป็ค่อยไป ก่อนจะหันไปมองหลงเหยียน
“ยังดีว่าตอนที่เ้าจากไป เ้าได้ทิ้งต้นเซียนหอมหมื่นลี้ไว้สองต้น ไม่อย่างนั้น ข้ากับท่านปู่ของเ้าคงไม่สามารถเลื่อนพลังไปถึงระดับชีพมนุษย์ หากไม่ใช่เพราะแบบนั้น เกรงว่าตระกูลหลงอู่ของเราต้องเจอหายนะแน่ คนที่มานั้นเป็เพียงระดับชีพมนุษย์สองคนเท่านั้น หลังจากเ้าจากไป หยุนฉีก็เลื่อนระดับพลังอย่างรวดเร็ว แสดงพละกำลังการต่อสู้ออกมาได้เหนือชั้น เหมือนเ้าในตอนนั้น ต่อจากนั้น หลงหยุนฉีแทบพลีชีพ เป็คนหยุดชายหนุ่มสกุลลั่ว”
“จริงหรือ? หยุนฉีทำแบบนั้นได้จริงหรือ?” หลงเหยียนรู้สึกชื่นชมน้องสาว เพราะเมื่อก่อนในตระกูล เขากับนางมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากที่สุด คาดว่าวันนั้นที่หลงเหยียนถ่ายพลังปราณให้นางที่สวนหลังบ้าน เลื่อนระดับพลังนาง ทั้งยังถ่ายเืให้นางด้วย เช่นนั้นเลยทำให้พร์ของนางสูงขึ้นมาก
หลงห้าวพูดต่อ “ก่อนจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นลั่นวาจาไว้ว่าพวกเขาจะกลับมาอีก คนของสำนักมารมั่นใจแล้วว่าเ้าเป็คนสังหารผู้พิทักษ์ทั้งสองของเขาตาย”
หลงเหยียนนึกถึงเื่พวกนี้ั้แ่แรกแล้ว เืในตัวเขาพลุ่งพล่าน เขาอยากพุ่งไปยังตระกูลหลงอู่เสียตอนนี้ จากนั้นก็หลงเหยียนก็แหงนหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ต่อให้นี่จะเป็เื่ที่ทำใจรับยาก อย่างไรก็ตาม เวลานี้ตระกูลตกอยู่ในอันตราย พวกเดรัจฉานเ่าั้พร้อมกลับไปทุกเมื่อ ทว่าเมื่อนึกถึงหลี่เมิ่งเหยาที่ถูกคนสำนักมารจับตัวไป หลงเหยียนก็ทำใจเลือกลำบาก
เมื่อเปรียบเทียบสองเื่นี้แล้ว สุดท้ายหลงเหยียนก็เลือกกลับตระกูล
สำนักมารสืบที่เมืองัชัดเจนแล้ว รู้ว่าพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อตายด้วยน้ำมือหลงเหยียน เกรงว่าหากครั้งนี้หลงเหยียนไม่กลับไปอีก ตระกูลหลงอู่ต้องเจอหายนะแน่
“เนินดารา ตระกูลลั่ว ครั้งนี้พวกเ้าอย่าโทษข้าก็แล้วกัน”
ทันใดนั้น หลงเหยียนหันไปมองมารดา เขารู้ดีว่าปกติแล้วสำนักตงฟางจะส่งคนไปคุ้มกันตระกูลหลงอู่ แล้วเพราะอะไรถึงเกิดเื่แบบนี้ได้อีก นี่ทำให้หลงเหยียนยอมรับไม่ได้
“เหตุใด เหตุใดคนพวกนั้นถึงพุ่งมาถึงตระกูลหลงของเราได้ ผู้นำเว่ย ท่านช่วยอธิบายเหตุผลที่ฟังขึ้นด้วย ท่านส่งคนไปเฝ้าแล้วมิใช่หรือ แล้วคนพวกนั้นเล่า? บัดซบ พวกเขาหายไปไหนกันหมด”
ขณะที่หลงเหยียนพูด เขาะโเสียงดัง ไม่อยากคิดเลยว่าในใจจะโมโหมากแค่ไหน!
หากเป็คนอื่นคงไม่มีใครกล้าพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้กับผู้นำเว่ย หลิงเทียนอวี่ที่อยู่ข้างๆ เห็นหลงเหยียนโมโห ทั้งยังกล้าต่อว่าใต้เท้าผู้นำเว่ย
หลิงเทียนอวี่เดินเข้าไปห้ามหลงเหยียน
“หลงเหยียน เ้าสงบสติหน่อย ความจริงสำนักตงฟางของเราส่งคนไปแล้ว ซึ่งวันนี้เป็วันเปลี่ยนเวรพอดี”
“เ้าไสหัวไป! ตัวข้าถามเ้าหรือ นั่นเป็ถึงคนที่สนิทกับข้าที่สุดเลยนะ”
--------------------
