จากภายนอกไม่อาจรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในประตูได้ ระหว่างที่รอคอยไป๋หยุนเฟยกลับออกมา โค่วฉางคงและผู้าุโคนอื่นจึงได้แต่สับสนกังขา
“นี่ก็ชั่วยามครึ่งแล้ว ไฉนไป๋หยุนเฟยจึงยังไม่กลับมา? หรือจะเกิดเื่ไม่คาดคิดกับมันด้านใน?” หวงฝู่หนานอดไม่ได้ต้องเอ่ยถามขณะที่สายตาจับจ้องไปที่ประตู
“ไม่น่าเป็ไปได้ เ้าก็ทราบดีว่าในที่นั้นไม่มีอันตรายที่แท้จริงอยู่...” โค่วฉางคงสั่นศีรษะปฏิเสธต่อคำถามของหวงฝู่หนาน มันเองก็ประหลาดใจต่อเื่นี้ไม่น้อยไปกว่ากัน “แต่ว่านานเกินไปแล้ว ด้านในมีเพียง‘การทดสอบ’และ ‘การหลอมชำระ’เท่านั้นไม่มีอย่างอื่นอีก ไม่สมควรจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นได้ หรือบางทีมันอาจมีเหตุผลที่รั้งอยู่ด้านในก็ได้?”
“เื่นี้ไม่อาจละโมบได้ หรือมันจะเข้าใจว่าสามารถรั้งอยู่เพื่อจะได้รับ‘โอกาส’อีกครั้ง?” หวงฝู่หนานถามขึ้น
โค่วฉางคงสั่นศีรษะ “รอดูเถอะ หากอีกชั่วก้านธูปยังไม่ออกมา ข้าจะปิดประตูเพื่อบังคับให้มันออกมา”
……
ผ่านไปราวชั่วน้ำเดือด
ได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากอีกฝั่งประตู จากนั้นไม่ถึงอึดใจไป๋หยุนเฟยก็เดินประตูออกมาด้วยสีหน้านิ่งสงบ
ที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกคนที่ได้เห็นก็คือ ไป๋หยุนเฟยกลับเปลี่ยนการแต่งกายไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง --- มันสวมปลอกแขนไว้บนแขนทั้งสองข้าง มือขวาที่สวมถึงมือแผดสุริยันก็กุมกระชับทวนเปลวอัคคีไว้แแ่แทนที่จะเก็บไว้ในแหวนช่องมิติ
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าโค่วฉางคง ไป๋หยุนเฟยก็ค้อมศีรษะคารวะอย่างนอบน้อม “ท่านอาจารย์ ศิษย์ประสบความสำเร็จสามารถหลอมวัตถุิญญาเฉพาะตัวสำเร็จแล้ว!”
แม้จะยังประหลาดใจว่าไฉนไป๋หยุนเฟยจึงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเช่นนี้ แต่โค่วฉางคงกลับไม่เอ่ยปากถาม เพียงพยักหน้ากล่าวว่า “ดี ทำได้ดี สายตาข้ายังไม่ฝ้าฟางที่เห็นว่าพร์เ้าไม่ด้อยกว่าจือชิว...”
หลังจากกวักมือเรียกเย่จือชิวก็กล่าวว่า “จือชิว มาด้านหน้า”
เย่จือชิวขยับมายืนข้างกายไป๋หยุนเฟยก่อนจะค้อมศีรษะคารวะ
“บอกมาว่าเ้าเผชิญสิ่งใดในถ้ำและเ้าได้รับสิ่งใดมา”
“ทราบแล้ว!” เย่จือชิวรับคำ จากนั้นจึงสะบัดมือขวา แล้วกระบี่ยาวสีน้ำเงินซึ่งมันเลือกมาก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นในมือ แสงน้ำเงินสดใสที่แผ่จากคมกระบี่แฝงพลังธาตุลมอยู่แ่บาง “ศิษย์ผ่านการต่อสู้หกระลอกจึงค่อยหลอมอาวุธิญญาเฉพาะตัวได้สำเร็จ และกระบี่เล่มนี้ก็ยกระดับสู่ชั้นนภาระดับกลาง!”
เมื่อถ่ายทอดพลังิญญาลงไป กระบี่ก็เริ่มสั่นพร้อมกับครางกระหึ่ม แสงสีน้ำเงินบนตัวกระบี่ก็เข้มข้นขึ้นพร้อมกับแสดงพลังของกระบี่ชั้นนภาระดับกลางออกมา
บนใบหน้าของผู้าุโทุกคนปรากฏแววตื่นตะลึง จากนั้นหวงฝู่หนานจึงหัวเราะขึ้นเป็คนแรก “ฮ่า ฮ่า! ประเสริฐมาก! แม้แต่เฟยเหนียนก็ผ่านได้เพียงห้าระลอก... แต่เ้ากลับผ่านได้ถึงหก ประเสริฐมาก!”
โค่วฉางคงก็พยักหน้าด้วยความพอใจเช่นกัน จากนั้นจึงหันไปทางไป๋หยุนเฟย “หยุนเฟย แล้วเ้าเล่า?”
ไป๋หยุนเฟยลังเลอยู่ชั่วครู่แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกล่าวออกไปด้วยเสียงอันดังว่า “ศิษย์ผ่านได้เก้าระลอกและหลอมวัตถุิญญาสองชิ้นกลายเป็วัตถุิญญาเฉพาะตัวได้สำเร็จ แม้วัตถุิญญาที่ได้รับมาหลังจากเข้าสู่สำนักทั้งสองชิ้นจะหลอมไม่สำเร็จแต่ก็ยกระดับขึ้นเช่นกัน!”
ไป๋หยุนเฟยไม่รีรอ รีบถ่ายทอดพลังิญญาลงสู่วัตถุิญญาทั้งหมดจนปลอกแขนทั้งคู่ ถุงมือแผดสุริยันและทวนเปลวอัคคีก็ส่องแสงเพื่อแสดงพลังต่อทุกคนตรงหน้าอย่างภาคภูมิ
“นี่...”
ทุกคนต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง แม้แต่ผู้าุโใหญ่ก็ยังไม่ยกเว้น ภายใต้ความสับสน สายตาของชายชราก็หันไปมองไป๋หยุนเฟยด้วยความตระหนก
“ชั้นนภาระดับต่ำ!” โค่วฉางคงมองดูทวนเปลวอัคคีในมือไป๋หยุนเฟย ก่อนจะรั้งสายตามายังปลอกแขนมีดเพลิง “ชั้นปฐีระดับสูง... วัตถุิญญาเฉพาะตัวสองชิ้น!”
ผู้าุโใหญ่กวาดตาพิจารณาถุงมือแผดสุริยันและปลอกแขนคืนสนองอย่างละเอียด “ปลอกแขนนั้นชั้นปฐีระดับกลางและถุงมือชั้นนภาระดับต่ำที่เ้าเพิ่งได้รับ แต่ว่า... ยามนี้พวกมันกลับยกระดับเป็ชั้นปฐีระดับสูงและนภาระดับกลางแล้ว!”
หวงฝู่หนานสะท้านใจจนร้องถามต่อไป๋หยุนเฟย “เป็ไปได้อย่างไร?”
ระหว่างที่ผู้าุโทั้งสามจับจ้องไปที่ไป๋หยุนเฟยด้วยความตกตะลึง ซ่งหลินและหลี่เถี่ยชุยก็เพ่งตามองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าประหลาดพิกล ทั้งคู่ยากจะเชื่อสายตาต่อสิ่งที่ได้เห็น แต่ว่าวัตถุิญญาทั้งสี่ตรงหน้ากลับเป็หลักฐานอันหนักแน่นที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนเห็นนั้นเป็เื่จริง...
……
นี่เป็การตัดสินใจของไป๋หยุนเฟย!
ก่อนนี้มันเกรงว่าหลังจากเข้าสู่สำนักช่างประดิษฐ์แล้วจะไม่อาจอธิบายถึงพลังอันลึกลับของปลอกแขนมีดเพลิงและทวนเปลวอัคคีได้ แม้ว่าเหล่าศิษย์จะสังเกตไม่ออกแต่ว่าเมื่อใช้ออกย่อมไม่อาจปิดบัง ต้องถูกระดับผู้าุโสังเกตออกอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนหน้านี้ไป๋หยุนเฟยจึงผนึกเอาไว้ในแหวนช่องมิติโดยไม่ยอมใช้ออก
แต่เมื่อได้รับ‘โอกาส’มา ไป๋หยุนเฟยจึงจัดสินใจจะใช้โอกาสนี้เพื่อเปิดเผยพวกมันออกมา! ปลอกแขนมีดเพลิงซึ่งถูกยกระดับขึ้น แม้ไม่อาจเพิ่ม‘ความเชื่อมโยง’ได้เช่นเดียวกับทวนเปลวอัคคี แต่ก็ยังมีพลังที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นด้วย‘โอกาส’ที่ได้รับมานี้... ไป๋หยุนเฟยจึงอัพเกรดถุงมือแผดสุริยันและปลอกแขนคืนสนองเพื่อใช้ดึงดูดความสนใจ
ไป๋หยุนเฟยไม่ทราบว่าข้อแก้ตัวนี้จะน่าขบขันหรือไม่ แต่เพื่ออนาคตในภายหน้ามันก็จำเป็ต้องทำ มันย่อมไม่อาจซุกซ่อนพลังที่เพิ่มขึ้นของอาวุธทั้งสองได้ตลอดไป หากว่าสามารถใช้เหตุการณ์ในวันนี้เพื่อกลบเกลื่อนก็จะช่วยลดปัญหาให้แก่ตนเองไปอีกไม่น้อย
เมื่อดูจากสีหน้าของผู้าุโทั้งสาม ปฏิกิริยาของทุกคนแสดงว่าว่ายังอยู่ในขอบเขตที่จะเชื่อถือได้ ไป๋หยุนเฟยจึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก...
……
“โอกาสที่ดีงามเช่นนี้เ้ากลับปล่อยให้หลุดมือไป! เ้าคนโง่เง่า! ด้วยพลังที่สามารถยกระดับวัตถุิญญาทั้งสี่ได้ถึงเพียงนี้ ไฉนเ้าจึงไม่มุ่งไปที่วัตถุิญญาเพียงชิ้นเดียว!” มิคาดว่าคำพูดแรกที่ออกจากปากของหวงฝู่หนานจะไม่ใช่คำชมดังที่ไป๋หยุนเฟยคาดคิดแต่กลับเป็คำดุด่าตำหนิ
ใบหน้ามันฉายแววหดหู่ก่อนจะสั่นศีรษะด้วยความผิดหวัง “ช่างละโมบ ละโมบเกินไปจริงๆ! ไฉนเ้าจึงเลือกที่จะหลอมวัตถุิญญาถึงสี่ชิ้น? หากเ้าจดจ่อกับวัตถุิญญาเพียงชิ้นเดียว ลองคิดดูว่าจะสามารถยกระดับพลังและความสอดคล้องิญญาขึ้นได้ถึงเพียงไหนกัน! ศิษย์พี่ เื่นี้ต้องโทษท่านเช่นกัน! ข้าบอกท่านแล้วว่าพวกเราสมควรอธิบายเื่นี้แก่ศิษย์ทั้งหลาย แต่ท่านก็ยังทำให้เื่ซับซ้อนกว่าที่ควรจะเป็ ไฉนปล่อยให้พวกมันเข้าใจด้วยตนเอง ท่านดูเถอะ! หยุนเฟยต้องเสียโอกาสอันดีไปแล้ว!”
“เอ่อ...” ไป๋หยุนเฟยว้าวุ่นใจไม่น้อย มันเพียงสามารถเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายได้เพียงเลือนรางที่โทษว่าไฉนจึงใช้โอกาสต่อวัตถุิญญาทั้งสี่ชิ้น แต่ว่า... ‘ความสอดคล้องิญญา’มันคืออะไรกันแน่?
คำพูดของหวงฝู่หนานช่วยเรียกทุกคนให้รู้สึกตัว โค่วฉางคงเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนก่อนจะกระแอมออกมาคราหนึ่ง “เป็เพราะข้าไม่ใคร่ครวญให้รอบคอบเอง คิดไม่ถึงว่า...”
โค่วฉางคงเองก็คิดไม่ถึงว่าไป๋หยุนเฟยจะมีพลังกล้าแข็งเช่นนี้ แต่จะเอ่ยถึงในยามนี้เหตุการณ์ก็ผ่านไปแล้ว หลังจากใคร่ครวญว่าควรจะทำเช่นไรอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวขึ้น “แต่ก็นับว่ายังดี หากหยุนเฟยใช้พลังทั้งหมดต่อวัตถุิญญาเพียงชิ้นเดียว ก็ไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันใดขึ้นหรือไม่? ครั้งนี้ก็นับว่าทำได้ไม่เลว หากว่ามุ่งมั่นพัฒนาความสอดคล้องิญญาทีละน้อย น่าจะเป็การดีกว่า...”
ไป๋หยุนเฟยยังคงงงงันต่อหัวที่ทุกคนเอ่ยถึงตนจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ท่านอาจารย์ ‘ความสอดคล้องิญญา’คืออะไร?”
“ความสอดคล้องิญญาแสดงถึงความเข้ากันได้ระหว่างเ้ากับวัตถุิญญา เมื่อผ่านการใช้งานอย่างยาวนาน วัตถุิญญาก็จะเริ่ม‘คุ้นเคย’ต่อผู้ใช้ และเมื่อความสอดคล้องิญญาเพิ่มขึ้นจนถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถใช้งานได้คล่องแคล่วขึ้น พวกเราสำนักช่างประดิษฐ์มีความเข้าใจต่อวัตถุิญญาในระดับที่สูงล้ำกว่าผู้อื่นก็เพราะพวกเราอยู่ร่วมกับวัตถุิญญาอย่างยาวนาน อีกทั้งสำนักเรามีความลับที่จะช่วยให้เพิ่มความสอดคล้องิญญาระหว่างผู้ใช้กับวัตถุิญญาได้ เมื่อใดที่ความสอดคล้องิญญาสูงถึงห้าส่วนวัตถุิญญานั้นก็จะกลายเป็วัตถุิญญาเฉพาะตัว ด้วยการใช้ความลับนี้ในยามที่บรรลุถึงด่านภูติญญาไม่ว่าผู้ใดก็สามารถสร้างวัตถุิญญาเฉพาะตัวขึ้นมาได้ โดยทั่วไปแล้วแม้กระบวนการนี้จะเป็สถานการณ์อันซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้ แต่เื่ที่เกิดขึ้นกับเ้ายังนับได้ว่าเป็สถานการณ์อันแปลกพิเศษอย่างยิ่ง ในยามนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะอธิบายเื่ความสอดคล้องิญญาแก่เ้า ดังนั้นข้าจะไม่กล่าวถึงให้มากไป แต่ไม่ว่าอย่างไรอีกไม่นานเ้าก็จะเข้าใจได้เอง”
“อ้อ...” ไป๋หยุนเฟยพยักหน้า มันเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจึงไม่ได้เอ่ยปากถามอีก
โค่วฉางคงหันไปพยักหน้าแก่หวงฝู่หนานก่อนจะนำเอาม้วนคัมภีร์สีแดงออกจากแหวนช่องมิติมามอบให้ไป๋หยุนเฟย
“รับนี่ไป ข้าให้เวลาเ้าหนึ่งเดือนเพื่อเรียนรู้ และหลังจากหนึ่งเดือนข้าจะถ่ายทอดวิชาหลอมประดิษฐ์ให้แก่เ้าด้วยตนเอง!”
