เมื่อถึงบริษัทเสี่ยวเฉินก็พบว่าซูอี้เฉิงดูจะอารมณ์ดีเป็พิเศษเขาไม่ต้องคิดก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เสี่ยวเฉินลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเตือน“ผอ.ซูครับ ถ้าใครเห็นเข้าจะกระทบต่ออนาคตของคุณหนูลั่วนะครับ อีกอย่างหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคุณยังอดทนมาได้เลยไม่ใช่เหรอครับ”
เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคนที่ความอดทนเป็เลิศอย่างซูอี้เฉิงถึงได้ตบะแตกง่ายขนาดนี้เมื่อก่อนไม่ว่าจะเป็สาวสวยหยาดเยิ้มแค่ไหนสีหน้าเขายังไม่เปลี่ยนเลยด้วยซ้ำ
ซูอี้เฉิงใช่ว่าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เสี่ยวเฉิน้าจะสื่อแต่เขาไม่สามารถควบคุมหัวใจตัวเองได้ การที่เสี่ยวเฉินช่วยเตือนสติแบบนี้ถือเป็เื่ดี
คืนวันเดียวกันซูอี้เฉิงจึงไม่ได้ไปที่อพาร์ทเมนท์ของลั่วเสี่ยวซีอีกเขาเอากุญแจพวงนั้นเก็บไว้ให้พ้นหูพ้นตา ส่วนลั่วเสี่ยวซีก็กำลังยุ่งอยู่กับการถ่ายแบบให้กับนิตยสารฉบับหนึ่งฃทั้งสองคนจึงขาดการติดต่อไปโดยปริยายราวกับความใกล้ชิดสนิทสนมในสองวันที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น สำหรับเื่นี้ ทั้งลั่วเสี่ยวซีและซูอี้เฉิงไม่ได้รู้สึกไม่ดีแถมยังคิดด้วยซ้ำว่าเื่มันควรดำเนินไปแบบนี้
สุดสัปดาห์นีู้เี่อันจะได้ออกจากโรงพยาบาล
วันก่อนหน้าเจียงเส้าข่ายได้เดินทางมาเยี่ยมูเี่อัน โดยเลือกมาเวลาที่ลู่เป๋าเหยียนไม่อยู่และนำดอกไลซิแอนทัสทีู่เี่อันชอบติดไม้ติดมือมาด้วยหนึ่งช่อ
เขาอยู่ในชุดลำลองทำให้ดูเด็กกว่าปกติหลายเท่า โดยเฉพาะเวลายิ้มยิ่งดูสดใส
“วันนี้วันศุกร์นี่นายมีว่างมาที่นี่ได้ไงเนี่ย” ูเี่อันถามอย่างสงสัย
“เสาร์อาทิตย์ที่แล้วมีคดีพวกเราเลยไม่มีวันหยุดอาทิตย์นี้ก็เลยได้หยุดชดเชยน่ะ” เจียงเส้าข่ายนำดอกไลซิแอนทัสสีขาวจัดลงไปในแจกัน“อีกอย่าง ฉันต้องเป็ตัวแทนของทุกคนมาเยี่ยมเธอด้วย ั้แ่กลับมาจากซานชิงก็มีคดีใหญ่อีกคดีพวกสารวัตรเหยียนยุ่งหัวหมุนกันหมดจนไม่มีเวลามาหาเธอ”
“ไม่เป็ไรหรอก”ูเี่อันตอบยิ้มๆ “ยังไงก็มีคนอยู่เป็เพื่อนฉันที่นี่”
เจียงเส้าข่ายไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร“ลู่เป๋าเหยียนอยู่กับเธอทุกวันเลยล่ะสิ คืนดีกันแล้ว?”
ูเี่อันพยักหน้าเธอขยับริมฝีปากเล็กน้อยเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เจียงเส้าข่ายกับูเี่อันเป็เพื่อนกันมากว่าเจ็ดปีสีหน้าของเธอในตอนนี้หมายความว่ายังไงเขารู้ดีที่สุด ว่าแล้วจึงถามอย่างสงสัย
“เขาพูดอะไรกับเธอถึงได้ดูมีความสุขขนาดนี้เนี่ย”
“เขา...”เมื่อคิดไปถึงเช้าวันนั้นตอนที่อยู่เมือง Z พวงแก้มสองข้างของเธอก็ร้อนขึ้นโดยอัตโนมัติูเี่อันแย้มยิ้มหวานพลางตอบ “เขาสารภาพรักกับฉัน”
ตึง...ราวกับมีอะไรบางอย่างในหัวใจร่วงหล่นลงที่พื้น สมองของเจียงเส้าข่ายขาวโพลนไปชั่วขณะ
สภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลแห่งนี้ยอดเยี่ยมและเงียบสงบแสงแดดของฤดูใบไม้ร่วงส่องสะท้อนผ้าบางผืนบางสีขาว กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยอบอวลไปทั่วห้องพักผู้ป่วยทุกอย่างดูผ่อนคลายและสวยงาม
แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับรอยยิ้มของูเี่อันในตอนนี้
เจียงเส้าข่ายเข้าใจแล้วว่าที่แท้เวลาูเี่อันมีความสุขจะเป็แบบนี้นี่เอง และคงมีแต่ลู่เป๋าเหยียนเท่านั้นที่จะสามารถนำพาความสุขมาให้เธอได้
“ดีนะที่วันจดทะเบียนเธอไม่ได้หนีมากับฉันไม่งั้นตอนนี้เธอคงเกลียดฉันตาย” เขาพยายามไม่สนใจความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจและคงรอยยิ้มเอาไว้ขณะพูด
ตอนทีู่เี่อันกำลังจะจดทะเบียนกับลู่เป๋าเหยียนวันนั้นเขาคิดอะไรอยู่นะ?
เหมือนว่าเขาจะไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนมากมายก็แค่เข้าไปห้ามเอาไว้อย่างมีความหวัง เมื่อูเี่อันส่ายหน้าปฏิเสธเขาจึงไม่กล้าทำอะไรต่อ
ตอนนี้พอมาคิดดูแล้วต้องขอบคุณความขี้ขลาดของตัวเองในวันนั้น ถ้าไม่อย่างงั้นตอนนี้เขากับูเี่อันแม้แต่เพื่อนก็คงเป็ไม่ได้
“ฉันไม่นึกเลยว่าเื่จะกลายเป็แบบนี้”ูเี่อันกล่าว “ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่า อยากลองเดิมพันดูสักตั้งฉันใช้ชีวิตมาตั้งหลายปี ครั้งนั้นเป็ครั้งแรกที่ของลองเป็นักพนันโดยใช้การแต่งงานของตัวเองเป็เดิมพันไม่นึกเลยว่าสุดท้ายฉันจะชนะเกมนี้”
เจียงเส้าข่ายนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดออกมา“เจี่ยนอัน เธอกล้าหาญกว่าคนอื่นอีกหลายคน”
อย่างน้อยเธอก็กล้ากว่าเขา...
ูเี่อันไม่เอะใจกับความหมายแฝงที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดของเจียงเส้าข่ายจึงแค่ยิ้มตอบ
เธอกล้าหาญทำเื่ราวต่างๆมามากมายั้แ่กล้าเผชิญหน้ากับการตายของแม่ กล้าที่จะยืนหยัดในอาชีพที่ตัวเองชอบรวมถึง...กล้าที่จะแต่งงานกับลู่เป๋าเหยียน
พอตอนนี้มาคิดดูแล้วการเลือกในครั้งนั้นเป็สิ่งถูกต้อง
่บ่ายเจียงเส้าข่ายมีธุระต้องไปจัดการเขาอยู่อีกไม่นานก็ขอตัวกลับก่อน เมื่อเดินออกมาจากโรงพยาบาล แม่ของเขาก็โทรมาหา
“เส้าข่ายวันนี้ลูกได้หยุดใช่หรือเปล่า”
น้ำเสียงของแม่ดูเหมือนกำลังยิ้มและมีเลศนัยบางอย่างเจียงเส้าข่ายเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
“ครับวันนี้ผมหยุด เดี๋ยววันนี้ผมจะกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านเป็เพื่อนพ่อกับแม่นะครับ”
“ไม่ต้องๆพ่อกับแม่ยังหนุ่มยังสาว ไม่ต้องกลับมาอยู่เป็เพื่อนหรอกลูก”คุณนายเจียงยิ้มพลางเอ่ย “แต่ว่านะมีสาวสวยอยู่คนหนึ่งที่ลูกควรไปอยู่เป็เพื่อนเธอ”
เจียงเส้าข่ายรู้ทันทีว่าแม่จัดการนัดดูตัวให้เขาอีกแล้วแต่นึกไม่ถึงเลยว่าขนาดเขางัดไม้เด็ดว่าจะกลับไปกินข้าวที่บ้านก็ยังหนีไม่พ้น
“แม่...”เขาหมดแรงจะปฏิเสธ
“อย่าเป็แบบนี้สิลูก”คุณนายเจียงพูดอย่างตื่นเต้น “อีกฝ่ายเป็ลูกสาวของคุณลุงโจวไปเรียนเมืองนอกเมืองนาั้แ่ม.ต้นเลยนะ นี่ก็เพิ่งกลับมาเอง แม่เคยเจอเธอสองครั้งเป็เด็กร่าเริงและหนักแน่น ฉลาดมีความสามารถแต่ไม่แข็งกระด้างจนเกินไปงานอดิเรกก็เยอะ พ่อกับแม่ชอบเธอมากๆ!”
“ผมว่าแม่ควรรับเธอมาเป็ลูกบุญธรรม”เจียงเส้าข่ายตอบ
“อย่ามาหัวหมอกับแม่นะ!”คุณนายเจียงรู้ดีว่าลูกชายกำลังต่อต้านการดูตัว เธอจึงยอมถอยหนึ่งก้าว “เอางี้ถ้าลูกยอมไปเจอกับฉี่หลัน แม่สัญญาว่าจะไม่บังคับลูกไปดูตัวอีกสามเดือนเลยเอ้า!”
เจียงเส้าข่ายลองคิดตามยอมทนครั้งเดียวเพื่อแลกกับอิสระสามเดือนก็ไม่เลว
“จะให้ผมไปเจอเธอตอนไหนครับ?”
คุณนายเจียงยิ้มกว้าง“คืนนี้หนึ่งทุ่มที่คาเฟ่ริมแม่น้ำ ลูกรัก คราวนี้ลูกต้องปล่อยให้สาวสวยมัดใจลูกให้ได้นะจ๊ะ!”
เจียงเส้าข่ายทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“มีแม่ที่ไหนอยากให้ลูกชายถูกสาวอื่นมัดหัวใจไว้บ้างล่ะครับเนี่ยแม่ควรคาดหวังให้ผมเป็คนมัดใจเธอมากกว่าไม่ใช่เหรอครับ”
“อย่านึกว่าแม่ไม่รู้นะว่าทำไมหนึ่งปีที่ผ่านมาลูกถึงไม่มีแฟน”คุณนายเจียงหัวเราะเบาๆก่อนเอ่ย “คนเขาก็แต่งงานไปตั้งนานแล้วลูกควรจะตัดใจได้แล้วนะ แม่ว่าลาออกจากงานด้วยเลยยิ่งดี”
“พอๆๆพอเลยครับแม่” เจียงเส้าข่ายยอมแพ้ “ผมยอมแล้ว ผมไปดูตัวก็ได้ แต่อย่าพูดเื่ลาออกกับผมอีกเลยนะครับ”
“ที่แม่อยากให้เราลาออกก็เพราะจะได้ง่ายต่อการตัดใจ”คุณนายเจียงเอ่ยเสียงเย็น “แม่หวังดีแท้ๆนะเนี่ย เอาล่ะตอนนี้แม่หวังแค่ว่าฉี่หลันจะเอาลูกอยู่ก็พอ!”
“......แม่ครับ ผมคงต้องขอตัวไปซื้อของก่อนนะครับ”
พูดจบเจียงเส้าข่ายก็ตัดสายทันทีจากนั้นจึงขับรถกลับไปยังอพาร์ทเมนท์ของเขา
แม่คนอื่นอาจจะยึดถือกฎเกณฑ์แต่เพราะแม่ของเขาโตที่ต่างประเทศ คำพูดของแม่ที่เขาได้ยินบ่อยที่สุดั้แ่เด็กๆก็คือ“เส้าข่าย พวกเรามาเป็เพื่อนกันเถอะ~”
สิ่งที่แม่กังวลมากที่สุดคือเื่การแต่งงานของเขามาโดยตลอดคำพูดติดปากสุดโหดของแม่ก็คือ ถ้าลูกไม่หาแฟนสักคน ก็เปิดเผยรสนิยมของตัวเองมาซะ!
พอเขาไม่ทำอะไรสักอย่างแม่ก็บังคับเขาไปดูตัวไม่เลิกอย่างเช่นวันนี้ ดูท่าเขาคงหนีการดูตัวกับโจวฉี่หลันไม่ได้แน่ๆ
เพราะยังมีเวลาอีกมากเจียงเส้าข่ายจึงกลับไปนอนพักจนหกโมงกว่าถึงจะตื่นขึ้นมาเขาลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นจึงขับรถไปที่ริมแม่น้ำ
เมื่อมาถึงร้านกาแฟก็เป็เวลา18.55น. พอดี เขาเดินไปนั่งริมหน้าต่างเพื่อรอโจวฉี่หลันพลางมองเงาของตัวเองที่สะท้อนจากกระจก
ตอนนั้นเองถึงรู้ตัวว่าเขาใส่ชุดลำลองออกมาถึงจะไม่ผิดอะไรแต่ก็ดูไม่เป็ทางการนัก โจวฉี่หลันจะว่าอะไรหรือเปล่านะ?
ทันใดนั้นเสียงสดใสของหญิงสาวก็ดังขึ้นที่ข้างหู
“เจียงเส้าข่าย?”
เขาหันกลับไปก่อนจะพบกับใบหน้ายิ้มแย้มแสนสดใส เธออยู่ในชุดลำลองเรียบง่ายเช่นเดียวกันสะพายกระเป๋า Balenciaga แต่งหน้าอ่อนๆ ผิวขาวเนียนริมฝีปากแดงระเรื่อ รอยยิ้มของเธอทำให้คนมองรู้สึกสบายใจ
เจียงเส้าข่ายเหม่อลอยไปชั่วขณะจากนั้นจึงลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือไปข้างหน้า
“สวัสดีครับคุณคือโจว...”
“โจวฉี่หลันค่ะ”เธอไม่ได้จับมือเขาตามธรรมเนียมจีน แต่กลับตบมือเขาอย่างที่ฝรั่งชอบทำกัน
“คุณสั่งกาแฟไปหรือยัง?”
“ยังครับ”เจียงเส้าข่ายมีลางสังหรณ์ว่า การดูตัวคราวนี้คงไม่เหมือนกับที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
“ดีเลยค่ะ”โจวฉี่หลันชี้ไปที่นอกหน้าต่าง “พวกเราสั่งเครื่องดื่มออกไปข้างนอกกันเถอะค่ะนั่งมองวิวแม่น้ำผ่านกระจกอยู่ตรงนี้ไม่เห็นน่าสนใจตรงไหนจริงไหม?”
เจียงเส้าข่ายไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว“คุณจะดื่มอะไร?”
โจวฉี่หลันสั่งอเมริกาโนส่วนเจียงเส้าข่ายสั่งลาเต้หนึ่งแก้ว ทั้งสองคนเดินถือแก้วกาแฟออกไปนอกร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างสวยงามและประณีต
ปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูใบไม้ร่วงเป็่ที่อากาศเย็นสบายที่สุดอากาศของเมือง A ตอนนี้เย็นกำลังดีและสดชื่นบริสุทธิ์
“ว่าแต่คุณมาถึงนานหรือยังคะ?” โจวฉี่หลันพูดอย่างเกรงใจ“ก่อนมาที่นี่ฉันเดินเล่นอยู่ที่ถนนคนเดินกับเพื่อนเลยช้าไปหน่อย”
“คุณไม่ได้มาสาย”เจียงเส้าข่ายตอบ “ผมก็เพิ่งมาถึงได้ไม่เกินห้านาที”
“งั้น...”โจวฉี่หลันทำท่าตื่นเต้น “ต่อไปพวกเราจะคุยอะไรกันดีล่ะ?”
เจียงเส้าข่ายมองหญิงสาวรูปร่างโปร่งขาเรียวยาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจก่อนจะอดยิ้มไม่ได้
“นี่คุณเพิ่งเคยมาดูตัวงั้นเหรอ?”
“นี่น่ะเหรอคะที่เรียกว่าการดูตัว?” โจวฉี่หลันดื่มกาแฟก่อนเอ่ย “เซอร์ไพร์สนะเนี่ย ไม่เลวเลย”
“อะไรนะครับ?” เจียงเส้าข่ายเริ่มตามความคิดของหญิงสาวไม่ทัน
“ก็คุณไงที่เป็เซอร์ไพร์ส”โจวฉี่หลันชี้ไปที่หน้าของเจียงเส้าข่าย“คุณเป็ผู้ชายเอเชียที่หล่อที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลยล่ะ!”
เจียงเส้าข่ายนิ่งอึ้งก่อนจะหัวเราะออกมา“คุณก็เป็ผู้หญิงที่นิสัย...มีเอกลักษณ์ที่สุดั้แ่ผมเคยเจอ” ใช่ ไม่ใช่พิเศษแต่เป็เอกลักษณ์
โจวฉี่หลันแย้มยิ้มมุมปาก“แม่บอกว่าฉันควรจะแนะนำตัวกับคุณ”
เจียงเส้าข่ายเลิกคิ้วเล็กน้อย“คุณไม่คิดว่ามันน่าเบื่อบ้างเหรอ?”
“ฉันก็ไม่คิดจะแนะนำตัวเหมือนเด็กประถมที่ไปยืนนิ่งๆหน้าห้องแบบนั้นสักหน่อย”โจวฉี่หลันปีนขึ้นไปบนราวกั้นริมแม่น้ำ “ที่จริงคนเรามีอะไรให้แนะนำตัวกัน แค่พูดว่าฉันชื่อบลาๆๆก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ? ส่วนพวกงานอดิเรก สิ่งที่สนใจพวกนั้น ค่อยๆคบกันไป ค่อยๆเรียนรู้ถึงจะเป็เื่สวยงามไม่ใช่หรือไง”
พูดจบเธอก็นั่งลงขาเรียวยาวของเธอแกว่งออกไปจนปลายรองเท้าแหลมเกือบจะแตะผิวน้ำ
เธอเหมือนคนที่แค่ออกมาเดินเล่นดูสบายๆเป็ตัวเองโดยไม่สนใจว่าคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกอย่างเจียงเส้าข่ายจะคิดอย่างไร
เจียงเส้าข่ายยืนมองเธออยู่ข้างๆก่อนจะแย้มยิ้มบาง
โจวฉี่หลันนิสัยต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยเจอรวมถึงลั่วเสี่ยวซีที่นิสัยค่อนข้างสุดโต่งก็ด้วย ถึงเธอกับเขาจะไม่ได้คบกัน แต่ก็คงสามารถเป็เพื่อนกันได้
เขาไม่รังเกียจเธอ
“ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยสิ”โจวฉี่หลันที่หันกลับมามองเจียงเส้าข่ายพลางยิ้มตาหยี
เจียงเส้าข่ายพยักหน้าตอบรับ
“คุณก็หล่อขนาดนี้น่าจะมีสาวๆมาชอบเยอะไม่ใช่เหรอ” โจวฉี่หลันทำหน้าไม่เข้าใจ“แล้วทำไมต้องมาดูตัวด้วยล่ะ หรือว่าคุณกำลังปิดบังอะไรอยู่? อย่างเช่นว่า...แท้ที่จริงแล้วคุณเป็เกย์?”
