ภายหลังอวิ๋นซีเดินสอดส่ายสายตาเพื่อมองหาร้านสมุนไพรร้านใหม่ ในที่สุดนางก็พบร้านกลางเก่ากลางใหม่ร้านหนึ่ง ที่มีชาวบ้านแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอันหลากหลายเดินเข้าออก จึงจับจูงมือพี่ชายกับท่านลุงตรงไปที่ร้านแห่งนี้ทันที
เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านจางเจิ้นที่อ่านชื่อร้าน ก็ทำเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าร้านหย่งอันถังแห่งนี้ก็รับซื้อสมุนไพร และยังรับรักษาชาวบ้านที่ยากจนเพราะดีใจมากเกินไปจนลืมร้านนี้ไปเสียสนิท
“ท่านลุงนี่คือร้านที่ซีซีอยากมาขายสมุนไพรเ้าค่ะ”
“ลุงขอโทษซีซีด้วยนะที่ไม่พามาที่นี่แต่แรก คราวหน้าลุงจะมีสติเื่ทำการค้าให้มากกว่านี้นะ”
“ท่านลุงท่านอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยพวกเราทุกคนย่อมทำผิดพลาดกันได้มิใช่หรือ อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็มาถึงร้านที่มีเถ้าแก่นิสัยดี ข้าคิดว่าสมุนไพรที่พวกเรานำมาย่อมขายได้เป็แน่ขอรับ”
“พี่ใหญ่พูดได้ถูกต้อง ท่านลุงอย่าได้ขอโทษซีซีเพราะท่านลุงมิได้ทำความผิดอันใด ใครบ้างไม่อยากนำสมุนไพรชั้นดีไปขายกับร้านใหญ่บ้าง เลิกพูดเื่เก่าเถิดซีซีว่าเราควรเข้าไปในร้านพบเถ้าแก่ เพื่อพูดคุยเื่การซื้อขายสมุนไพรก่อนนะเ้าคะ”
จางเจิ้นรู้สึกภูมิใจในตัวหลาน ๆ ของเขายิ่งนัก เพราะเป็เด็กที่มีเหตุผลพูดจาประหนึ่งผู้ใหญ่ก็มิปาน “ได้ ๆ ๆ ลุงย่อมฟังซีซีอยู่แล้ว”
เมื่อเดินเข้ามาด้านในร้านก็พบกับลูกจ้างของร้าน ที่กำลังรับเงินค่ายาเสร็จและหันมาทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ “ไม่ทราบว่าพี่ชายท่านนี้้าซื้อสมุนไพร หรือพาบุตรหลานมาตรวจรักษากับท่านหมอขอรับ”
และครั้งนี้เป็อวิ๋นซีที่ใช้เสียงเล็ก ๆ แต่น่าฟังของตน ในการกล่าวถึงเื่ที่ตนนำสมุนไพรมาขายกับลูกจ้างของร้านหย่งอันถัง
“สวัสดีเ้าค่ะท่านน้า ซีซีและท่านลุงมิได้มาซื้อสมุนไพรหรือมาตรวจรักษาโรคกับท่านหมอ แต่ซีซีนำสมุนไพรล้ำค่าที่เจอบนูเามาขาย ท่านน้าพอจะให้พวกเราได้พบท่านหมอสักประเดี๋ยวได้หรือไม่เ้าคะ”
ฮุ่ยเจียงที่ได้คำตอบจากเด็กหญิงวัยไม่กี่หนาวก็อดยิ้มกว้างไม่ได้ เพราะคำพูดที่ออกจากปากของนางช่างไพเราะและดูน่าเชื่อถืออย่างประหลาด
“โอ้ว แม่หนูซีซีมีสมุนไพรล้ำค่ามาขายงั้นหรือ ถ้าน้าจะขอดูตัวอย่างสมุนไพรของเ้าสักเล็กน้อยจะได้หรือไม่เล่า”
“ย่อมได้แน่นอนเ้าค่ะ ท่านลุงเ้าคะช่วยเปิดผ้าคลุมตะกร้าออกสักเล็กน้อย พอให้ท่านน้าผู้นี้ได้เห็นสมุนไพรของพวกเราด้วยเ้าค่ะ”
“มา ๆ ๆ น้องชายเ้าลองดูเป็ตัวอย่างเสียก่อน ถ้าเห็นว่าเป็อย่างที่หลานสาวของข้าพูดละก็ เ้าค่อยไปตามเถ้าแก่มาดูอีกครั้งก็แล้วกันนะ”
จางเจิ้นเปิดแง้มผ้าคลุมตะกร้าออกพอให้ฮุ่ยเจียงได้มองเห็นตัวถังเช่า ตัวของฮุ่ยเจียงแม้จะไม่มั่นใจว่าใช่สมุนไพรล่ำค่าหรือไม่ แต่กระนั้นก็เดินเข้าไปดูสิ่งที่อยู่ในตะกร้าซึ่งมันทำให้เขาพูดอันใดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะคำพูดที่เด็กหญิงตัวน้อยพูดกับเขามิได้โกหกแต่อย่างใด
‘นะ นะ นี่ ที่เด็กน้อยคนนี้พูดมาเป็ความจริง นี่คือสมุนไพรล้ำค่าหายากชนิดหนึ่งเชียวนะ ไม่ได้การณ์ข้าต้องรีบไปรายงานท่านหมอโดยเร็ว’
อวิ๋นซีเห็นว่าฮุ่ยเจียงนิ่งไปไม่พูดไม่จาจึงได้เรียกสติเขากลับมา เพราะไม่อยากเสียเวลาทำการค้าไปมากกว่านี้ “ท่านน้า ๆ เ้าคะ ว่าอย่างไรตอนนี้ซีซีจะพบท่านหมอได้หรือยังเ้าคะ”
“ดะ ดะ ได้ ๆ ๆ พวกเ้าสามคนเข้ามานั่งรอด้านในห้องนี้ก่อนนะ ข้าจะรีบไปตามท่านหมอมาพบพวกเ้าเดี๋ยวนี้แหละ”
“ขอบใจน้องชายมาก”
จื่อหานเห็นท่าทางตื่นเต้นของฮุ่ยเจียงก็พูดกับน้องสาวและท่านลุง เพราะคิดว่าสมุนไพรที่แบกมาจะขายได้ที่ร้านแห่งนี้ “ท่านลุง ซีซี เห็นท่าทางตื่นตะลึงของท่านน้าคนเมื่อครู่หรือไม่ คล้ายกับว่าสิ่งที่เห็นคือสมบัติเลยนะ ข้าคิดว่าพอท่านหมอได้เห็นคงมีท่าทางไม่ต่างกันแน่ ๆ”
“คิก ๆ ๆ พวกเราเตรียมรับเงินก้อนโตได้เลยเ้าค่ะพี่ใหญ่”
“เ้าเด็กคนนี้มั่นใจเสียจริงว่าจะขายได้เงินก้อนโต รอเจรจาต่อรองราคากับท่านหมอก่อนเถิดนะ”
อวิ๋นซีนั่งรออย่างมั่นใจว่าสมุนไพรของตนจะขายได้ในราคาดีแน่นอน ส่วนฮุ่ยเจียงที่วิ่งไปด้านหลังร้านซึ่งท่านหมอซุนใช้เป็ห้องตรวจโรค ท่าทางที่รีบร้อนสร้างความสงสัยต่อท่านหมอซุนทันทีที่ฮุ่ยเจียงเข้ามาด้านใน
“มีเื่อันใดฮุ่ยเจียง เ้าวิ่งมาจนเกือบสะดุดล้มแล้วนะ”
แฮ่ก ๆ ๆ “ทะ ทะ ท่านหมอซุนขอรับ”
“เอา ๆ ๆ หยุดพักหายใจเสียก่อนแล้วค่อยพูดให้ข้าฟัง”
ฟืดดด ฟู่ว์ “ขอรับ คืออย่างนี้นะท่านหมอซุนข้าอยากให้ท่านไปพบชาวบ้านที่ห้องรับรองสักประเดี๋ยวขอรับ”
ท่านหมอซุนได้ยินฮุ่ยเจียงบอกเช่นนั้น ก็คิดไปว่าคงมีชาวบ้านนำสมุนไพรมาขายให้กับตนเช่นทุกครั้ง จึงมิได้แปลกใจอันใดกับเื่นี้ แต่พอได้ฟังสิ่งที่ลูกจ้างรายงานท่านหมอซุนก็วิ่งจนลืมอายุของตนเช่นกัน
“หือ ก็แค่ชาวบ้านนำสมุนไพรมาขายให้กับข้าเ้าจะตื่นเต้นทำไมล่ะฮุ่ยเจียง ทำข้าในึกว่าเกิดเื่ร้ายแรงอันใดเสียอีก”
“ใช่ขอรับพวกเขานำสมุนไพรมาขายให้ท่านหมอ แต่ว่าสมุนไพรที่นำมาในครั้งนี้คือสมุนไพรหายากอย่างถังเช่าเชียวนะขอระ...”
พรึบ! ฟิ้ว! “อะ อ้าวท่านหมอ ท่านหมอรอข้าด้วยสิขอรับ”
เพียงแค่ได้ยินว่าสมุนไพรนั้นคือถังเช่าเท่านั้น ท่านหมอซุนถึงกับลุกขึ้นเดินออกจากห้องตรวจไปยังห้องรับรองอย่างรวดเร็ว จนฮุ่ยเจียงต้องวิ่งตามหลังไปอย่างงุนงง
ท่านหมอซุนพอมาถึงห้องรับรองก็ถามถึงสมุนไพรที่อวิ๋นซีนำมาขายทันที “ไหนล่ะสมุนไพร ใช่พวกเ้าสามคนหรือไม่ที่บอกว่านำสมุนไพรล้ำค่ามาขายให้กับข้าน่ะ รีบเอามันออกมาให้ข้าดูเร็วเข้า ถ้าเป็อย่างที่พวกเ้าพูดข้ายินดีรับซื้อในราคาสูงกว่าท้องตลาดแน่นอน”
จางเจิ้นกับจื่อหานกำลังใที่จู่ ๆ ก็มีบุรุษวัยกลางคนโผล่เข้ามา จะมีเพียงอวิ๋นซีที่ยังคงอยู่ในความสงบอย่างมีสติ จึงยืนขึ้นทำความเคารพท่านหมอซุน ก่อนจะทำการซื้อขายสมุนไพรระหว่างกัน
“คารวะท่านหมอเ้าค่ะ ท่านหมออย่าได้รีบร้อนเชิญท่านเข้ามานั่งก่อนดีหรือไม่เ้าคะ”
ท่านหมอซุนหันไปทางเสียงเล็ก ๆ ของเด็กหญิงเพียงหนึ่งเดียว ก็รู้สึกเอ็นดูให้กับท่าทางของนางยิ่งนัก “หือ เ้าเด็กน้อยคนนี้มีสติดีนะและยังรู้จักพูดเสียด้วย เอาล่ะ ๆ ข้าจะนั่งอย่างที่เ้าบอกก็แล้วกัน”
เมื่อท่านหมอซุนนั่งลงอีกด้านหนึ่งของโต๊ะ อวิ๋นซีจึงเอ่ยเรียกพี่ชายกับท่านลุง เพื่อนำสมุนไพรในตะกร้าให้ท่านหมอซุนได้ดู
“ท่านลุงเ้าคะ พี่ใหญ่”
“หะ หา ว่าอย่างไรซีซี”
“ท่านหมอมาแล้วเ้าค่ะ ท่านลุงกับพี่ใหญ่นำตะกร้าทั้งสองใบมาให้ท่านหมอได้ดูสมุนไพรของเราหน่อยเ้าค่ะ”
“อ้อ ใช่ ๆ ๆ หานเอ๋อร์ยกมาวางบนโต๊ะเร็วเข้า”
“ขอรับท่านลุง”
หลังจากตะกร้าที่ใส่สมุนไพรวางลงบนโต๊ะและเปิดผ้าคลุมออก ท่านหมอซุนที่ยืนขึ้นเพื่อพิสูจน์ก็แทบจะะโออกมาด้วยความดีใจ เพราะสหายของตนส่งจดหมายมาทวงถามอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนี้
“ละ ละ ล้ำค่า สมุนไพรที่หายากมากในแต่ละปีอยู่ตรงหน้าข้าจริง ๆ ที่สำคัญพวกเ้ายังจัดการมันได้ถูกวิธีอีกด้วย ดูสิฮุ่ยเจียงแต่ละต้นทั้งใหญ่ทั้งสมบูรณ์ สรรพคุณต้องยอดเยี่ยมมากเป็แน่ ซื้อ! ข้าซื้อทั้งหมด”
จางเจิ้นกับจื่อหานกำลังลุ่นอยู่ในใจว่าท่านหมอซุนจะรับซื้อในราคาเท่าไหร่ แต่เป็อวิ๋นซีที่เอ่ยถามเื่นี้เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย
“แล้วท่านหมอจะรับซื้อสมุนไพรของซีซีทั้งหมดนี้ในราคาชั่งละกี่ตำลึงหรือเ้าคะ?”
ท่านหมอซุนพิจารณาเปรียบเทียบถังเช่าที่ตนเคยพบและใช้รักษาชนชั้นสูง ล้วนมีขนาดเล็กกว่าสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าเกือบหนึ่งเท่า แม้กระนั้นราคาซื้อขายก็ถือว่าสูงเอาการไม่น้อย
ส่วนที่ครอบครัวนี้นำมาย่อมดีกว่าหลายเท่า ดังนั้นท่านหมอซุนจึงให้ราคาสูงกว่าท้องตลาดทั่วไปเล็กน้อย เพียงแต่ราคาที่ท่านหมอซุนกล่าวออกมา ทำให้จางเจิ้นแข้งขาอ่อนแรงขึ้นมาฉับพลันด้วยความดีใจมากเกินไป
“อืม เมื่อลองพิจารณาสมุนไพรของเ้าดูแล้วย่อมมีมูลค่าสูง เช่นนั้นข้าจะให้พวกเ้าชั่งละหนึ่งร้อยตำลึงเงินเป็อย่างไร?”
“ขายเ้าค่ะ! ขอบคุณท่านหมอที่ให้ราคาที่เป็ธรรมกับซีซีนะเ้าคะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ฮุ่ยเจียงนำไปชั่งให้เรียบร้อยแล้วมาบอกข้าว่าทั้งสองตะกร้านี้มีทั้งหมดกี่ชั่ง”
“ได้ขอรับท่านหมอซุนข้าจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้”
ตุบ! “ชะ ชะ ชั่งละหนึ่งร้อยตำลึงเชียวรึ”
จื่อหานขยับเข้าไปบีบนวดให้กับท่านลุงของตน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทิ้งร่างลงบนเก้าอี้คล้ายคนหมดแรง ทั้งยังเอ่ยถามอย่างเป็ห่วงเกรงว่าท่านลุงจะเจ็บป่วยกระทันหัน
“ท่านลุง ๆ ท่านเป็อะไรไปขอรับ รู้สึกไม่สบายที่ใดหรือไม่”
“พี่ใหญ่ท่านลุงของเรามิได้เจ็บป่วยอันใดหรอกเ้าค่ะ แค่ดีใจที่เราขายสมุนไพรได้ราคาดีเท่านั้น คิ ๆ ๆ”
“อ้อ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง” จื่อหานยังคงอยู่ในอาการปกติ แม้จะดีใจที่รู้ว่าราคาของสมุนไพรขายได้ราคาสูง แต่หลังจากได้ฟังจำนวนเงินทั้งหมดเขาก็แทบไม่ต่างจากผู้เป็ลุงสักนิด
ฮุ่ยเจียงที่นำสมุนไพรไปชั่งน้ำหนักก็กลับออกมาพร้อมตัวเงินในมือ ที่ยื่นให้ท่านหมอซุนและบอกถึงจำนวนน้ำหนักที่ชั่งได้
“ท่านหมอซุนน้ำหนักของสมุนไพรทั้งสองตะกร้ารวมกันอยู่ที่สิบเจ็ดชั่ง ท่านหมอรับซื้อที่ชั่งละหนึ่งร้อยตำลึงเงิน รวมเป็เงินที่ต้องจ่ายอยู่ที่หนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงเงิน นี่เป็ตั๋วเงินและก้อนตำลึงที่ข้าเตรียมมาให้ขอรับ”
“อืม ดีมาก รับไปสิแม่ค้าตัวน้อยหากเ้ามีสมุนไพรดี ๆ หรือหายากอีกก็นำมาขายที่นี่ได้นะ อ้อ ข้าอนุญาตให้เ้าเรียกข้าว่าท่านลุงได้ ตอนนี้พวกเราก็รู้จักและถือว่าเป็คู่ค้ากันแล้ว”
“ขอบคุณท่านลุงหมอมากเ้าค่ะ เช่นนั้นซีซีขอตัวกลับก่อนนะเ้าคะ”
“กลับดี ๆ ล่ะ เก็บเงินให้มิดชิดด้วยนะ”
“เ้าค่ะท่านลุงหมอ”
ภายหลังพูดคุยกับท่านหมอซุนเสร็จเรียบร้อย อวิ๋นซีจึงหันมาเรียกพี่ชายที่มีอาการตกตะลึงเช่นท่านลุงอีกครั้ง ทั้งสองคนเดินตามอวิ๋นซีออกจากร้านด้วยท่าทางเหม่อลอย เพราะนี่เป็ครั้งแรกของทั้งสองคนที่หาเงินได้จำนวนมากในครั้งเดียว
แต่อวิ๋นซีที่เคยมีเงินทองมากมายในมือนางจะใง่าย ๆ ได้อย่างไร แค่นี้ยังเทียบไม่ได้แม้เศษเสี้ยวในอนาคตนางจะทำเงินให้มากกว่านี้ ก่อนจะไปจัดการเื่ที่คิดวางแผนเอาไว้ อวิ๋นซีจำต้องดึงสติพี่ชายกับท่านลุงกลับมาโดยเร็ว ขืนยังทำท่าทางเช่นนี้เกรงว่าจะเป็จุดสนใจของพวกอันธพาลได้
