ความเงียบดำเนินไป ทั้งสองนิ่งเงียบนานสักพักใหญ่ จวบจนเสิ่นม่านทำบะหมี่เนื้อตุ๋นน้ำแดงจนเสร็จ ดวงตาของหนิงโม่ถึงค่อยมีประกายขึ้นมาเล็กน้อย
เขาจับตะเกียบเขี่ยวนบะหมี่เส้นคดโค้งในชาม แล้วเอ่ยถาม
“นี่คืออะไร?”
เสิ่นม่านแง่งอนใส่เขา “มูล! เ้ากินมูลไปเถิด!”
หนิงโม่ “…”
กระทั่งผีก็คงดูออกว่านางกำลังโกรธ เขาไม่พูดอะไรอีก จากนั้นใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่และชิมเข้าไปหนึ่งคำเล็ก
อืม รสชาติอร่อยเช่นเคย
ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ ขณะที่เสิ่นม่านจ้องมองเขาด้วยความหงุดหงิด แทบอยากจะจับศีรษะเขายัดกับชามเสียให้รู้แล้วรู้รอด
นี่คิดว่าตนเองคือหุ่นยนต์กินข้าวที่ไร้หัวใจจริงๆ หรือ?
ในที่สุด นางก็ทนไม่ไหวและกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ตกลงเ้าหมายความเช่นไรกันแน่? หากข้าพูดจาผิดอะไรตรงไหนเ้าก็บอกกันตามตรงสิ เหตุใดต้องทำาเย็นกับข้าด้วย? เราเป็สหายกันไม่ใช่หรือ? ตอนนั้นข้ายอมรับเ้ามาอยู่ด้วย ไม่เคยถามว่าเ้าคือใคร มาจากที่ใด แล้วมาอยู่กับข้าด้วยจุดประสงค์อันใด หรือกระทั่งเื่นี้ข้าก็ไม่คู่ควรที่จะเข้าใจเ้า?”
มือข้างที่ถือตะเกียบของชายหนุ่มหยุดชะงัก ดังนั้นในใจของนาง เขาเป็เพียงสหายหรือ? ในเมื่อเป็เช่นนี้ แล้วเขาจะกังวลอะไร?
หากเป็สหายก็ไม่มีทางคิดไม่ซื่อกับเขาสินะ พวกเขายังคงสามารถคงสภาพความสัมพันธ์เช่นนี้ไว้ได้ ไม่ดีหรือ?
แม้จะบอกตนเองเช่นนี้ แต่เหตุใดหัวใจของเขาถึงไม่ค่อยพอใจนะ?
หนิงโม่เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงตึงเครียด ตรงข้างหน้าผากถึงกับมีเหงื่อซึมบางๆ
“เ้าเห็นข้าเป็เพียงสหายหรือ?”
เอ่อ… นี่มันหมายความว่าอะไร?
สารภาพรักหรือ?
เสิ่นม่านขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นยิ้มอย่างเขินอายและกล่าวด้วยท่าทีลำบากใจ
“อันที่จริง หากเ้าชอบข้า ข้าก็ไม่ถือสาที่จะละเมิดธรรมเนียมประเพณีลองคบหากับเ้าดูก่อน… แต่โดยส่วนตัวข้ารู้สึกว่าเ้ารูปโฉมสง่าหล่อเหลา น่าจะมีคนชื่นชอบไม่น้อย แต่ข้าหน้าตาแสนธรรมดา เดาว่าคงไม่เข้าตาเ้าหรอก”
หนิงโม่สำลักและปรากฏชั้นสีแดงจางๆ บริเวณโหนกแก้ม มุมปากของเขากระตุก
“นับว่าเ้าประเมินตนเองได้ดี”
เสิ่นม่านกลอกตามองบน หากจะพูดถึงเื่หลงตัวเอง หนิงโม่เป็อันดับหนึ่ง ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเป็ที่สอง!
ชายผู้หลงตัวเองกล่าวต่อ “เ้าชอบข้าก็บอกมาตามตรง ไม่ต้องเอาข้ออ้างเื่สหายมาหลอกเพื่อเข้าใกล้ข้า ข้าไม่หลงกลเ้าหรอก!”
อืม นางยอมรับว่าชอบข้าแล้ว
ใบหน้าของหนิงโม่ไม่ยิ้ม แต่ในใจกลับรู้สึกดี
เสิ่นม่านกลับลุกขึ้นด้วยความรำคาญใจ รู้สึกว่าหนิงโม่ที่น่าโมโหกลับมาอีกแล้ว
“ข้าว่าเ้ายังสามารถคิดได้บรรเจิด กินอาหารได้เอร็ดอร่อย กระทั่งอาหารก็ไม่สามารถอุดปากเสียๆ ของเ้าได้! ทั้งยังมีแก่ใจจะต่อล้อต่อเถียงกับข้า เช่นนั้นก็คงไม่ได้ป่วยอะไร ข้าจะไปนอนล่ะ คร้านจะตอแยกับเ้าแล้ว”
พูดจบ นางก็เดินจากไปด้วยความโมโห พอเดินไปถึงประตูก็หันกลับมาเอ่ย “ถ้วยชามมื้อดึกเ้าล้างเอง! อย่าได้คิดว่าข้าจะช่วยเ้าล้าง!”
เมื่อเสียงฝีเท้าของหญิงสาวเดินจากไปไกล มุมปากของหนิงโม่ก็ยกยิ้มจนเผยให้เห็นความได้ใจ
อืม เป็สหายเช่นนี้ก็ดี
ยิ่ง้ามากเท่าไร เื่กังวลใจก็มากขึ้นตาม
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พ่อไก่ขันกะต๊ากๆ อยู่บนกำแพงอยู่ราวเกือบครึ่งชั่วยาม เสิ่นม่านถึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เมื่อวานหยุดเทศกาลล่าปาหนึ่งวัน วันนี้เหล่าคนงานก็กลับมาทำงานตามปกติ
นางสวมชุดเหมียนอ๋าวและไปดูที่ลานด้านหลัง โอ้ คนงานตัวดีทั้งหลาย นอกจากคังต้าลี่กับภรรยาแล้ว คนอื่นยังไม่มากันสักคน
พอเอ่ยถาม จึงรู้ว่าไปออกันอยู่ที่บ้านนางจาง ตอนนี้กำลังดูเื่สนุกสนานกันอยู่
นางจาง?
พอเสิ่นม่านได้ยินว่าเป็จังหวะแห่งการฟังเื่สนุก นางก็ขนเก้าอี้เล็กไปนั่งดูตรงประตูบ้านหลังถัดไป
ไม่ดูยังไม่เท่าไร พอได้เห็นถึงกับต้องใ
นางจางกำลังถือเชือกร้องห่มร้องไห้น้ำตาไหลพราก นางแสร้งทำท่าจะผูกเชือกฆ่าตัวตายเสียให้ได้!
ทั้งที่ปากกำลังโอดครวญ แต่ร่างกายกลับไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย
ด้านข้างมีตาเฒ่าคังที่กำลังนั่งสติหลุดใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ขณะนี้ไม่รู้เพราะหนาวหรือใ เขานั่งตัวแข็งอยู่บนกองหิมะ นานสักพักใหญ่ก็ยังเรียกสติไม่ได้
นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว สิ่งสำคัญคือประตูห้องอีกด้านหนึ่งในเรือนยังเปิดอ้าไว้ บุตรชายของนางจาง หลี่โก่วเซิ่งกำลังยืนกึ่งเปลือยอยู่ตรงประตู โดยสวมไว้เพียงกางเกงตัวใน ยืนห่อเหี่ยวราวกับมะเขือที่ถูกน้ำแข็งเกาะ
ภายในห้องมีเสียงร้องไห้โอดครวญของจางซิ่วอวิ๋นที่ดังสนั่นลั่นฟ้า ทั้งบ้านสกุลจาง มีเสียงร้องไห้โทษฟ้าดินของอาหลานราวกับกำลังแข่งกัน
เสิ่นม่านเดินมาด้านหน้าสุดด้วยท่าทางมึนงงและสอบถามป้าคนหนึ่งที่อยู่ข้างกัน “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ป้าคนนั้นยังถือเมล็ดแตงไว้ในมือหนึ่งกำ ขณะนี้กำลังแทะอย่างได้อรรถรส ใบหน้าเผยประกายความตื่นเต้นสนุกสนาน
“เื่อะไรน่ะหรือ? ก็เกิดเื่บัดสีในบ้านนี้น่ะสิ! เมื่อคืนนี้ นางจางกับหลานสาวต่างก็ดื่มจนมึนเมา ถึงกับอดไม่ได้แอบลักลอบมีประเวณีกับชายอื่นน่ะสิ! จึ๊ๆ ดูไม่ออกจริงๆ นางจางอายุมากถึงห้าสิบกว่าแล้ว แต่กลับแอบเป็ชู้กับตาเฒ่าคัง! ถุย! ช่างขายหน้าเาาวโม๋ผานเหลือเกิน!”
เสิ่นม่าน “…”
โอ้! แม่เ้า บริโภครสนิยมแปลกแต่เช้าเลยหรือ?
เสิ่นม่านกลืนน้ำลาย จากนั้นมองดูหลี่โก่วเซิ่งที่ยืนโง่อยู่อีกทางและถามเบาๆ “แล้ว… หลี่โก่วเซิ่ง…”
“ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง! เ้าสุนัขคนนี้ ถึงขั้นกลิ้งขึ้นเตียงกับญาติผู้พี่แท้ๆ ของตน วันนี้มีคนมาหานางจาง พอเปิดประตูกลับเห็นว่าทั้งสองห้องนั้นมีเพียงพวกเขาสี่คนที่นอนตัวเปลือยกัน! โอ๊ย! เ้าว่าจางซิ่วอวิ๋นคนแพศยานี่ก็เหลือเกิน อยากได้ผู้ชายจนเสียสติ นั่นมันญาติผู้น้องแท้ๆ ของนางนะ!”
ป้าคนนั้นโพล่งออกมาอย่างหยาบคาย ทำเอาเสิ่นม่านอ้าปากค้าง
เกิดอะไรขึ้น? เพียงแค่คืนเดียว เหตุใดอาหลานคู่นี้จึงเกิดเื่ทั้งคู่?
เสิ่นม่านที่กำลังกินแตงโม [1] ได้สองคำ อีกด้านก็มีคนะโเสียงดัง
“ผู้ใหญ่บ้านมา!”
พูดจบเพียงไม่กี่วินาที ภายใต้สายตาของฝูงชนที่เร่าร้อน หลี่เถี่ยโถวก็เดินเข้าบ้านสกุลจางด้วยท่าทางหุนหัน
ขณะเดินเข้ามาก็ะโไปพลาง “มีอะไรน่าดู! ไม่ทำงานทำการกันหรือ? รีบแยกย้ายกันกลับไปทำงานกันได้แล้ว!”
ฝูงชนต่างก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เื่ดีอะไร คนไม่น้อยต่างก็รู้ตัวและพากันออกจากบ้านนางจาง
เสิ่นม่านเองก็ถอยทัพกลับเช่นกัน ใครจะรู้ว่าหางตาของนางจางกลับเหลือบเห็นนาง และพุ่งเข้ามาจะฉีกหน้านางด้วยความโมโห
“เ้านี่เอง! นางคนชั้นต่ำที่เลี้ยงเ้าเด็กพันทางเ่าั้ นี่เป็ฝีมือของพวกเด็กนั่น! นังเสิ่นม่าน ข้าจะฉีกร่างเ้า!”
เสิ่นม่านถอยหลังหลบ นางจางคว้าได้แต่ลมจึงเสียหลักล้มลงบนกองหิมะ
“ป้าจาง พูดอะไรต้องมีหลักฐานด้วย! เื่เกิดในบ้านเ้า เหตุใดถึงโยงมาที่ตัวข้า? เ้าจะด่าใครก็ต้องหาตัวคนร้ายให้แม่นยำสิ? อย่าเอาความแค้นส่วนตัวที่ผ่านมาและรั้นจะโยงมาที่เด็กๆ กับข้า เด็กๆ บ้านข้านิสัยเป็เช่นไร คนทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้ดี! ไม่ต้องให้เ้ามาใส่ร้ายป้ายสี!”
เสิ่นม่านยังรู้สึกประหลาดใจ เหตุใดถึงได้โยนความรับผิดชอบมาที่ตนเอง? หม้อดำ [2] ใบนี้ข้าไม่ขอแบก!
อย่างน้อยเื่ชู้สาวก็เกิดขึ้นในรั้วบ้านของนาง แล้วเกี่ยวอะไรกับเสิ่นม่านด้วย?
ช่างน่าขัน!
“เ้ายังกล้าพูดอีก?!” นางจางโมโหจนควันออกหู ยื่นมือเหี่ยวย่นชี้ไปทางเสิ่นม่าน
“มารดาชาตินี้แม้เป็ผีก็จะไม่ละเว้นเ้า!”
“พอกันที!”
ผู้ใหญ่บ้านตะคอกด้วยความโกรธ
“พวกเ้าก่อเื่บัดสีในบ้านแล้วยังมีหน้าไปโทษผู้อื่นอีกหรือ? หญิงหม้ายจาง เดิมทีข้ายังคิดว่าสามีของเ้าตายมาสิบกว่าปี เ้าเลี้ยงดูโก่วเซิ่งมาตามลำพังไม่ง่ายเลย ใครจะคิดว่าพวกเ้า พวกเ้า… ช่างหน้าไม่อาย!”
------
เชิงอรรถ
[1] กินแตงโม ชาวเน็ตจีนมีคำว่า 吃瓜 (chīguā) หมายถึง รอเสพดราม่า (เหมือนคำว่า “กินเผือก” แบบบ้านเรา)
[2] แบกหม้อดำ 背黑锅 แปลว่า ต้องแบกรับความผิดที่ต้นไม่ได้ก่อ ความหมายเหมือนคำว่า แพะรับบาป
