ทั้งสองตกลงตั้งกระโจมที่พัก ไว้ที่เดิมเพราะมันสะดวกสำหรับหนิงหลงด้วย ที่ต้องลุกมาอาบน้ำ ยามร่างกายขับของเสียออกจากตัว
ม้าทั้งสองตัว พาเดินตามป่าไม้ใหญ่ ไปตามทางที่มันเคยเดิน ไม่ได้เป็ป่ารก แต่มีสมุนไพรหลายตัว ที่ทั้งสองคนช่วยกันเก็บ
“ตระกูลเ้าก็มีตำลึงตั้งมากมาย? เ้ายังต้องมาหาเก็บสมุนไพร เพื่อไปส่งให้กับหอประมูลอีกหรือ”
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว ตระกูลมีตำลึงแต่ไม่ใช่ตัวข้า ถึงจะมีชื่อเสียงว่าเป็ทายาทของตระกูลดัง แต่สมบัติเ่าั้จะเปลี่ยนมือเมื่อไหร่ก็ได้ ข้าจึงจำเป็ต้องมี ตำลึงเป็ของตัวเอง”
“อย่างนั้นหรือ ข้าก็้าตำลึงเพื่อไปสร้างเนื้อสร้างตัวเหมือนกัน ตอนนี้ข้ายังจนอยู่ เพิ่งจะใช้หนี้ให้ท่านลุงไป”พูดได้แค่นั้น ทั้งสองก็แยกย้ายกันเก็บสมุนไพร โดยมีม้าเดินตามหลัง
่บ่ายก็พากันกลับที่พัก “มีม้ามันสะดวกแบบนี้นี่เอง ถึงจะมีวรยุทธ์ทำให้เดินทางได้ไวขึ้น แต่มีม้าอสูรระดับสองมันไวขึ้นเป็เท่าตัว”เด็กหญิงพูดพร้อมะโขึ้นหลังม้า
“เ้าไปถึงก็เตรียมตัวนะ ข้าจะให้โอสถกับเ้ากินไวกว่าเมื่อวานนี้”
ทั้งสองใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงที่พัก “วันนี้พวกเ้าทำดีมาก รับผลไม้เป็คนละผล”เฟยหย่ายื่นผลไม้ให้กับม้าทั้งสองตัวได้กิน
“ในป่านี้ไม่มีผลไม้อย่างนั้นรึ ถ้ามีพรุ่งนี้เ้าพาข้าไปเก็บได้ พวกเ้าเป็ม้าปีนต้นไม้ไม่ได้ แต่ข้าปีนได้และมีที่เก็บผลไม้ ให้พวกเ้าได้กินตลอดด้วย”
“เอ๊ะ!พวกเ้าเป็ม้าไม่ได้กินหญ้าหรอกหรือ ทำไมถึงกินแต่ผลไม้ล่ะ”
“ผลไม้ที่เ้าให้ มันมีพลังและรสชาติอร่อย ข้ากินแล้วรู้สึกแข็งแรงเลยชอบกิน พรุ่งนี้ข้าจะพาไปที่ผลไม้เยอะ เ้าต้องระวังด้วย บางวันก็มีฝูงลิงมาเก็บผลไม้ พวกมันชอบแย่ง แค่บางวันเท่านั้น”
เสียงแหบเล็กแหลมดังขึ้นในหัว “ดีมาก!นอนพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงวิ่งเข้าป่า”
เฟยหย่าเดินออกมาหา ท่อนไม้แห้งไปก่อไฟ ให้แสงสว่างและไล่ความหนาว ให้แก่ม้าทั้งสอง ถึงพวกมันจะไม่้าก็ตามเถอะ
‘เผื่อใครเดินทางผ่านมา จะได้รู้ว่าตรงนี้มีคนอยู่’ไม้ท่อนใหญ่ ถูกเอามาวางรวมกัน ส่งพลังธาตุจุดไฟ แล้วปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น
‘เอาถังไม้ในมิติ ออกมาใส่น้ำ แล้วเอาไปนอนแช่ตัวในกระโจม ใช้พลังธาตุไฟทำให้มันอุ่น แค่นี้ก็นอนแช่ตัวในน้ำร้อนอยู่กลางป่าเขาได้แล้ว’
เฟยหย่าเอา โอสถเปลี่ยนเส้นเอ็นไปให้หนิงหลงกิน แล้วยืนรอดูว่าเขาจะมีอาการ แบบนางหรือไม่ นางเพิ่งได้สังเกตใบหน้าของหนิงหลง
‘หน้าตาดูดี แต่สายตาที่ดูเหมือนจะร่าเริง แต่แฝงไปด้วยความเศร้าแบบนี้ เคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ รู้สึกคุ้นตาจัง’
ร่างกายของ หนิงหลงสั่นเทาไปทั้งร่าง ด้วยความเ็ป เขาแค่กำมือแน่นเกร็งเล็กน้อยเท่านั้น และมีเหงื่อผุดออกมาตามิั แต่ไม่ได้มีเสียงร้องหลุดรอดออกมา
‘เขาเจ็บแค่นี้เองหรือ เทียบกับข้าเจ็บแทบขาดใจ เฮ้อ!พลังและความอดทนช่างต่างกันเสียจริง’
เฟยหย่ากลับมานอนแช่น้ำร้อนในกระโจม อย่างสบายใจจนเผลอหลับไป และความฝันที่ไม่ได้ฝันมาหลายคืนแล้ว ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง จนนางสะดุ้งเฮือกขึ้นมา
‘เผลอหลับไปได้ยังไง แช่อยู่ในถังน้ำร้อนแท้ๆ แต่เอ๊ะ!ความฝัน สายตาที่คุ้นเคย เป็เพราะเราฝันบ่อย ช่างเหมือนกับแววตาของหนิงหลง!’
‘หรือว่าศิษย์น้องผู้นั้น จะเป็หนิงหลง ก่อนที่ิญญาจะสลาย ร่างกายเขาได้รับาเ็ จากแรงะเิของเตาหลอม ร่างกายของเขาอ่อนแอและเ็ปมาตลอด อย่างหาสาเหตุไม่ได้’
‘คล้ายกับร่างกายของเรา ที่ก่อนจะปลุกพลังธาตุใบหน้าที่เป็ปานดำ และตุ่มพุพองจากพลังธาตุไฟ แท้จริงแล้วติดมาจากร่างก่อนที่จะสูญสลาย ตัวเต็มไปด้วยเขม่าควัน และความร้อนจากเตาหลอม ิัที่ไหม้ ทำให้เกิดมาเป็คนอัปลักษณ์’
‘ต้องใช่แน่ แค่เรานึกถึงสายตาก็เก็บมาฝัน ถ้าเป็แบบนั้นได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหา ถ้าเป็เขาจริงเราก็แค่อยู่ข้างๆคอยปกป้อง และเขามีชีวิตที่ดีก็พอ’
เฟยหย่าออกจากถังไม้ มานั่งโคจรพลังต่อ หูก็คอยฟังเสียงข้างกระโจม อีกด้านหนึ่งที่ไร้การเคลื่อนไหว พอคาดเดาได้ว่าเขาน่าจะนอนหลับ
รุ่งเช้าเฟยหย่ารีบวิ่งออกไป มองหน้าหนิงหลงอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ ว่าเหมือนกับคนในฝันไหม
“หลิงหลิงเ้าอย่าเพิ่งปิดหน้า เ้าลองมองหน้าข้า พร้อมกับสายตา ว่าเราต้องพลัดพรากจากกันแล้ว ข้าไปก่อนนะ เ้าลองทำสายตาแบบนั้น กับข้าหน่อยได้ไหม”
หนิงหลงไม่เข้าใจที่เด็กหญิงพูด เขาไม่ปิดหน้า แต่จะให้ทำสายตาที่ต้องพลัดพรากจากกัน คำเอ่ยลาต้องทำหน้าตาแบบไหน เขาได้แต่มองหน้าเด็กหญิงเท่านั้น
“เ้าก็แค่คิดถึงว่า เราอยู่ด้วยกันมาหลายวัน แล้วข้าถูกญาติผู้ใหญ่ของเ้าจับไป เพื่อสังหารทิ้ง เพราะพาเ้าหลงอยู่ในป่าตั้งหลายวัน”
“ใครกันที่จะกล้ามาทำร้ายเ้า ในเมื่อเ้าเป็คนรักษาอาการของข้าให้หาย”เขาพูดพร้อมกับมองหน้านาง
“มันไม่ใช่เื่จริง! ถ้าแค่ให้เ้าคิด ข้าแค่อยากดูสายตาของเ้า จะเหมือนกับคนผู้นั้นหรือเปล่า”
“เป็อะไรของเ้า? เก็บของแล้วเดินทางกันเถอะ เราจะไม่กลับมาที่เดิม ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้นมาเยอะเลย พลังไม่ต้องถูกส่งไปช่วย บรรเทาความเ็ปในร่างกายแล้ว”
“แสดงให้ดูหน่อยก็ไม่ได้ ทำให้ข้าต้องค้างคาใจ”เฟยหย่าเดินบ่นกลับเข้าไปในกระโจม เพื่อเก็บของ
“เฟยหย่า ข้าไม่รู้ว่าเ้าเอาโอสถระดับสูงพวกนี้มาจากไหน แต่มันช่วยชีวิตของข้า ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน จากการเจ็บป่วยได้ ข้าถือว่าเ้าเป็ผู้มีพระคุณของข้าคนหนึ่ง”
“หากวันข้างหน้า เ้าเดือดร้อนหรือ้าให้ข้าช่วยเหลือสิ่งใด เ้าก็บอกข้ามาได้เลย”
“ข้าไม่้าให้เ้า มาตอบแทนบุญคุณหรือว่าช่วยเหลืออะไรทั้งนั้น ข้าเพียงแต่นึกและขอให้เ้าเป็คนผู้นั้นก็พอ ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหาอีกต่อไป”
“คนผู้นั้น ที่เ้าพูดถึงคือใครอย่างนั้นรึ!”
“เป็ศิษย์น้องของข้า เขาวิ่งมารับแรงกระแทก จากเตาหลอมโอสถะเิ ทำให้ร่างกายสูญสลาย และมาเกิดใหม่ ข้ากำลังตามหาเขาอยู่”
หนิงหลงมีอาการชะงักไปชั่วครู่ มองหน้าเด็กหญิง แต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา
“พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะ ข้ายัง้าสมุนไพร และของแปลกเพื่อไปแลกตำลึง สร้างฐานอำนาจของข้าเองขึ้นมา”
“ข้าก็เหมือนกัน ต้องมีตำลึงและอำนาจเท่านั้น ถึงจะอยู่ได้โดยที่ไม่มีใครมารบกวน”ทั้งสองไม่พูดสิ่งใดอีก ปล่อยให้ม้าเดินตามกันไป
“ไหนล่ะ? สมุนไพรเ้าม้า ข้าเห็นแต่ผลไม้”เสียงของหนิงหลงดังขึ้น เมื่อเห็นข้างกายมีแต่ต้นผลไม้
“หนิงหลง ผลไม้ก็ดีนี่ เป็ผลไม้มีพลังน่าจะขายได้ ถ้าไม่มีที่เก็บก็แค่เก็บใส่ถุง ที่ใช้เก็บอสูรตัวเล็กก็ได้”
เฟยหย่าไม่รอเวลาผ่านไป รีบกระโจนขึ้นบนต้นไม้เก็บ ทุกอย่างที่ขวางหน้า หนิงหลงเห็นดังนั้น ะโขึ้นต้นไม้ไปเก็บบ้าง ทิ้งม้าสองตัวไว้ใต้ต้น โชคดีวันนี้ไม่เจอฝูงลิง
ทั้งสองช่วยกันเก็บ ผลไม้ที่มีหลายชนิด หนิงหลงมีถุงเก็บสัตว์อสูร เขาเก็บได้เยอะ หันไปมองเฟยหย่า ทีแรกจะร้องบอกให้นางเอาผลไม้มาฝากเขาไว้ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะมองไปกี่ครั้ง ถุงย่ามของนางก็ไม่เต็ม
เฟยหย่าปีนลงมาด้านล่าง เอาผลไม้ม้าให้ทั้งสองได้กิน “ผลไม้น่าจะพอแล้ว ต่อไปคงเป็สมุนไพรหายาก พวกเ้ารู้จักสมุนไพรหรือไม่”
“เ้าทั้งสองอย่ามัวแต่กิน มาดูรูปตรงนี้ข้าจะเปิดให้ดู”เฟยหย่าเอาตำราสมุนไพร ออกมาจากแหวนนิติ ให้ม้าทั้งสองได้ดู
‘หน้าตาแบบนี้ไม่เคยเห็น แต่ต้นไหนที่เป็สมุนไพรพอรู้จักอยู่บ้าง เวลาพวกเราไม่สบาย จะพากันไปเก็บกินที่นั่น’เสียงม้าสีขาวดังขึ้นในหัว
“นั่นสินะหนังสือเล่มนี้มาจากแดนเซียน สมุนไพรน่าจะหายาก แต่ว่ามันไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีนี่ ไม่อย่างนั้นท่านผู้าุโของหอประมูลไป๋หลง คงจะไม่รู้จัก”
“หนิงหลงเราไปที่อื่นกันเถอะ ผลไม้พอแล้ว ไปหาสมุนไพรกันต่อ”ม้าสองตัว พาเดินไปตรงที่สมุนไพรขึ้นอยู่
หนิงหลงม้าของเขา ยังเป็ของเขาอยู่หรือไม่ ดูเหมือนมันจะฟังคำสั่งของเฟยหย่า มากกว่าเขาเสียอีก
“โอ้!นี่มันดงสมุนไพรนี่นา เ้าทั้งสองทำดีมาก อยู่แถวนี้นะอย่าไปไหน ข้าไปเก็บสมุนไพรก่อน”เฟยหย่าเดินเก็บสมุนไพรด้วยความไว จนหนิงหลงผู้ได้รับการถ่ายทอดเื่สมุนไพร และการเก็บมาจากตระกูลไป๋ ยังเก็บไม่ทัน
“เฟยหย่าเ้าเก็บสมุนไพรไปไว้ที่ไหน ผลไม้ก็ตั้งเยอะถุงย่ามเ้า ยังไม่เต็มอีกหรือ”หนิงหลงถามขึ้น เขาไม่อยากเก็บความสงสัยไว้ในใจ
“อยู่ในถุงย่ามนี่ ถุงย่ามของข้าก็มีความพิเศษเหมือนกัน เก็บสิ่งของได้เยอะ พอกับถุงเก็บสัตว์อสูรของเ้านั่นแหละ”
‘เก็บสมุนไพรไปเยอะแบบนี้ ถ้าปรุงเป็โอสถได้ คงขายได้ราคาดีกว่าสมุนไพรเป็ต้น ตำราการหลอมและเตาหลอมขนาดเล็กก็มี แต่…!ยังกลัวการหลอมโอสถอยู่ กลัวเตาจะะเิ’
“เ้ายืนคิดอะไรอยู่หรือ ข้าเห็นเ้าถือสมุนไพรค้างไว้ ไม่ยอมเก็บเข้าถุงย่ามเสียที”
“ข้ากำลังคิดว่าถ้าหลอมเป็โอสถได้ ราคาคงดีกว่าขายสมุนไพรเป็ต้น หรือว่าข้าจะฝึกหลอมโอสถดี”
“เ้ามีธาตุไฟสามารถหลอมโอสถได้ เอาแบบนี้เ้าเป็คนหลอม ส่งมาให้ข้าเป็คนขายดีหรือไม่ ข้าจะไปเปิดร้านขายยา ที่เมืองเว่ย”
“เมืองเว่ยอยู่ที่ไหนหรือ ไกลจากที่นี้ไหม ทำไมไม่เปิดที่เมืองนี้ล่ะ”
“ที่เมืองนี่มีญาติผู้พี่กำลังจะเปิดอยู่ ข้าจึงต้องไปเปิดที่เมืองเว่ย ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เดินทางเหนือขึ้นไป จากเมืองนี้ก็เป็เมืองเว่ยแล้ว”
“ได้ข้าจะหลอมโอสถ เ้าก็หาคนมาขนเอาก็แล้วกัน แต่…!ข้าก็อยู่ที่เมืองลี่เจียงได้ไม่นาน เพราะแม่ข้าและตายายอยู่ที่เมืองต้าตู”
“เ้ามาจากเมืองต้าตูอย่างนั้นหรือ เดินทางมาไกลเหมือนกันนะ”
“ใช่แล้วอยู่บนเรือรวมสองเดือน มันไกลมาก นอนอยู่บนเรือจนเบื่อ”
“เ้าคงไม่คิดจะไปอยู่ถาวร ที่เมืองต้าตูใช่หรือไม่”
“ไม่หรอกข้าซื้อบ้านไว้ที่เมืองลี่เจียง แถมยังมีพลังลึกลับอยู่ เื่นี้ข้าไม่เคยพูดให้ใครฟัง นอกจากเ้าเท่านั้น”
“ข้าสัญญาด้วยลูกผู้ชาย จะไม่บอกใคร พลังลึกลับที่เ้าว่ามันคือสิ่งใดกัน บอกข้าได้หรือไม่”
“ที่ข้าพูดให้เ้าฟัง เพราะว่าเ้ามีส่วนคล้ายกับคนผู้นั้น ที่นานมาแล้วเคยเป็ศิษย์น้องของข้า เ้าได้ยินข่าวที่เนินเขา มีเสียงดังขึ้นตอนกลางคืนไหม”
“เคยได้ยินสิ แต่ตอนหลังมาไม่มีเสียงแล้วไม่ใช่รึ หรือว่าเ้าคือคนที่ซื้อบ้านหลังนั้น”
“ใช่แล้ว! ข้าซื้อบ้านหลังนั้น ถึงได้พบว่ามีพื้นที่พิเศษ และมีพลังเยอะกว่าข้างนอกหลายเท่าตัว ข้าว่าถ้าว่างจะไปโคจรพลังที่นั่น แต่ยังไม่ได้ไปสักที”
“จริงหรือนอกจากพลังที่เยอะกว่าที่อื่นแล้ว ยังมีอะไรอีกไหม”
“มีเยอะกว่านั้น แต่ข้าไม่บอก นอกจากเ้าจะใช่คนผู้นั้นจริงๆเท่านั้น มันเป็ความลับ ที่ข้าไม่้าให้คนนอกรู้ มันอาจจะเป็อันตราย”
“แล้วเ้าจะพิสูจน์ยังไง ว่าข้าคือคนผู้นั้นที่เ้าถามถึงหรือไม่”
