ชายชราจากไปนานกว่าครึ่งเดือนโดยไม่มีข่าวคราวใด หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่กังวลมาก แต่พวกเขาไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวว่าจะทำให้เด็กๆ ที่บ้านกังวล
หลี่ชิงหลิงนั่งอยู่ที่ประตูลานบ้าน มองทางเข้าหมู่บ้าน ขมวดคิ้วและกล่าว "ไม่รู้ว่าปู่จะเป็อย่างไรบ้าง” สถานการณ์ลำบากมากจนเขาไม่มีทางออกหรือเปล่านะ
หลิวจือโม่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเขาได้ยินก็ยื่นมือไปลูบไหล่นาง "สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน เราก็ไม่สามารถออกไปถามซี้ซั้วได้ ทำได้แค่รอแล้ว”
หลังบอกผู้นำหมู่บ้านว่าเกิดโรคระบาดในซวงหยางครึ่งเดือนก่อน ที่หน้าหมู่บ้านจึงมีคนเฝ้าทางเข้าออก ไม่ให้คนเดินทางผ่านง่ายๆ ทุกวัน
เป็การป้องกันไม่ให้ใครนำโรคระบาดเข้ามาในหมู่บ้านด้วย
หลี่ชิงหลิงถอนหายใจ พูดว่าก็คงต้องแบบนั้นแล้ว
ทันทีที่นางพูดจบ หลี่ชิงหนิงก็รีบเข้ามานอนบนหลังของนางและถามด้วยน้ำเสียงเด็กๆ “ท่านพี่ รอท่านปู่อยู่หรือ ท่านปู่จะกลับมาเมื่อไร?" นางคิดถึงเขามาก นางรู้สึกว่าตนไม่ได้เจอท่านปู่นานมากแล้ว
หลี่ชิงหลิงเอื้อมมือไปตบก้นเล็กๆ และตอบด้วยรอยยิ้ม "ใกล้แล้ว ไว้ท่านปู่จัดการเื่เสร็จก็กลับมา” เ้าตัวเล็กวิ่งมาถามเื่นี้ทุกวันเลย
นางต้องคอยตอบแบบนี้ทุกวันเช่นกัน
แต่วันนี้เ้าตัวเล็กไม่หลงกลง่ายๆ แขนเล็กๆ โอบคอนาง หัวเล็กๆ พิงไหล่ ทำหน้าบึ้งและโต้กลับ "ท่านพี่โกหกข้า ก่อนหน้านี้ก็พูดแบบนี้ แต่ท่านปู่ไม่กลับมา" พี่เอาแต่หลอกเด็กๆ
"..." หลังจากที่เ้าตัวเล็กพูดเก่งก็พูดไม่หยุดตลอดทั้งวัน
การกล่อมน้องไม่ใช่เื่ง่ายแล้ว ดูสิ ตอนนี้ก็หาว่านางโกหก
"ท่านปู่ไม่กลับมาเพราะยังทำงานไม่เสร็จ ไว้เสร็จแล้วก็จะกลับมาแน่นอน" หลี่ชิงหลิงหันมองเ้าตัวเล็ก กล่อมเสียงเบา “เราคอยรอก็พอ นะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชิงหลิง เด็กน้อยรู้สึกหดหู่เล็กน้อย นางถอนหายใจเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ สุดท้ายก็พูดว่างั้นก็ได้!
เมื่อเห็นนางเป็แบบนี้ หลี่ชิงหลิงก็รู้สึกทั้งรำคาญและขบขัน นางบีบจมูกของเ้าตัวเล็ก หัวเราะพลางดุว่ายังเด็กแท้ๆ ทำไมถึงถอนหายใจเหมือนยายแก่
“ไม่ใช่ยาย ท่านพี่นิสัยไม่ดี” เ้าตัวเล็กทำหน้ามุ่ยแล้วบิดร่างน้อยๆ
หลี่ชิงหลิงหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง "แล้วเมื่อกี้ใครกันที่ถอนหายใจ หือ?" ไม่รู้ว่าเ้าตัวเล็กนี้เหมือนใคร ฉลาดแต่เด็กเลย
“ไม่รู้สิ ใครถอนหายใจนะ ข้าไม่ได้ยิน!” พูดพลางกวาดมองรอบๆ ราวกับมองหาว่าใครกำลังถอนหายใจ
"เ้าเด็กซน" หลี่ชิงหลิงตบก้นน้อยๆ ของนางอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ "พี่ๆ กำลังทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ไปเล่นกับพี่ๆ”
ทันทีที่ได้ยิน เ้าตัวเล็กก็ส่ายหัว บอกว่าพี่ๆ กำลังเขียนตัวอักษร รบกวนไม่ได้
เมื่อได้ยินคำพูดที่ดูเป็ผู้ใหญ่ หัวใจของหลี่ชิงหลิงก็อ่อนยวบ นางจับเ้าตัวเล็กลงจากหลังมาอุ้ม ก้มหัวจูบแก้ม “หนิงหนิงของเราเก่งจริงๆ รู้ด้วยว่ารบกวนพี่ๆ ไม่ได้”
เ้าตัวเล็กได้ยินคำชมก็ยิ้มและยืดอกเล็กน้อย "แน่นอน" นั่นคือสิ่งที่พี่ใหญ่บอกไว้ นางจึงไม่ไปรบกวน
นางเป็เด็กดีที่เชื่อฟังพี่ๆ มาก
"เก่งมาก!"
หลี่ชิงหลิงลูบและจูบหน้าเล็กๆ ของนางอีกสองครั้ง
อาจเป็เพราะไม่มีพ่อแม่ เด็กๆ ในครอบครัวถึงเชื่อฟังจนชวนเ็ปใจกันหมด
ในขณะเดียวกันนางก็รู้สึกภาคภูมิใจมากเพราะเด็กๆ ที่นางเลี้ยงดูมานั้นมีความประพฤติดีและเชื่อฟังมาก
เ้าตัวเล็กเริ่มหัวเราะคิกคัก นางเงยหน้าขึ้นจูบใบหน้าของหลี่ชิงหลิงสองครั้ง หลังจากจูบเสร็จก็อยากะโลงมา ไปดูว่าพี่ๆ เขียนเสร็จหรือยัง
แต่ก่อนที่นางจะได้ขยับก็มีรถม้าคันหนึ่งขับเข้ามาจากทางเข้าหมู่บ้าน
ทันทีที่หลี่ชิงหลิงเห็นรถม้า นางก็อุ้มเ้าตัวเล็กลุกขึ้น พยายามเพ่งมอง "พี่จือโม่ คิดว่าใช่ท่านปู่ไหม”
“อย่าด่วนสรุป ไปดูกันก่อน” หลิวจือโม่จับมือหลี่ชิงหลิงเดินไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ชาวบ้านสองคนที่เฝ้าประตูเห็นรถม้า แล้วพยายามหยุดรถอย่างกล้าหาญ
“พวกท่านเป็ใคร ตอนนี้จะเข้าออกหมู่บ้านซี้ซั้วไม่ได้แล้ว”
คนขับรถคือหลิวอีที่มารับชายชราในวันนั้น เมื่อเขาเห็นท่าทางของชาวบ้านสองคนก็ขมวดคิ้ว ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากดุชาวบ้านทั้งสอง ชายชราก็โผล่หัวออกมา
ทันทีที่เขาชะโงกหน้าออกไป หลิวจือโม่ก็เรียกออกมาด้วยความประหลาดใจ "ท่านปู่..."
"เ้าโม่..." ทันทีที่ชายชราเห็นหลิวจือโม่ก็ะโด้วยรอยยิ้ม เขาะโลงจากรถ
เขามองชาวบ้านสองคน “ทั้งสองท่าน ข้าเป็คนในบ้านจือโม่ ให้ข้าผ่านได้หรือยัง”
หลิวจือโม่ที่รีบวิ่งไปรีบเสริม "ท่านลุง ท่านปู่อยู่บ้านข้าจริงๆ ไม่ใช่คนนอก" เขาหยุดเล็กน้อย “เขาเป็หมอหลวง ฮ่องเต้ขอให้ไปรักษาโรคระบาดเลยหายไปกว่าครึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้เขากลับมา แปลว่าโรคระบาดก็น่าจะหายแล้ว”
ทันทีที่พวกเขาได้ยินว่าเป็หมอหลวง ชาวบ้านก็รู้สึกใจเต้นแรง พวกเขากลืนน้ำลายและถามหลิวจือโม่ซ้ำๆ ว่าจริงหรือ?
หลิวจือโม่รู้ว่าพวกเขาระมัดระวังเพื่อประโยชน์ของหมู่บ้าน ดังนั้นจึงตอบด้วยรอยยิ้มว่า ถามปู่ผู้นำหมู่บ้านได้ ปู่ผู้นำหมู่บ้านก็รู้เื่นี้เช่นกัน
"นี่..." ชาวบ้านทั้งสองมองหน้ากัน และพูดอย่างขอโทษ "งั้น… ขอโทษด้วย ช่วยรอกันหน่อย เรา… จะไปถามผู้นำหมู่บ้าน”
ทันทีที่ชาวบ้านพูดจบ หนึ่งในนั้นก็วิ่งหายไป
"เกิดอะไรขึ้น?" ชายชรามองชาวบ้าน จากนั้นหันไปมองหลิวจือโม่
หลิวจือโม่อธิบายด้วยรอยยิ้ม ทันทีที่เขาพูดจบ หลี่ชิงหลิงที่อุ้มเ้าตัวเล็กก็วิ่งมาถึง
เด็กสาวถามอย่างสงสัยว่า "ทำไมถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่กลับบ้านหรือ” นางยืนรออยู่ที่ประตู ไม่เห็นพวกเขาสักทีจึงวิ่งมาหา
“ต้องรอก่อน” หลิวจือโม่เหลือบมองชาวบ้านที่ทำตัวไม่ถูก นางก็เข้าใจทันที
อย่างไรเสียนี่ก็เป็กฎที่ผู้นำหมู่บ้านตั้งขึ้น หากฝ่าฝืนกฎนี้ก็เท่ากับตบหน้าผู้นำหมู่บ้าน
ทำแบบนั้นคงไม่ดีนัก
"ท่านปู่ อุ้มหน่อย..." เมื่อเห็นว่าคุณปู่กลับมาแล้ว เ้าตัวเล็กก็บิดตัวเล็กน้อย อยากให้ชายชราอุ้ม
ชายชราเองก็คิดถึงเ้าตัวเล็ก เอื้อมมืออยากรับมา แต่ก็นึกได้ว่าตนเพิ่งออกมาจากเขตโรคระบาด อาจมีเชื้อโรคมากมายบนตัว จึงหดมือ ยิ้มแล้วลูบปลอบเ้าตัวเล็ก “รอปู่กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วค่อยกอดหนิงหนิงนะ!”
ร่างกายเด็กอ่อนแอ หากได้รับเชื้อโรคก็จะเจ็บป่วยง่าย
เมื่อเห็นว่าชายชราหดมือ เ้าตัวเล็กก็เบะปาก "ไม่เอา ข้าคิดถึงท่านปู่ อุ้ม…” ปู่ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว กลับมาก็ไม่อุ้ม นางเศร้ามาก
“หนิงหนิง เป็เด็กดีนะ ปู่จะอุ้มเ้าทีหลัง!”
“อย่างอแงสิ อยากป่วยแล้วกินยาขมก็ให้ปู่อุ้มเลย!”
ทันทีที่นางได้ยินว่าอุ้มแล้วต้องกินยาขม มือเล็กๆ ของหลี่ชิงหนิงก็หดกลับในทันที นางส่ายหัวน้อยๆ อย่างสุดกำลัง บอกไม่กินยาขม
เมื่อชายชราได้ยินก็ถลึงตาจ้องหลี่ชิงหลิง "อย่าทำให้หนิงหนิงใสิ เดี๋ยวถ้าไม่กล้าหอมแก้มข้าขึ้นมา ข้าจะจัดการนางแน่” ดุหลี่ชิงหลิงเสร็จก็ยิ้มและอธิบายให้หลี่ชิงหนิงฟัง "หนิงหนิง เชื่อฟังนะ ตอนนี้เสื้อปู่สกปรก อุ้มไม่ได้ ไว้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อเสร็จก็อุ้มได้แล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหนิงก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "ได้ รอท่านปู่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่อยกอดหนิงหนิง"
"หมอเซวีย เวลาไม่เยอะแล้ว ท่าน…” สุดท้ายหลิวอีก็ทนไม่ได้ เอ่ยเตือนชายชรา
ชายชรารักษาโรคระบาดสำเร็จ นับเป็ผลงาน เขาต้องเข้าเมืองหลวง
คราวนี้เขารีบกลับมาก็เพราะรู้ว่าเด็กๆ จะเป็ห่วง เขาอยากกลับมาบอกข่าวเสียหน่อย
"ไม่เป็ไร จะไม่ล่าช้ามากหรอก" ชายชราโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เขายังไม่เจอเด็กๆ คนอื่นเลย จะจากไปเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร?
หลิวอีได้แต่พยักหน้าอย่างเงียบๆ ไม่กล้าเตือนหมอหลวงท่านนี้อีก
"ท่านปู่ จะ… ไปตอนนี้เลยหรือ โรคระบาดยังไม่หายหรือ?”
เมื่อชาวบ้านได้ยินคำถามของหลิวจือโม่ก็หน้าเปลี่ยนสี ถอยหลังไปหลายก้าว
หลิวจือโม่และหลี่ชิงหลิงชำเลืองมองโดยไม่พูดอะไร จากนั้นหันไปมองชายชราเพื่อรอคำตอบ
“หายแล้ว ถือเป็ผลงาน ข้าเลยต้องไปเมืองหลวง” ชายชรายิ้มปลอบ “ข้าไม่ได้กลับมาเกินครึ่งเดือนแล้ว ข้ากลัวว่าพวกเ้าจะเป็ห่วง เลยมาบอกก่อนไป”
