ผู้มาเยือนบอกจุดประสงค์ที่มา ก่อนจะมอบตั๋วเงินให้เสร็จแล้วจากไปอย่างรวดเร็วดุจสายลม
“พวกเขามาด้วยเื่ใดหรือ” กู่ซื่อเอ่ยถามสามี
กู้ซิ่วไฉหยิบตั๋วเงินซึ่งวางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เมื่อพบว่าตั๋วเงินเหล่านี้คือของจริง มือไม้ของเขาพลันสั่นระริก ตั๋วเงินที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงบนพื้นทันใด “พวกเขา…มาบอก…ข่าวว่า…สกุลหยวนกับเจินเจินไม่อยู่แล้ว…” กล่าวจบถึงกับตัวอ่อนทรุดลงไปกองกับเก้าอี้ มือข้างหนึ่งกุมหน้าอก น้ำตาไหลออกมาดั่งสายน้ำไหลริน
ครั้นกู่ซื่อฟังคำที่สามีเอ่ยมา แล้วภาพตรงหน้าก็กลายเป็สีดำสนิท เป็ลมหมดสติไปในทันที
กู้ซิ่วไฉใอย่างยิ่ง รีบอุ้มภรรยาไปนอนบนเตียง ก่อนจะสั่งให้บุตรชายคนรองและคนที่สามไปตามหมอมาตรวจอาการ ส่วนตนเองพอกลับมาถึงห้องก็นำตั๋วเงินใส่ไว้ในลิ้นชัก ทรุดนั่งลงข้างเตียงแล้วร่ำไห้ออกมา
ไฉนถึงเป็เช่นนี้ไปได้ สกุลหยวนเป็คนดี เจินเจินก็เป็คนดี เหตุใดถึงมาตายจากไปไวถึงเพียงนี้ เพราะเหตุใด?
ด้วยเพราะสกุลกู้ออกไปตามหมอมากลางดึก ทำให้เพื่อนบ้านต่างรีบสวมเสื้อผ้ารอฟังข่าว เมื่อได้ยินว่ากู่ซื่อเป็ลมหมดสติก็รู้สึกแปลกใจ เพราะหมู่นี้ร่างกายของกู่ซื่อแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ไฉนจู่ๆ ถึงเป็ลมหมดสติไปได้ หรืออาการป่วยจะกำเริบ หากไม่ใช่เพราะบนพื้นในเวลานี้ปกคลุมไปด้วยหิมะ พวกเขาคงจะตามไปดูแล้ว
ครั้นหมอประจำหมู่บ้านมาถึงบ้านสกุลกู้ เห็นว่ากู้ซิ่วไฉกำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง ในขณะที่กู่ซื่อนอนหน้าซีดไร้สีเือยู่บนเตียงก็รีบเข้าไปจับชีพจรอยู่นานกว่าจะเอ่ย “ฮูหยินกู้เพียงแค่ได้รับความตระหนกใเท่านั้น ท่านกู้ เกิดเื่อันใดขึ้นหรือ ก่อนหน้านี้ฮูหยินกู้ยังดีๆ อยู่ ไฉนถึง…”
“สกุลหยวนกับเจินเจินเสียชีวิตบนเขา…” กู้ซิ่วไฉกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งไร้เรี่ยวแรง อย่างไรเสียเื่นี้ก็ไม่มีทางปิดบังคนในหมู่บ้านไว้ได้ พอถึงตอนที่จัดงานศพ ทุกคนก็ต้องทราบอยู่ดี เขาจึงไม่คิดปิดบัง
“ว่ากระไรนะ!” หมอประจำหมู่บ้านมีสีหน้าไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แต่หากเื่นี้ไม่ใช่เื่จริง สามีภรรยากู้หรือจะมีท่าทางเช่นนี้ ชาวบ้านต่างทราบดีว่าสามีภรรยากู้รักและเอ็นดูเจินเจินประดุจบุตรสาวแท้ๆ ในไส้
“ท่านทราบเื่นี้ได้อย่างไร” หมอเอ่ยถาม
“คนที่จ้างสกุลหยวนให้ขึ้นเขาไปด้วยส่งจดหมายมาบอกเมื่อสักครู่” กู้ซิ่วไฉกล่าวตอบ
เขาไม่กล้าบอกว่าคนเ่าั้เพิ่งนำจดหมายมาส่งให้ ด้วยกลัวว่าคนในหมู่บ้านจะคาดเดากันไปต่างๆ นานา อีกประการคือผู้ส่งข่าวคงไม่อยากให้มีใครล่วงรู้ถึงได้มาส่งข่าวกลางดึก
หมอ “…”
หมอประจำหมู่บ้านถึงกับถอนหายใจ ยื่นมือไปตบไหล่กู้ซิ่วไฉอย่างปลอบประโลม “ท่ายกู้ โปรดระงับโศกเศร้าด้วย หาก้าความช่วยเหลือก็บอกข้าได้เลย”
กู้ซิ่วไฉพยักหน้า
หมอประจำหมู่บ้านเขียนเทียบยา กู้ซิ่วไฉให้บุตรชายคนรองและคนที่สามตามหมอไปเอายาที่บ้าน เมื่อได้ยามาแล้วกู้ซิ่วไฉนำยาไปต้มในห้องครัว โดยมีบุตรชายทั้งคู่ตามไปด้วย
“ท่านพ่อ แม่เสือ…เจินเจิน นางจะไม่กลับมาแล้วจริงๆ หรือขอรับ” เอ้อร์หลางเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาทั้งสองข้างแดงเรื่อ ซานหลางมีสีหน้าเศร้าสลดเช่นกัน น้ำตาคลอหน่วยพร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ
กู้ซิ่วไฉพยักหน้า
ซานหลางกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ส่งเสียงร่ำไห้ออกมา
เอ้อร์หลางมีน้ำตาไหลออกมาเช่นกัน กล่าวว่า “ท่านพ่อ ต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ นางเก่งกาจถึงเพียงนั้นจะไม่กลับมาได้อย่างไร…”
กู้ซิ่วไฉยกมือซับน้ำตาที่คลออยู่ตรงหางตา “พ่อเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่ามันคือเื่จริง เพียงแต่…” เพียงแต่ถ้าไม่ใช่เื่จริง คนเ่าั้มีหรือจะมาแจ้งข่าวพร้อมกับมอบตั๋วเงินให้
“พวกเ้าอย่าพึ่งนำเื่นี้ไปบอกพี่ชาย ต้องปิดเื่นี้กับเขาไว้ก่อน” กู้ซิ่วไฉกำชับ ถึงแม้ว่าบุตรชายคนโตของเขาจะเอาแต่ทำหน้าเ็าไร้ความรู้สึกทั้งวัน ทว่าผู้เป็บิดาตระหนักดีว่า เจินเจินได้เข้าไปยึดกุมพื้นที่ในหัวใจของกู้อวี้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เอ้อร์หลางกับซานหลางพยักหน้า
“เอาละ พวกเ้าไปนอนเถิด” ยามนี้คือฤดูเหมันต์ บุตรชายทั้งสองของเขายังเด็ก หากต้องลมหนาวประเดี๋ยวจะไม่สบาย
เอ้อร์หลาง ซานหลางร้องไห้ขณะพากันเดินกลับไปยังห้องด้านหลัง ระหว่างนี้เองได้มีเสียงเรียกดังมาจากในห้องของกู้อวี้ “เ้าสอง เ้าสาม”
ทั้งคู่รีบใช้สองมือปาดน้ำตา ก่อนจะผลักเปิดประตูเข้าไปในห้องของพี่ชาย
“จุดเทียน” น้ำเสียงของกู้อวี้แหบแห้งเล็กน้อยทั้งยังแ่เบา ทว่ากลับดังชัดเป็พิเศษท่ามกลางความมืดและความเงียบสงบ
“ท่านพี่้าจะไปสุขาหรือ” เอ้อร์หลางไม่อยากจุดเทียน กลัวว่าพี่ชายจะมองเห็นดวงตาที่แดงก่ำของตนและน้องชาย
“จุดเทียน!” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาซ้ำสองเต็มไปด้วยความเ็าขึ้นหลายส่วน
ซานหลางรีบจุดเทียนตามที่อีกฝ่ายสั่งทันที
กู้อวี้จับจ้องไปยังน้องชายทั้งสองคน ใช้สายตาอันแหลมคมพินิจอยู่สักครู่แล้วจึงถาม “เกิดอะไรขึ้น”
ทั้งคู่ก้มหน้าพลางเหลือบมองกันและกัน
กู้อวี้กล่าวต่อ “ท่านแม่ไม่สบายหรือ”
ทั้งคู่ยังคงไม่ตอบคำ
“เกิดเื่กับเจินเจิน?” กู้อวี้เอ่ยการคาดเดาของตนเองออกมา ไม่รู้เพราะเหตุใดหลังจากฟื้นขึ้นมาครั้งนี้ประสาทััทั้งห้าของเขาเฉียบไวกว่าแต่ก่อนมาก ความเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องโถงด้านหน้า เขาได้ยินอย่างชัดเจน และพอจะจับใจความบางอย่างได้ลางๆ
“ท่านพี่รู้ได้อย่างไร” ซานหลางเงยหน้าถามอย่างตระหนก
กู้อวี้ยังคงจ้องมองน้องชายทั้งสองนิ่ง จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เกิดเื่ขึ้นกับนางจริงๆ เกิดเื่อะไรขึ้น พวกเ้าเล่ามาให้ละเอียด”
เอ้อร์หลางหันไปถลึงตาใส่น้องชาย ซานหลางในเวลานี้ถึงค่อยรู้ตัวว่าถูกท่านพี่หลอกถาม
“อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำเป็รอบที่สอง” น้ำเสียงของกู้อวี้เ็าประดุจสายลมในฤดูหนาว ช่างเย็นเยียบเข้าไปถึงกระดูก
เอ้อร์หลางจึงต้องบอกเท่าที่ทราบ เล่าจบจึงส่งเสียงร่ำไห้ออกมา “…ฮือๆ ถ้าหากแม่เสือ…ถ้าหากเจินเจินกลับมาได้ ข้าจะไม่รังเกียจนาง ข้าจะยอมเรียกนางว่าลูกพี่ จะช่วยคัดอักษร ไปจับนกจับปลาเป็เพื่อนนาง เจินเจิน เ้ากลับมาเถิด หากกลับมาข้าจะเชื่อฟังเ้า ข้าจะยอมให้เ้าเล่นกลเก้าห่วงปริศนา…”
ทั้งคู่ส่งเสียงร้องไห้เสียงดัง ทว่าในหูของกู้อวี้เสียงร่ำไห้ของน้องชายกลับเริ่มเลือนราง เขานอนนิ่งสายตาจับจ้องไปยังเพดาน บนนั้นค่อยๆ ปรากฏภาพยามที่เจินเจินส่งยิ้มมาให้ ภาพยามที่นางเรียกเขาว่าพี่ชาย ภาพยามที่นางปีนขึ้นเตียงมากอด แอบหอมแก้ม แอบปีนเข้ามาในห้องของเขาทางหน้าต่างตอนกลางดึก ภาพยามที่นางแอบซุกตัวเข้ามาในผ้าห่ม ภาพเท้าของนางที่มักจะขึ้นมาอยู่บนใบหน้าของเขายามตื่นขึ้นในตอนเช้า…
ทั้งที่นางเกลียดการคัดอักษร แต่ก็พยายามคัดให้เสร็จตามที่เขามอบหมายอยู่เสมอ เจินเจินตัวเล็กถึงเพียงนั้น แต่กลับเข็นรถเข็นพาเขาไปทุกที่ และภาพยามที่นางกระซิบข้างหูว่า ‘พี่ชาย ไม่ต้องกลัว ข้าจะเลี้ยงท่านเอง…’
“ข้าผิดเอง…” เขาพึมพำเสียงเบา
“ข้าไม่ควรปล่อยให้เ้าโบยบินไปบนท้องฟ้า ข้าควรหักปีกของเ้าเสีย เพื่อให้เ้าคอยอยู่ข้างกายข้า หาไม่แล้วป่านนี้เ้าก็คงจะยังสุขสบายอยู่ตรงนี้ใช่หรือไม่”
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงจากหางตา ตามมาด้วยหยดที่สอง หยดที่สาม และหยดแล้วหยดเล่า
‘เจินเจิน เ้ากลับมาได้หรือไม่...’
‘หากเ้ากลับมา ข้าจะไม่บังคับให้เ้าคัดอักษร เ้าชอบกอดข้า ข้าก็จะให้กอดทุกวัน เ้าคือปีศาจแสนซนตัวน้อยมิใช่หรือ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้คือเื่โกหกใช่หรือไม่ ใช่ พวกเขาต้องเข้าใจผิดเป็แน่…’
“เ้าสอง เ้าสาม พวกเ้ากลับห้องไปได้แล้ว” กู้ซิ่วไฉที่อยู่ในห้องครัวได้ยินเสียงร่ำไห้ดังมาจากห้องของบุตรชายคนโต ก็ทราบในทันทีว่าอีกฝ่ายรู้เื่ทั้งหมดแล้ว จึงเดินมายังห้องของกู้อวี้
หลังไล่เ้าสองเ้าสามออกจากห้องไปแล้ว บิดากู้เดินไปนั่งข้างเตียงบุตรชาย นิ่งเงียบไม่กล่าวคำใดอยู่นาน
กู้อวี้หันไปมองบิดา ใช้น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม “ท่านพ่อ เกิดอันใดขึ้นกันแน่ ท่านบอกความจริงมาเถิด อย่าปิดบังข้าเลย”
น้องชายทั้งสองยังเด็ก ความสามารถในการรับรู้เื่ราวต่างๆ ยังมีจำกัด ทว่ายามนี้เขาอยากรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
