“พวกเขาฆ่าล้างเมืองและคนที่ไม่คิดสู้ การกระทำนี้ต่างอันใดจากสัตว์เดรัจฉาน” เฉินอ่าวกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ เขาคิดเสมอว่าตัวเองโเี้มากพอ แต่เขาก็ยังอดตัวสั่นไม่ได้เมื่อเห็นภาพอันโหดร้ายเบื้องหน้า
เขาหันไปมองภรรยา โดยคิดว่านางคงใและสงสารผู้คนเช่นเดียวกับเขา
อย่างไรก็ตาม ถึงเฉินถั่วถงจะเห็นแค่ควันดำที่ลอยขึ้นจากทั่วทุกที่บนขอบท้องฟ้า ไม่ได้เห็นภาพรวมทั้งหมดเหมือนเฉินอ่าว
แต่เฉินถั่วถงได้เห็นความโหดร้ายของามามาก และนางยังได้เห็นวิธีการที่ป่าเถื่อนและโหดร้ายมาทุกรูปแบบ พัวพันกับคนทุกชนชั้นไม่เหมือนเฉินอ่าวที่คลุกตัวอยู่แค่กลุ่มเซียนผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกัน ที่ไม่เคยลดตัวไปทำให้ปุถุชนหรือผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์เดือดร้อนหรือกดขี่อะไร
ดังนั้น ในสายตาของเฉินถั่วถงที่มีต่อา จึงรู้รสชาติและความโหดร้ายถึงแก่นลึกมากกว่า
นางคือพลเรือเอกยานรบ นางคือความภาคภูมิใจของกาแล็กซีทั้งหมด เป็นายพลหญิงที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
เมื่อใดก็ตาม ที่ากำลังจะปะทุขึ้นในดวงดาว ทหารชั้นผู้น้อยและประชาชนจะเรียกหาผู้นำของตัวเอง พร้อมทั้งโห่ร้องด้วยความยินดีว่าการมาถึงของาจะทำให้มนุษยชาติแข็งแกร่งขึ้น
แต่กลุ่มคนคลั่งไคล้เ่าั้ไม่รู้เลย ว่าาที่แท้จริงทิ้งความโหดร้ายไว้เื้ั จนแม้แต่นางเองก็ยังเกลียดชังาไม่อยากให้เกิด!
เมื่อมองลงไปยังหมู่บ้านที่อยู่เบื้องล่างูเา ความคิดมากมายก็พรั่งพรูเข้ามาในใจของนาง แต่สุดท้ายก็เหลือเพียงเสียงถอนหายใจ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
“จากทิศทางของควันไฟ ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินอวี๋ตื่นขึ้นมาดูท่านตาที่พากลับมาด้วย จนเห็นกลุ่มคนที่หลบหนีตายจากเหตุจลาจล ข้าก็คงไม่รู้การเคลื่อนไหวของพวกทหารฏว่าจะผ่านหมู่บ้านเนินหินน้อย และเราเองก็คงกลายเป็หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านเ่าั้”
เมื่อเฉินอ่าวได้ยินสิ่งที่ภรรยากล่าว เขาก็อดไม่ได้ที่จะสะท้าน แม้ตัวเองจะเป็เซียน แต่ด้วยความอ่อนแอในปัจจุบัน การสู้กับผู้คนนับพันโดยที่มีลูกๆ สี่คนอยู่ข้างหลัง มันก็ยังเกินภาระของเขาในร่างนี้ที่จะรับไหว
“ข้าเชื่อว่าพวกเขาต้องมีหน่วยสอดแนมกระจายตัวไปทั่วทัพหลัก!”
“เราอยู่ตรงนี้นานไม่ได้ ต้องไปที่ไหนสักแห่งที่ไกลกว่านี้”
เฉินถั่วถงหันหลังกลับโดยไม่สนใจควันหนาทึบที่พวยพุ่ง และขณะนั้นนางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ แล้วหันกลับมากำชับสามีว่า
“ถ้าเด็กๆ ถามถึงสถานการณ์ ไม่ต้องพูดตรงๆ เดี๋ยวพวกเขาจะตื่นตระหนก”
เฉินอ่าวขมวดคิ้ว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยสับสน เด็กทั้งสี่คนไม่น่าจะใช่เด็กน้อยอย่างที่เห็น ในเส้นทางแห่งเซียนที่เขาคุ้นเคย เมื่อผู้บำเพ็ญฝึกฝนไปถึงจุดๆ หนึ่ง การเกิดหรือจุติใหม่แทบจะเป็เื่ธรรมดา และเขาก็มองออกว่าลูกๆ ของตัวเองไม่จำเป็ต้องปกป้องขนาดที่ไม่ให้ทราบข่าวร้ายพวกนี้
เฉินถั่วถงหยุดกะทันหัน หันกลับมามองเฉินอ่าว สีหน้าจริงจังของนางทำให้เฉินอ่าวเข้าใจว่านางไม่ได้ล้อเล่น
ความจริง นางจะไม่รู้ได้ยังไงว่าลูกๆ ของนางไม่เหมือนเด็กปกติ แต่ด้วยร่างกายเล็กๆ เช่นนั้น หากยิ่งบอกก็ยิ่งเกรงว่าพวกเขาจะลงมือทำอะไรที่ไม่เข้าท่า เมื่อคืนวันก่อนที่เฉินอวี๋และเฉินต้า้าออกไปหาท่านตายามดึกก็เห็นชัดแล้ว และนางก็ไม่อยากให้เกิดเื่เช่นนั้นขึ้นอีกก่อนที่ลูกๆ จะโตจนสามารถดูแลตัวเอง
“ทุกคนมีความลับและไม่จำเป็ต้องบอกทุกอย่าง แต่ในเมื่อเ้าเป็พ่อของเด็กเ่าั้ ก็ควรทำตัวให้สมกับเป็พ่อคน ข้าไม่สนหรอกว่าก่อนหน้านี้เ้าเป็ยังไง แต่ตอนนี้เ้าเป็สามีข้า และพวกเขาก็เป็ลูกของเรา ถ้าไม่้าสถานะนี้ จะจากไปหรือทำอะไรก็ได้ข้าไม่ห้าม”
นับั้แ่ทั้งคู่กลับมาเกิดใหม่ เฉินถั่วถงไม่เคยพูดและเปิดใจเื่แบบนี้กับเฉินอ่าวมาก่อน เพราะนางรู้ว่าเฉินอ่าวก็เป็ผู้ใหญ่มีอายุ คิดว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ตนจะสื่อ
ดังนั้น นางจึงอดทนกับความไม่พยายามของเฉินอ่าวก่อนหน้านี้ และเนื่องจากเขาออกไปข้างนอกกับนางและมีท่าทีที่ดีขึ้น นางจึงยอมเปิดใจให้กับอีกฝ่ายว่าเป็ในครอบครัวของตัวเอง
ยิ่งสถานการณ์บนโลกใหม่ในตอนนี้ สร้างแรงกดดันให้นางต้องเอาตัวรอด ถ้านางยังมีสามีเห็นแก่ตัวที่มองไม่เห็นความจริง ว่านี่คือชีวิตใหม่ไม่ใช่อดีตที่เคยผ่านมา นางก็ไม่ลังเลที่จะไล่และปล่อยให้เขาเดินไปในเส้นทางของตัวเอง!
ความมุ่งมั่นแน่วแน่เช่นนี้ ทำให้เฉินอ่าวเฉินอ่าวตระหนัก ที่จริงเขาไม่มีอะไรให้ผูกพัน เส้นทางแห่งเซียนนั้นโดดเดี่ยว อยู่ลำพังจนชินชา ชีวิตก่อนยกเว้นบิดาและคนในตระกูลตัวเอง แม้แต่ภรรยาและทายาทสืบทอด ก็แทบไม่มีให้ตระกูลตัวเองเลย
การที่ถูกเต๋าแห่งกฏขัดขวางการบรรลุเป็เซียนผู้ยิ่งใหญ่ จนเขาต้องใช้วิชาต้องห้ามย้ายิญญาหลบหนีมาอยู่ในโลกใบเล็กแห่งนี้เพื่อเอาตัวรอด
บางที มันก็อาจจะเป็เหตุผลบางอย่าง ที่ทำให้เขาไม่อาจข้ามขั้นได้ ตราบใดที่ใจเต๋ารู้แจ้งวิถีมนุษย์ในโลกปุถุชน หากกลับไปได้ สิ่งที่เคยล้มเหลวก็อาจทำให้เขาประสบความสำเร็จหลังจากกลับไป
“หืม…หัวใจอันอ่อนเยาว์และร่างกายที่อ่อนแอ การสังหารหมู่ในเมืองนั้นโหดร้าย ไม่ควรทำให้จิติญญาอันบริสุทธิ์ในชีวิตใหม่ของเด็กๆ แปดเปื้อนั้แ่ยังเล็ก ข้ารู้ว่าต้องพูดอย่างไร เ้าวางใจสามีของเ้าเถอะ”
โดยไม่ลังเล เฉินอ่าวตัดสินใจแล้วว่าเขายังคงอยากเป็พ่อที่รักของลูกๆ
เฉินถั่วถงจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีเข้มอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่พึงพอใจ จากนั้นนางก็ยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบาๆ พูดออกมาว่า
“สามีที่รัก จงพยายามอย่างเต็มที่ ข้าเชื่อว่าเ้าจะเป็พ่อที่ดีและเป็สามีที่ฝากผีฝากไข้ได้ในสักวัน สู้ๆ!!”
กึ่งเซียนอายุนับสองพันปีถูกปฏิบัติเหมือนสหายหลังห้อง? ใบหน้าของเฉินอ่าวก็เขินแดงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่พูดไม่ค่อยจะออก
ว่านี่คือคำชมจริงๆ อ่ะเปล่า?
“...”
ทั้งคู่กลับมาด้วยกัน และเฉินอวี๋รู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างพ่อแม่ของเขาดูแปลกไป คล้ายว่าระยะห่างการวางตัวของคนทั้งคู่ไม่ใช่คนแปลกหน้าอีก
“ท่านแม่ ข้างล่างูเาเป็ยังไงบ้าง?” เฉินอวี๋ถามด้วยความกังวล
เฉินถั่วถงส่งสัญญาณให้เฉินเหนียนอู่และทุกคนลุกขึ้นเพื่อเดินทางต่อ หันมาพูดกับลูกชายตัวเองว่า “ไม่ดีเลย เราคงกลับไปหนานชิงไม่ได้อีก”
“พวกโจรยึดหนานชิงแล้วรึ?” เฉินเหนียนอู่ถามด้วยความสงสัย
เมื่อเฉินถั่วถงสังเกตเห็นว่ารองเท้าสานของเฉินเหนียนอู่หลวมไปหน่อยและใส่ไม่ถูกต้อง นางจึงช่วยจัดรองเท้าให้เข้าที่ แต่รองเท้าสานเย็บผ้านั้นไม่แข็งแรงั้แ่แรกอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเดินขึ้นูเา ทำได้เพียงประคองไม่ให้มันพังและสวมเพื่อเดินไม่ให้เจ็บเท้าก็พอ
แม่ไม่ได้ตอบ เฉินเหนียนอู่จึงมองไปที่เฉินอ่าวแล้วถามคนเป็พ่อ พอนึกถึงคำเตือนของภรรยาเมื่อครู่ จึงส่งยิ้มให้กำลังใจลูกสาวไม่พูดออกมาตรงๆ ว่า
“ไม่เป็ไรหรอก ถึงแม้เราจะสูญเสียบ้านไปหนึ่งหลัง แต่เราก็ยังมีบ้านอีกมากมาย ตราบใดที่คนเรามีชีวิตและอยู่ด้วยกัน ที่นั่นก็คือบ้านของพวกเรา”
สมกับที่เป็เซียน คำพูดคำจาเต็มไปด้วยสัจธรรมและเต๋าที่น่านับถือ แต่สำหรับเฉินเหนียนอู่ที่มาจากโลกซึ่งมีอารยธรรมต่างขั้ว คำพูดคำจาคมคายนั้นไม่ได้ทำให้นางเข้าใจหรือเชิดชูเลย แถมในสายตาของนาง ยังคงมองไปที่ผู้เป็พ่อเหมือนคนปัญญาอ่อนหนักกว่าเดิมอีก
สำหรับเฉินเหยียนอู่ หากนางมีวัสดุสร้างรูนหรือมีพลังเวทย์เพียงพอสำหรับร่ายมนตร์ แค่การโบกมือและคาถาไม่กี่คำ การสร้างคฤหาสน์หรือวังหลังใหญ่ไม่ใช่เื่ยาก บ้านเก่าๆ โทรมๆ พร้อมจะถล่มลงมาอยู่ตลอดเวลา มันแทบไม่มีอะไรให้นางต้องอาลัยอาวรณ์เลย
“...”
ราวกับรับรู้ความคิดของลูกสาว ว่าพ่อและสามีคนนี้ยากจะไว้ใจได้ เฉินถั่วถงที่มัดผ้าและอุ้มเฉินอิงเอ๋อ จึงหันมามองลูกสาวคนรองแล้วพูดว่า “เหนียนเอ๋อ อย่ากังวลไปเลย ในอนาคตเราจะมีบ้านอีกครั้ง เป็บ้านที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าเดิมแน่นอน”
เฉินเหนียนอู่เหลือบมองแม่ก็พยักหน้า รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา แต่อย่างนั้น นางก็ยังแบะปากให้พ่อทิ้งท้าย ก่อนจะวิ่งไปจับมือแม่เริ่มออกเดินทาง
“ท่านพ่อ ตามมาได้แล้วขอรับ หากเก็บของช้าเราจะไปก่อนท่านแล้วนะ”
เสียงของเฉินอวี๋ะโขึ้นและโบกมือให้จากระยะไกล ทำเอาเฉินอ่าวที่ยังตะลึงกับท่าทางของลูกสาวพลันได้สติ มองไปรอบๆ ก็พบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกทิ้งท้าย ทั้งเฉินต้า เฉินอวี๋หรือแม้แต่ท่านตาผู้ชราที่ชอบร้อง “โอ๊ก!!ๆ”
ทุกคนก็เดินนำหน้าทิ้งห่างจากตัวเขาไปไกล
“นี่”
“สายตานี่มันอะไรกัน”
“ทำไมถึงดูถูกดูแคลนขนาดนั้น?”
“ข้าคือพ่อของเ้านะ?!!~~”
“...”
