ความปรารถนาอันแรงกล้าของหนิงเทียนพังทลายลง การต่อสู้รอบที่สองระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงเป็การต่อสู้ระยะประชิดสองใช้สองมือปะทะหกแขน ซึ่งทำให้หนิงเทียนหงุดหงิดอย่างมาก
คราวนี้หนิงเทียนเปลี่ยนแนวทาง โดยเขาเรียกใช้หมื่นสรรพสิ่งในใจเพื่อเล็งเป้าคู่ต่อสู้เอาไว้เสมอ ใช้กลยุทธ์ในการหลีกเลี่ยงจุดสำคัญและใช้ประโยชน์จากเื่เล็กน้อย เพื่อมองหาโอกาสอยู่เสมอ
เพื่อโอกาสชนะเพียงเล็กน้อย หนิงเทียนจึงรวมเส้นทางเต๋าพฤกษา เส้นทางจิติญญา และเส้นทางิญญาเป็หนึ่งเดียว ยันต์เต๋าอนันต์ผสมผสานกับวาโยพิโรธ ควบคู่ไปกับประตูสู่์ ประตูิญญา บงกชสีมรกต และต้นไม้แห้งเหี่ยว ความแข็งแกร่งของขั้นสามในขอบเขตผนึกดาราถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่
อสูรสามเศียรยังคงบดขยี้มันด้วยกำลัง เสาวังวนพลังทั้งสามปรากฏขึ้นด้านนอกร่างกายของมัน ซึ่งสอดคล้องกับขั้นสามของขอบเขตผนึกดารา แต่มันมีทักษะการต่อสู้ที่อยู่ยงคงกระพันในสายทิศทางหลัก
เด็กน้อยสอดคล้องกับพลังเสื่อมสลายของกาลเวลา ชายผู้แข็งแกร่งสอดคล้องกับพลังที่สามารถเอาชนะกำลังทั้งสิบด้วยหนึ่งเดียว ระดับความรุนแรงนั้นรุนแรงมากจนแม้กระทั่งหนิงเทียนก็ทนไม่ไหว
สตรีสอดคล้องกับความฉลาดและทักษะที่หลากหลาย ทุกจุดดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบขั้นสูงสุด ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ
หนิงเทียนมีสามเส้นทางในหนึ่งเดียว ขณะที่อสูรสามเศียรก็ถือได้ว่ามีสามเส้นทางในหนึ่งเดียวเช่นกัน เพียงแต่เส้นทางของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกัน
ยิ่งไปกว่านั้น การฝึกฝนของอสูรสามเศียรนั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่ตอนนี้มันถูกระงับให้อยู่ในขั้นสามของขอบเขตผนึกดาราเท่านั้น วิสัยทัศน์ ความรู้ และประสบการณ์ของมันนั้นเหนือกว่า หนิงเทียนซึ่งเป็หนึ่งในข้อได้เปรียบของคู่ต่อสู้อีกด้วย
หนิงเทียนใช้วิธีหนึ่งก้าวสู่์เพื่อควบคุมสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ และใช้ทักษะยุทธศาสตร์ครอง์เป็รากฐานในการบุกรุก์ พลังงานของเขาทำให้จิติญญาตกตะลึง เขาก็บ้าคลั่งและทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าเขาจะถูกอสูรสามเศียรปราบปราม แต่เืในอกของหนิงเทียนกำลังลุกไหม้ ความภาคภูมิใจในตนเองทำให้เขากระตือรือร้นที่จะชนะ เขาเริ่มอุทิศตนให้กับมัน เข้าสู่สภาวะการต่อสู้ขั้นสุดยอด และมีการนำแนวทางที่คุกคามถึงชีวิตมาใช้
อสูรสามเศียรยังสงบอยู่เสมอ แม้ว่าผลงานของหนิงเทียนในครั้งนี้จะดีกว่าครั้งก่อน แต่หลังจากดิ้นรนกว่าสามร้อยกระบวนท่า สุดท้ายเขาก็ยังพ่ายแพ้
หนิงเทียนโกรธมาก หากคู่ต่อสู้มีมือเพียงคู่เดียว เขารู้สึกว่าเขามีโอกาสชนะอย่างน้อยสามส่วน
แต่ศัตรูมีหกมือ ซึ่งกลายเป็ปัญหาที่ยากสำหรับเขาที่จะเอาชนะ
หนิงเทียนนอนอยู่บนพื้น คิดอะไรไม่ออก เขาตรวจสอบรายละเอียดของการต่อสู้ทั้งสองรอบอย่างรอบคอบ และสรุปประสบการณ์ความล้มเหลว เพราะเขาเหลือโอกาสสุดท้ายเพียงครั้งเดียว
พลังการต่อสู้ของอสูรสามเศียรนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันเมื่อเทียบกับที่หนิงเทียนเคยเผชิญ แม้ว่าคู่ต่อสู้จะมีมือเพียงคู่เดียว แต่โอกาสที่จะชนะของหนิงเทียนก็มีมากที่สุดเพียงสามถึงห้าส่วนเท่านั้น
อย่างไรก็ตามคู่ต่อสู้ไม่เพียงแต่มีพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเท่านั้น แต่ยังมีข้อได้เปรียบที่มีสามหัวและหกแขนด้วย หนิงเทียนจะชนะได้อย่างไร?
การแข่งขันย่อมเป็เื่เกี่ยวกับความยุติธรรม หนิงเทียนคิดหนักเป็เวลานานแต่ก็ยังไม่สามารถหามาตรการตอบโต้ได้
เขาเพียงแค่ปีนขึ้นไป แล้ววิ่งไปนั่งข้างอสูรสามเศียรแล้วถามตรงๆ ว่า “ข้าจะเอาชนะเ้าได้อย่างไร?”
แปลกจริง ใครจะบอกเื่นี้กับเ้า?
แต่น่าประหลาดใจที่อสูรสามเศียรไม่โกรธ ศีรษะของหญิงสาวหันหน้ามาทางหนิงเทียนพร้อมแสดงรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์
“ไม่อายที่จะถาม เรียนรู้อย่างถ่อมตัว เ้าก็ไม่โง่จนเกินไป”
หนิงเทียนยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า “มันทำให้ข้ารู้สึกเขินจริงๆ ที่เ้าชมข้าแบบนี้”
ผู้หญิงคนนั้นพูดว่า “รากฐานของเ้าค่อนข้างดี เพียงแต่ในยามที่เ้าเข้าห้ำหั่นกับข้า เ้ามักจะรักษาจิตใจของมนุษย์ไว้เสมอ เ้ามักจะรู้สึกว่าการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง และความคิดของข้าอยู่ในขอบเขตการพิจารณาของเ้า แต่ในความเป็จริงแล้ว เราต่างก็เป็สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน”
หนิงเทียนตกตะลึง เขาได้พิจารณาปัจจัยทั้งปวงแล้ว แต่เพิกเฉยต่อปัญหานี้
อสูรสามเศียรไม่ใช่มนุษย์ มันมีสามหัว และแต่ละหัวก็คิดเื่ต่างกัน
ในยามที่หนิงเทียนต่อสู้กับอสูรสามเศียร ทุกครั้งที่อสูรสามเศียรเปลี่ยนหัว รูปแบบการโจมตีของมันจะเปลี่ยนไปทันที ซึ่งทำให้หนิงเทียนอึดอัดมาก
นี่เป็เหตุผลสำคัญที่ทำให้หนิงเทียนล้มเหลว เขาไม่สามารถเข้าใจความเป็จริงของศัตรูได้
หมื่นสรรพสิ่งในใจสามารถััถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของคู่ต่อสู้ได้ แต่อสูรสามเศียรนั้นพิเศษมาก มันมีสามหัว และแต่ละหัวก็คิดต่างกันโดยสิ้นเชิง มากเสียจนเมื่อหมื่นสรรพสิ่งในใจของหนิงเทียนััได้ว่าอสูรสามเศียรกำลังคิดอะไรอยู่ ทว่ามันกลับเกิดการเบี่ยงเบนร้ายแรง จากนั้นการวิเคราะห์ที่ผิดพลาดจะเกิดขึ้น จึงทำให้เขาพลาดโอกาสไป
ดูเหมือนว่าอสูรสามเศียรจะสามารถเข้าใจหมื่นสรรพสิ่งในใจของหนิงเทียน เมื่อใดก็ตามที่หนิงเทียนจับการเคลื่อนไหวที่แม่นยำของอสูรสามเศียรได้ มันจะเปลี่ยนศีรษะ จิตใจจึงเปลี่ยนไปในทิศทางอื่น ซึ่งขัดขวางแผนการของหนิงเทียน
ข้อได้เปรียบนี้ได้หยุดยั้งหนิงเทียนไว้เสมอ ซึ่งเป็หนึ่งในสาเหตุของความพ่ายแพ้
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะทั้งร้อยครั้ง[1]
หนิงเทียนไม่อาจเข้าใจเื่นี้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นเขาจึงวิ่งมาถามอสูรสามเศียร เพราะเขารู้สึกอย่างคลุมเครือว่าอสูรสามเศียรเพียงแค่ปกป้องสถานที่แห่งนี้ และมันไม่มีเจตนาฆ่าเขา
ที่สำคัญกว่านั้น หนิงเทียนเป็คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ปีนขึ้นมาถึงชั้นเก้าของเจดีย์ได้ ผู้พิทักษ์อย่างอสูรสามเศียรจึงมีความคาดหวังในตัวเขาค่อนข้างสูง
“ต่างสายพันธุ์ก็มีความคิดต่างกัน แต่เ้าให้โอกาสข้าแค่สามครั้งเท่านั้น มันเป็ไปไม่ได้สำหรับข้าที่จะรู้จักเ้าเพียงพอจากการเผชิญหน้าระยะสั้นๆ”
ศีรษะหญิงสาวยิ้ม แล้วพูดว่า “นั่นก็เื่ของเ้า ข้าบอกได้เพียงเคล็ดลับบางประการเท่านั้น แต่ข้าจะไม่เมตตาในยามต่อสู้ หากเ้าอยากได้โอกาสที่นี่ เ้าต้องเข้มแข็งพอ และต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ”
ในขณะที่หนิงเทียนกำลังรักษาาแ เขาก็คิดถึงความหมายในคำพูดของศีรษะหญิงสาว
สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันมีมุมมองที่แตกต่างกัน และมีรูปแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน
อสูรสามเศียรนั้นทรงพลังและลึกลับ หากหนิงเทียน้าค้นหารายละเอียดของมัน แน่นอนว่าจะต้องได้ผลลัพธ์เป็สองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียว ซึ่งไม่สมจริง
มีวิธีใดบ้างในการเปลี่ยนวิธีคิด แม้จะไม่สามารถเอาชนะมาได้ ก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่
หนิงเทียนยังมีน้ำเต้าเจ็ดสี นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นให้ทหาริญญาออกมาร่วมสู้ได้อีกด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็วิธีการภายนอก หากเขาทำให้อสูรสามเศียรโกรธเคือง นั่นจะเสียมากกว่าได้
แต่นอกเหนือจากวิธีการเหล่านี้ หนิงเทียนยังสามารถทำอะไรได้อีก?
ขัดเกลาอาวุธิญญา?
ปรุงยาหรือ?
จิตรกรรมิญญา?
การปรุงยาไม่มีผลในทางปฏิบัติ พิษเป็การกระทำที่น่ารังเกียจ และหนิงเทียนรังเกียจที่จะใช้มัน
ขัดเกลาอาวุธต้องได้รับความช่วยเหลือจากกำลังภายนอก และมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก อสูรสามเศียรย่อมไม่ยอมให้เวลาเขาเตรียมตัว
ทักษะจิตรกรรมิญญาที่เหลืออยู่สามารถลองใช้ได้ แต่ด้วยสถานะปัจจุบันของหนิงเทียน ิญญาอสูรและอสูรที่เขาวาดได้จะเทียบเท่ากับสถานะขอบเขตผนึกดารา ซึ่งอสูรสามเศียรสามารถทำลายลงได้อย่างง่ายดายด้วยหมัดเดียว
แต่ด้วยวิธีนี้ อย่างน้อยหนิงเทียนก็สามารถสร้างโอกาสอันดีให้กับตัวเขาเองได้
หนิงเทียนกำลังวิเคราะห์ว่าหากเสริมด้วยจิตรกรรมิญญา เขาจะมีโอกาสที่จะชนะหรือไม่?
เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ เมื่อหนิงเทียนฟื้นตัวจากอาการาเ็ และกลับสู่สภาวะสูงสุดอีกครั้ง อสูรสามเศียรก็ลืมตาขึ้น
“นี่เป็โอกาสสุดท้ายของเ้าแล้ว”
หนิงเทียนพยักหน้าเบาๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
คราวนี้เขายังไม่มีโอกาสชนะ แต่เขามีกลยุทธ์ใหม่ ดังนั้นเขาจึงยังคงต้องลองพยายาม
หนิงเทียนค่อยๆ ถอยกลับเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม โดยในมือมีพู่กันที่เตรียมเอาไว้ และแสงแห่งิญญากำลังมารวมตัวกันที่ปลายพู่กัน
“ิญญาจู่โจม?”
อสูรสามเศียรหัวเราะเยาะ หนิงเทียนใช้เคล็ดลับนี้มาแล้วสองครั้ง
“ไม่ นี่คือทักษะจิตรกรรมิญญา”
หนิงเทียนหมุนข้อมือ ทันใดนั้นหญ้าสีเขียวต้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ขณะที่ใบหญ้าแกว่งไปแกว่งมา ปราณกระบี่อันแหลมคมก็โจมตีใส่อสูรสามเศียร
อสูรสามเศียรนั้นเร็วราวกับสายฟ้า มันฉีกหญ้าสีเขียวเป็ชิ้นๆ ในพริบตา
หนิงเทียนเคลื่อนตัวไปด้านข้างเพื่อหลบหลีก พู่กันิญญาในมือยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง หญ้าต้นน้อย ต้นไม้ใหญ่ เถาวัลย์สีเขียว และดอกไม้ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกมันเป็เพียงิญญาอสูรระดับสามที่ถูกอสูรสามเศียรต่อยสลายไปทีละตัว ชัยชนะไหลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังคงปรากฏเด่นชัด
หลังจากดอกไม้ ต้นไม้ หญ้า และเถาวัลย์แล้ว ก็มีนก สัตว์ แมลง และปลา หนิงเทียนใช้ทุกสิ่งที่เขามี การใช้สิ่งนี้ดูหรูหรา แต่ไม่ได้ผลซึ่งทำให้อสูรสามเศียรเยาะเย้ยเขา
หนิงเทียนกำลังยึดถือการใช้ทักษะจิตรกรรมิญญา เขา้าความแตกต่างด้านเวลา และนี่คือเป้าหมายหลัก
ณ ตอนนี้หนิงเทียนเรียกใช้ขวดหยกขาวดำแล้ว และใช้แสงิญญาสิบหกดวงเพื่อสร้างโครงร่างของอสูรสามเศียร ซึ่งเหมือนกับผู้พิทักษ์ที่อยู่ตรงหน้าเขาทุกประการ
“น่าสนใจ”
อสูรสามเศียรมองตนเองอีกตัวที่พุ่งเข้ามา เขามีภาพลวงตาเกิดขึ้นในใจ ทั้งที่รู้ว่าตรงหน้านี้คือของปลอม แต่ประสิทธิภาพการต่อสู้ของมันค่อนข้างแข็งแกร่ง
เพราะหนิงเทียนได้รวมเอาศาสตร์ขัดเกลาอาวุธเข้าไปด้วย
คนทั่วไปมีสามจิตเจ็ดิญญา แต่อสูรสามเศียรนั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
หนิงเทียนไม่สามารถมองทะลุผ่านมันได้ แต่จากการวิเคราะห์ อสูรสามเศียรอาจมีเก้าจิตเจ็ดิญญา ดังนั้นเขาจึงใช้แสงิญญาสิบหกดวงเพื่อวาดอสูรตนนี้ขึ้นมา และให้มันสู้กับอสูรสามเศียร
ในเวลาเดียวกันหนิงเทียนก็เก็บพู่กันิญญาหลากสี ก่อนจะร้องคำรามและพุ่งเข้าหาอสูรสามเศียร พยายามใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายเพื่อโจมตี
“เป็ความคิดที่ดี แต่น่าเสียดายที่ประเมินตนเองสูงไป”
อสูรสามเศียรสงบั้แ่ต้นจนจบ มันเผชิญหน้ากับหมัดสังหารของหนิงเทียนที่สว่างราวกับดวงอาทิตย์
ในการเผชิญหน้าทั้งสามครั้ง ไม่ว่าความแรง ความเร็ว หรือการเปลี่ยนแปลงจะเป็อย่างไร อสูรสามเศียรยังคงอยู่เหนือกว่าหนิงเทียนในทุกด้าน ดังนั้นหนิงเทียนจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัวเช่นนี้ได้
แต่ทำไมเขาถึงยังทำเช่นนี้?
หมัดของทั้งสองฝ่ายปะทะกันกลางอากาศ ก่อนเสียงแห่งความประหลาดใจและความโกรธดังออกมาจากปากของอสูรสามเศียร จู่ๆ ร่างก็ถอยกลับและถูกอสูรเตะออกไป
ดวงตาของหนิงเทียนลุกเป็ไฟ เขาใช้ทะลวงพันชั้นร่วมกับวิชากระบี่เลื่อนลอยไร้แก่น ทั้งยังมีไข่มุกที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วใต้ิั นั่นคือไข่มุกอสูรหยินซึ่งมันสามารถทำให้คนรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดได้ ส่งผลให้ร่างกายเป็อัมพาตในระยะเวลาอันสั้น
คราวนี้อสูรสามเศียรเพิ่งประสบความสูญเสีย และหนิงเทียนก็ตกเป็ผู้ต้องสงสัยว่าโกง แต่เขาไม่ได้ปล่อยให้ไข่มุกอสูรหยินปรากฏออกมาภายนอกโดยตรง แต่ผสานเข้ากับิัแทน
“ปะาิญญา!”
ประตูิญญาปรากฏขึ้นนอกร่างของหนิงเทียน การโจมตีทางิญญาที่น่าสะพรึงกลัวทำให้อสูรสามเศียรเปลี่ยนหัว และรีบใช้พลังแห่งกาลเวลาเพื่อตอบโต้
“ฝังกระดูกลงดิน ข้าฝังเซียน บุปผาที่ร่วงหล่นจมลงสู่เหวลึก!”
หนิงเทียนใช้ทักษะฝังบุปผา หอคอยพลังทั้งสามในร่างกายหมุนวนและสั่นะเืพร้อมๆ กัน เนินเขาที่อยู่ด้านนอกสูงตระหง่าน พร้อมทั้งเคลื่อนไปทางอสูรสามเศียรเพื่อปราบปรามมัน
ทันใดนั้นอสูรสามเศียรก็คำราม หัวทั้งสามของมันหมุนอย่างรวดเร็ว สี่ในหกแขนของมันแยกออกจากกันเพื่อยึดเนินเขา มือที่เหลือก่อตัวเป็ตราประทับบนหน้าอก ส่งพลังเข้าหาหนิงเทียน แสงสีเงินอันสุกใสส่องผ่านห้วงมิติเวลา ซึ่งประกอบด้วยคลื่นแสงทำลายล้างที่สามารถทำลายได้ทุกสิ่ง ทำให้หนิงเทียนรู้สึกถึงอันตรายถึงชีวิต
“ประตูสู่์!”
ประตูบานใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้าหนิงเทียน เปลี่ยนจากประตูิญญาเป็ประตูสู่์ มันดูเรียบง่ายและประกอบด้วยความไม่แน่นอนของชีวิต ประกอบด้วยความลึกลับที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้
การโจมตีของอสูรสามเศียรนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง พังทลายประตูสู่์ได้ทันที อีกทั้งคลื่นกระแทกที่แผ่ขยายยังทำให้หนิงเทียนกระเด็นออกไป ขณะเดียวกันแขนทั้งสี่ของอสูรสามเศียรที่ถูกบดขยี้ด้วยทักษะฝังบุปผาได้หักครึ่งไปแล้ว
“ยันต์เต๋าอนันต์ วาโยพิโรธ!”
หนิงเทียนคำรามอย่างดุดัน หอคอยพลังทั้งสามในร่างกายเชื่อมต่อกัน ก่อตัวเป็รูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาให้ทวีคูณ
“วิชากระบี่เลื่อนลอยไร้แก่น!”
หนิงเทียนหมุนตัวแล้วพุ่งออกไป ทั้งร่างราวกับศรแห่งแสง พุ่งเข้าใส่หน้าอกของอสูรสามเศียรอย่างจัง
“เวลาเป็นิรันดร์!”
อสูรสามเศียรหันกลับมา พร้อมศีรษะเด็กน้อยที่หันมาเผชิญหน้ากับหนิงเทียน แล้วใช้ฝ่ามือสกัดหมัดขวาของหนิงเทียน คราวนี้ทั้งสองฝ่ายต่างกระเด็นออกไปพร้อมกัน
พลังแห่งเวลาที่เสื่อมถอยทำให้หนิงเทียนถูกรุกรานจากกาลเวลา ขณะที่ปราณจากกระบี่เลื่อนลอยไร้แก่นซึ่งบุกรุกเส้นลมปราณก็ะเิในร่างกาย ทำให้อสูรสามเศียรได้รับาเ็สาหัสเช่นกัน
---------------------------------------
[1] รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะทั้งร้อยครั้ง (知己知彼,百战百胜) เป็ข้อคิดเชิงปรัชญาจากซุนวู ผู้เขียนตำราพิชัยา มีความหมายว่า ไม่ว่าการจะทำสิ่งใดก็ตามเราต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักทั้งต่อตนเองและฝ่ายตรงข้ามให้เป็อย่างดี ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ไม่มีทางเสียท่าต่ออีกฝ่าย และเมื่อเรียนรู้ทั้งสองฝ่ายแล้วสามารถหาวิธีการให้บรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ต้องออกแรงหรือสูญเสีย คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
