คอนโดหรูใจกลางเมืองหลวงในตอนค่ำ ที่เงียบสงบฉู่จางิ่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มในห้องนั่งเล่นของเธอ แสงจากโคมไฟข้างตัวทำให้เงาของเธอทอดยาวออกไป ในมือกำโทรศัพท์ไว้แน่นสายตาของเธอว่างเปล่า แต่ภายในจิตใจกลับเต็มไปด้วยความเ็ปและสับสน คำพูดบอกเลิกของแฟนหนุ่มยังคงวนเวียนในหัว
‘เราเลิกกันเถอะจางิ่ ผมเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าไม่ได้รักคุณอีกแล้ว’ เสียงโทรศัพท์ที่ถูกวางสายดังคลิก ความเงียบที่ตามมาทำให้ทุกอย่างดูหนาวเหน็บกว่าที่เคยเป็
ฉู่จางิ่พึมพำเบา ๆ “ทำไม? ทำไมถึงต้องจบแบบนี้” เธอหันไปมองหน้าต่าง ความวุ่นวายด้านนอกไม่ได้สนใจความทุกข์ของเธอ แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูง ตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้ายามค่ำคืน เสียงการจราจรไกล ๆ และความเคลื่อนไหวของชีวิตรอบตัว กลับไม่ได้ช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด
นี่คือการตอบแทนของผู้ชาย ที่เธอยอมแตกหักกับพ่อผู้ที่รักเธอมากที่สุด นำเงินเก็บทั้งหมดมาลงทุนเปิดร้านอาหาร ซึ่งเป็สิ่งที่เธอและคนรักอย่างเผยชางรุ่ยชื่นชอบ เมื่อครั้งที่เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่เมืองไทย นอกจากนี้ยังสมัครเรียนการทำอาหารไทย พยายามพัฒนาฝีมือของตนเองอยู่เสมอ จนร้านอาหารของเธอเริ่มมีชื่อเสียง
แม้คนในครอบครัวพยายามติดต่อหาเธอ เพื่อตักเตือนเื่คนรักที่ไม่ซื่อสัตย์ลับหลัง แต่เธอไม่เคยจะหยุดรับฟังมันสักครั้ง จนกระทั่งคนรักเริ่มพูดถึงเื่เงิน เขาบอกว่าขอยืมเพราะกำลังลงทุนกับเพื่อน ที่จะเปิดบริษัทร่วมกันเธอก็หลงเชื่อ แต่การยืมเงินไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ถึงร้านอาหารจะไปได้ดีแค่ไหน แต่รายได้ยังไม่พอให้เผยชางรุ่ยนำไปถลุง
ฉู่จางิ่เคยคิดอยากถามถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เพียรส่งข้อความและโทรหาเผยชางรุ่ยบ่อย ๆ แต่เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ถาม และสุดท้ายคำบอกเลิกฟ้าผ่าก็มาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
ขณะที่ยังจมอยู่กับคำถามมากมายในหัว ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ เธอลุกขึ้นอย่างแปลกใจและเดินไปที่ประตู
“ใครน่ะ?”
ฉู่จางิ่รออยู่สักพักกลับไม่มีเสียงตอบกลับ เธอค่อย ๆ เปิดประตูออกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเห็นชายในชุดดำยืนรออยู่ เขามีลักษณะท่าทางน่าขนลุก แววตาของเขาเ็าราวกับคนที่ไม่มีหัวใจ
“คุณคือฉู่จางิ่ใช่ไหม?”
หัวใจของเธอเต้นรัวและถอยหลังไปเล็กน้อย ตอนนี้เธอรู้สึกถึงลางร้ายที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย
ฉู่จางิ่ถามออกไปด้วยเสียงสั่นกลัว “คะ คะ คุณเป็ใคร?”
ชายคนนั้นไม่ตอบ แต่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบงัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างหญิงสาวตรงหน้า เหมือนนักล่าที่เตรียมตัวจับเหยื่อ ฉู่จางิ่ถอยหลังไปจนชนเข้ากับโต๊ะกาแฟ ความกลัวที่เคยซ่อนอยู่เริ่มปรากฏขึ้นมา เพราะเธอไม่สามารถควบคุมความรู้สึกนี้ได้อีก
“ทำไมถึงไม่ตอบว่าคุณเป็ใคร?”
ชายในชุดดำตอบเสียงต่ำและเ็า “หึ มีคน ๆ หนึ่งส่งฉันมาที่นี่เพื่อจบเื่นี้”
ฉู่จางิ่หายใจถี่รัว ขณะที่สมองพยายามคิดหาทางหนี แต่ขาเ้ากรรมของเธอกลับไม่ยอมขยับ
ฉู่จางิ่ถามเสียงแ่ “หมะ หมะ หมายความว่ายังไง...”
ชายคนนั้นไม่รอให้เธอถามต่อ มือของเขายื่นออกมาพร้อมกับมีดที่สะท้อนแสงจากโคมไฟ เงาของมีดจ้วงแทงไปที่ท้องของเธออย่างบ้าคลั่ง
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!ร่างของเธอทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เืสีแดงฉานไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ทะ ทะ ทำไม ถะ ถึงต้องฆ่าฉันดะ ด้วย”
“เพราะเ้านายไม่ไว้ใจว่า เธอจะหยุดวุ่นวายกับเผยชางรุ่ยจริง หากเกิดใหม่ชาติหน้าหัดมองหาบุรุษที่ดีกว่านี้ก็ดี” ชายชุดดำพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็เดินจากไป พร้อมประตูห้องคอนโดของเธอที่ปิดสนิท
แสงไฟภายในห้องยังคงส่องสว่าง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นฉู่จางิ่นอนจมกองเืของเธอ ค่อย ๆ หมดลมหายใจไปอย่างช้า ๆ ก่อนจะหมดลมหายใจเฮือกสุดท้าย เธอได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู
หลานรักบุรุษเช่นนี้อย่าเสียใจไปเลย จงกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเลือกคนที่จะรักมั่นเพียงเ้าผู้เดียวด้วยตนเองเถิด
ฉู่จางิ่จากโลกอันศิวิไลด้วยความคับข้องใจ เพราะเธอไม่เข้าใจผู้หญิงคนใหม่ของเผยชางรุ่ย ว่าทำไมต้องกำจัดเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่ได้สร้างปัญหาหรือจะไปวุ่นวายสักนิด ไม่ว่าอย่างไรดวงจิตสุดท้ายของฉู่จางิ่ ยังคงขอให้บาปกรรมนี้ จงเกิดขึ้นกับหญิงร้ายชายเลวคู่นี้ในเร็ววัน ก่อนจะมีหลุมดำดึงดวงิญญา ที่เพิ่งหลุดออกจากร่างหายวับไปทันที
