เล่มที่ 3 บทที่ 84 เส้นทางการบำเพ็ญสู่ขั้นฟ่าเซี่ยง
อู๋เย่วแค่นหัวเราะเ็า ก่อนจะตวาดใส่หลินเฟยจนน้ำลายแทบกระเด็นใส่หน้า…
หลินเฟยไม่ได้เถียงออกไปแต่อย่างใด เขาทำเพียงยืนฟังอู๋เย่วจนจบ ก่อนจะหัวเราะและเอ่ยตอบ
“เพราะเป็เช่นนั้นข้าเลยมาหาอาจารย์อาอย่างไรเล่า…”
“มาหาข้าทำไม?”
“ได้ยินมาว่าหุบเขาหมัวเจี้ยนมีหินเซียน ที่สามารถขุดได้จากจุดชีพจรแร่เหล็กเสวียนเถี่ย และท่านก็นำมันไปหลอมเป็อาวุธ บางครั้งมันก็มีน้ำหนักถึงหลายหมื่นจิน บางครั้งก็เบาดุจขนนก ไม่ทราบว่าอาจารย์จะขายให้ข้าได้หรือไม่?”
“ขายให้เ้าเนี่ยนะ?” อู๋เย่วได้ยินเช่นนั้น ก็เกือบหลุดขำออกมาทันที
“รู้หรือไม่ว่าอาวุธชิ้นนั้นมีมนต์สะกดกี่สาย?”
“ข้าเคยได้ยินว่าสิบปีก่อน ท่านหลอมจนได้มนต์สะกดสามสิบสามสาย อีกแค่นิดเดียวก็จะเข้าขั้นศาสตราวุธแล้ว…”
“หึหึ เมื่อสามวันก่อน ข้าหลอมมันจนได้มนต์สะกดสามสิบห้าสายแล้ว หากข้าใช้เวลาอีกสามปี จะต้องหลอมจนได้เลื่อนเป็ศาสตราวุธแน่นอน…”
“ขอแสดงความยินดีด้วย”
“ไม่ต้องป้อยอกันเลย…” อู๋เย่วโบกมือพยายามปัดรำคาญ
“เ้าเพิ่งเลื่อนเป็ศิษย์สายตรงได้แค่สิบวัน ทั้งตัวนอกจากจะมีเพียงกระบี่หงส์คำรนกับปราณกระบี่สองสายแล้ว ก็แทบจะไม่มีของมีค่าอย่างอื่นอีกเลย ไหนลองบอกมาสิ เหตุใดถึงกล้าบากหน้ามาขอซื้ออาวุธจากข้า…”
“หึหึ…” หลินเฟยเองก็เตรียมใจสำหรับสถานการณ์นี้ไว้แล้ว จึงเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“เพราะข้ามีวิธี…”
“ฮ่าๆ ไหนลองว่ามาสิ วิธีอะไรที่มีค่าเท่าอาวุธล้ำค่าชิ้นหนึ่งนี้”
“หากจำไม่ผิด อาจารย์อาติดอยู่ที่ขั้นจิงตันมาร้อยปีแล้วใช่หรือไม่?”
“ก็ประมาณนั้น…”
“ข้าขอล่วงเกินถามหน่อยว่า อาจารย์อามีความมั่นใจเพียงใด สำหรับการบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยงใน่ร้อยปีมานี้?”
“หลินเฟย…” อู๋เย่วมีใบหน้าถอดสีลงไปทันที สายตาที่มองหลินเฟยแฝงไปด้วยความดูแคลน
“สำหรับบุญคุณเื่เคล็ดวิชาปราการัเพลิง ข้าได้ใช้จุดชีพจรแร่เหล็กเสวียนเถี่ยใช้คืนแล้ว หากเ้ายังไม่รู้จักพอเช่นนี้ เกรงว่าคงจะได้ไปเดินเล่นในเตาฟงอวี่แปดทิศอีกครั้งเห็นจะได้แล้วล่ะ”
“ใจเย็นก่อนๆ…” หลินเฟยไม่ได้แปลกใจกับท่าทีฉุนเฉียวของอู๋เย่วเลยสักนิด
ในบรรดาผู้าุโทั้งสิบสองของสำนักเวิ่นเจี้ยน มีแค่อู๋เย่วคนเดียวเท่านั้นที่มีเส้นทางบำเพ็ญแตกต่างออกไป วิถีการบำเพ็ญของหุบเขาหมัวเจี้ยนคือความพยายามทีละเล็กทีละน้อย เหมือนดั่งคำที่ว่าน้ำหยดกระทบหินทุกวัน หินยังกร่อน เพราะฉะนั้นนอกจากจะต้องเป็ผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแล้ว ยังจะต้องมีความอดทนดุจหินผาอีกด้วย และหากไม่มีอะไรผิดพลาด อู๋เย่วจึงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยงภายในห้าร้อยปีนี้ได้ ทว่าบัดนี้กลับมีคนมาถาม ถึงความมั่นใจที่จะบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยงภายในร้อยปี สำหรับอู๋เย่วแล้วจึงไม่ต่างอะไรกับการถูกดูิ่เหยียดหยามเลย
แต่การที่เขาถามเช่นนี้ขึ้นมา ก็ย่อมจะต้องมีเหตุผล…
หลินเฟยหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง
“อาจารย์อามั่นใจแค่ไหนหรือ?”
“ไม่มีทาง” อู๋เย่วจ้องหลินเฟยอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอถามอีกข้อ หากข้ามีวิธีทำให้ท่านบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยงภายในร้อยปีได้ เช่นนั้นแล้ว ท่านจะยอมยกหินเซียนเป็การแลกเปลี่ยนได้หรือไม่?”
หลินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย…
ทว่าหลังจากพูดจบ ภายในเพิงหลอมนั้นก็ราวกับมีพายุเกิดขึ้น สายตาอู๋เย่วที่จ้องมองหลินเฟยราวกับมีเปลวไฟพุ่งออกมา ทั้งดุดันและแหลมคม ทุกก้าวที่เข้าหาหลินเฟย เปลวไฟในเตาฟงอวี่แปดทิศก็เกิดเสียงดังขึ้นมาตลอด เพราะตอนนี้เปลวไฟใต้พิภพได้องปะทุขึ้นมาแล้ว ดังนั้นเมื่ออู๋เย่วเดินมาถึงเบื้องหน้าหลินเฟย เปลวไฟในเพิงหลอมก็ลุกโชนรุนแรงขึ้น…
“ลองพูดอีกทีสิ?” อู๋เย่วค่อยๆเอ่ยออกมาทีละคำ
“หึหึ…” หลินเฟยมีท่าทีราวกับไม่เห็นเปลวไฟที่ลุกโชนรวมถึงแรงกดดันอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวอู๋เย่ว เขาจ้องเขม็งกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมเอ่ยตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ข้าบอกว่ามีวิธีทำให้ท่านบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยงภายในร้อยปี เช่นนั้นท่านจะยอมยกหินเซียนให้เป็การแลกเปลี่ยนได้หรือไม่?”
อู๋เย่วยังคงยืนอยู่ที่เดิม เอาแต่จ้องหลินเฟยไม่วางตาราวกับกำลังครุ่นคิดว่าสิ่งที่หลินเฟยพูดออกมานั้นเป็เื่จริงหรือไม่
เป็เวลาถึงหนึ่งก้านธูปเต็มๆ…
อู๋เย่วจึงนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ไผ่ตามเดิม พริบตาเดียวเปลวไฟที่ลุกโชนก็มอดดับลงราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานก็ได้ยินเสียงอู๋เย่วเอ่ยขึ้น
“ไหนลองว่ามาสิ”
“วิถีการบำเพ็ญของหุบเขาหมัวเจี้ยนคือความพยายาม ดังนั้นการจะบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยงจะต้องมีทั้งความรู้และความมุ่งมั่น อาจารย์อาก็น่าจะเข้าใจดีกว่าข้า ฉะนั้นแล้วหากท่านยังคงบำเพ็ญสายนี้ต่อไป เกรงว่าจะต้องใช้เวลาถึงหกร้อยปีจึงจะบรรลุได้ ไม่ทราบว่าที่ข้าพูดมามีส่วนใดผิดเพี้ยนไปหรือเปล่า?”
“หกร้อยสามสิบปี”
“ที่เป็เช่นนี้เพราะท่านเดินทางผิดน่ะสิ”
“หึหึๆ…” ครั้งนี้อู๋เย่วไม่ได้เถียงอะไร แต่กลับหัวเราะเ็าแทน
“หากจำไม่ผิด ในบรรดาผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยนที่บรรลุขั้นฟ่าเซี่ยงด้วยทางสายนี้มีทั้งหมดเจ็ดคน มีสองคนใช้เวลาบำเพ็ญเก้าร้อยปี สามคนใช้เวลาหนึ่งพันปี มีคนหนึ่งใช้เวลาหนึ่งพันสามร้อยปี และคนสุดท้ายกลับใช้เวลาแค่สามร้อยปีเท่านั้น…”
อู๋เย่วยังคงหัวเราะเ็าเช่นเดิม
“คนที่เ้าพูดถึงคือนักพรตชางหลง ซึ่งเป็ปรมาจารย์หุบเขาหมัวเจี้ยนในยุคแรก…”
“ท่านตั้งใจจะบอกว่าเพราะนักพรตชางหลงมีพร์ล้ำเลิศ คนรุ่นหลังจึงไม่อาจเทียบได้สินะ”
“เหอะ!”
“ดูท่าอาจารย์อาจจะไม่รู้ชีวประวัติของท่านดีพอ…” หลินเฟยค่อยๆพูดอย่างไม่รีบร้อน
“หากมีเวลาก็ลองไปศึกษาที่หอดาบชั้นสองได้ มีบันทึกไว้ว่านักพรตชางหลงเริ่มบำเพ็ญจู้จีเมื่ออายุได้ห้าสิบปี และพออายุได้สองร้อยปีก็บรรลุขั้นจิงตัน ซึ่งก็แปลว่าตอนที่นักพรตชางหลงบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยง ก็มีอายุสามร้อยห้าสิบปีไปแล้ว คาดว่าน่าจะอายุใกล้เคียงกับท่านใช่หรือไม่? “
“ที่หอดาบมีเื่นี้ด้วยหรือ?” ได้ยินเช่นนี้อู๋เย่วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเื่เคล็ดวิชากระบี่ปราการัเพลิง จึงเกิดหวั่นไหวขึ้นมา…
“ที่หอดาบชั้นสอง ชั้นวางที่ห้าลำดับที่สาม มีบันทึกมากมายของปรมาจารย์ในอดีต ท่านสามารถไปค้นดูได้…”
“ไว้ข้าจะไปดู เ้าพูดต่อไปสิ…”
“ดังนั้นข้าถึงบอกว่าท่านเดินทางผิด หรือจะพูดให้ถูกก็คือไม่ใช่แค่ท่านคนเดียว แต่ปรมาจารย์ทุกคนของหุบเขาหมัวเจี้ยนนอกจากนักพรตชางหลงแล้ว ล้วนเดินทางผิดทั้งหมด…”
“อะไรนะ?” อู๋เย่วใขึ้นมาทันที
“นักพรตชางหลงสิ้นชีพที่เหวว่านเจี๋ย ทั้งชีวิตท่านไม่เคยรับศิษย์คนใดเลย หลังจากนั้นสำนักเวิ่นเจี้ยนก็ต้องรับศึกภายในอีกสามร้อยปี จนกระทั่งนักพรตชื่อหยางถือกำเนิด ก่อตั้งสำนักเวิ่นเจี้ยนขึ้นใหม่ และสามพันกว่าปีให้หลัง ถึงจะมีนักพรตนู้ซานแห่งหุบเขาหมัวเจี้ยนที่บรรลุขั้นฟ่าเซี่ยง ดังนั้นข้าถึงมั่นใจว่าหลังจากนักพรตชางหลงบรรลุแล้ว เคล็ดการบำเพ็ญได้สาบสูญไปแน่นอน ต่อให้ไม่สาบสูญไปจนหมด ก็เกรงว่าจะเกิดข้อผิดพลาดบางอย่างขึ้นมา ไม่อย่างนั้นด้วยพร์ของนักพรตนู้ซาน ที่แทบจะเทียบเท่านักพรตชื่อหยาง ถึงได้ใช้เวลาถึงเก้าร้อยปีในการบรรลุขั้นฟ่าเซี่ยง?”
“นี่มัน…” ยิ่งฟังอู๋เย่วก็ยิ่งสับสน สมองของเขาในตอนนี้ปั่นป่วนไปหมดแล้ว
“จะว่าไปก็ถือว่าบังเอิญอยู่นะ มีวันหนึ่งตอนข้าค้นเคล็ดวิชากระบี่ที่หอดาบ ข้าได้เจอกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในคัมภีร์ และกระดาษใบนั้นก็บันทึกเคล็ดวิชาบางอย่างไว้ ดูเหมือนจะชื่อเคล็ดวิชากระบี่หมัวเจี้ยน…”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
