ครั้นเวลาเกือบจะคล้อยบ่าย สกุลหวังก็ส่งหินโม่มาตามนัด เคอโยวหรานจึงบอกให้สกุลหวังเอาหินโม่วางไว้ข้างโอ่งเก็บน้ำด้านหลังห้องครัว
ขณะเดียวกัน ในที่สุดหยวนซื่อที่ออกไปหาบน้ำจนเสร็จก็นอนสิ้นเรี่ยวแรงอยู่บนพื้น
ครั้นเห็นนางต้องเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย มารดาสกุลต้วนจึงละเว้นโทษหาบน้ำของนาง จากนั้นเรียกต้วนต้าหลางที่เพิ่งกลับจากการซื้อพู่กันและน้ำหมึกให้มาอุ้มนางเข้าไปพักในห้อง
เคอโยวหรานจึงเอาภาพแบบแปลนกังหันวิดน้ำและท่อน้ำทำจากไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้ั้แ่ต้นออกมา
นี่คือสิ่งที่หยวนซื่อทำให้นางนึกขึ้นได้ในวันนี้ เพื่อแบบแปลนนี้ เคอโยวหรานต้องเดินวกกลับไปกลับมาระหว่างต้นน้ำถึงจวนสกุลต้วนตั้งหลายรอบ
จากนั้นเมื่อเย็บเสื้อผ้าอยู่ในถ้ำจนเสร็จ นางก็วาดแบบแปลนออกมาหลังจากมีเวลาว่าง
หากทำสิ่งของเหล่านี้ตามแบบแปลนเบื้องต้นภายในภาพ และสามารถสร้างกังหันวิดน้ำบนทางน้ำไหลของเขาต้าชิงขึ้นมาได้ ภายหลังน้ำจะไหลมาตามท่อซึ่งทำจากไม้ไผ่ ส่งผลให้น้ำในจวนสกุลต้วนกลายเป็น้ำประปา
หลังหยวนซื่อรู้เื่เหล่านี้ก็ถึงกับโมโหจนล้มป่วยมิอาจลุกจากเตียง มารดาสกุลต้วนทำได้เพียงต้องเชิญท่านหมอหลูมาจัดเทียบยาบำรุงร่างกายให้นางหลายชุด
เมื่อต้วนเอ้อร์หลางได้รับแบบแปลนก็เอ่ยปากชมว่าเคอโยวหรานช่างเปี่ยมความสามารถ ทั้งหอบภาพแบบแปลนเอาไว้ด้วยความชอบใจจนมิอาจหักใจวางเลยทีเดียว
เขาหาเวลาว่างทำถาดเพาะกล้า ทั้งยังง่วนอยู่กับการสร้างกังหันวิดน้ำและท่อน้ำไม้ไผ่โดยไม่หยุดพัก กล่าวได้ว่ายุ่งกับงานอย่างมีความสุขถึงขีดสุด
หลังจากเคอโยวหรานล้างหินโม่จนสะอาดก็เรียกต้วนเหลยถิงเข้ามา บอกให้เขาบดถั่วเหลืองทั้งหมดจนกลายเป็นมถั่วเหลือง
ถัดจากนั้นหาแท่งไม้หนาที่มีความยาวเท่ากันมาสองท่อนกับผ้าฝ้ายถี่ที่ซักจนสะอาด ตามด้วยขอให้ต้วนเอ้อร์หลางช่วยทำชั้นวางสำหรับกรองนมถั่วเหลืองเพื่อเอาไปตั้งไว้ในห้องครัว
จัดการกรอง ต้ม ทำเต้าฮวย อัดเต้าหู้...
ในเวลากว่าสองชั่วยาม เคอโยวหรานไม่แม้แต่จะหยุดพักเพื่อให้ทุกคนได้กินอาหารทำจากถั่วเหลืองที่แตกต่างออกไป
มีทั้งเต้าหู้ เต้าฮวย น้ำเต้าหู้ และเต้าฮวยเค็ม...
เคอโยวหรานทำทุกสิ่งที่กล่าวมาอย่างละเล็กน้อย ผลสุดท้ายโต๊ะอาหารเย็นทั้งสามก็กลายเป็งานเลี้ยงถั่วเสียแล้ว
ทุกโต๊ะล้วนจัดวางไว้ด้วยผัดเต้าหู้เสฉวน ต้มจืดเต้าหู้ใส่ผักกาดขาว เต้าฮวยเค็มน้ำข้น และอาหารทั่วไปที่ทำจากเต้าหู้อีกสิบกว่าชนิด นอกจากนี้นางยังเตรียมน้ำเต้าหู้เติมน้ำตาลแก้วใหญ่ให้ทุกคนได้ดื่มอีกด้วย
ขณะนั้นเอง เฉินต้าจ้วงกับผู้ใหญ่บ้านเฉินพลันนำโฉนดประทับตราและเงินยี่สิบตำลึงที่เหลือจากการจ่ายภาษีมาส่ง
เคอโยวหรานรับโฉนดประทับตราเอาไว้พลางเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “ท่านผู้าุโเ้าคะ มาเร็วมิสู้มาได้จังหวะ รีบเข้ามาทานอาหารเถิดเ้าค่ะ”
“เอ๋?” ครั้นเห็นคนทางฝั่งโต๊ะของเหล่าบุรุษพากันขยับตะเกียบแล้ว เคอโยวหรานก็เอ่ยพึมพำว่า “ยามท่านอาจารย์ทั้งสองออกไปข้างนอก มักจะกลับมาเมื่อถึงเวลาอาหารเย็นทุกครั้ง เหตุใดวันนี้ถึงไม่เห็นเงาคนเลยเล่า?”
มารดาสกุลต้วนคลี่ยิ้มเอ่ย “ท่านปรมาจารย์ทั้งสองมีฐานะไม่ธรรมดา ไม่แน่ว่าอาจมีธุระอันใดทำให้ล่าช้า เ้าไม่ต้องร้อนใจไป แม่อุ่นอาหารส่วนของพวกเขาเอาไว้แล้ว รอจนกระทั่งพวกเขากลับมาค่อยจัดสำรับอีกครั้ง”
เคอโยวหรานคิดแล้วก็เห็นด้วย ผู้เฒ่าทั้งสองวรยุทธ์ล้ำเลิศ เป็ผู้ที่สามารถวางอำนาจบาตรใหญ่บนเขาต้าชิงแห่งนี้ได้ ไม่มีเื่ให้ต้องเป็ห่วงแต่อย่างใด
นางจึงปล่อยใจให้สบายและรับประทานอาหารร่วมกับโต๊ะของเหล่าสตรี ในที่สุดก็ได้กินเต้าหู้ เคอโยวหรานรู้สึกราวกับลิ้นแทบจะละลายก็มิปาน
หลังจากผ่านพ้นหนึ่งมื้ออาหารนี้ไป กับข้าวล้วนยังคงถูกกินจนเกลี้ยงเช่นเดิม ผู้ใหญ่บ้านเฉินลูบท้องพลางเอ่ยทั้งรอยยิ้มว่า “โยวหราน พอได้กินอาหารที่เ้าทำ ตาเฒ่าก็ถึงขั้นไม่อยากกลับจวนเสียแล้ว”
เฉินต้าจ้วงเอ่ยอย่างไม่หนำใจเช่นกัน “ใช่แล้ว แท้จริงแล้วเ้าทำสิ่งใดให้พวกเรากินกันแน่? ทั้งหอมและนุ่มถึงเพียงนี้ ครั้นเอาเข้าปากให้ความรู้สึกชุ่มคอจนยากจะเอ่ยเป็คำพูด”
เคอโยวหรานไม่ปิดบัง คลี่ยิ้มเอ่ยว่า “อาหารเหล่านี้ล้วนทำมาจากถั่วเหลืองเ้าค่ะ”
“กระไรนะ?” ผู้ใหญ่บ้านเฉินกับเฉินต้าจ้วงต่างหยัดกายลุกขึ้นด้วยความใ ดวงตาเบิกโพลงมองเคอโยวหราน “เ้าหมายถึงถั่วเหลืองที่ขายไม่ออกน่ะหรือ? จะเป็ไปได้อย่างไร?”
ครั้นเห็นท่าทางตกตะลึงจนเป็เช่นนี้ของพวกเขา เคอโยวหรานก็พยักหน้าอย่างนึกขบขันแล้วถามว่า “หากนำอาหารเหล่านี้ออกไปขาย ท่านผู้าุโคิดว่าจะพอขายได้หรือไม่เ้าคะ?”
“ย่อมได้แน่นอน!” ไม่รอให้ผู้ใหญ่บ้านเฉินเปิดปาก เฉินต้าจ้วงพลันชิงตอบกลับด้วยความตื่นเต้น
เคอโยวหรานคลี่ยิ้มเอ่ย “ถั่วเหลืองทั่วไปราคาจินละห้าอีแปะ ถั่วเหลืองชั้นดีที่ข้าใช้ในวันนี้ราคาจินละแปดอีแปะเท่านั้นเ้าค่ะ
ถั่วเหลืองหนึ่งจินสามารถทำเต้าฮวยสามถึงสี่จินและเต้าหู้สองถึงสามจิน เต้าหู้กับเต้าฮวยไม่เหมือนกัน น้ำหนักจะแตกต่างกันเล็กน้อย ต้นทุนไม่สูง แต่ต้องสิ้นเปลืองพละกำลังอย่างมากเ้าค่ะ”
เฉินต้าจ้วงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เรี่ยวแรงนับเป็อันใดกัน วันนี้หมดแรงพรุ่งนี้ก็ฟื้นกลับมาใหม่ การค้าขายนี้สามารถทำได้”
เคอโยวหรานใคร่ครวญครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “สกุลต้วนกับสกุลเคอขาดแคลนกำลังคนหนุ่ม กิจการนี้ไม่เหมาะจะให้พวกข้าทำอย่างแท้จริง
แต่ของอร่อยเช่นนี้ หาไม่นำออกไปขายก็คงจะน่าเสียดายเกินไปแล้วเ้าค่ะ
มิสู้ข้ามอบวิธีทำอาหารง่ายๆ ไม่กี่อย่างนี้ให้ท่านผู้าุโ ให้ท่านเป็คนขายดีหรือไม่เ้าคะ?”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินถึงกับเบิกตาโต รีบกล่าวปฏิเสธว่า “โยวหราน เคล็ดลับเช่นนี้เป็ถึงต้นทุนตั้งตัว มีสกุลใดบ้างไม่อยากรักษาเอาไว้สุดกำลัง เ้ากลับยกให้สกุลเฉินอย่างง่ายดาย การทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม”
เคอโยวหรานกลับเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “การทำกิจการนี้เหนื่อยยากเกินไป ครอบครัวของพวกข้าไม่เหมาะสมจริงๆ เ้าค่ะ หากท่านผู้าุโรู้สึกไม่ดี เช่นนั้นก็แบ่งกำไรให้สกุลต้วนสองส่วน ให้บิดามารดาของข้าสองส่วน และสกุลเฉินเอากำไรหกส่วน ดีหรือไม่เ้าคะ?”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินใคร่ครวญก่อนพยักหน้าเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“การที่แม่นางน้อยยอมมอบวิธีทำให้สกุลเฉินก็นับว่าใจคอกว้างขวางแล้ว อย่าว่าแต่สี่ส่วน กระทั่งหกส่วนก็ย่อมได้ ตาเฒ่าต้องขอขอบคุณแม่นางน้อยแทนทุกคนในสกุลเฉินแล้ว”
เคอโยวหรานโบกมือไปมา “โยวหรานจะรับการขอบคุณของท่านผู้าุโได้อย่างไรเ้าคะ? เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ขอท่านผู้าุโอย่าได้กล่าวกับผู้ใดว่าข้าเป็คนบอกวิธีทำได้หรือไม่เ้าคะ?”
อย่างไรเสียผู้ใหญ่บ้านเฉินก็คลุกคลีในชนชั้นข้าราชการมาหลายสิบปี เคอโยวหรานชี้แนะเพียงนิดเขาย่อมเข้าใจ จึงคลี่ยิ้มเอ่ยรับรองว่า
“แม่นางน้อยโปรดวางใจ หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป ถึงยามนั้นเ้าก็มาไต่สวนความผิดกับตาเฒ่าเป็พอ”
“ท่านผู้าุโกล่าวเกินจริงแล้วเ้าค่ะ ในใต้หล้านี้ไม่มีกำแพงไร้ช่อง ข้าแค่ไม่อยากยุ่งยากเท่านั้น ท่านผู้าุโโปรดตามข้ามาเถิด ข้าจะบอกวิธีทำให้พวกท่านทราบเ้าค่ะ”
ขณะกล่าวก็พาผู้ใหญ่บ้านเฉินกับเฉินต้าจ้วงไปยังห้องครัวเพื่ออธิบายวิธีทำน้ำเต้าหู้ เต้าหู้ และเต้าฮวยเค็ม พร้อมกับสาธิตวิธีทำหนึ่งรอบ
ด้วยกลัวว่าผู้ใหญ่บ้านเฉินจะจำไม่ได้ นางยังนำวิธีการและขั้นตอนที่เขียนไว้ั้แ่เนิ่นๆ ออกมาจากอกเสื้อแล้วมอบให้พวกเขาทั้งสองคน
ผู้ใหญ่บ้านเฉินรับมาเก็บไว้อย่างทะนุถนอม “ภายหน้าหลังตาเฒ่าจำเคล็ดลับนี้ได้จะรีบทำลายให้สิ้น ย่อมไม่ปล่อยให้เล็ดลอดออกไปแม้แต่คำเดียวเป็อันขาด”
เคอโยวหรานถึงกับหงายหลัง วิธีการทำอาหารจากถั่วเหลืองที่แพร่หลายนี้ นึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็เคล็ดวิชาลับที่มิอาจแพร่งพรายได้เสียแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านเฉินลูบเคราพลางกล่าวว่า “ตาเฒ่ายังมีอีกเื่หนึ่งที่อยากบอกเ้า”
เคอโยวหรานพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านผู้าุโโปรดเอ่ยออกมาเถิดเ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินทอดถอนใจ “เ้าย่อมรู้เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้แล้ว หมู่บ้านเถาหยวนมีคนสกุลเคอหนึ่งร้อยสามสิบเก้าครอบครัว มีคนสกุลเฉินหนึ่งร้อยเก้าครอบครัว
เงินที่ได้จากการขายเขาต้าชิง เมื่อหักเงินภาษียังเหลือเงินประมาณหนึ่งพันหกร้อยยี่สิบห้าตำลึง
หลังจากหารือกัน ได้ข้อสรุปว่าจะแบ่งเงินให้ครอบครัวละหกตำลึงสองอีแปะ เงินยี่สิบตำลึงสองอีแปะที่เกินมาล้วนกลายเป็ของเหล่าผู้าุโสกุลเคอแล้ว
ข้าไม่อยากยื้อแย่งเงินไม่กี่ตำลึงนี้กับพวกเขา หากทำเช่นนั้นมีแต่จะเสียเวลาเปล่า
คนสกุลเฉินของพวกข้าต่างพากันนำเงินสี่ตำลึงสองอีแปะกลับจวน ส่วนที่เหลืออยู่สองร้อยสิบแปดตำลึงถูกเตรียมเอาไว้เพื่อซ่อมแซมศาลบรรพชนสกุลเฉิน
การคราดไถดินเตรียมเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาแล้ว ทั้งยังต้องซ่อมศาลบรรพชน จึงเกรงว่าการบูรณะจวนเก่าสกุลเคอคงต้องล่าช้าออกไปเสียแล้ว”
เคอโยวหรานเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “ท่านผู้าุโไม่จำเป็ต้องร้อนใจ ยามนี้บิดามารดาของข้าพักอยู่ในจวนสกุลต้วนก็สะดวกต่อการดูแลเช่นกันเ้าค่ะ
จวนเก่าสกุลเคอทรุดโทรมจนเกินไป ข้าอยากหาเงินเพิ่มเติมอีกสักหน่อย จากนั้นจัดการทุบทิ้งทั้งหมดแล้วค่อยสร้างใหม่เ้าค่ะ”
“ในเมื่อเป็เยี่ยงนี้ เช่นนั้นก็เอาเงินค่าซ่อมแซมที่เ้าให้ตาเฒ่ากลับคืนไปก่อนเถิด รอจนกระทั่งภายหน้าจำต้องเรียกหาตาเฒ่า พวกเราค่อยหารือกันอีกเป็อย่างไร?”
ขณะกล่าวก็ล้วงหยิบเงินห้าตำลึงส่งคืนให้เคอโยวหราน “อิฐดินที่ใช้สร้างกำแพงพบเห็นได้ทั่วไป ไม่ต้องใช้จ่ายเงินทองแต่อย่างใด จึงยังมิได้แตะเงินที่เ้ามอบให้ตาเฒ่าเลยสักอีแปะเดียว”
