“พิมพ์มีอะไรจะพูดกับพี่เหรอ” ท่าทางจริงจังและใส่ใจของเขาทำให้หญิงสาวอ้ำอึ้งครู่หนึ่ง ทว่าเสียงเคาะกระจกรถด้านนอกทำให้ชายหนุ่มละความสนใจจากเธอ แล้วเปิดประตูออกไปหาชนกันต์
“ไปช่วยนุ่นขนของท้ายรถหน่อยสิ”
“อ่อได้” ว่าแล้วพิมพ์มาดาก็เดินตามชนกันต์เข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของดาราสาว มีภาพถ่ายของเธอติดเต็มผนัง สายตาของพิมพ์มาดาเลื่อนมายังภาพหนึ่ง ที่ปุยนุ่นถ่ายคู่กับเทวทิณณ์อย่างสนิทสนม ก่อนที่ดาราสาวจะวางของที่ถือมาลงบนโต๊ะ แล้วเดินเข้าไปหาพิมพ์มาดา
“รูปนี้เป็รูปที่ทิณณ์เขาถ่ายคู่กับฉัน เป็ความทรงจำระหว่างฉันกับทิณณ์เขาน่ะ หวังว่าเธอจะไม่ถือสานะ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงหันมายังดาราสาว แล้วส่งยิ้มอ่อนโยนให้
“ไม่หรอกค่ะ”
“งั้นก็ดีจ้ะ เพราะถ้าเธอเป็คนคิดมาก เธอก็จะอยู่กับทิณณ์เขายากหน่อย เพราะความสัมพันธ์ของเราสองคนมีมากเหลือเกิน” พิมพ์มาดาพยักหน้า แล้วเบี่ยงตัวเดินไปยังเทวทิณณ์ที่ถือของมาวางไว้
“นายซื้อเหล้ามาด้วยเหรอ” เทวทิณณ์คว้าเอวพิมพ์มาดาไว้ข้างกาย ก่อนจะหันไปยังชนกันต์แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ใช่ พอดีวันนี้ฉันอยากดื่ม”
“นายดื่มคนเดียวนะ ฉันไม่ดื่มว่ะ ต้องขับรถกลับ”
“อะไรกัน เมื่อก่อนฉันไม่เห็นนายสนใจ ว่าจะขับรถกลับทั้งที่เมาขนาดไหน”
“ก็นั่นเมื่อก่อน ตอนนี้ฉันมีพิมพ์แล้ว ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาฉันไม่อยากเสียใจภายหลังว่ะ” คำพูดของเทวทิณณ์ ทำให้ปุยนุ่นที่ยืนฟังอยู่ ถึงกับจุกในอก เธอเลื่อนฝีเท้าเข้ามาแล้วดึงร่างของพิมพ์มาดาออกจากเทวทิณณ์ช้า ๆ
“ไปช่วยฉันทำอาหารหน่อยได้ไหม”
“ได้ค่ะ” พิมพ์มาดาส่งยิ้มให้อีกฝ่าย แล้วเดินตามปุยนุ่นเข้าครัวไป
“พี่นุ่นจะทำเมนูอะไรเหรอคะ ซื้อเส้นมาเยอะเลย” หญิงสาวหยิบวัตถุดิบขึ้นมาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่อีกฝ่ายจะปล่อยยิ้มกว้างออกมา
“อ่อ ทิณณ์เขาชอบทานเมนูเส้นมาแต่ไหนแต่ไรจ้ะ พี่ก็เลยกะว่าจะทำพวก ราดหน้า ผัดไทย เพิ่มจากของเดิม อีกสองสามอย่าง พิมพ์ช่วยพี่ล้างผักก่อนละกัน”
“ค่ะ” พิมพ์มาดาบรรจงล้างผัก และช่วยปุยนุ่นทำอาหารต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจ ระหว่างการทำนั้น ปุยนุ่นมักจะพูดถึงความสนิทของเธอและเทวทิณณ์ให้ฟังตลอดเวลา พร่ำบอกว่าเขาแสนดีต่อเธอเพียงใด จนถึงหยุดนิ่งใน่หนึ่ง แล้วหันมาหาพิมพ์มาดาที่กำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่
“เธอรู้ไหม มีอยู่วันหนึ่งฉันลองใจเขา ขอเขาไปค้างคอนโดฯ ด้วย” พิมพ์มาดาหยุดชะงัก แล้วเลื่อนสายตามองปุยนุ่น
“เธออาจจะแปลกใจ ว่าทำไมฉันถึงทำแบบนั้น แต่อย่าลืมว่าเทวทิณณ์เป็คนเพียบพร้อมขนาดไหน ผู้หญิงทุกคนที่เข้ามา ต่างอยากเขาทั้งนั้น” พิมพ์มาดานิ่งเงียบ แล้วหันไปหั่นผักใส่จานช้า ๆ เก็บรายละเอียดจากอีกฝ่ายโดยไม่ทัดทานสิ่งใดออกมา
“เธออยากรู้ไหม ว่าหลังจากฉันลองใจเขา แล้วเขาตอบฉันว่ายังไง” พิมพ์มาดาวางมีด แล้วหันกลับมายังปุยนุ่น ดาราสาวที่เธอชื่นชอบ
“พี่ทิณณ์ว่ายังไงเหรอคะ” เธอให้ความสนใจไปตามมารยาท ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มกว้าง
“ทิณณ์เขาปฏิเสธทันที ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เขาบอกว่าฉันสวยงามเกินกว่าที่เขาจะทำลายได้ เมื่อหลายวันก่อน เขาก็ยังย้ำคำเดิม ที่เขาไม่ตอบรับฉันในวันนั้น เพราะอยากเห็นฉันมีคุณค่า คงความงดงามแบบนี้ให้เขามองไปตลอด” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้น แม้จะพยายามเข้มแข็งไม่หวั่นไหว ก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้
“ฉันได้ฟังเขาพูดแบบนั้น ฉันจึงเข้าใจและเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น เพราะขนาดทิณณ์ ที่เป็ผู้ชายเ้าชู้มาก ๆ ยังให้เกียรติ และอยากคงความงดงามของฉันไว้ ไม่ยอมทำลาย ทั้งที่มีโอกาส” พิมพ์มาดาสังเกตแววตาของอีกฝ่าย เธอรับรู้ได้ในทันทีว่าปุยนุ่นและเทวทิณณ์มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเกินกว่าเธอจะเข้าใจได้ ก่อนที่หญิงสาวจะก้มหน้าลงแล้วหั่นผักต่ออย่างเงียบ ๆ
“ที่ฉันเล่าให้เธอฟัง ไม่ใช่ให้เธอคิดมากนะ เพียงแต่อยากบอกว่าเธอโชคดีแค่ไหน ที่ได้เขาเป็แฟน ส่วนฉันก็โชคดีมากเช่นกัน ที่มีเขาเป็เพื่อน”
“ค่ะ” พิมพ์มาดาตอบรับ พร้อมกับความรู้สึกหวั่นไหว เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าความรักที่เขามีให้นั้น เป็เพียงความลุ่มหลงชั่วคราว หรือเพียงแค่มีเธอไว้ขั้นเวลาเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมกับปุยนุ่นเท่านั้น ก่อนที่พิมพ์มาดาจะเผลอไผล ไปกับคำพูดของดาราสาว เธอดึงสติกลับมาและพยายามเชื่อใจเขาอีกครั้ง
“ไม่สิ ฉันต้องเชื่อใจเขา” หญิงสาวข่มความรู้สึกหวั่นไหวไว้ แล้วบอกตัวเองซ้ำ ๆ
เวลาผ่านไปไม่นานนัก อาหารทุกอย่างก็พร้อม ทั้งพิมพ์มาดาและปุยนุ่นพากันยกทุกอย่างออกมาตั้งไว้ที่โต๊ะ กลิ่นหอมโชยฟุ้งทำให้เทวทิณณ์ดึงร่างเล็กเข้ามา แล้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
“ฝีมือพิมพ์จานไหน” ก่อนหญิงสาวจะปล่อยยิ้มออกมา
“พิมพ์ไม่ได้เป็คนปรุงหรอกค่ะ พิมพ์แค่เป็ลูกมือของพี่นุ่นเท่านั้นเอง”
“งั้นเหรอ แต่ไม่ว่ายังไง พี่ก็จะทานให้หมดอยู่ดี”
“ทานไหวเหรอคะทิณณ์ มันเยอะมากเลยนะ” ปุยนุ่นวางจานอาหารสุดท้ายลง แล้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่หมดก็ต้องหมด คนทำจะได้ชื่นใจ” เขาพูดพร้อมดึงมือแฟนสาวลงนั่งด้านข้าง
“ทิณณ์เขาทานอาหารฝีมือเธอบ่อยไหมพิมพ์” ปุยนุ่นหันไปถามอีกฝ่าย ก่อนที่พิมพ์มาดาจะส่ายศีรษะไปมา
“พิมพ์ยังไม่มีโอกาสทำให้พี่ทิณณ์ทานเลยค่ะ”
“ปกติแล้วเราเป็คนทำให้พิมพ์ทานมากกว่า” คำพูดของเทวทิณณ์ทำให้ปุยนุ่นชะงักนิ่งไป ก่อนจะปั้นหน้ายิ้ม
“โชคดีจังเลย ได้ทานอาหารฝีมือทิณณ์บ่อย ๆ” พิมพ์มาดาพยักหน้ายิ้มตอบ ทั้งสี่คนนั่งทานอาหารไปเรื่อย ๆ พลางมีเื่สนุกพูดคุยกันตลอดเวลา ก่อนที่ชนกันต์จะรินแอลกอฮอล์ให้เทวทิณณ์
“ไม่ดื่ม”
“ดื่มเถอะน่า นาน ๆ จะสังสรรค์เงียบ ๆ แบบนี้สักครั้ง”
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ดื่ม” เทวทิณณ์ปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนที่ พิมพ์มาดากับปุยนุ่นจะค่อย ๆ ทยอยเก็บจานอาหารที่ทานเสร็จแล้วเข้าครัวไป เหลือไว้เพียงอาหารทานเล่นไม่กี่อย่าง
