“คุณที่รักคะ! ใกล้จะได้เวลาแล้วนะคะ อีกสิบนาทีคุณจะสายแล้ว ยังจะมีเวลานั่งอ่านนิยายอยู่อีกหรือคะ!”
เสียงะโแกมดุจากหน้าประตูทำให้หญิงสาวที่กำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษรในมือสะดุ้งสุดตัว ที่รักเงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยคนสนิทพลางขมวดคิ้วอย่างขัดใจ
“พี่นัด... ฉันยังอ่านไม่จบเลยนะ ขออีกตอนเดียวเองค่ะ” เธอพยายามอ้อนวอน แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยิมยอม
“คุณคงไม่ลืมนะคะ ว่าวันนี้มีนัดดูตัวกับหนุ่มหล่อที่ท่านประธานจัดหามาให้” พี่นัดย้ำเสียงหนักแน่น
ที่รักถอนหายใจยาว พลิกหน้ากระดาษไปอีกหน้าอย่างเสียดาย “ฉันไม่ไปไม่ได้เหรอคะ? ผู้ชายคนนั้นหน้าตาเป็ยังไงฉันยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ จะหล่อจริงอย่างที่คุณแม่บอกหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ที่รักในวัยยี่สิบเจ็ดปี คือทายาทเพียงคนเดียวของสำนักพิมพ์ชื่อดังอย่าง N.D ในสายตาคนนอก เธอคือว่าที่ประธานบริษัทที่เพียบพร้อมทั้งฐานะและความสามารถ ทว่าในใจลึก ๆ เธอกลับรู้สึกว่าชีวิตที่มีอยู่ยังไม่ใช่สิ่งที่โหยหาอย่างแท้จริง
“ท่านประธานท่านต้องหาคนที่เหมาะสมกับคุณมาให้อยู่แล้ว เื่นี้คุณไม่ต้องเป็ห่วงไปเหรอคะ” พี่นัดพูดพลางเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดเดรสสีครีมเรียบหรูส่งให้“ใส่ชุดนี้ไปนะคะ ดูเหมาะกับคุณมาก”
“พี่นัดก็รู้ว่าที่รักสวย จะชุดไหนก็เหมาะกับที่รักหมดแหละ” ที่รักตอบติดตลก แต่สุดท้ายก็ยอมรับชุดไปเปลี่ยนแต่โดยดี
...
ร้านอาหารหรูใจกลางกรุงเทพฯ
ที่รักก้าวลงจากรถอย่างเสียไม่ได้ ร้านอาหารตกแต่งสไตล์ยุโรปหรูหรา แสงไฟสีทองนวลส่องผ่านกระจกใสสะอาด สะท้อนเงาผู้คนในชุดสุภาพเรียบร้อย บทสนทนาเบา ๆ คลอไปกับเสียงดนตรีเปียโนสด
เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน
“คุณที่รักใช่ไหมครับ”
เสียงทุ้มดังขึ้นจากโต๊ะด้านในสุด ชายหนุ่มในสูทสีเข้มลุกขึ้นยืน เขาดูดี สุภาพ และมีรอยยิ้มอ่อนโยน
ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบตามฉบับที่ผู้หญิงทั่วไปชื่นชอบ แต่สำหรับเธอแล้ว…มันยังไม่ใช่
เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง ั้แ่เด็กมา เธอไม่เคยคบหาใครจริงจัง เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่
เธอนั่งลง พยายามฝืนสนทนาตามมารยาท แต่สมองกลับลอยไปไกล คิดถึงนิยายที่อ่านค้างไว้เมื่อครู่ เธออยากรู้ว่าตอนจบจะเป็อย่างไร พระเอกกับนางเอกจะกลับมาคืนดีกันหรือไม่ แล้วตัวประกอบคนนั้น…จะหลุดพ้นจากครอบครัวที่เหมือนปลิงดูดเืได้หรือเปล่า
เธอเอาแต่คิดเนื้อเื่ในนิยาย จนแทบไม่ได้ฟังเลยว่าคู่เดทพูดอะไร
“คุณที่รักครับ?”
เสียงเรียกทำให้เธอสะดุ้ง “คะ? ขอโทษค่ะ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ” เธอถามกลับไป
ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างเข้าใจ “ผมถามว่า คุณชอบอ่านหนังสือแนวไหนครับ เห็นคุณป้าบอกว่าคุณเป็นักเขียนด้วย”
“ฉันชอบนิยายค่ะ โดยเฉพาะแนวย้อนยุค” เธอตอบไปด้วยน้ำเสียงมีความสุข
เขาหัวเราะเบา ๆที่เห็นว่าคู่สนทนาเริ่มสนใจที่จะพูดคุยกับเขาแล้ว “แล้วคุณที่รัก เขียนนิยายแนวแบบไหนหรือครับ ผมจะได้ไปหามาอ่านบ้าง”
ที่รักยิ้มดีใจที่มีคนอยากอ่านนิยายที่เธออ่าน “เป็แนวย้อนยุค ไปสมัยประเทศจีนยุค70-80 ไม่รู้ว่าคุณธีร์จะอ่านเข้าใจหรือเปล่า”
“ผมไม่เคยอ่านนิยายแนวนี้มาก่อน แต่ผมเชื่อว่านิยายที่คุณที่รักเขียน ต้องน่าอ่านแน่ๆ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ผมก็ชอบอ่านนิยายมากนะครับ เป็พวกนิยายสืบสวนสอบสวนนะครับ แต่แนวเส้นเื่ที่คุณที่รักเขียน ผมยังไม่เคยอ่านเลย ” ชายหนุ่มตอบ “เอาไว้วันไหนที่คุณที่รักว่าง คงต้องของให้คุณที่รักช่วยแนะนำนิยายแนวนี้ให้ผมอ่านแล้วครับ”
ที่รักยิ้มบาง ๆเป็การตอบรับคำพูดชายหนุ่ม เธอไม่คิดจะเปิดโปงคำพูดของผู้ชายตรงหน้า
พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ กลิ่นสเต๊กหอมกรุ่นลอยขึ้น ทำให้เธอรู้ตัวว่าตัวเองกำลังหิวมาก เธอเองก็ยังไม่ได้กินอะไรมาั้แ่เมื่อคืนแล้ว เป็เพราะเธอเอาแต่อ่านนิยายจนไม่ได้กิน ไม่ได้นอน ตอนนี้เธอรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อยแล้ว
“คุณที่รัก สีหน้าคุณไม่ค่อยดีเลยครับ” เสียงถามอย่างเป็ห่วง
เธอยกมือแตะขมับขวาของตัวเอง “ั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่ได้นอนเลยคะ เลยง่วงนิดน้อย หากไม่มีอะไรแล้ว ฉันของกลับไปก่อนได้ไหมคะ” เธอถือโอกาสขอตัวออกมาจากคู่เดททันที
“คุณที่รักทำงานจนไม่ได้พักเลยหรือครับ คุณทำงานแบบนี้ มันอันตรายกับสุขภาพมากนะครับ” ชายหนุ่มยิ่งแสดงอาการเป็ห่วงมาขึ้น
“เวลาฉันเขียนนิยาย จะไม่หยุดจนกว่าจะเขียนทุกอย่างที่อยู่ในหัวตอนนั้นออกมาทั้งหมด” เธอตอบอย่างสบายๆ
“งั้นเรากลับกันก่อนดีกว่าครับ คุณที่รักง่วงนอนขนาดนี้ เดี๋ยวจะเป็อันตรายเอาได้” ชายหนุ่มบอกและเรียกเก็บเงิน อาหารบนโต๊ะทั้งสองก็ยังไม่มีใครแตะต้องอีกเลย
