เมื่อหยวนอวี่ได้ยินคำของโอวหยางเทียนหัวก็ให้รู้สึกตื่นเต้นเสียจนหลงลืมไปแล้วว่า ยามนี้ตนเป็มารดาของลูกสามคน นางพุ่งกายเข้าไปในอ้อมกอดเขาพร้อมทั้งเป็ฝ่ายจุมพิตโอวหยางเทียนหัวก่อน
ในเวลาเดียวกันนั้น เดิมทีลู่หลิงฉิงตั้งใจจะมาดูอาการของหยวนอวี่ เพื่อจะได้รู้ว่าคนจะย้ายออกไปได้เมื่อไร มิคาดเมื่อเดินเข้าใกล้ห้องพักนั้นกลับได้ยินเสียงบางอย่างลอดออกมา เสียงเ่าั้เป็เสียงของชายและหญิงที่นางรู้สึกคุ้นเคยมากเหลือเกิน
สามีของนางกับภรรยาของขุนนาง? คนทั้งสองถึงกับกล้ากระทำเื่ที่น่าอับอายเ่าั้ที่นี่?
นางทำเพียงหมุนกายกลับราวกับไม่ได้ค้นพบอะไร และทำเพียงยิ้มเ็าในใจ เดิมทีตัวนางยังต้องถูกกักบริเวณ ทว่าตอนหลังเป็เพราะวันที่แต่งชายารองเข้ามา หยวนอวี่ผู้เป็หนึ่งในแขกสูงศักดิ์เกิดได้รับาเ็เข้า ฝ่าาจึงมีรับสั่งให้ยกเลิกการกักบริเวณ และให้นางคอยอยู่ดูแลสตรีที่าเ็อยู่ในจวนรัชทายาทผู้นี้ให้ดี
ใครจะรู้ ทั้งหมดนี้จะเหลวไหลถึงเพียงนี้
ยามนี้ใจของลู่หลิงฉิงถึงกับเย็นะเื นางหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ที่ผ่านมาเพื่อความเป็อยู่ของโอวหยางเทียนหัว ไม่รู้ว่านางต้องกระทำเื่ที่ไม่อาจเปิดเผยต่อผู้คนได้ไปมากมายเท่าไร แต่เขากลับกล้าปฏิบัติต่อนางเช่นนี้
ทว่า ในตอนที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่นี้ แม่นางน้อยที่อายุประมาณห้าขวบก็วิ่งโร่เข้ามา เมื่อเห็นลู่หลิงฉิง ใบหน้าเล็กๆ นั้นก็ปรากฏรอยยิ้มน่ารัก “เสด็จแม่ มิใช่ว่าจะพาลูกไปดูมารดาของเด็กน้อยหรือเพคะ? ”
ลู่หลิงฉิงนั่งยองๆ สวมกอดลูกสาวตนเบาๆ ใบหน้าน่ารักดวงนี้มีแต่คำว่างดงามเต็มไปหมด อย่างไรเสีย ใบหน้าของเด็กน้อยก็คล้ายกับนางมาก นี่คือบุตรสาวของนาง และเป็จวิ้นจู่น้อยเพียงคนเดียวในจวนรัชทายาท
“จู่ๆ แม่ก็คิดถึงอวี้หลานขึ้นมา จึงตั้งใจว่าจะไปดูอวี้หลานก่อน มิคาด เ้าจะวิ่งมาหาถึงที่นี่แล้ว” หลายวันมานี้บุตรสาวของนางมักจะหาเวลาไปดูเด็กที่นังชั้นต่ำหยวนอวี่ผู้นั้นให้กำเนิด และเมื่อได้เห็นคนมีท่าทีชื่นชอบน้องชายตัวน้อยเพียงนั้น ในใจนางก็วาดหวังว่าตนจะมีน้องชายให้อวี้หลานได้บ้างสักคน
แต่ว่า ความคาดหวังนี้ผ่านมาหลายปีแล้วก็ยังไร้วี่แวว
ลู่หลิงฉิงอยู่เล่นเป็เพื่อนบุตรสาวได้ครู่หนึ่งก็กลับไปยังเรือนเด็ดดารา
นางดึงเครื่องประดับศีรษะทั้งหมดลงมาพลางจดจ้องใบหน้างามผ่านกระจกทองแดง จากนั้นจึงพูดกับหมัวมัวข้างกาย “ลู่หมัวมัว หรือว่าเป็เปิ่นเฟยที่ไม่ดี องค์รัชทายาทถึงได้เปลี่ยนพระทัยไปเป็อื่น”
“พระชายา พระองค์ทรงทำดีมากแล้วเพคะ เพียงแต่ ที่นี่มีนางจิ้งจอกอยู่มาก หม่อมฉันจึงหวังว่าพระชายาจะสามารถทำพระทัยให้กว้าง ให้สบายได้ และอย่าได้ให้เื่เล็กๆ น้อยๆ มาทำให้พระองค์เองไม่มีความสุข เพราะหากปล่อยให้ใจตนเป็เช่นนั้น จะไม่เป็การให้สองนางในเรือนหลังได้ประโยชน์หรือเพคะ” เมื่อก่อนเรือนหลังของรัชทายาทมีสตรีอยู่ไม่น้อย แม่นางเ่าั้ล้วนเป็เพียงอนุรับใช้ ทว่าสตรีสองนางที่เพิ่งเข้ามาเมื่อ่ก่อนหน้านี้นั้นต่างออกไป อีกฝ่ายเป็ถึงกิ่งทองใบหยก [1] ของเจิ้งอ๋อง อีกทั้ง หากให้วัดกันที่ชาติกำเนิด เจิ้งเฟยเอ๋อร์ก็ถือว่าสูงศักดิ์ยิ่งกว่าชายารัชทายาท
ตอนนี้ชายารองมีแล้ว สนมซู่เฟยก็มีแล้ว หากว่าชายารัชทายาทยังเป็เหมือนเมื่อกาลก่อนที่มีใจเพื่อรัชทายาทเท่านั้น วันคืนข้างหน้าก็คงมีแต่จะยิ่งยากลำบาก “บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเป็เื่ปกติ ด้วยเื่นี้ ก่อนที่พระชายาจะแต่งเข้าจวนรัชทายาท ฮูหยินก็ได้บอกไว้แล้ว ตอนนี้ หม่อมฉันหวังเพียงว่า ในทุกๆ เื่ พระองค์จะทรงคิดถึงจวิ้นจู่น้อยให้มากเพคะ”
ลู่หลิงฉิงพยักหน้ารับ “หมัวมัว เ้าว่า หลายปีเพียงนี้แล้ว เปิ่นเฟยและรัชทายาทก็นอนร่วมห้องกันไม่น้อย แต่เหตุใดป่านนี้จึงยังไม่ตั้งครรภ์” สำหรับอวี้หลานนั้น นางตั้งครรภ์อีกฝ่ายั้แ่ก่อนจะเข้าจวนรัชทายาทแล้ว ทว่า หลังจากนั้นเป็ต้นมา ในจวนรัชทายาทก็ไม่มีใครตั้งครรภ์อีกเลย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชั่วขณะนั้นนางก็เกิดความคาดเดาที่ไม่ดีบางประการ นางลุกขึ้นยืนทั้งร่าง ในใจมีคลื่นโถมซัด หรือว่าพระวรกายของรัชทายาทจะมีปัญหา
นางขบคิดและค่อนข้างมั่นใจว่าต้องเป็เช่นนี้แน่ เพราะต้องรู้ก่อนว่า หลายปีมานี้เพื่อจะให้กำเนิดโอรสสายตรง นางเคยให้คนมาตรวจร่างกายให้ไม่น้อย จึงได้รู้ว่าร่างกายตนไม่มีปัญหา ดังนั้น ในเมื่อร่างกายของนางไม่มีปัญหา ความเป็ไปได้หนึ่ง ปัญหานี้จักต้องเป็เพราะพระวรกายของรัชทายาทเป็แน่
นี่คือเหตุผลที่ว่า เหตุใดหลายปีมานี้ในจวนรัชทายาทจึงยังไม่มีสตรีใดตั้งครรภ์ เมื่อคิดเื่นี้จนกระจ่างแล้ว จู่ๆ ในใจนางก็ให้รู้สึกไม่ยินยอม หากเป็เช่นนี้จริง แล้ววันหน้านางจะทำอย่างไร?
“ไม่ได้ เปิ่นเฟยจักต้องให้กำเนิดลูกชาย” ลู่หลิงฉิงมองทิวทัศน์ยามราตรีนอกเรือนเด็ดดารา ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะต้องให้กำเนิดลูกชายสักคนให้ได้ ทั้งยังจะไม่สนหากต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม...
สำหรับเื่ราวที่เกิดขึ้นในจวนรัชทายาทนั้น อวิ๋นซีก็ได้รับรู้ทั้งหมดจากข่าวที่หลิงอีรายงานในวันถัดมา นางเผาจดหมายฉบับนั้นทิ้งไป มุมปากปรากฏรอยยิ้มเ็า ระหว่างโอวหยางเทียนหัวและหยวนอวี่กลับมามีสัมพันธ์กันอีกครั้งหนึ่งแล้ว
สิ่งเหล่านี้เป็เื่ที่นางคาดเดาได้ั้แ่ต้น เพราะกู่ยวนยางในร่างของหยวนอวี่ถูกนำออกมาแล้ว และเมื่อกู่ยวนยางตัวหนึ่งตาย อีกตัวก็จะตายตามไปด้วย ดังนั้น ในร่างของผิงหยางโหวจึงไม่มีพิษกู่นี้แล้วเช่นกัน
เมื่อปราศจากการควบคุมของกู่ยวนยาง หยวนอวี่ก็หลงลืมร่างกายตนและลูกในทันที คนสามารถเข้าไปพันพัวกับโอวหยางเทียนหัว ช่างน่าสนใจจริงๆ สตรีนางนี้ เมื่อยามเขลาก็ทำให้บรรพบุรุษตระกูลหยวนสิบแปดชั่วโคตรแทบอยากลุกขึ้นมาบีบคนให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น
อย่างไรเสีย การที่หยวนอวี่ยิ่งอยากเป็แมงเม่าบินเข้ากองไฟเพื่อไปไล่ตามความรักของตน สำหรับอวิ๋นซี เื่นี้ถือเป็เื่ที่น่ายินดีอย่างที่สุด เพราะสตรีนางหนึ่งเมื่อเกิดบ้าขึ้นมาก็ย่อมไร้เหตุผลและสติใดๆ
ส่วนลู่หลิงฉิงยังนับว่าสามารถทานทนได้ แต่ว่า หมากกระดานนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งครั้งนี้เป็อวิ๋นซีที่ควบคุมกระดานนี้อยู่ นางเดินไปยังหน้าโต๊ะหนังสือ เขียนจดหมายฉบับหนึ่ง จากนั้นก็ให้ฉุนเอ๋อร์นำไปส่งยังสถานที่ที่บอก
กระทั่งนางจัดแจงเื่จดหมายเสร็จ จวินเหยียนก็กลับมาพอดี เขาเดินมาข้างกายอวิ๋นซี แนบศีรษะลงไปบนท้องของนางเบาๆ ยิ้มถามว่า “เ้าลูกชาย คิดถึงบิดาเ้าหรือไม่? ”
อวิ๋นซีลูบศีรษะเขา พยักหน้าเห็นพ้อง “ต้องคิดถึงท่านแน่”
่นี้เขาเป็เช่นนี้เสมอ เมื่อกลับถึงบ้านก็จะมาพูดคุยกับลูกที่ยังอยู่ในครรภ์ และเมื่อรับรู้ได้ว่าลูกขยับตัว เขาก็อดไม่ได้ให้ตื่นเต้นไปทั้งร่าง บางครั้งการได้มองชายที่ยามอยู่ด้านนอกสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ แต่เมื่อกลับมาบ้านก็ทำตัวราวกับเป็เด็กน้อยคนหนึ่งอย่างจวินเหยียน ในใจของอวิ๋นซีก็ไม่รู้จะพรรณนาอย่างไร
“ในจวนรัชทายาทจักต้องมีสายลับของเสด็จพ่ออยู่แน่ ท่านว่า เื่ที่เกิดขึ้นในจวนรัชทายาทนี้จะไปถึงพระกรรณเสด็จพ่อหรือไม่? ” อวิ๋นซีถามด้วยความอยากรู้
แน่นอนจวินเหยียนรู้ เื่ที่อวิ๋นซีถามถึงหมายถึงเื่ที่รัชทายาทและหยวนอวี่ลักลอบมีความสัมพันธ์กัน เขายืนขึ้น จุมพิตริมฝีปากนางเบาๆ จากนั้นจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ต้องรู้แน่” ต่อให้พระบิดาจะไม่อยากทราบ ตัวเขาย่อมไม่มีทางยินยอม เพราะั้แ่วันที่กลับมายังเมืองหลวง ก็ไม่มีแม้สักวันที่เขาจะคิดต้มกบในน้ำอุ่น [2]
อวิ๋นซีหัวเราะหึหึออกมา “รัชทายาทที่มีมลทินกับภรรยาของขุนนาง ท่านว่า เมื่อเสด็จพ่อทรงทราบเื่เข้า จะผิดหวังเพียงใด? ”
จวินเหยียนไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงโอบศีรษะของนางเข้ามาในอ้อมแขนตนอย่างเบาๆ แล้วเอ่ยถาม “อาซี หากเื่ทุกอย่างนี้จบสิ้นลงแล้ว เ้ากับข้ากลับหานโจวไปด้วยกัน ดีหรือไม่? ”
อวิ๋นซีประหลาดใจนิดหน่อย นางกอดเอวแข็งแกร่งของเขา ถามกลับ “เหตุใดจู่ๆ ถึงถามเช่นนี้ ท่านไม่อยากได้ตำแหน่งนั้นแล้วหรือ? ”
เขาไม่ได้ตอบ และแค่เรียกขานชื่อนางครั้งแล้วครั้งเล่า “อาซี อาซี อาซีของข้า”
นางรับรู้ได้ถึงมือหนาของเขาที่กระชับแน่น ในใจนางอดลนลานไม่ได้ “จวินเหยียน ท่านไม่สบายใจหรือ? ” ทุกครั้งยามที่เขาไม่สบายใจหรือไม่เป็สุขก็มักจะโอบนางเช่นนี้ จากนั้นก็เรียกชื่อนาง
————————————————————————————————
เชิงอรรถ
[1] กิ่งทองใบหยก(金枝玉叶)เป็คำที่ใช้เปรียบเทียบถึงคุณหนูหรือคุณชายที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง
[2] ต้มกบในน้ำอุ่น(温水煮青蛙)เปรียบเทียบถึงการทำให้เหยื่อตายอย่างช้าๆ โดยไม่ทันรู้ตัว
