ใบหน้าสวยของหลินซือซือเต็มไปด้วยความกังวล คิ้วของนางขมวดเข้าหากัน หากพลังนี้ะเิออกไปแล้วละก็ จะต้องเกิดานองเืขึ้นที่นี่เป็แน่
ถ้ายอดฝีมือขั้นกำเนิดพลังเข้ามายุ่ง พวกเขาก็จะถูกขับไล่ และที่นี่ก็จะถูกยอดฝีมือยึดครองไป เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะไม่ได้อะไรเลย
เต้าหลิงกระวนกระวายใจเป็อย่างมาก ถ้ำิญญาโบราณที่นี่นั้นน่ากลัวมากเกินไป พลังมหาศาลพุ่งทะลักออกมาอย่างไม่หยุด ค่ายกลธงกำลังจะสลาย เขากัดฟันกรอดพลางกล่าวออกมาว่า “คงจะต้องลองเสี่ยงดูแล้ว”
ฝ่ามือของเต้าหลิงหงายขึ้น ปรากฏเตาโอสถสีทองแดงเตาหนึ่ง เปลวเพลิงร้อนแรงถูกปลดปล่อยออกมา ก่อนที่มันจะปิดถ้ำนี้เอาไว้
“อย่างนี้ก็ได้อย่างนั้นหรือ” หลินซือซือหัวเราะจนตัวงอ ร่างของนางสั่นเทา เขาก็ช่างคิดนะ ที่เอาเตาโอสถมาปิดถ้ำเอาไว้แบบนี้
ในขณะที่เต้าหลิงกำลังจะกล่าวอะไรออกไป สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนสี จู่ๆ ก็มีแรงดูดกลืนที่น่าหวาดกลัวพรั่งพรูออกมาจากเตาโอสถ พลังจำนวนมากที่อยู่กลางอากาศถูกเตาดูดกลืนเข้าไปอย่างไม่ขาดสาย
เตาโอสถสีทองแดงนี้เหมือนกับกำลังหลอมโอสถอยู่ มันดูดกลืนพลังฟ้าดินบริสุทธิ์เข้าไป ทั่วทั้งเตาะเิแสงหมอก์สว่างจ้า เสียงเต๋าดังขึ้นมาเบาๆ
“พระเ้า เต้าหลิง นี่มันของล้ำค่าอะไรกัน เหตุใดมันถึงได้มีจิติญญา” หลินซือซือเบิกตากว้างพลางกล่าวออกมาด้วยความใ “เตาโอสถนี้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้ แสดงว่ามันได้ผ่านจิตแล้ว”
ของล้ำค่าผ่านจิตนั้นพบเจอได้ยากเป็อย่างยิ่ง พวกมันมีจิติญญา ซึ่งสามารถที่จะบินไปไหนก็ได้ ภายในโถงวิหารดาราเองก็มีของสิ่งนี้ ทุกๆ ครั้งที่มันปรากฏตัวขึ้น สามารถที่จะฆ่ายอดฝีมือได้ อีกทั้งยังยากมากที่จะจับมัน
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เต้าหลิงมองสำรวจผิวเตาโอสถอย่างใจหาย เมื่อเห็นภาพของเหล่านักปรุงโอสถศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นที่ผิวเตา สีหน้าของเขาฉายความประหลาดใจขึ้น คิดไม่ถึงเลยว่าเตาโอสถนี้จะสามารถแสดงภาพเช่นนี้ออกมาได้ด้วย
ครั้งก่อนมันเคยปรากฏขึ้นมาครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็หายไป เต้าหลิงรู้สึกได้ว่ามันเป็สิ่งที่สุดยอดเป็อย่างมาก ถึงจะเป็ปรมาจารย์นักปรุงโอสถ เมื่อเห็นภาพนี้เข้า ก็ต้องตื่นเต้นจนเป็ลม การที่ได้มองดูภาพเหล่านี้ถือว่าเป็โชคดีไม่น้อย
ผิวของเตาที่ปรากฏแผนภาพนี้ขึ้นมาอีกครั้ง จะไม่ให้เขาประหลาดใจได้อย่างไร
ขณะที่กำลังปวดหัวว่าจะหลอมโอสถผ่านฟ้าอย่างไรดี พอได้มาเห็นภาพของเหล่านักปรุงโอสถศักดิ์สิทธิ์หลอมโอสถอีกครั้ง ประสบการณ์ในการหลอมโอสถของเขาก็เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสามารถที่จะหลอมยาโอสถออกมาได้แล้ว
หลินซือซืองดงามเป็อย่างมาก ใบหน้าของนางสะสวย ผมยาวปลิวไสว ร่างกายอรชรอ้อนแอ้น นางมองดูเต้าหลิงที่จ้องเตาโอสถตาไม่กะพริบพลางดึงชายเสื้อของเขาแล้วเอ่ยถามว่า “เ้าดูอะไรอยู่อย่างนั้นหรือ”
“เ้ามองไม่เห็นแผนภาพที่อยู่บนผิวเตานี้อย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงตื่นขึ้นจากภวังค์พลางขมวดคิ้วถาม นี่เป็โชคดีครั้งใหญ่ หรือว่าหลินซือซือจะมองเห็นไม่ชัด
“แผนภาพ? ไม่เห็นจะมีเลย แผนภาพที่ว่าอยู่ตรงไหน” หลินซือซือส่ายหัว นางทำปากมุ่ยพลางกล่าวออกมาว่า “ทำไมข้าถึงมองไม่เห็นล่ะ เ้าหลอกข้าอยู่หรือเปล่า”
“เ้าโง่เกินไป ดังนั้น เ้าจึงมองไม่เห็น” เต้าหลิงฉีกยิ้มมุมปาก ภายในใจรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก หรือว่าจะมีแค่ตนที่มองเห็นมัน
“เ้าสิโง่” หลินซือซือเมินหน้าหนีพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
เต้าหลิงหัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างใน ถ้ำนี้เคยถูกเปิดมาก่อน อีกทั้งยังมีพื้นที่ที่กว้างใหญ่เป็อย่างมาก ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไร พลังฟ้าดินบริสุทธิ์ก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น พลังต้นกำเนิดก็ยังเปี่ยมล้นเป็อย่างมาก
พลังต้นกำเนิดเหล่านี้ เป็พลังต้นกำเนิดที่มีอยู่มาั้แ่โบราณ ความเข้มข้นของมันน่าใยิ่ง
เมื่อเดินเข้ามาข้างในได้สักพักหนึ่ง เต้าหลิงก็ทนแรงกดดันไม่ไหว พลังที่อยู่ภายในส่วนลึกนั้นสามารถบดขยี้ก้อนหินขนาดใหญ่ให้แหลกเป็ผุยผงได้
สายตาของเขาจับจ้องไปข้างใน พลันััได้ถึงต้นตอของพลังที่ส่งออกมา
“ที่นี่จะต้องมีตาน้ำต้นกำเนิดแน่” ภายในใจของเต้าหลิงสั่นไหว ตาน้ำต้นกำเนิดนั้นหาได้ยากเป็อย่างมาก ในสำนักซิงเฉินแม้แต่อันเดียวก็ไม่มี ถึงแม้จะเป็ขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่บางแห่งก็ยังไม่มีของสิ่งนี้เช่นเดียวกัน
ตาน้ำต้นกำเนิดนี้จะต้องใช้เวลานานหลายยุคสมัยถึงจะเปลี่ยนสภาพ ว่ากันว่าบนเขา์โบราณบางแห่งนั้นมีสมบัติล้ำค่านี้อยู่ เมื่อมันเปลี่ยนสภาพด้วยพลังศักยภาพของตาน้ำต้นกำเนิด จะสามารถทำให้การฝึกฝนนั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวะโ ซึ่งนับว่าเป็แหล่งพลังที่สูงสุดในโลกของการฝึกยุทธ์
“จะต้องฝึกฝนอยู่ข้างในตาน้ำต้นกำเนิดให้ได้” เต้าหลิงเม้มปาก ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ พลังบริสุทธิ์ฟ้าดินนั้นเข้มข้นเกินไป ทำให้เขาเดินเข้าไปไม่ได้ ดังนั้น...
“หวังว่าเตาโอสถนี้จะสามารถดูดกลืนพลังได้หมด”เต้าหลิงกำหมัดแน่น ในขณะที่เขาเห็นว่าหลินซือซือได้เริ่มการฝึกฝน เขาก็เดินไปตรงหน้าของเตาโอสถ แล้วเริ่มมองดูแผนภาพของนักปรุงโอสถศักดิ์สิทธิ์
ภายใต้พลังฟ้าดินบริสุทธิ์ ภาพที่ปรากฏขึ้นบนผิวเตาก็เริ่มชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงเส้นทางโอสถที่ดังออกมา สลับซับซ้อนยากจะเข้าใจ ทว่าถึงอย่างนั้นเต้าหลิงก็ััได้ถึงความแข็งแกร่งที่ส่งผ่านออกมา
นิ้วมือของเขาทำท่าผสานอินเส้นทางโอสถอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ประบวนท่วงท่าพลิ้วไหวดุจสายลม ท้องฟ้าแปรปรวนผกผัน ท่าผสานอินเริ่มซับซ้อนลึกล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ละวิชาอินนั้นล้วนแล้วแต่เป็วิชาขั้นสูง
บนเส้นทางโอสถ เต้าหลิงที่เพิ่งจะเริ่มศึกษาก็เหมือนกับเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือของเขาผสานอินเร็วขึ้น ดูแล้วน่าอัศจรรย์เป็อย่างมาก
แผนภาพที่ปรากฏขึ้นบนผิวเตานั้นเต็มไปด้วยกระบวนการหลากหลายอย่าง เพื่อที่จะหลอมโอสถทองเต๋า นักปรุงโอสถศักดิ์สิทธิ์แต่ละคนต่างก็เป็นักปรุงโอสถระดับสูง แต่การได้มองดูพวกเขาหลอมโอสถก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
“ห้าวันแล้วนะ เขาทำอะไรอยู่กัน” หลินซือซือกัดริมฝีปากแดงสด นางมองดูเขาที่นั่งนิ่งไม่ขยับ นิ้วมือก็พลันทำท่าผสานอิน หลังจากนั้นนางก็ลูบผมยาวสลวยแล้วเดินเข้าไปข้างใน
หลินซือซือนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะนั่ง จนเวลาผ่านไปห้าวัน พลังของนางก็แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ไอกระบี่โอบล้อมไปทั่วร่าง ไอกระบี่แต่ละเส้นนั้นสามารถฉีกทะลวงมวลอากาศได้
เตาโอสถน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ แสงหมอก์สว่างจ้าละลานตา ไม่รู้ว่ามันดูดซับพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ไปมากเท่าไร พลังจำนวนมากหลั่งไหลเข้าไปภายในเตาอย่างไม่ขาดสาย
จนมาถึงวันที่เจ็ด เต้าหลิงก็ลืมตาทั้งสองขึ้น พลางถอนหายใจออกมา เวลาเจ็ดวันมานี้เขาหยั่งรู้หลายสิ่งหลายอย่าง ทว่าน่าเสียดาย ในตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะซึมซับประสบการณ์จากนักปรุงโอสถศักดิ์สิทธิ์ได้อีกแล้ว
“พลังของข้ายังไม่พอ อีกทั้งยังได้มาแค่ทฤษฎีเท่านั้น จะต้องปฏิบัติถึงจะได้” เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาจ้องมองไปข้างใน เมื่อเห็นว่าพลังฟ้าดินรอบๆ หายไปเยอะมากแล้ว สีหน้าของเขาก็ฉายความปีติขึ้น ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถเข้าไปฝึกฝนภายในตาน้ำต้นกำเนิดได้
ไม่กี่วันมานี้ ภายในถ้ำของจอมยุทธ์โบราณมียอดฝีมือจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่นี่ อัจฉริยะแต่ละคนนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงหน้าปากทางเข้าวิหาร ผนึกนี้แข็งแกร่งมาก พวกเขาใช้เวลาครึ่งเดือนในการทำลายผนึก ทว่ากลับทำลายได้แค่อักขระที่อยู่รอบนอกเท่านั้น
จากการคาดเดาของพวกเขา ถ้าอยากจะเข้าไปข้างใน อย่างน้อยๆ ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนกว่าเห็นจะได้ ทว่าพวกเขาก็ไม่ย่อท้อ ผนึกน่ากลัวขนาดนี้ แสดงว่าของที่อยู่ข้างในนั้นจะต้องล้ำค่ามากเป็แน่
เต้าหลิงทอดสายตาออกไปจากที่ไกลๆ จากนั้นเขาก็เดินออกมา ไม่กี่วันมานี้เขาเพิ่งจะเริ่มการฝึกฝน ในทุกๆ วันเขาจะไปดูสิ่งที่เหลือทิ้งเอาไว้บนกำแพงหิน หลังจากนั้นก็กลับมาเพิ่มความแข็งแกร่ง เขารู้สึกว่าอีกไม่นานจะสามารถทะลวงขั้นพลังสถิติญญาแปดชั้นฟ้าได้แล้ว
เบาะนั่งที่ได้มาก่อนหน้านี้มีประโยชน์ต่อพวกเขาเป็อย่างมาก ทุกครั้งที่นั่งฝึกฝนบนเบาะ ทำให้พวกเขาบรรลุในการฝึกฝนมากขึ้น
เต้าหลิงค่อยๆ เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของตนเอง เขารู้สึกว่าพลังการต่อสู้ของเขาน่ากลัวมากขึ้น พลังบริสุทธิ์ของเขาที่ถูกกลั่นหลอมกำลังเริ่มการผลัดเปลี่ยน
ทุกๆ วันที่ไปดูแผนภาพบนกำแพงหิน ทำให้เส้นทางยุทธ์ของเขาพัฒนาอย่างก้าวะโ เขามองดูสัตว์อสูรที่น่ากลัวต่อสู้กัน อีกทั้งยังมีภาพของจอมยุทธ์โบราณที่ประมือกันจนฟ้าสลาย
“เตาโอสถนี้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ” หลินซือซือกวาดสายตามองไปที่เตาโอสถทองแดง นางััได้ถึงพลังิญญาที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเตาโอสถ อีกทั้งยังเป็พลังิญญาที่เข้มข้นมาก
วันเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน เตาโอสถก็ยังคงดูดพลังบริสุทธิ์ฟ้าดินอยู่ พลังงานภายในถ้ำิญญาโบราณไม่รู้ว่าหายไปเท่าไรแล้ว พวกเขาทั้งสองก็ใกล้เข้าถึงตาน้ำต้นกำเนิดขึ้นทุกทีๆ
เต้าหลิงลืมตาทั้งสองขึ้น พลังิญญาผสมผสานไปทั่วร่าง เขานำเบาะนั่งส่งให้กับหลินซือซือ จากนั้นนางก็ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ข้าใช้ของสิ่งนี้ไม่ได้แล้ว ขั้นพลังในตอนนี้ต่ำเกินไป คงจะต้องเอาไว้ใช้วันหลัง”
“นั่นสินะ ข้าเองก็รู้สึกว่าพลังในเบาะนั่งอ่อนแอลง ถ้าพวกเราใช้มันตอนนี้ คงจะสิ้นเปลืองมากเกินไป” เต้าหลิงพยักหน้าพลางเก็บเบาะนั่งลงไป ในตอนนี้ถ้าพวกเขาใช้ของล้ำค่าระดับสูงจะเป็การสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
ในตอนนั้นเต้าหลิงมองเข้าไปในส่วนลึก ได้เวลาเดินเข้าไปดูแล้ว
ถึงแม้ว่าเต้าหลิงจะยังไม่ได้ทะลวงขั้นพลังเข้าไปสู่ขั้นสถิติญญาแปดชั้นฟ้า แต่ในระยะเวลาหนึ่งเดือนนี้ พลังในทุกๆ ด้านของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ซึ่งนี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากขั้นพลัง แต่เป็เพราะพลังของเขาที่เพิ่มมากขึ้น
เนื่องจากพลังภายในถ้ำิญญาโบราณลดลงมาก ทำให้เต้าหลิงสามารถเข้าไปในส่วนลึกได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่กำลังจะเข้าใกล้ระยะสิบฟุตนั้น เขาก็พบว่าแรงกดดันยังคงอยู่ เต้าหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก คลื่นพลังที่แข็งแกร่งะเิออกมาทั่วร่างราวกับเตาเผาที่ลุกโชนโชติ่ ฝีเท้าก้าวเข้าไปข้างใน
