ลูกชายผู้นำหมู่บ้านส่ายหัวด้วยรอยยิ้มขมขื่น เขาก็อยากได้ยาเพิ่ม แต่น่าเสียดายที่ไม่มี หลิวจือโม่ให้มาแค่นี้ เขาเองก็ไม่กล้าไปขอเพิ่มอีก แค่คิดถึงคนในหมู่บ้านก็ดีมากแล้ว จะให้คนอื่นเขาจ่ายเยอะขนาดนั้นได้อย่างไร?
หากให้ชาวบ้านไปซื้อเอง ความหมายก็จะต่างออกไป
เขาส่งยาทั้งหมดให้กับชาวบ้านจึงกลับบ้าน
พอกลับถึงบ้าน ผู้นำหมู่บ้านก็ถามว่าแจกยาหมดหรือยัง?
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าแจกหมดแล้ว กำชับว่าต้องต้มดื่มแล้วด้วย” ลูกชายถอดชุดกันฝน เก็บเรียบร้อยแล้วกล่าว “มีบางคนถามว่ามีอีกไหม ถ้ามีอีกก็ขออีก”
ทันทีที่เขาพูดเช่นนี้ ผู้นำหมู่บ้านก็ขมวดคิ้ว “เ้าไม่ได้พูดเื่หลิวจือโม่ใช่หรือไม่” เขารู้ว่าหลิวจือโม่เอายามาให้เขาก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา หากพูดออกไป ครอบครัวเขาจะไม่สงบสุขแน่
“ไม่ได้พูด ไม่ได้พูด...” เขาส่ายหน้าอย่างรุนแรง “ถ้าท่านไม่ได้สั่ง ข้าไม่บอกแน่นอน”
เมื่อผู้นำหมู่บ้านได้ยินสิ่งก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
นี่คือส่วนที่เขาพอใจในลูกชายคนโตมาโดยตลอด ความเชื่อฟัง
“ท่านพ่อ ถ้ามีโรคระบาดจริงๆ ข้าว่ายาแค่นี้ไม่น่าได้ผล ไปขอจือโม่เพิ่มดีไหม” ลูกชายลองเลียบถาม
ถามจบก็โดนผู้นำหมู่บ้านดุ “เ้าคิดว่ายาเขาได้มาเปล่าๆ รึไง? หา? ถึงได้อยากไปขออีก เขาให้ก็เพราะน้ำใจ เราไม่ควรมองน้ำใจเขาเป็หน้าที่” เขากลัวว่าลูกชายคนโตจะมีความคิดแบบนี้ "ลูกเอ๋ย จำไว้ให้ดี อย่ามองน้ำใจคนอื่นเป็ของตาย เข้าใจไหม”
ลูกชายพยักหน้ารับ เขารู้ว่าพ่อของเขาเป็คนฉลาด หากเขาไม่ฟังคำแนะนำของพ่อ ลี้ภัยครั้งนี้ครอบครัวของเขาอาจจะไม่รอดกลับมา
การลี้ภัยครั้งนี้ทำให้เขาเชื่อฟังพ่อมากขึ้น
เมื่อเห็นลูกชายคนโตพยักหน้า ผู้นำหมู่บ้านก็โล่งใจ ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจอีกครั้ง พูดว่าหากฝนตกอีก เขาจะลองหน้าด้านไปขอจือโม่ดู
“ได้ ตามที่ท่านว่าเลย” ลูกชายตอบด้วยรอยยิ้ม
ผู้นำหมู่บ้านยืนพิงประตู มองสายฝนที่โปรยปรายอยู่ข้างนอก ความกังวลในใจทำให้เขายิ้มไม่ออก!
หวังว่า์จะไม่โหดร้าย และตัดทางสามัญชนอย่างพวกเขา
น่าเสียดายที่ครั้งนี้์เบื้องบนไม่ฟังเสียงสามัญชน ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องราวกับจะชดเชยที่ขาดไปก่อนหน้านี้
ครั้งนี้ผู้นำหมู่บ้านเริ่มนั่งไม่นิ่งแล้ว เขาสวมเสื้อกันฝนออกไปโดยไม่คำนึงถึงฝนที่ยังตกอยู่
“ท่านพ่อ ฝนตกหนักเพียงนี้ ท่านจะไปไหน” ลูกชายรีบห้ามแล้วถามอย่างร้อนใจ
ผู้นำหมู่บ้านเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย "ข้าไม่คิดว่าฝนจะหยุดเร็วๆ นี้ ข้าจะไปขอยากับจือโม่อีกหน่อย” สิ่งที่ควรป้องกันก็ต้องป้องกัน เขาไม่อยากเสียชาวบ้านไปอีก
“ท่านพ่อ ให้ข้าไปเอง!”
“ไม่ ข้าไปเอง!” ผู้นำหมู่บ้านส่ายหน้าปฏิเสธ เขาควรไปขอความช่วยเหลือเอง
ลูกชายกัดฟัน บอกให้รอก่อน เขาจะไปด้วย
ผู้นำหมู่บ้านจึงพยักหน้า เมื่อลูกชายสวมเสื้อกันฝนเสร็จ ทั้งสองคนก็เดินไปที่บ้านของหลิวจือโม่
แต่ฝนตกหนักมาก ทั้งสองคนเคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีใครได้ยิน
อาหวงที่หูไวได้ยินเสียง วิ่งไปหาหลิวจือโม่ที่ห้องหนังสือ หลิวจือโม่จึงออกมาเปิดประตู
“ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้าน มาได้อย่างไร” หลิวจือโม่เห็นแล้วถามด้วยความประหลาดใจ “รีบเข้ามาเถอะ!”
หลิวจือโม่ทักทายพาทั้งสองไปนั่งในห้องหลัก รินชาเสร็จจึงถามว่ามีธุระอะไร
หากไม่มีอะไร หัวหน้าหมู่บ้านคงไม่ฝ่าฝนตกหนักเช่นนี้มาหาเขา
ผู้นำหมู่บ้านจิบชาร้อน ร่างกายรู้สึกอุ่นขึ้นจึงพูดอย่างเขินๆ “จือโม่ หมอที่เ้าพูดถึงยังอยู่บ้านไหม”
“อยู่ มีคนป่วยหรือ” หลิวจือโม่ตอบ “งั้นข้าไปเรียกให้”
“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ได้มีคนป่วย” ผู้นำหมู่บ้านจับมือเขาไว้ รู้สึกขอบคุณกับความกระตือรือร้นของ “วันนี้ข้ามาเพราะอยากให้ทำยาป้องกันโรคอีกน่ะ แต่ค่ายาคงต้องจ่ายคืนในภายหลัง”
ทันทีที่หลิวจือโม่ได้ยินก็นั่งลงอีกครั้ง "ท่านอย่าพูดถึงค่ายาเลย หมู่บ้านเดียวกัน ช่วยได้ก็ช่วยเถอะ!" เขาหยุดเล็กน้อย “แต่ไม่รู้ว่าที่บ้านยังมียาเยอะขนาดนั้นไหม ข้าต้องไปถามดูก่อน”
เมื่อผู้นำหมู่บ้านได้ยินคำตอบของหลิวจือโม่ก็ถูมืออย่างมีความสุข "งั้นรบกวนจือโม่หน่อยนะ ข้าขอบคุณแทนชาวบ้านด้วย”
หลิวจือโม่ยิ้ม ให้ผู้นำหมู่บ้านรอเขาที่ห้องหลัก ส่วนตนไปถามหมอ
เมื่อเขากลับไปห้องหนังสือ หลี่ชิงหลิงก็ถามว่าใครมา
“ท่านปู่ผู้นำหมู่บ้านกับลูกชายมาขอยาให้ชาวบ้านเพิ่ม”
หลี่ชิงหลิงตอบรับ "ชาวบ้านหนิวโถวโชคดีจริงๆ ที่มีผู้นำหมู่บ้านแบบนี้!" นางประทับใจมาก!
“ใช่!” หลิวจือโม่ลูบหัวของนาง ก่อนจะหันไปมองชายชรา “ท่านปู่ ที่บ้านยังมียาเหลืออยู่เท่าไร มีพอแจกจ่ายให้ชาวบ้านไหม” ชาวบ้านแข็งแรงก็ดีต่อพวกเขา
“คงพออยู่ ข้าจะไปดู”
ขณะที่ผู้นำหมู่บ้านและลูกชายนั่งกระวนกระวายใจ หลิวจือโม่ก็ออกมาพร้อมกับยาถุงใหญ่
เขายื่นยาในมือให้ผู้นำหมู่บ้านและพูดด้วยรอยยิ้ม "คนในหมู่บ้านโชคดี ครั้งนี้มียาพอดีเลย” แน่นอนว่าเขาก็เหลือไว้เองส่วนหนึ่งด้วย
ผู้นำหมู่บ้านยืนขึ้นอย่างตื่นเต้น รับยาจากหลิวจือโม่ด้วยมือที่สั่นเทา "ขอบคุณมาก ขอบคุณมาก!" ใช่ทุกคนมียาแล้วจะยอมให้อย่างใจกว้างเช่นนี้
พวกหลิวจือโม่มีใจกว้างแบบนี้ เป็พรแก่หมู่บ้านจริงๆ
“ท่านไม่ต้องเกรงใจหรอก!”
ผู้นำหมู่บ้านเอื้อมมือไปตบไหล่ของหลิวจือโม่ ทอดถอนใจว่าเป็พรจริงๆ พ่อแม่ได้มีลูกชายแบบนี้ก็คงสั่งสมบุญมาเยอะ
หลิวจือโม่ฟังแล้วหัวเราะเบาๆ
“ข้าจะรีบไปแจกยา ไม่คุยด้วยแล้ว ไว้ว่างๆ จะมาคุยนะ”
"ขอรับ…"
หลังจากที่หลิวจือโม่ส่งผู้นำหมู่บ้านและลูกชายเสร็จ เขาก็กลับมาด้วยความกังวล
เมื่อเหยียบเข้าห้องหนังสือเขาก็รีบถามชายชราว่าโรคระบาดนี้มีโอกาสเกิดมากแค่ไหน
ชายชราใช้มือลูบเคราก่อนจะขมวดคิ้ว "ดูจากที่ผ่านมาก็น่าจะประมาณแปดในสิบ!" นี่ก็เป็สิ่งที่เขากังวลเช่นกัน
์คงไม่อยากให้สามัญชนรอดชีวิตในปีนี้แล้วจริงๆ จากภัยแล้ง ต่อด้วยน้ำท่วม มาเป็ระลอกต่อกัน ฮ่องเต้ก็เริ่มปวดเศียรเวียนเกล้าแล้ว
“ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว น้ำไม่น่าจะท่วมไหม” หลี่ชิงหลิงวางหนังสือในมือลง และพูดเรียบๆ
ทันทีที่นางพูดจบ ชายชราก็มองนางด้วยสายตาดูถูก
"เ้าโม่ ถึงเวลาสอนเื่บ้านเมืองให้คู่หมั้นตัวน้อยของเ้าแล้ว”
หลิวจือโม่ก็กำมือแน่นเป็กำปั้น วางไว้ใกล้ปาก ไอเบาๆ และพูดว่ารับทราบ
จากนั้นเริ่มเล่าข้อมูลเกี่ยวกับแคว้นนี้ให้ฟัง โดยไม่รอนางตอบรับ
หลี่ชิงหลิงเหลือบมองเขาพร้อมกับเลิกคิ้ว แต่ก็ฟังอย่างจริงจัง
พูดขึ้นมาแล้ว นางมาถึงที่นี่พักใหญ่ก็ยังไม่รู้ข้อมูลชัดเจนนัก ใช้โอกาสนี้เรียนรู้เพิ่มเติมหน่อยก็ดี
หลังจากตั้งใจฟังจนจบ หลี่ชิงหลิงก็หน้าแดงพลางเกาหน้า นางไม่มีความรู้จริงๆ นางพิจารณาเฉพาะสถานการณ์ในหมู่บ้าน ไม่ได้นึกถึงสถานการณ์ที่อื่นเลย
“ถ้าอย่างนั้น ดูจากสถานการณ์แล้ว การป้องกันแค่หมู่บ้านเราคงไม่พอ”
หากที่อื่นมีโรคระบาดก็มีโอกาสแพร่เข้ามาได้
"ไม่รู้ว่าตอนนี้ข้างนอกเป็อย่างไรบ้าง ทำให้หมู่บ้านของเรามั่นคงก่อนค่อยว่ากัน!" ชายชราตอบพร้อมกับถอนหายใจ
เขาที่เป็หมอเป็ห่วงสถานการณ์ข้างนอกมาก ได้แต่หวังว่าสถานการณ์เลวร้ายที่เขาจินตนาการไว้จะไม่เกิดขึ้น!
หลี่ชิงหลิงมองชายชรา ดูออกว่าอีกฝ่ายกังวลมาก นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม "ท่านปู่ ถ้าข้างนอกมีโรคระบาดจริงๆ จะไปช่วยไหม" เมื่อโรคระบาดเกิดขึ้น สามัญชนจะต้องทุกข์ยาก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายชราก็ยืดตัวขึ้น ตอบเสียงดังว่าแน่นอน เขาที่เป็หมอต้องไปช่วยอยู่แล้ว
นี่ก็เป็ความตั้งใจแรกที่เขาเรียนแพทย์
แม้ว่าหลี่ชิงหลิงจะชื่นชมชายชราอยู่ในใจ แต่ปากยังคงบ่นต่อไป “ดูไม่ออกเลยว่ามีคุณธรรมขนาดนี้!"
"เดี๋ยวเถอะ พูดจาแบบนี้ได้ยังไง ข้ามีคุณธรรมมาตลอดเถอะ?"
ทั้งสองเริ่มโต้เถียงกันอีกครั้ง พวกหลิวจือโม่ที่ชินแล้วแยกย้ายไปทำเื่ของตัวเองโดยไม่ใส่ใจนัก
หลี่ชิงหลิงไม่คาดคิดว่าคำพูดของนางจะกลายเป็จริง ในคืนนั้นมีคนมาหาชายชราให้ไปช่วยคนจริงๆ
