นางหลิวโกรธจนหน้าซีด มือที่ชี้นางหวงสั่นเทิ้ม ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งจึงพูดได้ “นางหวง เ้าไม่ได้มาช่วยด้วยเจตนาดีแน่”
นางใกล้จะกล่อมหลี่ชิงหลิงสำเร็จแล้ว แต่โดนนางหวงทำลายแผนจนพังราบ
สมควรตายจริงๆ
ป้าหวงสีหน้ามืดลง นางจ้องนางหลิวก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ "หลิวชุนฮวา เ้าว่าใครเจตนาไม่ดี? หา? ถ้าไม่พูดให้รู้เื่ไม่จบแน่” ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น หน้าด้านเสียจริงๆ “ถ้าวันนี้ข้าไม่มา เ้าก็คงฮุบสินสอดของเสี่ยวหลิงไปแล้ว”
"ฮุบอะไร? ข้าจะฮุบสินสอดของหลานข้าเองรึ?” นางหลิวถูกแทงใจดำ สีหน้าจึงดูน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม นางหันมองหลี่ชิงหลิงด้วยความโกรธและอับอาย "เสี่ยวหลิง เ้าก็มองข้าแบบนี้รึ? หา? ข้าเห็นพ่อแม่เ้าไม่อยู่แล้วเลยช่วยเื่งานแต่ง ไม่คิดเลยว่าน้ำใจจะโดนบิดเบือนแบบนี้ ได้ ข้าไม่สนเื่นี้แล้ว จัดการกันเองเลย!”
พูดจบ นางก็เดินออกจากห้องด้วยความโกรธ
ทันทีที่นางหลิวจากไป หลี่ชิงหลิงก็ยิ้มขอบคุณป้าหวง
ถ้าไม่ใช่เพราะป้าหวง นางคงต้องใช้เวลาไล่นานกว่านี้แน่
ป้าหวงยิ้มและโบกมือบอกไม่ต้องเกรงใจ นางไม่ชอบนางหลิวมานานแล้ว
ช่างเป็คนที่ไร้ยางอายจริงๆ
บางครั้งนางก็สงสัยว่าหลี่ไหลกุ้ยใช่ลูกชายแท้ๆ หรือไม่ หากใช่จริง นางจะโหดร้ายกับพวกหลี่ชิงหลิงขนาดนี้ได้อย่างไร
ตอนนี้หลี่ไหลกุ้ยไม่อยู่แล้ว นางควรดูแลพวกหลี่ชิงหลิงสิ
ทว่าไม่เพียงแต่จะไม่ดูแลให้ดี แต่ยังมาหาเื่ไม่หยุด ซึ่งดูไม่เหมือนย่าแท้ๆ เลยจริงๆ
“เสี่ยวหลิง บอกป้ามาว่าคิดยังไง จะเอาสินสอดไปให้บ้านย่าเ้าจริงๆ หรือ”
ถ้าหลี่ชิงหลิงนำสินสอดทั้งหมดไปให้ก็คงไม่ได้กลับมาแน่
หลี่ชิงหลิงยิ้มและตบมือป้าหวง บอกว่าไม่ต้องกังวล นางไม่ใช่คนโง่ นางจะไม่ปล่อยให้ย่าของนางมาบงการแน่
หากนางหลิวใจดีด้วย นางคงยกสินสอดไปโดยไม่พูดอะไรสักคำแล้ว แต่นางหลิวแย่กับพวกเขาแบบนี้ นางจะยอมยกสินสอดให้ได้อย่างไร
ใช่ว่านางจะมีเงินเหลือจนไม่มีที่จะใช้เสียหน่อย
ป้าหวงหัวเราะก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ถ้าเ้าโง่ก็ไม่มีใครฉลาดแล้วละ” นางจิ้มหน้าผากของหลี่ชิงหลิงด้วยความรัก "ย่าเ้าน่ะ อาจจะกลับมารังควานอีกก็ได้ ต้องตั้งสติรับมือ อย่าให้นางเอาเปรียบ เข้าใจหรือไม่”
"ข้ารู้ ข้าจะไม่อยู่เฉยหรอก ท่านป้าไม่ต้องห่วง!" เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของป้าหวง หลี่ชิงหลิงก็ใจอ่อนยวบ แม้ว่าใน่ไม่กี่ปีมานี้นางจะพาป้าหวงทำเงินได้มากจนชีวิตดี แต่ป้าหวงก็ยังห่วงใยพวกเขาและปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างจริงใจจนนางรู้สึกได้
ป้าหวงตบมือของหลี่ชิงหลิงอีกครั้งด้วยความโล่งใจ นางถอนหายใจ "ข้ายังจำตอนเ้าตัวนิดเดียวได้อยู่เลย พริบตาเดียวจะแต่งงานแล้ว เร็วจริงๆ ถ้าพ่อแม่เ้ารู้คงหายห่วง”
น่าเสียดายที่พวกเขาจากไปเร็วเกินไป ไม่ทันได้เห็นหลี่ชิงหลิงแต่งงาน
พวกเขาก็คงเสียใจเหมือนกัน
ในอดีต คนในหมู่บ้านยังถกกันว่าพวกหลี่ชิงหลิงไม่มีพ่อแม่ คงไม่รอดแน่ ไม่คิดเลยว่าตอนนี้ชาวบ้านกลับต้องพึ่งพานางในการดำรงชีวิต
อย่างที่กล่าวว่าอย่าดูถูกเด็กและคนจน
ตอนนั้นนางได้ยินมาจากสามี ซึ่งนางก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลมาก
หลี่ชิงหลิงเพียงหัวเราะออกมาเท่านั้น
ป้าหวงนึกถึงงานที่บ้านจึงอยู่ไม่นานนัก ก่อนกลับบอกหลี่ชิงหลิงว่าถ้านางหลิวมาก่อกวนนางอีกก็ให้มาหาตนเพื่อขอความช่วยเหลือได้เลย
หลี่ชิงหลิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง บอกว่าตนจะทำพลางลุกขึ้นไปส่งป้าหวง
…
ทันทีที่นางหลิวกลับถึงบ้าน เห็นหลี่เป่าจูที่ยังอวบอ้วนกินถั่วเหลืองทอด ความโกรธที่พยายามทนเก็บก็พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง "กิน กิน กิน นอกจากกินแล้วยังทำอะไรเป็อีก?” โตแต่ตัว สมองไม่โตตาม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนที่มาดูตัวถึงไม่ติดต่อกลับมาอีก เด็กนี่ก็อายุสิบแปดแล้ว หากแต่งไม่ออกอีกคงเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลแย่
หลี่เป่าจูหดคอ นางกลัวว่านางหลิวจะแย่งถั่วไปจึงรีบยัดเข้าปากจนแก้มพอง
เมื่อเห็นเช่นนี้ นางหลิวก็โกรธจนหัวแทบะเิ
“ซักผ้าเสร็จรึยัง ให้อาหารหมูรึยัง”
หลี่เป่าจูพยายามเคี้ยวถั่ว พยักหน้าบอกว่าตนทำงานบ้านทั้งหมดแล้ว
หลังจากทำงานบ้านเสร็จ นางรู้สึกหิว เมื่อนึกถึงถั่วในครัวก็วิ่งไปแอบกิน ไม่คิดเลยว่ายังกินไม่ทันเสร็จ ย่าจะกลับมาเห็นก่อน
คราวหน้าแอบกินอีกต้องซ่อนตัวดีๆ ไม่ให้ย่าเห็น ถ้าย่าเห็นจะโดนด่าอีกแน่
นางจะไม่หยุดจนกว่าจะหายโมโห
“งั้นรีบไปทำข้าวกลางวัน ทำเสร็จแล้วเอาไปให้ปู่กับพ่อ”
สิ้นเสียง เสียงของลูกชายคนโตก็ดังมาจากข้างหลัง "ท่านแม่ เป่าจูทำให้ท่านโกรธอีกแล้วหรือ" เขาวางจอบลง ใช้ดวงตาที่เหมือนปลาทองจ้องหลี่เป่าจู “ยังมัวทำอะไรอยู่อีก ไม่ไปทำข้าวอีก”
เขามีลูกสาวโง่ๆ แบบนี้ได้อย่างไรนะ อายุขนาดนี้แล้วยังแต่งไม่ออก เปลืองข้าวที่บ้านจริงๆ
ตอนนี้หลี่เป่าจูก็กลัวท่านพ่อด้วย ตอนท่านแม่ยังอยู่ ท่านพ่อใจดีกับนางมาก หลังท่านแม่ไม่อยู่ก็ทุบตีและดุนางทั้งวัน
เด็กสาวสูดจมูก ตอบรับแล้วเดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว
"ทำไมกลับมาแล้วล่ะ งานในไร่เสร็จแล้วรึ” หลังจากเห็นหลี่ไหลฝู สีหน้าของนางหลิวก็ดีขึ้นเล็กน้อย นางมองเลยไปข้างหลังเขา ไม่เห็นผู้เฒ่าหลี่ "พ่อเ้าล่ะ"
หลี่ไหลฝูกลัวว่านางหลิวจะดุเขา จึงรีบลดไหล่พูดอย่างอ่อนแรง "แดดแรงเกินไปจนข้าเวียนหัว ท่านพ่อเลยให้ข้ากลับมา" งานในไร่เหนื่อยจะแย่ ไม่เหมาะกับเขาเลย “ท่านแม่ ใครทำให้ท่านโกรธอีกแล้ว เป่าจูรึ?”
เขาไม่อยากให้แม่ถามเื่งานอีกจึงเปลี่ยนเื่
ทันทีที่พูดถึงเื่นี้ นางหลิวก็โมโหและเริ่มเล่าให้ฟังหลี่ไหลฝูฟัง
พร้อมทิ้งท้ายเสียงดุ “นังเด็กคนนั้น ไม่รู้น้ำใจคนอื่นเลยจริงๆ”
ดวงตาของหลี่ไหลฝูเป็ประกาย เขาจูงมือนางหลิวเข้าไปในห้องโถง วางจอบและรีบถาม “หลี่ชิงหลิงบอกไหมว่าหลิวจือโม่เสนอสินสอดเท่าไร?”
ถ้าเขาได้สินสอดทองหมั้นนี้ เขาจะมีเงินหาภรรยามาแต่งแล้ว
นางหลิวพูดอย่างโกรธๆ "ไม่ได้บอก แต่คงไม่น้อยหรอก” หากหลิวจือโม่ให้สินสอดน้อยไป เขาเองก็จะเสียหน้า "ถ้าไม่ใช่เพราะนางหวงมา หลี่ชิงหลิงก็ตกลงที่จะขนสินสอดมาบ้านเราแล้วเชียว นังนั่นทำลายแผนของข้า"
หากไม่ใช่เพราะเอาชนะนางหวงไม่ไหว นางคงทะยานเข้าไปตบแล้ว
เมื่อนึกถึงเงินที่หลี่ชิงหลิงได้รับใน่สามปีที่ผ่านมา หัวใจของหลี่ไหลฝูรู้สึกร้อนรุ่ม เขากลืนน้ำลาย บอกนางหลิวว่าจะต้องหาทางขนสินสอดมาที่บ้านให้ได้
ขอแค่ยกมาที่บ้าน ทั้งหมดนั่นก็จะเป็ของพวกเขาแล้ว
ต่อให้หลี่ชิงหลิงอยากเอาคืนก็เป็แค่ฝัน
“แล้วเ้ามีวิธีอะไรบ้าง” นางหลิวมองหลี่ไหลฝูอย่างคาดหวัง สำหรับนางแล้ว หลี่ไหลฝูฉลาดมาก เขาจะต้องคิดวิธีได้แน่ “ถ้าได้สินสอดมาก็จะมีเงินให้เ้าไปสู่ขอ”
“สมกับเป็ท่านแม่เลย ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” หลี่ไหลฝูยิ้มและเยินยอ “ท่านแม่ ก่อนที่หลิวจือโม่จะลงสินสอดก็ไปบ้านพวกเขาทุกวันสิ ต้องให้หลี่ชิงหลิงเอาสินสอดมาบ้านเราให้ได้"
จะโทษเขาไม่ได้นะ ต้องโทษที่หลี่ชิงหลิงใจเหี้ยม!
ก่อนหน้านี้เขาอยากเป็ผู้ดูแลลานเลี้ยงไก่ของหลี่ชิงหลิง แต่กลับโดนปฏิเสธ หากเขาได้เป็ เขาจะไปสนใจสินสอดนางทำไมอีก
นางหลิวขมวดคิ้วมองหลี่ไหลฝูอย่างสงสัย "มัน... จะได้หรือ? เ้าเด็กนั่นหัวแข็ง คงไม่ง่ายหรอก”
ถ้าไปทำให้เด็กนั่นโกรธจะไม่ได้อะไรกลับมาเลยจริงๆ
เมื่อนึกถึงนิสัยหลี่ชิงหลิง หลี่ไหลฝูก็ลังเลเช่นกัน เขาครุ่นคิดอย่างเงียบๆ จากนั้นไม่รู้นึกแผนอะไรได้ ตาจึงเป็ประกายขึ้น
“ท่านแม่ มานี่สิ ข้าจะอธิบาย...”
"อะไร" หลี่ไหลฝูกระซิบบางอย่างที่หูนางหลิว ทันทีที่เขาพูดจบ นางหลิวก็ปรบมืออย่างมีความสุข "ไม่เลว ทำแบบนี้แหละ"
