ทันทีที่ได้ยินเื่นี้ สีหน้าของต้าลี่ก็เต็มไปด้วยความงุนงง ไม่ได้คิดจะโกรธเคืองเหมยฮวาแม้แต่น้อย
“พี่สะใภ้พูดว่าอะไรนะ? พี่อัญเชิญหมูป่าได้เหรอ? โอ๊ย ผมไม่เชื่อหรอก อย่ามาอำกันเล่นเลยครับ ผมรู้ว่าพี่กับพี่เหลียนโปเกรงใจ กลัวจะเป็ภาระบ้านผม ก็เลยกุเื่ขึ้นมาให้ผมไล่พวกพี่ไปใช่ไหมล่ะ”
ต้าลี่ส่ายหัวยิ้มๆ “ผมฟังเสี่ยวซานเล่ามาว่าพี่ป่วยเดินไม่ได้มาหลายปีแล้ว แต่พี่กลับบอกว่าอัญเชิญหมูป่าได้ก่อนที่จะป่วย... ซึ่งผมเพิ่งจะโดนหมูป่าไล่ขวิดปีนี้นี่เอง ไม่ใช่เมื่อหลายปีก่อนสักหน่อย”
เหมยฮวาคาดไม่ถึงว่าพอสารภาพความจริงออกไป อีกฝ่ายกลับมองเป็เื่ตลก เธอพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ต้าลี่... พี่พูดจริงๆ นะ ตอนนั้นการอัญเชิญเกิดความผิดพลาด พลังตีกลับจนทำให้พี่ต้องกลายมาเป็คนพิการแบบนี้... แต่คำสั่งที่พี่ส่งออกไป มันยังฝังอยู่ในความทรงจำของหมูป่ามาตลอดหลายปี จนกระทั่งปีนี้มันถูกปลุกขึ้นมา มันถึงได้ตามล่าฆ่านาย”
เธอพูดด้วยความเ็ป “พี่นี่แหละคือต้นเหตุของหายนะ ถ้าน้องชูชิงไม่ไปช่วยไว้ นายคงตายไปแล้ว... พี่ไม่สมควรได้รับความเมตตาจากนาย หรือคนในตระกูลหลี่เลยสักนิด...”
ยังไม่ทันที่เหมยฮวาจะพูดจบ ต้าลี่ก็โบกมือขัดขึ้นทันที “พี่สะใภ้ครับ... ต่อให้พี่พูดจนปากเปื่อย ผมก็ไม่มีทางเชื่อเื่แฟนตาซีแบบนี้หรอกครับ ผมต้องรีบไปแบกหินบนเขามาสร้างบ้านให้พวกพี่ก่อน ไม่มีเวลามาฟังนิทานแล้ว ไปล่ะครับ”
พูดจบต้าลี่ก็คว้าจอบคว้าเสียม เดินดุ่มๆ ออกจากบ้านไปทันที ทิ้งให้สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง ไม่เพียงแต่เขาจะไม่เชื่อ เขายังพาลคิดไปว่าเหมยฮวาคงจะสติฟั่นเฟือนไปแล้ว
“เหมยฮวา... ฉันว่านะ ต่อให้เธอพูดอีกร้อยครั้ง ต้าลี่ก็ไม่มีทางเชื่อหรอก” เหลียนโปถอนหายใจ
“งั้นก็คงต้องหน้าด้านอยู่ต่อไปก่อน... ไว้รอจังหวะดีๆ ค่อยหาทางอธิบายใหม่แล้วกัน”
...
่บ่ายสามโมงกว่าๆ ที่ร้านอาหารในเมือง
ซาลาเปาและปาท่องโก๋ของร้านชูชิงขายหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ เธอจึงปิดร้านเร็วกว่าปกติ รีบทำกับข้าวไปส่งให้พ่อแม่ที่โรงพยาบาล ก่อนจะนั่งรถม้ากลับมาที่หมู่บ้านเป่ยซิน
มาถึงบ้านยายตอนห้าโมงเย็น บรรยากาศในบ้านกำลังคึกคัก ทุกคนต่างง่วนอยู่กับการเตรียมของสำหรับขายวันพรุ่งนี้ บ้างก็นึ่งซาลาเปา บ้างก็นวดแป้ง บ้างก็ล้างลังถึง
ชูชิงเดินยิ้มร่าทักทายทุกคน ก่อนจะเข้าไปช่วยยายทำกับข้าวในครัว
“ชิงชิง กิจการที่ร้านในเมืองเป็ยังไงบ้างลูก?” ยายถามไปผัดผักไป
“ดีสุดๆ เลยค่ะยาย” ชูชิงตอบเสียงใส “เมื่อวานหักลบกลบหนี้แล้วได้กำไรตั้งแปดหยวน วันนี้หนูเพิ่มของขายอีกนิดหน่อย ฟาดกำไรไปสิบหยวนเต็มๆ แถมขายหมดเกลี้ยงั้แ่หัววัน ไม่งั้นหนูคงไม่ได้กลับมาช่วยยายทันมื้อเย็นหรอกค่ะ”
“ดีจริงลูกเอ๊ย แต่ขยันก็อย่าหักโหมนะลูก” ยายยิ้มแก้มปริ
เหลียนซานที่กำลังช่วยหั่นผักอยู่ข้างๆ เอ่ยแทรกขึ้นมา “ชูชิง... พ่อฉันอยากขอคำแนะนำจากเธอเื่ทำมาหากินน่ะ เธอพอจะมีเวลาสอนพ่อฉันหน่อยได้ไหม?”
“ได้สิเหลียนซาน ฉันคิดไว้แล้วว่าลุงเหลียนเหมาะกับงานแบบไหน เดี๋ยวทานข้าวเสร็จฉันจะเล่าให้ฟังแบบละเอียดเลยค่ะ”
เหลียนโปที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆ ยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบใจมากนะชูชิง”
“ไม่เป็ไรค่ะลุง...”
ทันทีที่ชูชิงพูดจบ ต้าลี่ก็โพล่งขึ้นมากลางวง “ชิงชิง หนูรู้ไหม... พี่สะใภ้เหลียนฮวานะ แกไม่อยากเป็ภาระบ้านเรา ถึงขนาดแต่งเื่ว่าแกเป็คนเรียกหมูป่ามาขวิดลุงแน่ะ ฮ่าๆๆ คนบ้าอะไรจะสั่งหมูป่าได้ หนูว่าจริงไหม”
คำพูดทีเล่นทีจริงของต้าลี่ทำให้ชูชิงชะงักกึก
...เธอเองก็เคยเรียก ‘กระต่ายป่า’ ออกมาจากมิติได้นี่นา...
ดังนั้น เื่แม่ของพี่เหลียนซานจะเรียกหมูป่าได้ มันก็ไม่ใช่เื่เป็ไปไม่ได้สำหรับเธอ
“เดี๋ยวหนูจะลองไปคุยกับป้าเหลียนดูค่ะ ถ้าป้าแกทำได้จริง หนูต้องขอฝากตัวเป็ศิษย์ซะหน่อยแล้ว” ชูชิงแกล้งพูดติดตลก
ทุกคนในครัวหัวเราะครื้นเครง ไม่มีใครเชื่อเื่นี้สักคน แม้แต่เหลียนซานเองก็ยังคิดว่าเป็เื่ตลก เพราะเขาไม่เคยเห็นแม่อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรเลย เห็นแต่แม่ชี้นิ้วสั่งพ่อทำงานงกๆ
มีเพียงเหลียนโปที่ยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความละอายใจ แต่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ เขาไม่กล้าพอที่จะอธิบายความจริง
ชูชิงปลีกตัวออกจากวงสนทนา ตรงดิ่งไปยังห้องพักของเหมยฮวา แต่พอถึงหน้าประตู เธอก็หยุดกึก... เื่นี้ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อน
“โอ๊ย... ปวดท้องจัง ขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะคะป้าเหลียน เดี๋ยวหนูออกมาคุยด้วย” เธอแกล้งะโบอกก่อนจะวิ่งแจ้นไปทางห้องน้ำ
เมื่อล็อกกลอนประตูห้องน้ำแ่า เธอก็วาร์ปเข้าสู่มิติทันที
“มิติ แม่ของพี่เหลียนซานเรียกหมูป่าได้จริงเหรอ? แล้วป้าแกเป็คนสั่งให้มันมาทำร้ายลุงฉันจริงๆ ใช่มั้ย?”
เสียงของมิติตอบกลับมาเรียบๆ “ถูกต้อง... ก่อนที่นางจะพิการ นางมีความสามารถนั้นจริง แต่พอกลายเป็อัมพาต พลังนั้นก็หายไป”
“แต่พี่เหลียนซานบอกแม่เขาป่วยมาหลายปีแล้ว ลุงฉันเพิ่งโดนขวิดเมื่อไม่กี่วันก่อนนะ...”
“เหลียนซานไม่ได้โกหก... แต่คำสั่งฆ่า ‘เถาจี้หยวน’ หรือลุงของท่านน่ะ ถูกส่งออกไปั้แ่ตอนนั้นแล้ว มันแค่เพิ่งจะมาสัมฤทธิ์ผลตอนนี้”
“หมายความว่า... คำสั่งมันค้างอยู่ในหัวหมูป่า แล้วเพิ่งมาทำงานปีนี้งั้นเหรอ?”
“ใช่... เมื่อกี้ตอนท่านยืนอยู่หน้าห้อง ข้าอ่านคลื่นสมองของเหมยฮวาแล้ว นางรู้สึกผิดมาก โดยเฉพาะพอรู้ว่าต้าลี่คือเป้าหมายที่นางเคยสั่งฆ่า นางถึงกับอยากจะหนีไปให้พ้นๆ เพราะละอายใจ... แต่น่าเสียดายที่ลุงของท่านดันมองเป็เื่ตลกซะงั้น”
มิติเว้นจังหวะนิดหนึ่ง “จริงๆ แล้วนางไม่ได้ทำเพราะอยากทำ นางถูกบงการมา... ท่านลองไปตะล่อมถามดูสิ ท่านอาจจะสืบสาวไปถึงศัตรูตัวจริงของตระกูลเถาได้”
“อ้าว เธออ่านใจเขาไม่ได้เหรอว่าใครสั่ง?”
“อ่านไม่ได้ เพราะนางติดต่อผ่านคนกลาง ซึ่งก็คือพี่ชายของนาง”
“แล้วพี่ชายแกไปไหนแล้ว?”
“ตายแล้ว”
“โอเค... งั้นฉันรู้ละว่าจะถามอะไร”
ชูชิงออกจากมิติ กลับมายืนในห้องน้ำ วักน้ำล้างมือล้างหน้าเรียกสติ ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องของเหมยฮวา
เหมยฮวานอนเหม่อลอยอยู่บนเสื่อ สีหน้าอมทุกข์อย่างเห็นได้ชัด
“ป้าเหลียนคะ...” ชูชิงเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม “ป้าเรียกหมูป่าได้จริงๆ เหรอคะ?”
เหมยฮวามองเด็กสาวด้วยแววตาลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดความจริง “จริงจ้ะ... ป้าเองแหละที่เกือบฆ่าลุงของหนู ครอบครัวหนูดีกับป้าขนาดนี้ ป้ารู้สึกละอายใจเหลือเกิน...”
ชูชิงนั่งลงข้างๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ป้าคะ... คนเราทำผิดก็แก้ตัวได้ ตราบใดที่ป้าสำนึกผิดจริงๆ หนูเชื่อว่าลุงต้าลี่ต้องให้อภัยป้าแน่ๆ ค่ะ”
“เขาจะให้อภัยป้าได้จริงๆ เหรอ?” น้ำเสียงหญิงพิการสั่นเครือ
“เขาไม่เชื่อหรอกค่ะว่าป้าจะทำร้ายเขา หนูเองก็ไม่เชื่อว่าป้าจะทำ... ป้าเหลียนคะ เมื่อก่อนป้าถูกใครบังคับมาใช่ไหมคะ?”
คำถามนั้นเหมือนกุญแจไขเปิดประตูความทรงจำ... ภาพในอดีตย้อนกลับมาฉายชัด
วันที่พี่ชายของเธอ ‘เหมยซี’ คุกเข่าลงต่อหน้า ร้องขอให้เธอใช้พลังประหลาดจัดการใครบางคน... เธอไม่อยากทำเลยสักนิด แต่พี่ชายอ้างเื่พ่อที่ป่วยหนัก ้าเงินผ่าตัดก้อนโต และข้อเสนอของ ‘นายจ้าง’ คนนั้นคือจะส่งพ่อไปรักษาตัวที่เมืองนอกฟรีทุกบาททุกสตางค์... สุดท้าย เธอก็จำยอม
เหมยซียื่นรูปวาดใบหนึ่งให้... ในรูปคือชายหนุ่มที่ชื่อ ‘เถาจี้หยวน’ หรือก็คือต้าลี่ในวันนี้
คำสั่งนั้นง่ายดายและโหดร้าย... อัญเชิญหมูป่า ตามหาเถาจี้หยวน และฆ่าเขาซะ
ทั้งที่ไม่เคยมีความแค้นต่อกัน แต่เพื่อชีวิตของพ่อ... เธอก็ต้องยอมมือเปื้อนเื
