เมื่อการประชุมเื่อาชีพเสริมของชาวบ้านอันผิง ผ่านไปได้ด้วยดีสองคนพ่อลูกจึงรีบกลับบ้าน จะได้ทานมื้อเที่ยงและพักผ่อน พรุ่งนี้ยังต้องไปติดต่อนายช่างหาน เพื่อว่าจ้างให้มาปรับปรุงร้านค้า
“ท่านพ่อเ้าคะวันนี้พักผ่อนให้มากหน่อย ชดเชยก่อนหน้านี้ที่ท่านต้องลำบากทำงานหาเงินตั้งหลายปี” ลู่ชิงสงสารคนในครอบครัวที่ต้องลำบาก ประคับประคองชีวิตมาจนถึงตอนนี้มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ
ลู่ชิงเอ่ยเช่นนี้เพราะอยากให้ครอบครัว ได้มีเวลาพักผ่อนเยอะ ๆ แม้ตอนนี้จะมีข้าวกินจนอิ่มท้องและมีน้ำจากบ่อวิเศษ แต่ร่างกายทุกคนยังดูผอมกันอยู่ จึงต้องทานอาหารบำรุงดี ๆ รวมถึงการพักผ่อนเพื่อให้ภายในร่างกายได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่
ลู่เวินเข้าใจความห่วงใยนี้ของลู่ชิง และมันเป็เื่จริงที่พวกเขา พยายามกันอยากมากกับการทำงานเลี้ยงชีพ เมื่อยามนี้พอมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น การพักฟื้นร่างกายย่อมเป็สิ่งสำคัญ “พ่อจะทำตามที่ชิงเอ๋อร์แนะนำเป็อย่างดี รวมถึงท่านแม่และพี่ชายของเ้าด้วยเช่นกัน”
“ดีมากเ้าค่ะ อิอิ”
“ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเ้าคะ เื่ที่ไปหารือกับผู้ใหญ่บ้านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ” ฟางซินกังวลว่าจะมีชาวบ้านที่ไม่เชื่อเื่อาชีพ
“การหารือมีผลตอบรับที่ดี ชาวบ้านลงชื่อยินดีที่จะทำงานที่พวกเราเสนอไป จะมีเพียงครอบครัวของนางหม่ากับนางจู และสหายที่ไม่อยากทำเราจึงตัดสิทธิ์ออก” ไม่ว่าจะไปอยู่แห่งไหน คนมีนิสัยขี้นินทาและดูถูกผู้อื่นก็ยังมีให้เห็นอยู่ร่ำไป
“ท่านพ่อขอรับ พวกเราอย่าสนใจพวกนางเลย มีใครในหมู่บ้านไม่รู้บ้างว่า พวกนางสองคนเป็คนเช่นไร จากนี้ก็ปล่อยให้นางมองดูคนอื่นมีกินมีใช้ไปเถิดขอรับ” ลู่จื้อที่เคยโดนพวกนางพูดจาไม่ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลังก็ไม่ชอบพวกนางเหมือนกัน
“พี่ใหญ่ท่านอย่าได้ห่วงเลย พวกนางไม่มีค่าพอในสายตาพวกเราหรอกเ้าค่ะ หลังจากนี้หน้าที่การรับซื้อผลิตภัณฑ์เ่าั้ จะยกให้พี่ใหญ่และพี่รองรับผิดชอบนะเ้าคะ” ลู่ชิงยกหน้าที่เื่ผลิตภัณฑ์ให้พี่ชายทั้งสองรับผิดชอบ
“ได้เลยน้องเล็ก พวกพี่สองคนจะคอยตรวจสอบให้ดีก่อนจ่ายเงิน ของที่ใช้เงินซื้อต้องมีคุณภาพ และคัดกรองอย่างดีถึงจะถูก” ลู่เสียนยินดีรับหน้าที่นี้อย่างยิ่ง
“งั้นพวกเราไปทานมื้อเที่ยงกันเ้าค่ะ จะได้แยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงมากกว่านี้” ตอนนี้ลู่ชิงเริ่มจะหิวแล้วเพราะใช้พลังงานไปไม่น้อย ร่างกายนี้ยังต้องเพิ่มน้ำหนักอีกหลายจินเลยทีเดียว
“แม่ทำกับข้าวไว้รอเรียบร้อยแล้วล่ะ เข้าบ้านกันเถิดชิงเอ๋อร์คงจะหิวแย่แล้วกระมัง”
ทุกคนพยักหน้าพร้อมกันพวกเขารู้สึกมีความสุขทุกครั้ง ที่ได้นั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อหาสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับทุกคน ครอบครัวในหมู่บ้านอันผิงก็จะมีความสุขเช่นนี้ในอีกไม่นานแล้ว
เช้านี้พวกเรายังคงช่วยกันขายหมูทอดไก่ทอดเช่นเดิม แต่วันนี้พิเศษก็คือได้ทำน้ำพริกหนุ่ม และน้ำจิ้มแจ่วไว้แถมให้ลูกค้าจิ้มทานกับหมูทอดไก่ทอดทั้งสองอย่าง คราแรกมีบางคนสงสัยว่ามันจะเข้ากันได้อย่างไร แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นแหละติดใจกันทุกคน
บนชั้นสองของโรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม อยู่เยื้องไปไม่ไกลจากที่ลู่ชิงขายของอยู่นั้น มีบุรุษผู้สวมหน้ากากครึ่งใบหน้ากำลังมองมาที่นาง เขานั่งมองั้แ่นางเริ่มขายของและไม่เข้าใจตนเองว่าทำไมตัวของเขา ถึงละสายตาออกจากรอยยิ้มของนางไม่ได้เสียที ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้สักครั้ง
ตันเจียงและชุนชานองครักษ์ข้างกายชายหนุ่ม ผู้เป็ซื่อจื่อแห่งจวนชินอ๋องถึงกับมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ว่าเกิดอะไรกับเ้านายของตน ร้อยวันพันปีพวกเขาไม่เคยเห็นซื่อจื่อจะมองหญิงใด หรือว่าเด็กสาวคนนี้จะเป็เนื้อคู่วาสนาด้ายแดงของซื่อจื่อกันนะ
“ซื่อจื่อขอรับ ไม่ทราบว่าท่านกำลังมองอะไรอยู่หรือขอรับ” ตันเจียงผู้อยากรู้จะแย่แล้วจึงกล้าเอ่ยปากถามออกไป
เหมือนเซียวหนิงหลงรู้สึกตัวว่า ตนกำลังทำตัวมีพิรุธให้ลูกน้องจับได้ จึงรีบเบนสายตาจากเด็กสาวไปมองที่อื่นแทน และเปลี่ยนเื่พูดคุยกลายเป็ตั้งคำถามกลับไปเสียอย่างนั้น
“ไม่มีอะไร พวกเ้าสองคนหิวกันหรือยังเล่า ถ้าหิวก็ไปหาซื้ออะไรมาทานรองท้องไปก่อนเถิด” เซียวหนิงหลงรีบเปลี่ยนเื่คุย เพราะรู้นิสัยของผู้ติดตามดีว่า แต่ละคนชอบยุ่งเื่ความรักของเขาเสียเหลือเกิน
“พวกเราสองคนเริ่มหิวั้แ่ได้กลิ่นหอมของเนื้อทอดจากร้านค้า ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตั้งนานแล้วขอรับ” ชุนชานสารภาพไปตามตรงเลย เพราะท้องเขาร้องั้แ่กลิ่นเนื้อทอดลอยมาแล้ว
“ถ้าหิวพวกเ้าก็ไปซื้อมากินเถิด ซื้อมาเผื่อข้าหนึ่งชุดก็พอ อ้อ เ้าซื้อเหมาทั้งร้านไปเลย เอากลับมาเฉพาะที่พวกเราจะกินเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็แจกให้กับชาวบ้านที่มาต่อแถวซื้อก็แล้วกัน” เซียวหนิงหลงพูดจบก็โยนถุงเงินของตนให้กับตันเจียงไปทันที
“เอ่อ ซื่อจื่อจะให้ข้าเหมาเนื้อหมูเนื้อไก่ทอดทั้งร้าน และแจกให้ชาวบ้านจริง ๆ หรือขอรับ” ตันเจียงไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาได้ยิน
“ทำไมรึ? เ้ามีปัญหาอันใดกับคำสั่งของข้างั้นหรือตันเจียง” เซียวหนิงหลงพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ตันเจียงเล็กน้อย
“มะ มะ ไม่มี ๆ ขอรับ ข้าน้อยจะรีบไปจัดการตามที่ท่านสั่งเดี๋ยวนี้ขอรับ” ขืนยังมีคำถามอีกเขาอาจจะโดนทำโทษจนลุกไม่ขึ้นก็เป็ได้
ขณะที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการตักน้ำพริกหนุ่มและน้ำจิ้มแจ่ว ก็มีเสียงเอ่ยถามถึงการขอซื้อเหมาหมูทอดไก่ทอดขึ้น ลู่ชิงจึงเงยหน้ามองไปที่ลูกค้าคนนั้นว่าเป็ใคร ถึงได้ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเช่นนี้
“ขอสอบถามแม่ค้าสักหน่อยจะได้หรือไม่ ถ้าหากข้าจะขอเหมาอาหารของร้านเ้าวันนี้ทั้งหมดจะได้ไหม” ตันเจียงที่รีบมาต่อแถวเมื่อถึงตาตนเอง ก็ถามลู่ชิงเกี่ยวกับการเหมาหมูทอดไก่ทอดของนางทั้งร้าน
“พี่ชาย วันนี้คงจะขายทั้งหมดให้ท่านไม่ได้หรอกเ้าค่ะ มีลูกค้าอีกหลายคนต่อแถวรออยู่นะเ้าคะ ถ้าท่านเอาไปหมดพวกเขาก็อดกินน่ะสิ” ลู่ชิงกลัวคนที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังจะอดกิน พวกเขาอุตส่าห์มายืนต่อแถวกัน
“แม่ค้าอย่าได้เข้าใจผิด คุณชายของข้าผ่านมาทำงานแถวนี้ จึงอยากจะลองชิมอาหารของเ้า และเห็นว่าคนที่มาต่อแถวซื้อ บางคนคงจะเก็บเงินหลายวันกว่าจะได้กินเนื้อ คุณชายจึงให้ข้าเป็ตัวแทนมาซื้อเหมาหมูทอดของเ้า และจะรบกวนเ้าช่วยแจกจ่ายให้ชาวบ้านแทนเท่านั้น ส่วนของคุณชายรบกวนแม่ค้า ห่อทุกอย่างให้อย่างละสองห่อก็พอ” ตันเจียงรีบอธิบายเสียยาวเหยียด เพื่อไม่ให้ลู่ชิงเข้าใจผิดเจตนาดีของเ้านาย
“เ้านายของพี่ชายเป็คนจิตใจดีมากเลยเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอเป็ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวขอบคุณฝากท่านไปบอกคุณชายของท่านด้วยนะเ้าคะ ที่มีน้ำใจต่อคนที่หาเช้ากินค่ำอย่างพวกเรา” ลู่ชิงกล่าวขอบคุณอีกทั้งยังชื่นชมความมีน้ำใจของคุณชายผู้นี้ ที่มีใจเมตตาต่อชาวบ้าน และเข้าใจความยากลำบากในการหาเงิน
แต่ตันเจียงกลับเถียงนางอยู่ในใจว่า ‘แม่นางน้อย ถ้าเ้าได้รับรู้วีรกรรมคุณชายของข้ายามที่อยู่เมืองหลวงแล้วละก็เ้าอาจจะไม่พูดเช่นนี้’ เขาทำได้เพียงแค่คิดในใจมิได้พูดออกมา ไม่เช่นนั้นอาจจะได้รับโทษ
“ข้าจะนำคำพูดของแม่ค้า ไปบอกกับคุณชายอย่างแน่นอน” แม่นางน้อยเ้าไปไหนไม่รอดแล้วล่ะ เ้านายของข้าได้จับจองเ้าไว้แล้ว
“พี่ชายรอประเดี๋ยวนะเ้าคะข้าจะรีบห่ออาหารให้ คุณชายของท่านจะได้ไม่ต้องหิ้วท้องรอนานเ้าค่ะ” ลู่ชิงพูดจบก็ส่งยิ้มให้ตันเจียงไปเล็กน้อย
คนที่นั่งมองอยู่พอเห็นว่านางยิ้มให้กับคนของเขาถึงกับมีสีหน้ามืดครึ้มขึ้นทันที แถมยังปล่อยแรงกดดันออกมาโดยไม่รู้ตัว จนชุนชานต้องรีบเอ่ยเตือนเ้านายอย่างรวดเร็ว ด้วยไม่อยากให้ลูกค้าในร้านน้ำชาแห่งนี้ พลอยได้รับผลกระทบจากความไม่ตั้งใจ ที่เ้านายของตนทำออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
“เอ่อ ซื่อจื่อขอรับ ท่านเก็บแรงกดดันลงก่อนเถิด ข้าคิดว่าที่นางยิ้มก็เป็เื่ปกติ เท่าที่ดูนางก็ยิ้มให้กับลูกค้าที่มาซื้ออาหารทุกคนนะขอรับ” ชุนชานถึงกับเหงื่อตกขนาดยังไม่รู้จักชื่อ ไม่ได้พูดคุยทั้งยังไม่ได้เป็อะไรกับนางยังมีอาการขนาดนี้ เขาไม่อยากจะคิดต่อเลยจริง ๆ
เซียวหนิงหลงที่ได้ยินชุนชานพูดเตือนสติก็คลายแรงกดดันลง เขาเองยังไม่อยากจะเชื่อว่าตนเอง จะมีอาการเช่นนี้กับเด็กสาวที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ แต่จะทำอย่างไรได้ตอนนี้รอยยิ้มของนาง มันสลักลงไปในหัวใจของเซียวหนิงหลงเสียแล้ว
“ลูกค้าทุกท่านที่ต่อแถวอยู่หรือที่เดินผ่านไปมา ข้ามีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบเ้าค่ะมีคุณชายใจดีท่านหนึ่ง ได้ซื้อเหมาอาหารทั้งหมดของร้านเพื่อแจกให้กับทุกคนได้ทาน โดยไม่ต้องจ่ายเงินหากใครสนใจก็มาต่อแถว รอรับข้าวเหนียวหมูทอดไก่ทอดที่ร้านได้เลยนะเ้าคะ เข้าแถวให้เป็ระเบียบอย่าเบียดกัน และตัดหน้าผู้อื่นมิเช่นนั้นจะไม่แจกให้เ้าค่ะ” ลู่ชิงป่าวประกาศเื่ดี ๆ ให้ชาวบ้านได้รับรู้ ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้ยินก็รีบวิ่งมาต่อแถวอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายท่านนี้ อาหารของท่านได้แล้วเ้าค่ะทานให้อร่อยนะเ้าคะ หากได้ผ่านมาก็แวะมาอุดหนุนได้ เพราะอีกไม่นานครอบครัวข้าจะเปิดร้านเป็ของตัวเองแล้วเ้าค่ะ” ลู่ชิงไม่ลืมฝากร้านข้าวของตนเองกับตันเจียงอีกครั้ง เนื่องจากนางคิดว่าตันเจียงกับเ้านาย เป็นักเดินทางที่อาจจะกลับมาที่นี่ได้ทุกเมื่อ
“หากคุณชายได้ผ่านมาทำธุระแถวนี้อีกครั้งละก็ ข้าจะพาคุณชายแวะไปอุดหนุนที่ร้านของเ้าก็แล้วกันนะ ข้าขอตัวก่อน” ตันเจียงรับคำแล้วก็รีบเดินกลับไปโรงน้ำชาทันที เพราะเมื่อครู่เขารู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ
เมื่อส่งลูกค้ามือเติบไปแล้ว ลู่ชิงก็รีบมาช่วยท่านแม่ห่อข้าว เพื่อแจกให้กับชาวบ้านที่มาเข้าแถวรอ เกือบสามสิบคนแล้วกระมัง
“ซื่อจื่อ อาหารร้านแม่นางน้อยได้มาแล้วขอรับ” ตันเจียงรีบวางของลงบนโต๊ะให้เ้านายได้ชิมเป็คนแรก
“อืม พวกเ้าสองคนก็นั่งกินด้วยกันตรงนี้จะได้ไม่เสียเวลา ยังต้องรีบไปจัดการเื่พ่อค้าเร่ตัวปลอมพวกนั้นให้เสร็จ จะปล่อยให้พวกมันลอยนวลอยู่ในแคว้นต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ส่วนเ้าชุนชานไปสืบประวัติครอบครัวของนางมาให้ข้า เพราะดูท่าทางทุกคนไม่น่าใช่คนที่อาศัยอยู่ในชนบท มาั้แ่เกิดอย่างแน่นอน ห้ามตกหล่นไปแม้แต่เื่เดียว เข้าใจหรือไม่” เซียวหนิงหลงนอกจากสั่งงานแล้ว ยังมีความอยากรู้เื่ของครอบครัวของแม่ค้าตัวน้อยอีกด้วย
“ขอรับ!!/ขอรับ!!” ทั้งตันเจียงและชุนชานขานรับคำสั่งทันที
ทั้งสามคนจึงวางเื่งานลงก่อน และลงมือชิมอาหารที่เพิ่งซื้อมา พออาหารเข้าปากเท่านั้นแหละ แต่ละคนไม่มีใครพูดจาต่างทานอาหารมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย เซียวหนิงหลงยังแอบคิดว่าแม่ค้าตัวน้อยของเขาฝีมือการทำอาหารเก่งกาจ ยิ่งกว่าพ่อครัวในวังหลวงเสียอีก
ถ้าท่านแม่และน้องสาวของเขาได้ลองชิมต้องติดใจเป็แน่ ลู่ชิงที่กำลังแจกข้าวหมูทอดไก่ทอด ก็มีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาเพราะในใจตอนนี้ มันมีแต่ความอิ่มเอิบนึกถึงก้อนตำลึงในถุงเงิน ที่ได้รับมาคงจะมีไม่ต่ำกว่าสามสิบตำลึงเป็แน่ ลู่ชิงยืนขายอาหารทอดอย่างมีความสุข ไม่เพียงเท่านั้นยังพึมพำร้องเพลงไปด้วย ผู้คนที่เห็นท่าทางนี้ต่างก็ยิ้มตามแม่ค้าตัวน้อยเช่นกัน
