บทที่ 120 ล้มเหลวในการหลอมอาวุธ
ทุกคนเห็นเพียงเพียงส่วนผสมกว่าสิบชนิดทยอยถูกใส่ลงไปในหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ และถูกกลืนหายไปในอากาศที่หนาแน่นทันที และละลายลงอย่างช้าๆ
แววตาของเมิ่งอวิ๋นซงฉายแววดีใจ ในอดีตส่วนผสมพวกนี้อย่าว่าแต่กลั่นและสกัดออกมาเลย มีส่วนผสมหลายอย่างในนั้นเพิ่มความร้อนยังทำอะไรมันไม่ได้ แต่ตอนนี้เพิ่งจะใส่เข้าไปในหม้อก็เริ่มละลายแล้ว แล้วจะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไร
แม้ว่าเขาจะเป็คนหลอมอาวุธที่ดีที่สุดของตระกูลเมิ่ง แต่เพราะตระกูลเมิ่งไม่มีหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ที่ใช้หลอมอาวุธวิเศษ แต่ก่อนเขาก็เลยทำได้เพียงเห็นผู้อื่นใช้ แต่ไม่เคยได้ลงมือหลอมอาวุธด้วยตัวเองมาก่อน ตอนนี้มีโอกาสเช่นนี้ สำหรับคนหลอมอาวุธผู้หนึ่งแล้วมันเหมือนได้รับรางวัลใหญ่เลยทีเดียว
ั์ตาของเมิ่งเสินทงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาพูดขึ้นว่า “ทักษะการหลอมอาวุธของอวิ๋นซง ไม่เป็รองใครในตระกูลเมิ่งของเรา อันที่จริงก่อนหน้านี้ หากมีหม้อต้มทองสัมฤทธิ์หลอมอาวุธวิเศษ อวิ๋นซงคงจะก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว แม้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของอาวุธวิเศษคือส่วนผสมและตาข่ายอาคมแต่ละชั้นในนั้น แต่หากไม่มีหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ดีๆ สักใบในมือ มันก็ไม่ต่างจากสตรีที่ฉลาดและมีความสามารถที่ไม่สามารถทำอาหารได้หากไม่มีข้าว!”
เมิ่งต๋าซานที่อยู่ด้านข้างที่กล่าวเสริมมา “ผู้เฒ่าใหญ่พูดถูก ทักษะการหลอมอาวุธของผู้เฒ่าหกไม่กล้าพูดว่าเป็หนึ่ง ไม่เป็สองรองใครในเทียนตู ไม่ได้ด้อยกว่าคนหลอมอาวุธอาวุธคนอื่นๆ ของสองสามตระกูลเ่าั้อย่างแน่นอน! ครั้งนี้ต้องขอบคุณเด็กผีผู้นั้นจากตระกูลลู่ มันช่างน่าขันที่เด็กผีนั้นคิดว่าแลกยาวิเศษพวกนั้นไปแล้วจะได้เปรียบจากตระกูลเมิ่งของเรา แต่กลับไม่รู้ว่ายาวิเศษก็มีเวลาหมดอายุการใช้เหมือนกัน แต่หม้อหลอมอาวุธนี้สามารถเป็สมบัติที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นในตระกูล มันไม่ใช่อะไรที่ยาวิเศษจะมาเทียบเคียงได้สักนิด!”
เมิ่งเสินทงหัวเราะเสียงดังพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ต๋าซาน เ้าพูดได้ดี มีความรอบรู้เช่นนี้ การที่เ้าเป็เพียงคนดูแลห้องกลั่นอาวุธเล็กๆ เช่นนี้ เหมือนข้าจะใช้คนไม่ค่อยถูกกับงานเสียแล้ว!”
“ผู้เฒ่าใหญ่ล้อเล่นกันแล้ว ข้าน้อยยังด้อยประสบการณ์อยู่มาก!” เมิ่งต๋าซานยิ้มอ่อนออกมา และแสดงท่าทีถ่อมตน
ในเวลานี้การหลอมอาวุธก็มาถึง่เวลาที่สำคัญแล้ว ส่วนผสมมากกว่าสิบชนิดละลายเป็ก้อนของเหลวที่มีสีต่างกัน ตอนนี้จำเป็ต้องเพิ่มแรงไฟให้แรงขึ้น กลั่นและสกัดเอาสิ่งเจือปนในนั้น จากนั้นก็หลอมรวมเข้าด้วยกันอีกครั้ง นี่คือด่านยากที่สองในการหลอมอาวุธ
ด่านแรกคือการเลือกและควบคุมไฟ ซึ่งนี่มันไม่ได้เป็ปัญหาอะไรสำหรับตระกูลใหญ่ที่มีพื้นเพ และมีรากฐานที่แข็งแกร่ง แต่การทดสอบด่านยากที่สองก็คือหม้อต้มทองสัมฤทธิ์หลอมอาวุธและระดับความสามารถของตัวคนหลอมอาวุธเอง
เมื่อมีหม้อต้มทองสัมฤทธิ์หลอมอาวุธที่เป็อาวุธวิเศษ เมิ่งอวิ๋นซงย่อมเต็มไปด้วยความมั่นใจ และเปลี่ยนท่าดรรชนีสูตรเวทในมือตลอดเวลา ในบางครั้งก็รวบรวมไฟปีศาจชิงหยางออกมาเล็กน้อยเพื่อปล่อยเข้าไปในไฟเตาหลอม ปากก็ค่อยสั่งการให้ผู้ช่วยสองสามคนควบคุมขนาดของไฟใต้ดินไปด้วย
ในเวลานี้ เปลวไฟสีเหลืองอ่อนหลังจากการหลอมรวมของไฟใต้ดินและไฟปีศาจชิงหยางได้เปลี่ยนจากเปลวไฟเดิมเป็ลูกบอลขนาดเท่ากำปั้นของผู้ใหญ่ ก้นหม้อทั้งหมดก็กลายเป็สีแดงเล็กน้อย และถึงกับว่ามีรูปร่างผิดแปลงไปเล็กน้อยแล้ว
ทุกคนในตระกูลเมิ่งกลับมุ่งความสนใจไปที่ส่วนผสมในหม้อต้ม โดยไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าเมื่อเปลวไฟสีเหลืองอ่อนขยายตัวและแข็งแกร่งขึ้น ก้นหม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียวยิ่งถูกเผาจนแดงและสว่างขึ้นตามไปด้วย
หลังจากผ่านไปได้ครึ่งชั่วยาม ส่วนผสมในหม้อต้มก็ละลายอยู่ในสภาพที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง เมิ่งอวิ๋นซงยังคงนิ่งเฉย เขาเริ่มหลอมรวมส่วนผสมอย่างใจเย็น การหลอมรวมนี้ก็ราบรื่น จะมีความข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย
โชคดีที่เมิ่งอวิ๋นซงมีประสบการณ์มากมายนัก แม้ว่าจะไม่เคยกลั่นและหลอมอาวุธวิเศษมาก่อน แต่จำนวนอาวุธที่หลอมออกมาก็เยอะมากจนนับไม่ถ้วน จึงรู้กระบวนการนี้เป็อย่างดี และใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจก็หลอมรวมส่วนผสมเข้ากันกว่าครึ่งแล้ว และเหลือหลอมรวมส่วนผสมสองสามชิ้นที่เหลืออยู่เข้าด้วยกันเสร็จ จากนั้นก็หลอมออกมาเป็รูปร่างและแทรกเข้าไปภายในตาข่ายอาคมพลังของค่ายกลกระบี่ได้แล้ว
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างอาวุธวิเศษและอาวุธก็คือตาข่ายอาคมของค่ายกลกระบี่และคุณภาพของส่วนผสมที่ไม่เพียงพอ ต่อให้ตาข่ายอาคมค่ายกลกระบี่ที่ยอดเยี่ยมและลึกลับที่สุดก็ไม่สามารถหลอมร่วมเข้ากับมันได้ ซึ่งจึงเป็เหตุผลหนึ่งว่าเหตุใดอาวุธวิเศษถึงได้มีค่ามากนัก
ทันใดนั้นก็มีเสียงดัง “จ๊อกๆ” ดังขึ้นในห้องกลั่นอาวุธ ต่อเนื่องกันเหมือนหยดน้ำที่หยดลงบนก้อนหิน และยิ่งการหลอมอาวุธอยู่ใน่สำคัญแล้ว ทุกคนในห้องกลั่นอาวุธต่างพากันกลั้นหายใจ ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบ แต่จู่ๆ เมื่อมีเสียงดังเล็ดลอดออกมาก็เลยดึงดูดความสนใจของทุกคนไปในทันที!
เมื่อทุกคนหันมามองและค้นหาแหล่งที่มาของเสียง ทันใดนั้นใบหน้าของแต่ละคนก็หน้าถอดสีไปตามๆ กัน เมื่อเห็นว่าก้นหม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียวที่น่าจะเหนียวจัด เวลานี้กลับถูกเผา และมีของเหลวที่ละลายแล้วไหลรั่วลงตรงที่ช่องไฟใต้ดิน!
สิ่งที่ทำให้ทุกคนกลัวจนใจเต้นระรัว ตอนนี้ส่วนผสมในหม้อต้มอยู่ใน่เวลาสำคัญที่กำลังหลอมรวมอยู่ หากหม้อต้มถูกเผาก็ยังพอว่า แม้แต่ส่วนผสมในนั้นก็อาจเสียหายเพราะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ในเวลาเดียวกัน ช่องไฟใต้ดินด้านล่างคงจะถูกปิดกั้นด้วย ไม่ดีอาจส่งผลให้เกิดการะเิได้ ผู้ที่มีพลังยุทธ์ต่ำกว่าขั้นตงซวนคงตายเรียบแน่
เมิ่งเสินทงไม่มีเวลามาคิดอะไรมากนัก เขาะโเสียงดังออกมาว่า “ทุกคน ออกไปจากที่นี่ เร็ว!” ในขณะที่พูด ก็โบกมือและปล่อยโล่พลังปราณออกมาปกคลุมหม้อต้ม และไฟใต้ดินที่อยู่เบื้องล่างทั้งหมด แต่จะยืนหยัดอยู่ได้นานเพียงไหนก็ยังบอกไม่ได้!
เมิ่งอวิ๋นซงอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น เห็นๆ อยู่ว่าการหลอมอาวุธดำเนินไปอย่างราบรื่นเช่นนี้แล้ว หม้อกลั่นอาวุธวิเศษที่ดีๆ อยู่ถูกเผาได้อย่างไร? หม้อต้มนี้มีทองคำเทียนเฉินเป็ส่วนผสมอยู่ ซึ่งเขาตรวจสอบและยืนยันมาด้วยตัวเอง แล้วมันจะถูกเผาได้อย่างไร? ส่วนผสมในหม้อนั้นก็มีค่ามากเช่นกัน ซึ่งมันเทียบได้กับทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเล็กๆ ตระกูลหนึ่งได้เลย สถานการณ์ในตอนนี้ก็จะสูญเปล่าไปทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือ?
เมิ่งอวิ๋นซงตาแดงก่ำ ปากก็พึมพำไปด้วยว่า “เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ หม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียวเป็ถึงระดับอาวุธวิเศษ มีทองคำเทียนเฉินเป็ส่วนผสม ข้าตรวจสอบมาแล้ว เป็เช่นนี้ได้อย่างไร เปลวไฟที่หลอมรวมกันแล้วไม่มีทางมีอุณหภูมิที่สูงเช่นนี้ได้ ปัญหาเกิดจากอะไรกันแน่ ข้าต้องรู้ให้ได้!”
ในขณะที่พูดเมิ่งอวิ๋นซงก็จะเข้าไปตรวจสอบดูด้วย
เมิ่งเสินทงรู้ว่าญาติผู้น้องของตัวเองนอกจากจะทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับฝึกฝนแล้ว ก็จมอยู่แต่กับการศึกษาช่องทางการหลอมอาวุธมาตลอด การหลอมอาวุธในครั้งนี้ก็แบกเอาความหวังอันยิ่งใหญ่ของเขาไว้ด้วย ดังนั้นเวลานี้ถึงได้เสียควบคุมตัวเองเช่นนี้
แต่หากเกิดไฟใต้ดินปะทุขึ้น แม้ว่าจะไม่ะเิจนเมิ่งอวิ๋นซงตาย แต่ก็คงได้รับาเ็สาหัสอย่างแน่นอน เพื่อส่วนผสมและหม้อต้มที่เสียหายไปแล้วมันไม่คุ้มเลย จึงหายตัวไปโผล่อยู่ข้างหลังเขาโดยไม่แม้แต่จะทักทาย ก่อนจะใช้ฝ่ามือฟาดเขาจนสลบแล้วเหาะพาจากไปทันที
ทันทีที่ทั้งสองคนออกจากประตู ก็มีเสียงะเิดังปะทุขึ้นในห้องกลั่นอาวุธ แม้แต่ห้องกลั่นอาวุธสองสามห้องที่อยู่ติดกันยังรับผลพวงนี้ไปด้วย ไฟใต้ดินในห้องก็ถูกจุดชนวนลุกโชนขึ้นมาทันที
โชคดีที่วันนี้เป็วันสำคัญที่เมิ่งอวิ๋นซงหลอมอาวุธ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ห้องกลั่นอาวุธอื่นๆ หลายแห่งจึงถูกปิดใช้งาน จึงไม่มีผู้เสียชีวิตและความเสียหายมากนัก
แต่เพียงเพียงหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ที่ใช้หลอมอาวุธวิเศษใบหนึ่ง และส่วนผสมที่เสียหายพวกนั้น มันก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลเมิ่งรู้สึกเป็ทุกข์มากพอแล้ว
เวลานี้ประมุขตระกูลเมิ่ง เมิ่งจั่งชุนและคนอื่นๆ เมื่อได้รับข่าวก็ทยอยกันเดินทางมาด้วยแสงหลบหนีและ หลังจากเก็บแสงหลบหนี ก็ลอยตัวลงมาอยู่ข้างๆ ผู้เฒ่าเมิ่งเสินทง
“ผู้เฒ่าใหญ่ สรุปแล้วมันเกิดเื่อะไรขึ้น? เหตุใดการหลอมอาวุธถึงล้มเหลว?”
เมิ่งเสินทงไม่ได้ตอบคำถามประมุข แต่หันไปมองเมิ่งเทียนอวิ๋นที่เดินเข้ามาด้วยพร้อมกับเอยถามว่า “เทียนอวิ๋น ตอนที่เ้าได้หม้อต้มทองสัมฤทธิ์หลอมอาวุธนี้มาได้ตรวจสอบดูอย่างละเอียดหรือไม่?”
เมิ่งเทียนอวิ๋นตกตะลึงไปพักหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้เฒ่าใหญ่ถึงถามเช่นนี้ แต่ก็ตอบกลับทันที “เรียนท่านผู้เฒ่า ก่อนที่จะได้หม้อนี้มาข้าได้ขอให้ลุงผู้เฒ่าใช้จิตตรวจสอบดูแล้ว หลังจากได้มา ลุงผู้เฒ่าก็ได้นำไปดู และไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ ทำไมหรือ? หรือว่าหม้อต้มมีปัญหาก็เลยทำให้การหลอมอาวุธนี้ล้มเหลวใช่หรือไม่?
ในตอนท้ายของประโยค ใบหน้าของเมิ่งเทียนอวิ๋นบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขามีลางสังหรณ์ว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้แปดสิบส่วนน่าจะเกิดจากหม้อต้ม และผู้ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นก็ต้องเป็นายน้อยตระกูลลู่ลู่อวี่แน่นอน เ้าคนเสเพลเกเรไร้ยางอายผู้นั้น!
เมื่อเห็นเมิ่งจั่งชุนรอคอยคำตอบของตัวเอง เมิ่งเสินทงก็ก้มมองเมิ่งอวิ๋นซงที่ยังคงหมดสติอยู่ เขาขมวดคิ้วและพูดขึ้นว่า “ท่านประมุข เดิมทีทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ใน่สุดท้ายที่ส่วนผสมรวมเข้าด้วยกัน หม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียวทั้งใบกลับถูกทำลายจากก้นหม้อ หากพูดกันตามหลักแล้ว มันเป็ไปไม่ได้เลย แต่หากด้วยพลังยุทธ์ของอวิ๋นซง ไฟปีศาจชิงหยางควบแน่นกับไฟใต้ดินที่หลอมรวมกันไม่มีทางที่จะมีพลังนี้แน่ แต่ในเมื่อเสวียนโตวก็ได้ตรวจสอบมาแล้ว หากเช่นนั้นเื่นี้ก็แปลกๆ!”
การกลั่นอาวุธของตระกูลเมิ่งครั้งนี้ถือเป็เหตุการณ์สำคัญของตระกูลเมิ่งใน่ร้อยปีที่ผ่านมา หากตอนนี้เนื่องจากปัญหาที่ไม่ชัดเจนนี้ และหากหาสาเหตุไม่พบ จะให้ยอมรามือได้อย่างไร
เมิ่งจั่งชุนเรียกหาหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์เวลานั้น และสอบถามอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้ก็สอดคล้องกันหมด ซึ่งทำให้รู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกโกรธขึ้นมา
สาเหตุที่ล้มเหลวครั้งนี้มีเพียงสองเหตุผลเท่านั้น หนึ่งคือเมิ่งเทียนซิ่งล้มเหลวในการควบคุมไฟ จึงทำให้หม้อต้มถูกเผาไหม้ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือหม้อต้มมีปัญหา และปัญหาเช่นนี้มันต้องเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ตระกูลเมิ่งจะได้หม้อมาเท่านั้น เพราะตระกูลเมิ่งไม่มีทางทำเื่ที่ทำร้ายต่อผลประโยชน์ของตนเองแน่ ในทางตรงกันข้าม ตระกูลลู่และตระกูลเมิ่งที่แลกเปลี่ยนหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ก็ขัดแย้งกันมาเสมอ และสะสมความแค้นฝังลึกตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา
ตอนนี้ดูเหมือนว่า ไม่เพียงแต่หม้อต้มน้ำทองสัมฤทธิ์จะถูกเผาเท่านั้น แต่ตอนที่ได้หม้อต้มนี้มาก็ไม่ได้เห็นว่ามันมีปัญหา แม้ว่าตระกูลลู่จะทำมันจริงๆ แต่ก็ไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ แม้ว่าตระกูลเมิ่งที่ไม่มีหลักฐานใดมาหาถึงที่ตระกูล ย่อมไม่ได้อะไรกลับไปแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเมิ่งและตระกูลลู่ที่ตึงเครียดมากในตอนนี้ เขาเกือบจะคาดเดาสถานการณ์ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไปที่ตระกูลลู่
“แม้ว่าการสกัดอาวุธจะล้มเหลว แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับาเ็ล้มตาย ของหายก็หาใหม่! แต่เื่นี้จะปล่อยผ่านไปเช่นนี้ไม่ได้ ส่งคนไปทำความสะอาดห้องกลั่นอาวุธก่อน จากนั้นควรตรวจสอบดูให้ละเอียด หาหม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียวที่พังนั้น สำรวจดูสิว่าปัญหามันเกิดจากอะไร แล้วค่อยมาปรึกษากันดูอีกที!”
เมิ่งจั่งชุนรู้สึกกลุ้มใจหนัก ถึงเขาจะไม่รู้ว่าปัญหามันเกิดจากอะไร แต่เหมือนจะมั่นใจว่าเทียนอวิ๋นต้องถูกเด็กผีของตระกูลลู่หลอกอีกครั้งแล้วแน่ๆ แต่พูดไปตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์ อีกอย่างเทียนอวิ๋นมีเจตนาที่ดี หากถึงขั้นที่ยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้ายังดูไม่ออก แล้วจะตำหนิเขาได้อย่างไร!
แต่ผียายแก่ตระกูลเมิ่งที่คอยจับตาดูสถานการณ์อยู่ข้างๆ อยู่นั้นได้จ้องเขม็งมองมาด้วยสายตาเ็า เต็มไปด้วยความดุร้ายที่ฉายแววอยู่ในดวงตา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อประมุขออกคำสั่ง ทุกคนก็รีบลงมือทันที!
ใน่เวลาที่ตระกูลลู่กำลังรวบรวมวัตถุดิบ ลู่อวี่ก็ไม่ได้ผ่อนการฝึกฝนของเขาลงเลย เพราะในระหว่างการเดินทางไปเป่ยหยวนครั้งนี้ได้ค้นพบปัญหามากมาย แต่ก็ได้รับสิ่งของมามากมายในเวลาเดียวกัน ยาปรับร่างสามหยางเห็นผลชัดนัก ในเวลาเพียงครึ่งปีสั้นๆ เขาก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หากใช้ร่วมกับวิทยายุทธขัดเกลาร่างกายชั้นยอด เชื่อเลยว่าเขาจะประสบความสำเร็จในเส้นทางฝึกฝนบำเพ็ญเพียรไม่น้อยเช่นกัน
