สิบวันให้หลัง
ใช้เวลาสิบวัน หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยถึงวางค่ายกลยันต์หมื่นกระบี่ ซึ่งเป็ค่ายกลอันที่สองบนไหล่เขาได้สำเร็จ จากนั้น พวกเขาจึงเดินทางต่อไปยังยอดเขา
ยิ่งเดินทางไปยอดเขาเท่าไร ทั้งคู่กลับยิ่งหาสมุนไพรทิพย์กับบุปผาทิพย์ขั้นสี่พบมากขึ้น แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน พวกเขาพบเพียงสมุนไพรทิพย์กับบุปผาทิพย์ โดยไม่พบสัตว์อสูรที่ร้ายกาจ ทว่า แม้ไม่พบเจอสำหรับพวกเขา นับว่าไม่ใช่เื่ดีอะไร เพราะรู้ชัดว่า หากไม่พบสัตว์อสูรระดับต่ำ แสดงว่าพวกเขาได้เข้ามาในถิ่นของสัตว์อสูรระดับสูงเสียแล้ว
.........
สิบสามวันให้หลัง
เฉียวรุ่ยสวมเสื้อตัวกลาง เห็นยันต์วิเศษล้ำค่าเต็มตัวของตนก็ยิ้มเฝื่อน ในใจคิด ‘เทียนฉีแปะยันต์ให้มากจริงเชียว!’
“จำไว้ ที่แปะตรงหน้าอกคือยันต์ป้องกันสามสิบแผ่นกับยันต์สะท้อนยี่สิบแผ่น บนหลังคือยันต์วายุสามแผ่นกับยันต์เพิ่มความเร็วสี่แผ่น และยังมียันต์เคลื่อนย้ายแบบกำหนดทิศทางอีกสี่แผ่น” หลิ่วเทียนฉีมองคนรัก เอ่ยกำชับอย่างจริงจัง
“อื้อ! รู้แล้ว” เฉียวรุ่ยเอาเสื้อนอกมาสวมบนร่างอย่างระมัดระวัง
“จำไว้นะ พวกเราเพียงล่อมันออกมาให้เข้าไปในค่ายกลยันต์หมื่นกระบี่ก็พอ ไม่ต้องสู้กับมันจริงๆ เพราะพวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักพลางเตือนอย่างจริงจัง
“เทียนฉี เ้า คิดว่ามีสัตว์อสูรขั้นสี่จริงไหม?” เฉียวรุ่ยมองคนรักที่ดูรอบคอบ ถามด้วยสีหน้าฉงน
แม้บนทางเส้นนี้จะพบเพียงบุปผาทิพย์กับสมุนไพรทิพย์ขั้นสี่ ทว่าั้แ่ต้นจนจบยังไม่เห็นสัตว์อสูรสักตัว ช่างประหลาดนัก จนถึงวันนี้ สัตว์อสูรที่เรียกว่าขั้นสี่ก็ยังไม่ปรากฏ ทำให้เฉียวรุ่ยสงสัยนักว่าที่แท้มีสัตว์อสูรตัวนี้อยู่หรือไม่กันแน่
“มี มีแน่นอน เ้าลองคิดดู หากบนยอดเขามีสมบัติล้ำค่ากลับไม่พบสัตว์อสูรดุร้ายสักตัวคอยเฝ้า ถ้าเช่นนั้น สัตว์อสูรต้องขึ้นเขามานานแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมที่นี่ถึงยังเงียบสงบปานนี้เล่า?” หลิ่วเทียนฉีพูดเหมือนเป็เื่ถูกต้อง
สมบัติล้ำค่าเช่นนี้จะไม่มีสัตว์อสูรได้อย่างไร ในนิยายต้นฉบับเล่าว่าสัตว์อสูรที่เฝ้าปกป้องสมบัติที่แห่งนี้คือวานรปีกยาว สัตว์อสูรขั้นสี่ พลังระดับดวงปราณ่ต้น ดุร้ายไม่ธรรมดา เป็ขาใหญ่ของเขาแสงทอง ไม่มีสัตว์อสูรตัวใดกล้าหาเื่หรือเหยียบเข้าไปในอาณาเขตของมันสักนิด
“อืม เ้าพูดมีเหตุผล สมบัติดีปานนี้ ไม่มีทางไม่ถูกสัตว์อสูรจับจ้องหรอก!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย
“ดังนั้น เมื่อไปถึงยอดเขาแล้ว พวกเราต้องกระทำอย่างระวัง ไม่อาจบุ่มบ่าม เอาความปลอดภัยของตนเองเป็หลักนะ” โชควาสนาดีอีกเท่าใด ต้องมีชีวิตเสพถึงจะได้ เพราะอย่างนั้น ชีวิตจึงสำคัญเป็อันดับหนึ่ง
“อืม เ้าวางใจเถอะเทียนฉี ข้าจะทำ จะปกป้องตนเองให้ดี” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารัว
“ดี!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า จับมือเฉียวรุ่ยไว้ ขึ้นไปบนยอดเขาด้วยกัน
ยิ่งเดินขึ้นไปยอดเขา เฉียวรุ่ยยิ่งััถึงสมบัติล้ำค่านั่นได้อย่างรุนแรง ในหัวใจพลันตื่นเต้นยินดี แต่หลิ่วเทียนฉีไม่เหมือนกัน ยิ่งเดินขึ้นไป เขายิ่งระแวงหนัก ระวังทุกสิ่งข้างกาย ระแวงการปรากฏตัวของวานรปีกยาวอยู่ตลอด อีกฝ่ายเป็เ้าตัวโตมีปีก มันบินได้ ไม่แน่ว่าจะออกมาโจมตีเขากับเสี่ยวรุ่ยที่เป็ผู้บุกรุกเวลาใด
“ฮ่าๆๆ พวกเราเดินทางมาสามสิบแปดวันแล้ว ในที่สุด ในที่สุดก็เหยียบถึงยอดเขา!” นาทีที่เหยียบถึงยอดเขา เฉียวรุ่ยดีใจอย่างยิ่ง ใบหน้าน้อยทั้งดวงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ!
“อืม ระวังหน่อยสิ!” หลิ่วเทียนฉีมองรอบด้าน กำชับอย่างจริงจัง
“อื้อ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า เข้าใจความกังวลของคนรัก จึงเริ่มระมัดระวังตาม
หลิ่วเทียนฉีเดินตามเฉียวรุ่ยไปถึงสถานที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า รอบด้านเป็บ่อน้ำกลางแจ้งธรรมชาติท่ามกลางหินสีเขียว มองไปยังบ่อน้ำยาวแปดเมตรตรงหน้าเห็นคลื่นน้ำสีทองในบ่อ เขาเลิกคิ้ว นี่คือน้ำพุแสงทองที่นิยายต้นฉบับเล่าถึงอย่างนั้นหรือ?
“สวยเหลือเกิน ช่างสวยงามเสียจริง!” เฉียวรุ่ยมองน้ำพุประกายแสงสีทองในสระพลางถอนหายใจ ชื่นชมไม่หยุด
“น้ำพุสีทองหนึ่งสระนี้คือสมบัติล้ำค่างั้นหรือ?” หลิ่วเทียนฉีผินหน้าไปถามคนรัก
“สิ่งนี้ บอกได้ว่าเป็สิ่งที่สมบัติล้ำค่าให้กำเนิดออกมา เหมือนแสงรัศมีเหนือศีรษะกับปราณทิพย์เข้มข้น ณ ที่แห่งนี้ เป็ผลผลิตที่สมบัติล้ำค่าให้กำเนิดผ่านเวลาร้อยปีถึงพันปีน่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น สมบัติล้ำค่าที่แท้จริงคืออะไรเล่า?” หลิ่วเทียนฉีถามด้วยความสงสัย
“เป็อุกกาบาตทอง ก้อนหินที่ถือกำเนิดจากฟ้าดิน เป็ก้อนหินที่มหัศจรรย์ยิ่งเชียวล่ะ บรรจุพลังทิพย์เข้มข้นอย่างที่สุดไว้ ซึ่งที่แห่งนี้มีอุกกาบาตทองทั้งหมดสามก้อน ล้วนอยู่ใต้สระอย่างไงล่ะ!”
“ที่แท้เป็เช่นนี้!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าเข้าใจ
“แม้น้ำพุแสงทองกับแสงสีทองเหนือศีรษะของเราจะไม่ใช่สมบัติล้ำค่า แต่ก็เป็ของดีที่พบได้ยากเช่นกัน พวกเราหลอมกลืนกับดูดซับด้วยกันได้นะ!” ไม่ว่าแสงทองหรือน้ำพุแสงทอง ล้วนเป็ของดีมีค่าครองเมือง!
“ฮ่าๆๆ...” หากเขากับเสี่ยวรุ่ยได้วาสนาชิ้นใหญ่นี้ ถ้าเช่นนั้น นางเอกอยากพลิกสถานะอีก เกรงว่าคงไม่ง่ายนัก! ส่วนพระเอกคงจัดการไม่ง่ายอยู่แล้ว อย่างไรอีกฝ่ายก็โชคชะตาดีเหนือฟ้านี่นะ!
“เทียนฉี พวกเราถอดเสื้อผ้าลงไปแช่น้ำพุสักหน่อยเถอะ ข้ารู้สึกว่า หากรวมปราณทิพย์ในน้ำพุกับแสงรัศมีสีทองเหนือศีรษะเข้าด้วยกัน มันต้องเข้มข้นกว่าปราณทิพย์ในเขาแห่งนี้มากเชียวล่ะ!” เฉียวรุ่ยพูดพลางเตรียมปลดสายคาดเอว แต่ถูกฝ่ามือหลิ่วเทียนฉีดึงเอาไว้
“ตอนนี้ยังไม่ได้หรอก!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางเอายันต์ะเิขั้นสามแผ่นหนึ่งออกมา โยนเข้าไปในน้ำพุแสงทอง
“ตูม...” ยันต์แผ่นหนึ่งเหวี่ยงลงไปกระทบ เกิดระลอกคลื่นน้ำวงหนึ่งก่อนะเิในน้ำอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน หยาดน้ำสาดกระเซ็น เสียงน้ำซ่าๆ ดังขึ้น
“เทียนฉี เ้าทำอะไรน่ะ?” เฉียวรุ่ยมองคนรักที่ลงมือกะทันหันด้วยสีหน้างุนงง
“เตรียมพร้อมระวัง!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางกระตุ้นยันต์ป้องกันห้าแผ่นบนร่างตน
“อื้อ!” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักทำท่าประหนึ่งเผชิญศัตรูตัวฉกาจก็เร่งรีบกระตุ้นยันต์ป้องกันห้าแผ่นบนร่างตนบ้าง
เมื่อเฉียวรุ่ยกระตุ้นยันต์ป้องกันเสร็จแล้วหันไปมองสระ เขาพบว่าด้านในระลอกคลื่นกลางน้ำสีทอง มีหัวหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เป็หัวใหญ่โตของวานร พอเห็นหัวมหึมานั่น เฉียวรุ่ยคิดว่าความสูงของอีกฝ่ายต้องมีไม่น้อยแน่
มองหัวที่โผล่ออกมาจากน้ำของวานรปีกยาว หลิ่วเทียนฉีก็เอายันต์อัคคีทองกำหนึ่งออกมา เหวี่ยงเข้าใส่มันทันที
“ตูม...” ท่ามกลางเสียงดังสนั่นของการะเิ หลิ่วเทียนฉีกระตุ้นยันต์วายุ รีบอุ้มเฉียวรุ่ยหนีออกมา
หลิ่วเทียนฉีไม่หันกลับไปมองนอกจากบินไปข้างหน้า ส่วนเฉียวรุ่ยหันไปมองสภาพด้านหลังเล็กน้อยเป็ระยะ
“เทียนฉี เ้านั่นปีนขึ้นมาจากน้ำแล้ว!”
“เอายันต์วิเศษกับอุปกรณ์อาคมขว้างใส่มัน ให้มันไล่ตามพวกเรามา!” เป็ถึงเ้าตัวโตขั้นสี่ ในนิยายต้นฉบับเขียนว่าพระเอก นางเอก นางเอกคนที่สอง เฉียวรุ่ยและอวี๋ชิงโยว ทั้งห้าคนร่วมแรงกันจนร่างเต็มไปด้วยาแถึงจัดการเ้าตัวใหญ่นี้ได้ ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีห้าคน ดังนั้น ได้แต่อาศัยค่ายกลสังหารช่วยจัดการเท่านั้น
“อื้อ เข้าใจแล้ว!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า โยนยันต์อสนีบาต์กำหนึ่งเข้าใส่เ้าตัวใหญ่
“อู้ๆ...” ตะเบ็งเสียงกู่ร้องทีหนึ่ง วานรปีกยาวที่ถูกยั่วยุก็สะบัดน้ำบนปีกคู่นั้น ก่อนสยายปีกยาวที่เต็มไปด้วยขนสีดำขลับ
เห็นอีกฝ่ายมีปีกข้างหนึ่งยาวสองเมตรกว่า หากสองปีกสยายออกก็ยาวห้าเมตร เฉียวรุ่ยอดกลืนน้ำลายไม่ได้ เขาเอาอุปกรณ์อาคมไม่สมบูรณ์ห้าชิ้นออกมา ขว้างใส่ปีกของมันทันที
“ตูม...” อุปกรณ์อาคมะเิ เสียงดังลั่นอยู่พักหนึ่งอีกหน
“อู้ๆ...” วานรปีกยาวก้มหน้ามองปีกที่ถูกะเิจนาเ็แล้วส่งเสียงร้องทีหนึ่ง สยายปีกทั้งคู่ ไล่ตามพวกเขามา
“บินเร็วจริงนะ!” เฉียวรุ่ยเห็นอีกฝ่ายบินเร็วอย่างที่สุดก็ขมวดคิ้ว รีบร้อนขว้างอุปกรณ์อาคมต่อ โยนยันต์วิเศษออกไปขวาง
หลิ่วเทียนฉีกระตุ้นยันต์เพิ่มความเร็วอีกสองแผ่น ความเร็วของตนในตอนนี้เพิ่มขึ้นมากนัก
เฉียวรุ่ยหันร่างตนไปด้านหลังทั้งตัว จากที่จับมือหลิ่วเทียนฉีอยู่เปลี่ยนมาถูกเขาโอบเอว บินถอยหลัง
“เ้าตัวใหญ่น่าชัง!” ยันต์วิเศษถูกโยนติดต่อกันรวมกับอุปกรณ์อาคมไม่สมบูรณ์ เฉียวรุ่ยโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสียหายที่สร้างให้อีกฝ่ายยังคงน้อยนิด ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งนัก
“อู้ๆ...” วานรปีกยาวกระพือปีก เกิดพายุหมุนมหึมาสองลูก โจมตีมาทางพวกเขาทันที
“อ๊าก เทียนฉี พายุหมุน พายุหมุนของเ้าตัวโตมาแล้ว!” เฉียวรุ่ยร้องใ ชูยันต์วิเศษกำใหญ่ขึ้น สร้างกำแพงป้องกันสีฟ้าครามชั้นแล้วชั้นเล่าหลังร่างพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“เปรี้ยง เปรี้ยงๆ...”
หลิ่วเทียนฉีได้ยินเสียงกำแพงป้องกันหลายชั้นถูกโจมตีกระจุย จึงอุ้มเฉียวรุ่ยทะยานร่างไปเบื้องล่าง
หลิ่วเทียนฉีร่วงมาบนพื้นก็ชูมือ สาดยันต์วิเศษแถบหนึ่งออกมา ทันใดนั้น ยันต์วิเศษทั้งหมดก็กลายเป็โล่สีทองสูงสองเมตรอันแล้วอันเล่า ขวางหน้าเขากับเฉียวรุ่ยไว้
โล่สีทองเพิ่งปล่อยออกไป พายุหมุนสองลูกก็มาถึง
“ปังๆๆ...” โล่ทองสิบห้าอันถูกโจมตีกระจุย หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยที่ซ่อนอยู่ด้านหลังปลิวในทันที
“พรวด...” ทั้งคู่หมอบอยู่กับพื้น กระอักเืออกมาคำหนึ่ง
การโจมตีหนึ่งกระบวนท่า กำแพงวารีป้องกันสิบผืน โล่ทองสิบห้าอัน เพิ่มยันต์ป้องกันอีกห้าแผ่นล้วนขวางไม่อยู่ ดูท่า พลังระดับดวงปราณนี่แข็งแกร่งเสียจริง!
“เทียนฉี ห่างจากค่ายกลยันต์หมื่นกระบี่ยังมีระยะทางอีก่หนึ่งนะ!” เฉียวรุ่ยมองค่ายกลสังหารบนไหล่เขาทีหนึ่ง เอ่ยขึ้นอย่างกังวล
“ไม่เป็ไร พยายามล่อมันไปในค่ายกลสังหารให้ถึงที่สุด หากไม่ได้จริง เช่นนั้นฆ่ามันตรงนี้ก็ได้!” พูดจบ หลิ่วเทียนฉีก็หรี่ตา ในมือเขามีป้ายหยกที่ท่านปู่มอบให้อยู่สองแผ่นเชียวนะ? หากไม่ไหวจริงๆ คงได้แต่สังหารวานรปีกยาวตรงนี้ แต่ป้ายหยกนี่ หากใช้ไปก็ไม่มีเสริม อย่างไรก็เป็การโจมตีของผู้บรรลุดวงปราณ มันทำให้เขาตัดใจใช้ไม่ลงอยู่บ้าง
“อ้อ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าเข้าใจ
ตอนที่ทั้งสองคนกำลังพูดกัน วานรปีกยาวก็บินร่อนลงมาอยู่ตรงหน้า
เ้าตัวใหญ่สูงห้าเมตรมองด้วยสีหน้าโกรธแค้น ใช้กรงเล็บตบตรงหน้าอก แยกเขี้ยวยิงฟันใส่ ประกาศอำนาจปกครองและอารมณ์โกรธแค้น นาทีนี้ หลิ่วเทียนฉีลุกขึ้นจากพื้น เงาร่างสั่นไหววูบหนึ่ง ปล่อยัวารีของตนออกมา
“ไป!” หลิ่วเทียนฉีชูยันต์ผนึกน้ำแข็งกองโตขึ้น ขว้างใส่ัวารี
ัวารีลอยขึ้นกลางอากาศ กลายเป็ัน้ำแข็งโจมตีใส่วานรปีกยาว
“อู้ๆ...” วานรปีกยาวสะบัดฝ่ามือหนาของตนตบเข้าใส่ัน้ำแข็งที่บินมาตรงหน้า
หลิ่วเทียนฉีเอายันต์วิเศษขั้นสี่ระดับสูงสิบแผ่นออกมา ผนึกลูกบอลวารีใหญ่มหึมาลูกหนึ่งในทันที ก่อนหุ้มยันต์วิเศษทั้งหมดเข้าไปในนั้น
“ฮ่า!” หลิ่วเทียนฉีคำรามดังคำหนึ่ง ยิงลูกบอลวารีเข้าใส่เ้าตัวโต
วานรปีกยาวจับหางของัน้ำแข็ง เพิ่งตบหัวของัน้ำแข็งตัวนั้นกระจุย ลูกบอลวารีก็มาถึง
“ป้าบ!” กรงเล็บข้างหนึ่งของวานรปีกยาวตบลูกบอลวารีที่โจมตีเข้ามากระจุย
“ตูม...” ยันต์ะเิสิบแผ่นกระตุ้นพร้อมกัน เสียงดังสนั่นะเืแก้วหูแทบดับ
“ไป!” ไม่ว่ามันาเ็เท่าไร เฉียวรุ่ยใช้มือหนึ่งโอบบุรุษตนก่อนกระตุ้นยันต์วายุกับยันต์เพิ่มความเร็วบนร่าง พาบินไปทางค่ายกลยันต์หมื่นกระบี่ทันที
