หลี่อันหรานดูแลเลี้ยงดูลูกปลาพวกนั้นไม่ต่างจากของรักของหวง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้ทั้งนั้น นางถึงขั้นนับก่อนเข้านอนในแต่ละวันว่ามีกี่ตัว บางครั้งก็นั่งหัวเราะอยู่หน้ากะละมังเพียงคนเดียว
เื่นี้ทำให้เสิ่นอิ๋นหวนลำบากใจเล็กน้อย เพราะบัดนี้กะละมังที่นางใช้ซักผ้าได้กลายเป็ที่เลี้ยงปลาของหลี่อันหรานไปแล้ว ส่งผลให้นางไม่รู้ว่าจะนำเสื้อผ้าไปซักที่ใด
วันนี้ นางเดินเข้ามาบ่นถึงห้องของหลี่อันหราน “ลูกปลาพวกนี้เป็ของรักของเ้า ต่อให้เลี้ยงจนโตได้ แต่มันจะเลี้ยงในกะละมังนี่พอหรือ? อีกอย่าง พวกมันโตแล้วต้องกินอาหารเยอะขึ้น ขนาดคนยังกินไม่อิ่ม จะเอาอาหารที่ใดมาให้พวกมัน”
หลี่อันหรานละสายตาจากพวกปลาแล้วเดินไปหาเสิ่นอิ๋นหวนด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ ข้ากำลังคิดหาหนทางที่จะนำปลาพวกนี้ไปเลี้ยงข้างนอกอยู่ ท่านช่วยอดทนไปก่อน ส่วนเื่อาหารของปลา ข้าจะคิดหาวิธีเองเ้าค่ะ”
“เ้าจะคิดหาวิธีเอง? เ้ามีวิธีมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ?”
หลี่อันหรานชะงักเล็กน้อย “พรุ่งนี้ข้าจะเข้าไปในตัวเมือง นำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดไปส่งเพิ่มอีก ่นี้ขายดีมาก เงินที่ได้มากเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของพวกเราแล้ว นอกจากนี้ยังเหลืออีกบางส่วน ดังนั้น…”
เสิ่นอิ๋นหวนตัดบทนางอย่างหงุดหงิด “แม่รู้ว่าตอนนี้เ้าเก่ง รู้จักหาเงินเองได้ แต่ว่า…” ประกายเ็ปใจเคลื่อนผ่านแววตาของเสิ่นอิ๋นหวน นางประคองใบหน้าที่ผอมซูบลงมากของลูกสาว สายตาอดหยุดมองที่รอยแผลเป็ไม่ได้ “เ้าทำงานทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง แม่เห็นเ้าทำงานจนค่ำทุกวัน แม่เป็ห่วงสุขภาพเ้านะ เ้ายังอายุน้อย”
ดวงตานางมีน้ำตาคลอหน่วย แต่ต้องหันไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้หลี่อันหรานเห็น
หลี่อันหรานย่นคิ้วร้องเรียกแม่เสียงเบา พยายามเอ่ยปลอบประโลมมารดา “ข้าไม่เป็ไร”
“แม่ช่วยงานเ้าได้ พร้อมช่วยทุกอย่าง แม่ห่วงว่าหากทั้งครอบครัวเราเอาแต่หวังพึ่งเ้าคนเดียว เ้าจะเหนื่อยเกินไป แม่ลำบากหน่อยก็ไม่เป็ไร แต่หากเ้าเป็อันใดขึ้นมา เ้าจะให้แม่ทำอย่างไร?” เสิ่นอิ๋นหวนพูดเสียงสะอื้น
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านไม่ต้องเป็ห่วง อีกอย่างไม่นานน้องชายน้องสาวก็โตแล้ว ถึงยามนั้นความเป็อยู่ของพวกเราจะดีขึ้นกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนนี้ความเป็อยู่ของพวกเราเปลี่ยนไปจากเดิมมากแล้ว ข้ามีเงินที่ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเราอิ่มท้องได้ แต่ยังมีเงินเหลือให้ไปทำอย่างอื่นด้วย ต้องไม่เป็อะไรแน่เ้าค่ะ”
เสิ่นอิ๋นหวนถอนหายใจยาวๆ หลังจากฟังจบและกลับมาคุยประเด็นหลัก “เช่นนั้นเ้าวางแผนจะเลี้ยงปลาพวกนี้อย่างไร ถึงแม้แม่จะยอมลำบากโดยการไม่ซักผ้าในกะละมังได้ แต่ปลาพวกนี้ก็ไม่อาจอยู่ในกะละมังตลอดไปอยู่ดี”
บอกตามตรง นี่เป็ปัญหาที่หลี่อันหรานคิดไม่ตกใน่ที่ผ่านมาเช่นกัน “ข้านึกออกอยู่หนึ่งวิธี ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ ตั้งใจว่าจะลองทดลองดูก่อน แต่ข้า้าแรงงานหนึ่งคนมาช่วยข้าทำงาน”
เสิ่นอิ๋นหวนชะงัก “แม่ช่วยเ้าเอง”
จังหวะนี้เอง เจียงเฉิงกลับมาจากข้างนอกพอดี ในมือถือผลไม้ป่ามาจำนวนหนึ่ง ่นี้เขามักออกไปเก็บผลไม้ป่าจากป่าใกล้ๆ กลับมา ทำเอาน้องชายน้องสาวกลายเป็คนตะกละหมดแล้ว
ใบหน้าหลี่อันหรานปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายทันที “ไม่ต้องเ้าค่ะท่านแม่ ข้ามีคนช่วยแล้ว” นางพูดจบแล้วเดินออกจากห้อง เห็นเจียงเฉิงที่นำผลไม้ป่าไปไว้ที่ครัวเงยหน้ามองมาทางตัวเองพอดี
หลี่อันหรานสบตาเขาตอบและเดินไปหาด้วยรอยยิ้ม “ไปเก็บผลไม้ป่ามาอีกแล้วหรือ ่นี้น้องชายน้องสาวกินจนติดใจหมดแล้ว หากวันหน้าไม่มีให้กินอีก ไม่รู้ว่าพวกเขาจะคิดถึงท่านเพียงใด”
เจียงเฉิงนิ่งงันไปเล็กน้อยเมื่อได้ยิน
หลี่อันหรานเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขาเช่นกัน นางจึงรีบเปลี่ยนเื่คุย “ข้าคิดออกแล้วว่าจะเลี้ยงปลาพวกนั้นอย่างไร แต่ข้า้าคนช่วยออกแรง”
เจียงเฉิงตอบรับทันที “้าสิ่งใด เ้าบอกมาได้เลย”
นางรู้อยู่แล้วว่าเขาจะตอบตกลง จากนั้นนางจึงพาเขาไปยังพื้นที่ว่างนอกรั้วบ้านและเริ่มคุยถึงแผนการของตัวเอง “ข้าวางแผนไว้ว่าจะขุดหลุมขนาดใหญ่ที่นี่เพื่อทำเป็บ่อปลา หากฤดูร้อนมีฝนตก น้ำฝนก็สามารถไหลจากเนินเขาลงมาที่นี่ได้”
“หากน้ำแล้งจะทำอย่างไร?” เขาอดถามขึ้นมาไม่ได้
“จากการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาหลายปี สภาพอากาศที่นี่เรียกได้ว่าน่าพึงพอใจ ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำแล้ง ไม่จำเป็ต้องกังวลมากเกินไปนัก”
“เช่นนั้นน้ำที่ซึมลงไปในดินล่ะ? บ่อน้ำขนาดเล็กเทียบกับทะเลสาบไม่ได้หรอกนะ” เจียงเฉิงเอ่ยถามต่อ
หลี่อันหรานเผยยิ้ม “ข้าต้องคำนึงเื่นี้มาแล้ว ถึงแม้บ้านข้าจะอยู่ห่างจากทะเลสาบไม่ไกล แต่หากจะให้นำปลาไปเลี้ยงที่ทะเลสาบ ข้ากลัวว่าจะมีผู้ไม่หวังดีมาขโมยไป ด้วยเหตุนี้จึงวางแผนไว้ว่าจะทำบ่อปลาไว้ใกล้บ้าน ขนาดใน่เริ่มแรกไม่ต้องใหญ่มากและไม่จำเป็ต้องใหญ่ ส่วนเื่น้ำซึมที่ท่านพูดถึง ข้าคิดมาแล้วว่าจะปูวัสดุกันซึมไว้ที่ก้นบ่อ มันจะเป็ประโยชน์มาก”
หลี่อันหรานพูดศัพท์ใหม่ออกมาหลายคำ เจียงเฉิงฟังแล้วงุนงงเป็ไก่ตาแตก เขายิ่งฟังนางเล่าแผนการของตัวเองให้เขาฟังโดยละเอียดก็ยิ่งสับสน สุดท้ายกลายเป็ไม่เข้าใจว่าวิธีของนางคืออย่างไรกันแน่
หลี่อันหรานเห็นเขานิ่งเงียบและไม่ถามอะไรอีกก็ยิ้มแล้วว่า “ขออภัย ข้าพูดมากเกินไปแล้ว”
เขาสงสัยเหลือเกินว่านางไปเอาความคิดแปลกๆ เยอะแยะขนาดนี้มาจากที่ใด นอกจากนี้ คำพูดและอากัปกิริยาของนางเมื่อครู่ก็ไม่เหมือนคนท้องที่แม้แต่น้อย มันให้ความรู้สึกเหมือนว่านางมีปัญหาทางจิตด้วยซ้ำ
หลี่อันหรานไม่สนใจสายตาแปลกๆ ของเขา นางเท้าเอวมองพื้นดินที่ยังคงเป็พื้นที่ราบเรียบพร้อมกับพูดด้วยสีหน้าใฝ่ฝัน “หากวิธีนี้ได้ผล ต่อไปพวกเราดำรงชีพด้วยการขายเต้าเจี้ยวเผ็ด น้ำพริก และปลาก็พอแล้ว”
เจียงเฉิงหวนนึกถึงเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกของนางขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน นางสามารถนำของที่มีพิษมาทำเป็อาหารที่คนกินได้ อีกทั้งยังสามารถหาเงินมาค้ำจุนครอบครัวตัวเองจากสิ่งนี้
นี่ทำให้เขาอดรู้สึกสงสัยและนับถือในตัวสตรีร่างบอบบางคนนี้ไม่ได้
“ข้าไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเ้าวางแผนอย่างไร แต่เ้าแค่บอกมาว่าข้าต้องทำอย่างไรก็พอ” เขายิ้มให้นาง ใบหน้าที่เคยราบเรียบดูอ่อนโยนขึ้นมาหลายส่วน
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันถึงแผนการในอนาคตของหลี่อันหรานอยู่ที่พื้นหญ้าหลังบ้าน ในบ้านก็ได้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งมาเยือน เสิ่นอิ๋นหวนคิดว่าตัวเองตาฝาดตอนที่เห็นคนผู้นี้
หลังจากแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด นางรีบวางตะกร้าสานและเดินไปเปิดประตูทันที “พี่สะใภ้รอง ท่านมาได้อย่างไร!”
เหอชุนฮวากวาดตามองนางอย่างเหยียดหยาม หลังจากที่นางเปิดประตูให้และเดินเข้ามาแล้วก็ทำการกวาดสายตามองรอบด้านทันที “เ้าอยู่บ้านคนเดียวหรือ? พวกลูกๆ ล่ะ?”
“พี่สะใภ้รอง อันหรานไปธุระข้างนอก ส่วนน้องชายน้องสาวออกไปเที่ยวเล่น มีข้าอยู่บ้านแค่คนเดียว ท่านมีธุระอะไรหรือ?” เสิ่นอิ๋นหวนดูจะหวาดกลัวพี่สะใภ้รองคนนี้มาก ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรมาก็รับปากอย่างเดียว ถึงแม้ในใจจะไม่พอใจมากแต่ก็ไม่กล้าตอบโต้
คงจริงดังที่หลี่อันหรานว่า นางคงเคยชินกับนิสัยแบบนี้ไปแล้ว เคยชินกับการเป็ทาส
เสิ่นอิ๋นหวนกังวลใจว่าเหอชุนฮวาจะมาเอาเครื่องมือชิ้นนั้น ก่อนหน้านี้หลี่เยวี่ยซือมาทวงคืนแต่ไม่สำเร็จเพราะมีหลี่อันหรานอยู่ เกรงว่าวันนี้คงมาเพื่อเครื่องมือชิ้นนั้นเช่นกัน หากนางเอ่ยปากทวงขึ้นมา เสิ่นอิ๋นหวนไม่กล้าไม่คืนให้ แต่หากให้ไป นางก็ไม่รู้อีกว่าจะอธิบายกับหลี่อันหรานอย่างไร
