สามวันต่อมา งานเลี้ยงเหมยฮวาก็จัดขึ้นตามกำหนด
สวนหลวงเหมยฮวาในเขตชานเมืองเต็มไปด้วยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ดอกเหมยบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะ เต็มไปด้วยสีแดงและสีชมพู จากระยะไกลดูเหมือนทะเลดอกไม้ ราวกับภาพในฝันอย่างมาก
ดอกเหมยปีนี้บานเร็วมากและบานสะพรั่งเป็พิเศษ
ท่ามกลางทะเลดอกเหมย งานเลี้ยงได้ถูกจัดขึ้น องค์หญิงฉางผิงและไท่จื่อหลงเทียนโม่นั่งบนที่นั่งหลัก คนหนึ่งอยู่ทางซ้ายและอีกคนหนึ่งอยู่ทางขวา คนแรกทางซ้ายของไท่จื่อคือองค์หญิงหรงเล่อแห่งซีโจว ตวนมู่เหยา
แม้ว่าจะมีคนที่มีชื่อเสียงและสง่างามมากมายเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็สตรี เดิมทีหลงเทียนโม่ไม่้ามา แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อคืนนี้เขาได้รับคำสั่งจากเสด็จพ่อให้มากับเขา
หลายวันก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าใครแพร่ข่าวลือว่าเสด็จอาฉินอ๋องอยู่กับองค์หญิงหรงเล่อตลอดเวลา แต่ดูเหมือนว่าข่าวลือจะเป็เท็จ
ความโเี้ของตระกูลฮ่องเต้ถือเป็ที่สุด สตรีในราชวงศ์ ไม่ว่าจะเป็ภรรยาหรือนางบำเรอ ต่างถูกใช้เป็เครื่องมือทั้งนั้นไม่ใช่หรือ? เวลาที่มีประโยชน์ก็ถูกยกย่องขึ้น์ เวลาที่ไร้ประโยชน์ก็ถูกโยนทิ้งเหมือนรองเท้า นับประสาอะไรกับสตรีของไท่จื่อท่านนี้ล่ะ?
ถ้าตวนมู่เหยา้าอภิเษกกับเขา เขาก็จะอภิเษกทันทีโดยไม่ทันแม้แต่จะกะพริบตา น่าเสียดายที่ทุกคนรู้ว่าหัวใจของตวนมู่เหยาอยู่กับฉินอ๋อง
แม้ว่าซีโจวและเทียนหนิงจะเป็พันธมิตรกันผ่านการอภิเษก แต่พวกเขาต่างก็มีแผนการของตัวเอง เสด็จพ่อหวังเป็อย่างยิ่งว่าองค์หญิงหรงเล่อจะอภิเษกโดยเร็วที่สุด และทั้งสองอาณาจักรสามารถร่วมมือกันต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันกองกำลังชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อที่จะบรรลุเป็มติเป็เอกฉันท์โดยเร็วที่สุด
ทว่าก็ช่วยไม่ได้ ฮ่องเต้แห่งซีโจวกลับพูดไปแล้วว่า้าให้องค์หญิงหรงเล่อมาหาสามีด้วยตนเองและอภิเษกด้วย
สามีที่นาง้า จะเป็ใครไปได้อีกนอกจากเสด็จอาฉินอ๋อง?
เพียงแต่ความลับนี้ตวนมู่เหยาไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณชนเลยจนถึงวันนี้ และไม่มีใครกล้าคาดเดาทัศนคติของเสด็จอาฉินฮ่อง ดังนั้นเื่จึงถูกยืดเยื้อมาเช่นนี้
“เหยาเหยา ลองชิมชาดอกเหมยนี้ดูสิ มีเฉพาะในเทียนหนิงเท่านั้นเลยนะ”
หลงเทียนโม่หาหัวข้อนี้มาพูดคุยกับนางและเรียกนางว่า “เหยาเหยา” เพื่อลดระยะห่างระหว่างพวกเขา แต่ใครจะรู้ว่าตวนมู่เหยากลับไม่มองหน้าเขาและพูดว่า “ไท่จื่อ” อย่างรักษาระยะห่าง “ไท่จื่อ โปรดเรียกข้าว่าหรงเล่อจะเหมาะสมกว่า?”
ความหงุดหงิดฉายวาบในดวงตาของหลงเทียนโม่ ทว่าเขาก็ซ่อนมันไว้เป็อย่างดี
สตรีผู้นี้งดงามอย่างมาก จริงอยู่ที่เก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๋น แต่จริงๆ แล้วจากก้นบึ้งของหัวใจเขาไม่ชอบสตรีผู้นี้ ถ้าไม่ใช่เพราะนางเป็องค์หญิงแห่งซีโจว เขาเองก็ไม่แม้แต่จะมองนางเช่นกัน
แม้จะโกรธ แต่น้ำเสียงของหลงเทียนโม่ก็ยังอ่อนโยน “ได้ยินมาว่าเสด็จอาฉินอ๋องจะเดินทางไปต่างถิ่นในปีหน้า องค์หญิงหรงเล่อรู้หรือไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ตวนมู่เหยาก็มองตรงมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความใ
นางไม่ได้กลับไปกับท่านพี่เพื่อจะอยู่ฉลองปีใหม่ที่เทียนหนิง โดยหวังว่าปีหน้าจะหาทางอภิเษกให้ได้ แต่นางไม่คิดว่าศิษย์พี่ของนางจะออกเดินทาง!
ฮ่องเต้เทียนฮุยแอบสัญญากับนางว่านางจะได้สามีที่นางพอใจ คำพูดนี้เชื่อถือไม่ได้หรือ?
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของตวนมู่เหยาแล้ว หลงเทียนโม่ก็พอใจอย่างมาก
“ดูเหมือนองค์หญิงหรงเล่อคงยังไม่รู้เื่นี้ เห็นแบบนี้แล้วคงต้องรอให้เสด็จอาหญิงฉินหวังเฟยมาก่อน แล้วค่อยไปถามนางก็แล้วกัน” เขาพูดพลางจิบชาและไม่ได้สนทนาอะไรมาก
อย่างไรก็ตาม สีหน้าของตวนมู่เหยากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! หานอวิ๋นซี? หานอวิ๋นซีรู้ว่าศิษย์พี่ของเขาจะไปที่ไหนอย่างนั้นหรือ? เป็ไปได้อย่างไร?
เวลานี้ ผู้ได้รับเชิญส่วนใหญ่มาถึงแล้วและกำลังจับกลุ่มสองสามคนสนทนากัน แน่นอนว่า ผู้ที่ทุกคนต่างพูดถึงกันมากที่สุดคือหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีจะมาอย่างนั้นหรือ?
งานเลี้ยงเหมยฮวาไม่ได้เป็เพียงโอกาสในการแข่งขันในด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็โอกาสในการแข่งขันความสามารถอีกด้วย สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลของหานอวิ๋นซีนั้น โดยพื้นฐานนางไม่มีเพื่อนสนิทในแวดวงนี้เลยสักคนเดียว ส่วนความสามารถ...นั่นคือจุดเด่นที่สุดของวันนี้!
หานอวิ๋นซีเป็แค่บุตรสาวของสามัญชนผู้หนึ่ง ตระกูลแพทย์จะเทียบกับราชวงศ์ได้อย่างไร?
ยิ่งกว่านั้นนางไม่ได้รับความรักมาั้แ่เด็กและไม่ได้รับการฝึกฝนใดๆ จะไปมีพร์อะไรได้? นางต้องมีความมั่นใจขนาดไหนที่จะมาเข้าร่วมงานเลี้ยงเหมยฮวา? งานเลี้ยงเหมยฮวาไม่ง่ายเหมือนการมาทานอาหาร พูดคุย และเพลิดเพลินกับดอกไม้
ว่ากันว่าหลายคนทั้งในและนอกวังพนันกันว่าหานอวิ๋นซีจะกล้ามาร่วมงานในวันนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงกระซิบ ขันทีก็ประกาศเสียงดังว่า “ฉินหวังเฟยเสด็จแล้ว...คุณหนูหว่านหรูมาถึงแล้ว...”
มาอย่างนั้นหรือ?
นางกล้ามาจริงๆ หรือ?
ทันใดนั้นทุกคนก็มองตามเสียงไป และเห็นว่าหานอวิ๋นซีสวมชุดสีขาวราวกับหิมะที่สวยงามและประณีต ทั้งตัวเป็สีขาวและมีเพียงเข็มขัดดอกเหมยและหยกประดับรอบเอว ชุดกระโปรงสีขาวและหยกแดง ช่างเป็การจับคู่ที่เรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกตื่นตา ฆ่าสตรีที่แต่งตัวหรูหราในที่แห่งนี้ทั้งหมด
แน่นอน มู่หรงหว่านหรูที่เดินข้างนางก็ดับเช่นกัน
เนื่องจากสถานะของหานอวิ๋นซี ทุกคนต้องยืนขึ้นเพื่อทักทายแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม อย่างไรก็ตาม ตวนมู่เหยากลับนั่งอย่างสงบและสามารถเห็นได้ชัดในหมู่คนที่ยืนอยู่
เมื่อหานอวิ๋นซีเข้ามาใกล้ จึงจะยืนขึ้นอย่างเกียจคร้านโดยไม่แม้แต่จะเรียกนาง “ไม่เจอกันนานเลยนะ”
นางเกลียดการเรียกนางว่าหวังเฟย และที่เกลียดยิ่งไปกว่านั้นคือการเรียกนางว่า “ฉินหวังเฟย”!
แทนที่จะโกรธ หานอวิ๋นซีกลับยิ้มอย่างเป็มิตร “องค์หญิงหรงเล่อมาที่นี่ก็หลายวันแล้ว ข้านึกว่าศิษย์พี่ของเ้าจะพาเ้ามาที่บ้านเพื่อดื่มชา ใครจะรู้ว่ารอแล้วรอเล่าเ้าก็ไม่มา”
ทันใดนั้น นางก็แสร้งทำตัวเป็นายหญิงของบ้านและพูดว่า “เช่นนั้น หลังจากงานเลี้ยงนี้จบลง กลับไปกับข้าสิ ไปดื่มชาที่จวนของเรากัน”
นางไม่สนใจว่าตวนมู่เหยาจะได้อภิเษกกับฉินอ๋องจริงหรือไม่? แล้วก็ไม่สนใจว่าทัศนคติของหลงเฟยเยี่ยจะเป็อย่างไรด้วย
อย่างไรก็ตาม นางตั้งใจแน่วแน่ ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากจะรังแกนางหรือ้าทำให้นางขายหน้า มันไม่มีทางเด็ดขาด!
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา มือของตวนมู่เหยาในแขนเสื้อก็กำหมัดแน่น คำพูดของหานอวิ๋นซีแทงใจดำนางอย่างไม่ต้องสงสัย นางรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหนในหัวใจของฉินอ๋อง ในวันนั้นที่เขาไปเป็เพื่อน ก็เป็เพราะการบีบบังคับจากฮ่องเต้เทียนฮุยก็เท่านั้น
วันนั้นทั้งวัน ศิษย์พี่พูดกับนางไม่เกินห้าประโยค!
“ตกลง วันหลังข้าจะไปเล่นกับศิษย์พี่แน่นอน!” ตวนมู่เหยาตอบด้วยความอดกลั้น พลางคิดว่า หานอวิ๋นซี เ้าอย่าชะล่าใจไปหน่อยเลย เ้าคอยดูก็แล้วกัน!
หานอวิ๋นซีนั่งลงระหว่างตวนมู่เหยาและหลงเทียนโม่ ส่วนมู่หรงหว่านหรูนั้น นางไม่ได้มีสถานะสูงส่งขนาดนั้น จึงได้แต่นั่งที่ด้านล่าง
องค์หญิงฉางผิงนิ่งเงียบตลอดเวลา นางเหลือบมองหานอวิ๋นซีเป็ครั้งคราวและเย้ยหยันอยู่ในใจ งานเลี้ยงของนางในวันนี้ก็เพื่อหานอวิ๋นซีทั้งหมด!
หานอวิ๋นซีจะต้องเป็ตัวเอกอย่างแน่นอน แต่ต้องเป็ตัวเอกที่แสดงความอัปลักษณ์ออกมา!
เมื่อเทียบกับองค์หญิงฉางผิงแล้ว ไท่จื่อหลงเทียนโม่นั้นสุภาพกว่ามาก ทันทีที่หานอวิ๋นซีนั่งลง เขาก็พูดว่า “เสด็จอาหญิงฉิน ได้ยินมาว่าเสด็จอาฉินจะออกเดินทางไปต่างแดนทางในปีหน้าอย่างนั้นหรือ?”
เสียงของเขาไม่ดัง แต่ก็ดังพอที่ตวนมู่เหยาที่อยู่ข้างๆ จะได้ยิน และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาทำมันอย่างตั้งใจ แม้ว่าจะไม่ชอบ แต่เขาก็ยัง้าที่จะเอาชนะตวนมู่เหยา และหาก้าเอาชนะตวนมู่เหยา ก็ต้องทำให้นางยอมแพ้ต่อฉินอ๋องก่อน..
หานอวิ๋นซีไม่คาดคิดว่าจู่ๆ หลงเทียนโม่จะถามนางเกี่ยวกับหลงเฟยเยี่ย และเื่นี้ นางเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกัน อันที่จริง นางรู้เื่เกี่ยวกับเขาน้อยกว่าคนอื่นเสียอีก
ขณะที่กำลังจะตอบตามความเป็จริง ก็เหลือบไปเห็นตวนมู่เหยาที่จ้องมองอย่างไม่เป็มิตร
หานอวิ๋นซียอมรับว่าตนเองนิสัยไม่ดี นางจึงพูดไปโดยไม่ได้คิดว่า “ท่านไปฟังมาจากไหน เื่นี้ฉินอ๋องเคยบอกแค่ข้าเท่านั้น”
หลงเทียนโม่พูดด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าข้าได้ยินมาจากเสด็จพ่อ”
ฮ่องเต้เทียนฮุย!
ตวนมู่เหยาหรี่ตาทั้งสองลง ฮ่องเต้เทียนฮุยรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังจะจากไป ทำไมถึงไม่บอกนางสักคำล่ะ? น่าเกลียดสิ้นดี!
“เสด็จอาหญิงฉิน เสด็จอาวางแผนจะไปที่ไหนหรือ? แล้วไปนานแค่ไหน?” หลงเทียนโม่ถามอีกครั้ง
“ท่านไปถามเสด็จพ่อของท่านสิ” หานอวิ๋นซีตอบอย่างสบายๆ
“เสด็จพ่อเองก็ไม่ทราบแน่ชัด ดังนั้น...ข้าเลยมาถามท่าน!” หลงเทียนโม่ลดเสียงลง
หานอวิ๋นซียิ้มด้วยใบหน้ามีเลศนัย “ความลับ!”
ความจริงแล้ว นางไม่รู้ว่าหลงโม่ถามเื่เหล่านี้ไปเพื่ออะไร แต่การได้เห็นใบหน้าของตวนมู่เหยาที่เศร้าหมองจนเกือบจะร้องไห้ออกมา ช่างทำให้นางมีความสุขเหลือเกิน
นางพบว่า ระหว่างตวนมู่เหยาและหลงเฟยเยี่ยดูเหมือนจะไม่สนิทกัน อย่างน้อย ตวนมู่เหยาก็เหมือนกับนางที่ไม่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังจะออกเดินทางในปีหน้า
เมื่อคิดถึงเื่นี้ อารมณ์ของหานอวิ๋นซีก็ดีขึ้นอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
ในขณะที่กำลังสนทนา เสียงประกาศดังของขันทีก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนอีกครั้ง
“จวนผิงเป่ยโหว คุณชายเช่อมาแล้ว...จวนผิงหนานโหว คุณชายมู่มาแล้ว!”
คุณชายทั้งสองท่านนี้ของผิงเป่ยโหวและผิงหนานโหว เป็ที่รู้จักกันในนามคุณชายทางเหนือและใต้ ชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร
จ่างซุนเช่อบุตรชายคนโตทางสายเืของผิงเฟ่ย เป็ที่รู้จักกันในชื่อคุณชายทางเหนือ สวมชุดสีขาวและถือพัดด้ามจิ้ว เป็คนมีเสน่ห์และอ่อนโยน เขาไม่เพียงมีชื่อเสียงในด้านความสามารถเท่านั้น แต่ยังมีนิสัยเ้าชู้อีกด้วย เขาจะเพิ่งอายุสิบแปดในปีนี้ ทว่ากลับมีอนุถึงสิบห้องแล้ว มีข่าวลือว่าเขาชี้นิ้วสั่งได้แม้กระทั่งอนุของบิดาตนเองด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าหน้าคนแต่นิสัยสัตว์ร้าย
หลี่มู่เกอบุตรชายทางสายเืของฟิงหนาน หรือที่รู้จักในชื่อคุณชายทางใต้ แต่งกายด้วยชุดสีม่วงและถือพัดด้ามจิ้ว มองไปแวบแรก เขาดูสะอาดสะอ้านเหมือนเทพที่ตกลงมาจาก์ อย่างไรก็ตาม หากดูดีๆ แล้ว จะเห็นได้ว่ามือของเขากรีดกรายเหมือนดอกบัว ก้าวย่างขึ้นบันไดนุ่มนวลยิ่งกว่าสตรี เป็ความลับที่เปิดเผยว่าเขาเป็พวกรักร่วมเพศ
การปรากฏตัวของคุณชายทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ทำให้เกิดความฮือฮาอย่างมาก ชายหนุ่มที่มีเสน่ห์และอ่อนโยนคือยาพิษของสตรี ในขณะที่ชายหนุ่มที่เหมือนสตรีคือเพื่อนที่ดีที่สุดของสตรี ความนิยมของคุณชายสองท่านนี้ยังคงสูงอยู่เสมอ
ครั้งนี้องค์หญิงฉางผิงเป็ผู้จัดงานเลี้ยง ได้เชิญชายหนุ่มมาอีกหลายคน แต่องค์หญิงฉางผิงไม่เคยติดต่อกับพวกเขาเลย ทำไมครั้งนี้นางถึงได้เชิญพวกเขามากันนะ?
องค์หญิงฉางผิงชำเลืองมองมู่หรงว่านหรูอย่างสนุกสนาน โดยไม่สนใจการสนทนาของทุกคน มู่หรงหว่านหรูส่งสายตากลับอย่างมีเลศนัย ทั้งสองคนเข้าใจกันดีราวกับว่ากำลังปิดบังความลับบางอย่างไว้
หานอวิ๋นซีเองก็งงงวยเช่นกัน ทันทีที่นางมองไปที่คุณชายทั้งสอง ก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่กลับบอกไม่ได้ว่ามันผิดปกติตรงไหน
ในไม่ช้า ทุกคนก็มารวมตัวกัน เพื่อเปิดงานเลี้ยง...
งานเลี้ยงเหมยฮวาปีนี้ มีชาดอกเหมยเป็หัวข้อหลัก มีขนมและเครื่องดื่มชามากมายคอยให้บริการ แต่น่าเสียดายที่ทุกคนกลับไม่มีกะจิตกะใจจะลิ้มรสมัน
เมื่อมองไปที่หานอวิ๋นซีซึ่งนั่งอยู่้า พวกนางก็เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ความเกลียดชังทุกประเภท ทั้งยังกระตือรือร้นที่จะทำให้หานอวิ๋นซีอับอายขายหน้า
บุตรสาวที่เกิดมาจากสามัญชนภูมิหลังต่ำต้อยกว่านาง แค่คำว่า “ฉินหวังเฟย” สามคำนั้น คิดไม่ถึงว่านางกล้าที่จะนั่งข้างบนนั้นอย่างสงบ
โอกาสของวันนี้มาถึงแล้ว พวกนาง้าเอาชนะสตรีผู้นี้ให้กลับคืนสู่ร่างเดิม ้าทำลายความเย่อหยิ่งที่ไร้เหตุผลของนาง ทำให้นางรู้ว่าต่อให้นางทำตัวเหมือนใหญ่โต แต่จริงๆ แล้วนางก็เป็แค่คนที่ไร้ประโยชน์เท่านั้น!
ก่อนที่องค์หญิงฉางผิงจะได้พูด ก็มีบางคนที่หมดความอดทน และคนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากบุตรสาวคนสุดท้องของซ่างชูกระทรวงขุนนาง น้องสาวของฮูหยินสวี่ นามว่าสวี่หยุนหรง
นางลุกขึ้นและพูดด้วยความเคารพว่า “องค์หญิง ปีนี้ดอกเหมยบานสะพรั่ง ทำไมเราไม่มาท่องบทกวีหย่งเหมยกันสักหน่อยล่ะ!”
บทกวีหย่งเหมย...
องค์หญิงฉางผิงที่กำลังรอให้ใครสักคนพูด นางจึงรู้สึกดีใจเป็อย่างยิ่งและลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น “คุณหนูสวี่สง่างามอย่างมาก นี่เป็ความคิดที่ดี!”
