“ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ แต่ที่มีรูปทรงแปลกตานั้น เพราะเรือนหลังนี้ ฮ่องเต้หวงฝ่ากวานได้ทรงสร้างพระราชทานให้กับองค์ชายหวงเฟยชวี่ ซึ่งถือเป็ต้นตระกูลที่สืบทอดกันมาหลายอายุคน เรือนรับรองหลังนี้ สร้างตามพระประสงค์ของราชบิดาสร้างเพื่อเป็ขวัญกำลังใจให้องค์ชายสาม ปกครองแคว้นเทียนกู่สืบไป แต่ยามนี้ทุกอย่างหาได้เป็เช่นนั้นไม่ เมื่อเวลาผันเปลี่ยนไป อำนาจเบ็ดเสร็จจึงขึ้นตรงกับวังหลวง ตระกูลหวงจึงหมดอำนาจลง เป็เพียงพ่อค้าแห่งแคว้นเทียนกู่เท่านั้นเ้าค่ะ” หลันฮวาได้ฟังดังนั้น จึงทอดสายตามองเรือนรับรองด้วยความชื่นชม ก่อนเฟ่ยกุ่ยจะพานางเดินเข้ามายังเรือนรับรองที่ว่า
เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาเท่านั้น หญิงสาวถึงกับเบิกตากว้าง เมื่อสิ่งของที่ตบแต่งล้วนเป็ของมีราคาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็แจกันเคลือบลายั หรือแม้แต่ภาพวาดแสนงดงามที่ติดตามผนัง
“ภาพนั้นผู้ใดกัน”
“ภาพนั้นคือฮ่องเต้หวงฝ่ากวาน” เมื่อได้ยินดังนั้นหลันฮวาจึงทอดสายตามองความยิ่งใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมายังเฟ่ยกุ่ยที่ยืนรับใช้อย่างอ่อนน้อม
“นายหญิงกับนายท่าน ดุมากฤาไม่” หลันฮวาหันซ้ายหันขวาและกระซิบถามสาวใช้ ก่อนเฟ่ยกุ่ยจะแย้มยิ้มออกมาแล้วส่ายศีรษะ
“หากผู้ใดกระทำผิด นายท่านก็จะลงโทษตามสมควร และยังปัจจุบันก็มีการลงโทษอยู่บ้าง...” เฟ่ยกุ่ยพูดจบ พลางชะงักเมื่อเห็นสีหน้าของหลันฮวา สาวใช้จึงเปลี่ยนเื่ในทันที
“ข้ารู้ว่าแม่นางยู่จิน อาจจะเกรงในบารมีของนายท่านและนายหญิงอยู่ แต่อย่าได้ห่วงเลยเ้าค่ะ...” ยังไม่ทันที่เฟ่ยกุ่ยพูดจบ หลันฮวาจึงนึกบางอย่างได้ จึงรีบเดินมาปิดประตูแล้วหันใบหน้าสวยมองตรงมายังหญิงรับใช้ด้วยสาตาบางอย่าง
“แม่นางปิดประตูทำไมฤาเ้าคะ” หญิงรับใช้เอ่ยท้วงขึ้น ก่อนเรียวแขนเล็ก จะโดนหลันฮวาดึงมายังมุมเก้าอี้ไม้ แล้วจับจ้องไปยังหญิงรับใช้
“แม่นางท่านจะทำอันใด” น้ำเสียงคล้ายกำลังใทำให้หลันฮวารีบใช้มือปิดปากนาง แล้วก้มกระซิบถามด้วยท่าทางจริงจัง
“อย่าได้ส่งเสียงไป...ข้าถามอะไรเ้าหน่อยได้ฤาไม่”
“อันใดฤาเ้าคะ” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้น
“นายท่านกับนายหญิง เคยบั่นคอคนฤาไม่” เมื่อได้ยินคำถามประหลาดนั้น ทำเอาเฟ่ยกุ่ยถึงกับเบิกตากว้างแล้วถอยออกจากหลันฮวาในทันที
“เหตุใดแม่นางจึงพูดเช่นนั้น นายหญิงกับนายท่านมีเมตตาอย่างมาก แม้สั่งโบยบ่าวไพร่อยู่บ้างก็จริง แต่ให้ถึงกับบั่นคอคนได้นั้นไม่มีทาง” เฟยกุ่ยรีบอธิบายด้วยท่าทีจริงจัง
“เ้าพูดจริงฤา” หลันฮวาถามย้ำ
“ข้าจะพูดปลดด้วยเหตุใดเ้าคะ นายท่านไม่เคยทำเช่นนั้นอย่างแน่นอนเ้าค่ะ” เมื่อหลันฮวาเห็นเฟ่ยกุ่ยยืนยันเช่นนั้น นางจึงพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตู แล้วหันมายิ้มให้เฟ่ยกุ่ย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ข้าเพียงล้อเล่นเ้าเท่านั้น หวังว่าจะไม่ถือโทษข้า” หลันฮวาพูดด้วยท่าทางเ้าเล่ห์
“ละ..ล้อเล่นฤาเ้าคะ” สาวใช้ถามด้วยความแปลกใจ ก่อนหลันฮวาจะแสดงท่าทีกลบเกลื่อน พลันเลื่อนมาจับมือเฟ่ยกุ่ยไว้แน่น
“อย่าถือโทษข้าเลย ข้าเป็พวกชอบแกล้งคน เมื่อครู่ข้าลืมตัวไปจึงแกล้งเ้าแรงไปหน่อย” เมื่อเฟ่ยกุ่ยเห็นรอยยิ้มของฝ่ายตรงข้าม จึงยอมเชื่อว่านางเพียงล้อเล่นจึงไม่ถือสา ก่อนจะพยักหน้ายิ้มรับแล้วขอตัวลากลับไปรับใช้นายหญิงต่อ ปล่อยให้หลันฮวา ดื่มด่ำอยู่กับเรือนรับรองอันแสนงดงามนั้นตามลำพัง
“ซีเหริน...เ้าทำไม่ถูกนัก นางเป็หญิง อย่างไรก็มีแต่เสีย ทางที่ดีเ้าพานางกลับไปดีกว่า แล้วข้าจะรีบไปสู่ของนางให้กับเ้าในภายหลังตามธรรมเนียม” หวงเฉิงเซ่อกล่าวเตือนบุตรชาย ด้วยท่าทีกังวลใจอย่างถึงที่สุด พร้อมกับอู่เจ๋อหันมองหวงซีเหรินด้วยความเป็ห่วง
“ที่ข้าพานางมายังจวนของเรา ข้าได้คิดทบทวนดีแล้ว หาได้ทำตามอำเภอใจ แม่นางยู่จินอาศัยอยู่เพียงผู้เดียว หาได้มีครอบครัวโอบอุ้มเหมือนเช่นผู้อื่น ได้โปรดท่านพ่อกับท่านแม่ช่วยเมตตานางด้วย”
“ไม่ใช่ว่าแม่จะรังเกียจหรืออะไร แต่หากผู้ใดรู้เข้า จะเสื่อมเสียไปถึงต้นตระกูลของเราเอาได้ เช่นนั้นแล้วเ้าตอบแม่มาที ว่าจะให้นางมาอยู่ในฐานะอันใด” หวงซีเหรินอึกอัก ก่อนจะหันไปยังอู่เจ๋อที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง
“เรียนนายหญิง แม่นางยู่จินเป็หญิงสามัญ มิได้มีตระกูลใหญ่โตอันใด นางเติบโตมาเพียงลำพังเท่านั้น หากนายหญิงกับนายท่านเมตตารับดูแลนาง ข้าคิดว่าคำครหาจากผู้ใหญ่ทางนั้นจะไม่ดังมาถึงตระกูลหวงอย่างแน่นอน” อู่เจ๋อพยายามอธิบาย ก่อนหวงเฉิงเซ่อ จะยกมือขึ้นกล่าวห้ามเพราะไม่เห็นด้วย
“ต่อให้แม่นางยู่จินไม่ใช่คนในตระกูลใหญ่โต หรือไม่มีพ่อแม่ดูแลปกป้อง ซีเหรินก็ใช้ข้ออ้างนี้ในการทำลายชื่อเสียงของนางมิได้ ทำตามที่ข้าบอก พานางกลับไปในที่ของนาง แล้วข้าสัญญาว่าจะทำตามธรรมเนียมให้ถูกต้อง” เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำยืนยันจากบิดาเช่นนั้น ถึงกับชะงักนิ่งพูดไม่ออก เพราะหลันฮวาอาศัยอยู่ในศาลเ้าร้าง มิได้มีหัวนอนปลายเท้าเป็หลักแหล่งแน่ชัด ก่อนไป๋เยี่ยนจะหรี่ตาแล้วขมวดคิ้วเมื่อนึกบางอย่างได้
“ซีเหริน เ้าเคยบอกว่าคนรักของเ้าอยู่ที่วังหลวง แล้วเหตุใดนางจึงมากับเ้าได้” ชายหนุ่มยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินมาจับมือมารดาไว้แน่น พลางทอดสายตาอ้อนวอนมองตรงไปยังไป๋เยี่ยน
