“ก็ใช่น่ะสิ เมื่อก่อนนี้หลี่อันหรานทำอะไรไม่เป็สักอย่างเช่นกัน ทว่าตอนนี้กลับทำเป็ไปเสียทุกอย่าง แล้วยังมีอีกเื่ เมื่อก่อนนางรู้อักษรเพียงไม่กี่คำ ผิดกับตอนนี้โดยสิ้นเชิง เื้ัต้องมีเงื่อนงำบางอย่างเป็แน่ ไม่แน่ว่าอาจเกี่ยวข้องกับท่านย่าของเ้าด้วยซ้ำไป เป็ไปได้ว่านางอาจถ่ายทอดสูตรลับบางอย่างให้กับบ้านสามโดยไม่บอกข้า”
แต่หลี่เยวี่ยซือกลับไม่คิดเช่นนั้น “ไม่ใช่กระมังเ้าคะ ปกติแล้วท่านย่าก็เข้าข้างท่านที่สุดมิใช่หรือ? ไม่ว่าท่านจะ้าสิ่งใดก็ยกให้เสมอ อีกอย่าง หากสกุลเรามีสูตรลับนี้อยู่จริง ท่านปู่ท่านย่าก็คงทำออกมาขายนานแล้ว ไม่เห็นต้องรอจนป่านนี้เลย”
แม้หลี่เยวี่ยซือจะเอ่ยดังนี้ แต่เหอชุนฮวายังคงรู้สึกว่ามีลับลมคมในอยู่ดี พอคิดจนตกแล้ว นางจึงลุกขึ้นยืน “ไม่ได้การ ข้าต้องไปหาป้าสะใภ้ใหญ่ของเ้า เื่นี้ต้องมีลับลมคมในอะไรแน่” โดยไม่รั้งรออะไรต่อ สิ้นเสียง นางก็เดินออกไปทันที
……
หวางเถาฮวาเห็นว่าเหอชุนฮวามาหาก็สังหรณ์ใจไม่ดีทันที
กระนั้นนางก็ยังเดินออกไปต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “น้องสะใภ้รองมีธุระอันใดหรือ?”
เหอชุนฮวาจับมือหวางเถาฮวาเดินเข้าด้านใน ปากก็ว่าไปด้วย “พี่สะใภ้ใหญ่ ข้ามีเื่จะคุยด้วยเ้าค่ะ พวกเราเข้าไปคุยด้านในเถิด”
ปกติแล้วทั้งสองคนสมคบคิดกันเป็ประจำ ถึงแม้ว่าหวางเถาฮวาจะไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับเหอชุนฮวาโดยสมบูรณ์ ทว่าพวกนางก็คอยร่วมมือกันเป็ครั้งคราว
หวางเถาฮวาเห็นเหอชุนฮวาทำตัวลับๆ ล่อๆ ก็ไม่สบายใจนัก “มีอะไรหรือ?”
เหอชุนฮวานั่งลง สายตาก็สอดส่องมองไปรอบๆ แล้วเอ่ยถาม “ในบ้านไม่มีผู้อื่นใช่หรือไม่?”
“โยวเล่อไปเล่นอยู่ข้างนอก มีข้าอยู่บ้านเพียงผู้เดียว เ้ามีอะไรก็ว่ามาเถิด จะทำตัวลับๆ ล่อๆ ทำอันใด”
“ความจริงก็ไม่ได้มีเื่สำคัญอะไรหรอกเ้าค่ะ เพียงแต่อยากมาคุยกับท่านก็เท่านั้น จริงสิ ตอนนี้กิจการของบ้านสามเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ พี่สะใภ้ใหญ่ไม่มีความคิดอะไรบ้างหรือเ้าคะ?”
หวางเถาฮวาได้ยินว่านางมาเพื่อเื่นั้นก็เบาเสียงลง “ข้าจะคิดอันใดได้กัน ตอนนี้แยกบ้านกันแล้ว ต่างคนต่างใช้ชีวิต”
“ท่านคิดว่าพวกนางคิดค้นเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกออกมาได้อย่างไร? หากไม่มีสูตรจะทำได้หรือ?”
หวางเถาฮวาไม่ค่อยเข้าใจความหมายแฝงในคำถามของนางนัก “แต่ถึงจะมีสูตร สูตรก็อยู่ในมือพวกนางมิใช่หรือ เกี่ยวอันใดกับพวกเรากัน ต่อให้อยากอิจฉาก็อิจฉาไม่ได้”
ครั้นได้ยินดังนั้น เหอชุนฮวาพลันกระชับมือนางแน่น “เช่นนั้นท่านเคยคิดหรือไม่ว่า ลำพังแค่เสิ่นอิ๋นหวนกับลูกสาวของนางจะคิดค้นสูตรเช่นนี้ได้หรือ? เสิ่นอิ๋นหวนแทบจะเลี้ยงลูกตัวเองไม่รอดด้วยซ้ำ หากนางมีความสามารถเช่นนี้อยู่จริงก็คงจะนำออกมานานแล้ว ไม่เห็นต้องรอจนป่านนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านก็รู้ว่าเมื่อก่อนหลี่อันหรานโง่เขลาและไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลัง ทว่าจู่ๆ นางกลับกลายเป็คนฉลาดขึ้นมา ซ้ำยังรู้หนังสือ ท่านไม่รู้สึกว่าเื่นี้มีเลศนัยเลยหรือ?”
หวางเถาฮวาฟังแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่หลายส่วน จึงพยักหน้ารับ “หากเ้าไม่พูด ข้าก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่พอเ้าพูดขึ้นมา ข้าก็รู้สึกว่าเป็ดังที่เ้าว่าจริงๆ เมื่อก่อนเสิ่นอิ๋นหวนทำอะไรไม่เป็ทั้งนั้น ส่วนหลี่อันหรานก็ยิ่งไร้ความรู้ ทั้งยังถูกข่มเหง หากไม่นับหน้าตาที่พอจะเรียกได้ว่าสะสวยแล้ว ข้าว่าครอบครัวพวกนางไม่มีอะไรดีสักอย่าง”
“ก็ใช่น่ะสิเ้าคะ แต่นี่อยู่ๆ พวกนางก็รู้จักทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ซ้ำยังดำเนินกิจการได้ดีปานนี้ ท่านคิดว่าหากไม่มีคนคอยชี้แนะและให้ความช่วยเหลือ พวกนางจะทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ?”
หวางเถาฮวาเริ่มเข้าใจเจตนาในการมาของเหอชุนฮวาขึ้นมาบ้างแล้ว “เช่นนั้นเ้าคิดว่าพวกนางทำได้อย่างไร?”
“ข้ามองว่าต้องมีสูตรในการทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดอยู่เป็แน่”
“แต่พวกนางไปเอาสูตรมาจากที่ใดกันล่ะ หากบอกว่าคิดค้นออกมาด้วยตัวเองก็คงไม่ใช่”
“ท่านลองตรองดูเถิดว่าผู้ใดเป็คนให้พวกนาง?” เหอชุนฮวาเลิกคิ้วพลางว่า ทั้งยังส่งสายตาเป็เชิงถาม
หวางเถาฮวาใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “หรือว่าจะมาจากฉางควนผู้นั้น? ก่อนที่เขาจะมา ความเป็อยู่ของครอบครัวของหลี่อันหรานไม่ได้ดีเท่าตอนนี้ ทว่าหลังจากที่เขามาถึง เขาก็คอยช่วยงานพวกนางอยู่ตลอด แต่ชายหนุ่มรูปหล่อแบบฉางควนจะไปชอบหญิงอัปลักษณ์แบบหลี่อันหรานได้อย่างไร? ที่สำคัญคือ ทั้งที่เขารู้แล้วว่านางต้องมลทินแต่ก็ยังไม่จากไป ข้าว่าเื้ัต้องมีอะไรเป็แน่”
เหอชุนฮวาไม่ค่อยพอใจนักที่หวางเถาฮวาดึงฉางควนเข้ามาเกี่ยว “ข้าว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเขา เพราะอย่าลืมว่าตัวฉางควนเองก็ตกระกำลำบากจนต้องมาอยู่ที่นี่เช่นกัน”
“ตอนนั้นคนในหมู่บ้านต่างก็รู้ว่าหลี่อันหรานเป็คนช่วยเขากลับมา หลายคนเห็นเองกับตา ถึงขั้นมีคนไปดูซากม้าของเขาในจุดที่เขาตกลงมาด้วยซ้ำ ตอนนี้ยังเหลือคราบเือยู่เลย”
หวางเถาฮวาฟังแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล “เช่นนั้นจะเป็ผู้ใดกัน?”
เหอชุนฮวาจึงค่อยๆ ลดเสียงลงต่ำ “ท่านคิดว่าจะมาจากท่านแม่สามีของพวกเราหรือไม่?”
หวางเถาฮวาเบิกตาโตด้วยความสนอกสนใจทันที “หากเป็เช่นนั้นจริง สูตรที่ท่านแม่ให้พวกนางไปก็ต้องมีส่วนของพวกเราด้วย ควรแบ่งกันสามคนอย่างยุติธรรม ไม่ใช่ให้พวกนางฝ่ายเดียว”
เหอชุนฮวาตบโต๊ะฉาดใหญ่ นี่เป็ปฏิกิริยาที่นาง้า “ถูกต้อง หากสูตรมาจากท่านแม่จริงก็ควรมีส่วนของพวกเราด้วย”
ถึงกระนั้น หวางเถาฮวายังคงถามต่ออย่างไม่มั่นใจนัก “แต่สูตรมาจากท่านแม่จริงหรือ? ข้ารู้สึกว่าท่านแม่ไม่ใช่คนแบบนั้น ที่สำคัญคือ หากสกุลเรามีสูตรอยู่จริงก็คงทำออกมาขายนานแล้ว มีหรือจะปล่อยให้ทั้งสกุลตกต่ำปานนี้”
ความจริงเหอชุนฮวาสงสัยในจุดนี้เช่นกัน แต่นางอยากเชื่อว่ามีสูตรลับอยู่จริงและนางฉางเป็ผู้มอบให้บ้านสามมากกว่า เช่นนี้นางกับหวางเถาฮวาจะได้ได้รับผลประโยชน์ ดีไม่ดีอาจได้รับสูตรมาด้วย
ทว่านางกลับตอบกลับไปว่า “พวกเราอย่าเพิ่งคิดเยอะขนาดนั้น หากท่านมีเวลา พวกเราไปคุยกับท่านแม่ด้วยกันเถิด หากเื่นี้เป็ความจริงจะได้ให้บ้านสามนำสูตรออกมาแบ่งให้เท่าเทียม”
ปกติแล้วเหอชุนฮวาประพฤติตนหยาบคายเป็ประจำ หวางเถาฮวาซึ่งฉลาดเฉลียวกว่าจึงใช้นางเป็เครื่องมือและคอยรอรับผลประโยชน์อยู่เป็ประจำ ครั้นเห็นเหอชุนฮวาเอ่ยชวนดังนี้จึงตอบตกลงทันที “ได้ พวกเราไปถามท่านแม่ด้วยกัน หากเื่นี้เป็ความจริงก็ควรให้บ้านสามนำสูตรออกมาแบ่งปัน”
ภายในใจนั้นนางเองก็หวังเช่นกันว่านี่จะเป็ความจริง เช่นนี้นางจะได้ทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ด บนโลกนี้ไม่มีผู้ใดไม่ชอบเงินอยู่แล้ว
สิ้นเสียง เหอชุนฮวาคว้ามือพี่สะใภ้ใหญ่ตนลุกขึ้นทันที “ไปกันเถิด ไปถามเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ”
หวางเถาฮวาไม่ปฏิเสธ นางตามเหอชุนฮวาไปยังบ้านของนางฉางอย่างไม่อิดออด
นางฉางเพิ่งจะนอนงีบไปครู่หนึ่ง ตอนนี้กำลังนั่งหลับตา ต่อมาได้ยินสาวใช้รายงานว่าสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองมาหา ข้อพิพาทเื่ที่ดินเพิ่งจะผ่านไปไม่นาน สองคนนี้ก็มาหาอีกแล้ว คงเพราะมีเื่อะไรบางอย่างแน่นอน
ตราบใดที่มีเหอชุนฮวาร่วมด้วย ต่อให้ไม่มีเื่ก็จะกลายเป็มีเื่ได้อยู่ดี
นางฉางอยากหาข้ออ้างมาปฏิเสธไม่ให้เข้าพบเหลือเกิน แต่นางยังไม่ทันจะหาข้ออ้างได้ ลูกสะใภ้ทั้งสองก็เดินเข้ามาแล้ว “ท่านแม่ ท่านตื่นหรือยังเ้าคะ?” เป็เหอชุนฮวาที่ะโเรียกเสียงโหวกเหวก
