เมื่อคำท้าสิ้นสุด เข็มเงินสามเล่มพลันโจมตีใส่ผนังรถม้าตามการเคลื่อนไหวของแขนนาง และพวกมันแทงทะลุผนังทุกเล่ม! ม้าที่เทียมรถร้องใ ด้วยความเร็วขนาดนี้ ด้วยความรุนแรงขนาดนี้ กระทั่งองครักษ์ชุดเทายังจับไม่ได้เลย!
“นายท่าน!” องครักษ์ลับสี่นายโผล่ออกมาคุ้มกันด้านหน้าของชายผู้นี้ทันที
ไป๋เซียงจู๋ยกยิ้ม บุรุษผู้นี้วางอำนาจไม่เบา มีองครักษ์ลับคอยคุ้มครองอย่างที่คาด ต่อไปนี้นางคงต้องหาองครักษ์ไว้ปกป้องตนในที่รโหฐานทุกเมื่อบ้างแล้ว
การข่มขวัญอย่างตรงไปตรงมานี้ทำให้ชายบนรถม้าหรี่ตาลงเล็กน้อย ภายในใจยิ่งรู้สึกอัศจรรย์เหลือแสน ทั่วทั้งแคว้นฉีนี้ยังไม่มีใครเคยกล้าข่มขวัญเขา นับประสาอะไรกับสตรีเอวบางร่างน้อยวาจาอวดดี!
น่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก
เขาเก็บความประหลาดใจบนใบหน้า โบกสะบัดชายแขนเสื้อยาวสีขาวปุยเมฆ ั์ตาฉายแววเ็า “ต่อให้เข็มเงินของเ้าของรวดเร็วปานใด เหล่าองครักษ์ของข้าก็เป็ยอดฝีมือชั้นหนึ่ง เ้าไม่กลัวการกระทำบุ่มบ่ามของตนจะทำให้หัวหลุดจากบ่าฉับพลันหรือ”
“หากคุณชายไม่หวงแหนชีวิตก็พนันกับข้าได้นะเ้าคะ ของเดิมพันคือชีวิตของพวกเรา ลองดูว่ากระบี่ขององครักษ์เหล่านี้เร็ว หรือว่าเข็มของข้าแม่นยำกว่า!”
ในอดีตชาติ ชีวิตที่อุทิศตนทำเพื่อเหยียนอี้เลี่ยจะแทบไม่เปรอะเปื้อนโลหิตเลยหรือ จะไม่เคยผ่านความยากลำบากใดเลยหรือ หากองครักษ์เพียงไม่กี่นายทำให้ตนอกสั่นขวัญแขวนได้ ไป๋เซียงจู๋จะล้างแค้นได้อย่างไร จะทำให้คนพวกนั้นชดใช้ความเ็ปในอดีตของนางเป็หลายเท่าได้อย่างไร
ดวงตาของบุรุษหลังม่านยากจะซุกซ่อนอาการตื่นตาตื่นใจเอาไว้ได้
ตนขึ้นเหนือล่องใต้ไปทั่ว เคยเจอสตรีมานับไม่ถ้วน มีทั้งรูปงาม มีทั้งฉลาดหลักแหลม มีทั้งเชี่ยวชาญการต่อสู้ มีทั้งอ่อนโยนดุจสายน้ำ มีทั้งหยิ่งทะนงจองหอง ทว่าไม่เคยพบเคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อน
เก่งกล้าสามารถถึงขนาดนี้ อหังการจนไม่แม้แต่จะประดิษฐ์กิริยาด้วยซ้ำ และนางยังกล้าข่มขู่เขาอย่างไม่กลัวตายเสียด้วย นางผยองโดยที่มีใจกล้าแกร่ง เป็ใจกล้าแกร่งที่ไม่กลัวกระทั่งความตาย
ขอถามสักคำว่ามีใครในโลกนี้ที่ไม่กลัวตาย ยิ่งไปกว่านั้นคนคนนี้เป็เพียงสตรีนางหนึ่งเท่านั้น
เมื่อคนคนหนึ่งไม่กลัวกระทั่งความตาย บนโลกนี้ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถสยบนางได้อีกแล้ว!
ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ !
“ขอบังอาจถามนามของแม่นางได้หรือไม่”
“ข้าแซ่ไป๋”
แซ่ไป๋? แซ่ไป๋มิใช่แซ่ที่คนใช้เยอะนัก แต่ที่มีสาวใช้ติดตามและแต่งกายไม่ธรรมดานั้นมีอยู่แค่สกุลเดียว เขาครุ่นคิดแล้วถามออกไป “คุณหนูไป๋ชิงโหรวแห่งจวนไป๋?”
ตู้เจวียนที่อยู่ข้างๆ กำลังจะชี้แจงด้วยความไม่พอใจ แต่กลับถูกไป๋เซียงจู๋ส่งสายตาห้ามไว้
ไป๋เซียงจู๋แสยะยิ้มเย็น ชายตามองอย่างผึ่งผาย จากนั้นจึงหันหลังจากไป “นามของข้า ภายภาคหน้าทั้งโลกจะได้รู้จักโดยทั่วกัน!”
ทุกคนรู้จักแต่ไป๋ชิงโหรวแห่งจวนไป๋ใช่หรือไม่ เช่นนั้นในชาตินี้ นางจะทำให้ชื่อไป๋เซียงจู๋ของตนเลื่องลือทั่วหล้าเอง!
ขณะมองแผ่นหลังอรชรของหญิงสาว ั์ตาของชายหนุ่มส่องประกายแปลกประหลาด
ชายหนุ่มชุดเทารอรับคำสั่ง “นายท่าน จะให้ส่งคนสะกดรอยตามนางหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ต้อง” ภายในรถม้า บุรุษงามสะท้านแผ่นดินหลับตาลงเล็กน้อย ทว่าริมฝีปากยกขึ้นเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ไร้เทียมทาน “หลังจากนี้จะได้พบกันอีกแน่นอน”
จวนไป๋แม้เป็วาณิชหลวง แต่่นี้กำลังเฟื่องฟู
หากมิใช่ไป๋ชิงโหรว ก็เป็อีกคนหนึ่งแล้วล่ะ...
เมื่อครู่มีลมพัดผ่าน เขาเห็นใบหน้าหลังผ้าคลุมบางเบาของนางชัดเจนแจ่มแจ้ง ใบหน้าที่โสภายิ่งเช่นนี้ ในขณะเดียวกันกลับสุขุม โอหัง และมั่นใจ ควบคุมทุกสิ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงความเยือกเย็นในดวงตาคู่งามนั้นที่ทำให้กระทั่งเขายังตกตะลึงด้วย
ทั้งที่เป็เพียงหญิงสาวที่ไม่มีแม้แต่แรงจับไก่ [1] กลับหยิ่งผยองถึงขนาดนี้ได้ บนโลกมีสตรีเช่นนี้อยู่น้อยนิด ช่างน่าสนใจนัก เขาถูกใจเข้าแล้ว
รถม้าเคลื่อนที่จากไปไกล
ั์ตาสงบนิ่งของไป๋เซียงจู๋ฉายแววกระแสความคิด
“คุณหนู เมื่อครู่ตอนองครักษ์ลับนั่นปรากฏ พวกเขามีตราหงส์ไฟประกาศิตติดตัว น่าจะเป็คนของราชวงศ์นะเ้าคะ” จู่ๆ ตู้เจวียนกลับเอ่ยขึ้นมาในเวลานี้
“โอ๊ะ? เ้าเห็นหรือ” ไป๋เซียงจู๋ประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะรอบคอบทีเดียว องครักษ์นั่นปรากฏตัวแค่ชั่วครู่ก็ถูกชายในรถม้าสั่งให้ถอยแล้ว การที่เด็กคนนี้สามารถสังเกตเห็นรายละเอียดนี่ได้แสดงว่านางมองคนไม่ผิดจริงๆ
ตราหงส์ไฟประกาศิตมีผู้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น มันเป็ตัวแทนขององค์ชายต่างสกุลผู้สูงศักดิ์ เฟิ่งเจาเกอ!
นางพอจะเดาออกั้แ่แรก เพียงแต่ยังไม่ค่อยแน่ใจ ทว่าตอนนี้ยิ่งเชื่อมั่นว่าใช่แล้ว
เฟิ่งเจาเกอ พระมาตุจฉาของเขาเป็ฮองเฮาองค์ปัจจุบันแห่งอาณาจักรต้าฉี หลังจากองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ ฮองเฮาทรงให้กำเนิดโอรสธิดาไม่ได้อีกต่อไป จึงรับเด็กคนหนึ่งจากสกุลเฟิ่งฝ่ายตนมาเป็พระราชโอรส ซึ่งก็คือเฟิ่งเจาเกอนั่นเอง
เขาถูกฮองเฮาเลี้ยงดูฟูมฟักดั่งลูกชายในไส้ และด้านสกุลเฟิ่งก็สงวนตำแหน่งทายาทในภริยาเอกไว้ให้เขาเสมอมา
เฟิ่งเจาเกอไม่ได้ดูผิดที่ผิดทางเหมือนบุตรบุญธรรมที่ถูกอุปการะคนอื่น ตรงกันข้าม เขาไม่เพียงแต่ทรงอำนาจในต้าฉี แม้แต่ในสกุลเฟิ่งแห่งต่างแคว้นเขาก็ถือครองฐานะรัชทายาท
ในอดีตชาติ เขาคนนี้คือหนึ่งในศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดของเหยียนอี้เลี่ย ชายคนนี้มีความสามารถรอบด้านน่าทึ่ง เหลี่ยมจัดร้ายกาจไม่ด้อยไปกว่านาง ชาติก่อนหากมิใช่เพราะนางใช้แผนนั้น ท้ายที่สุดผู้ครองราชบัลลังก์คงเป็เขา
ช่างบังเอิญเสียจริง เกิดใหม่มาพบกับสหายร่วมโลกเก่า ชาตินี้ดูท่าจะไม่ใช่ศัตรูอีกแล้ว อย่างดีอาจได้กลายเป็พันธมิตรกันด้วย
ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร เพียงแต่เฟิ่งเจาเกอผู้นี้มีนิสัยเ็า เข้าถึงตัวยากยิ่ง แล้วยังคาดเดาความรู้สึกนึกคิดไม่ได้ การจะใช้ประโยชน์จากเขาคงยากไม่เบา
นางจำได้เลือนรางว่าชาติก่อนเฟิ่งเจาเกอโอรสในนามของฮองเฮาคนนี้ไปยังแดนอสูรเพื่อฝึกวิชาหาความรู้ นึกไม่ถึงว่าแอบกลับเมืองเหลียงอย่างลับๆ ท่าทางเมืองหลวงจะมีนาฏกรรมแสนบันเทิงให้ชมอย่างต่อเนื่องแล้ว ในเมื่อชาตินี้นางถูกลิขิตให้ต้องกวนน้ำสระนี้จนกว่าจะขุ่นโดยเลี่ยงไม่ได้ จะดีกว่าหรือไม่หากขอความร่วมมือจากคนพวกนี้ทำให้ทั่วหล้าปั่นป่วนจนฟ้าพลิกแผ่นดินกลับเสียเลย!
----------------------------------------
สามวันถัดมา หออวิ๋นฉางส่งเสื้อผ้าอาภรณ์จำนวนหนึ่งมาให้
เสื้อผ้าตัดเย็บได้ไม่เลว แต่เครื่องประดับพวกนี้ไม่ค่อยเหมาะสมออกงาน
“คุณหนู นี่ไม่ใช่ปิ่นมุกปิ่นหยกที่พวกเราเลือกไว้ั้แ่แรก” ตู้เจวียนขมวดคิ้วนิ่วหน้าหลังจากเห็นเหล่าเครื่องประดับศีรษะที่สีสันไม่สวยงาม ฝีมือการทำและแบบก็แย่เหลือเกิน
คุณหนูจ่ายเงินสำหรับของจากหออวิ๋นฉางเอง ทว่านั่นไม่ใช่สำหรับเครื่องประดับ พวกมันถูกสั่งทำขึ้นและส่งมายังจวน จากนั้นก็แบ่งสรรโดยส่วนกลาง ตอนแรกนายหญิงรับสั่งไว้แล้ว บัดนี้เครื่องประดับทั้งหลายกลับออกมาเป็เช่นนี้ ถึงเวลาจะไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ของพระสนมกุ้ยเฟยอย่างไรเล่า
ไป๋เซียงจู๋มองเครื่องประดับสีหมองงานหยาบพวกนั้น มุมปากกระตุกรอยยิ้มหยัน
ท่านน้าสะใภ้คนดีกลัวนางจะ่ชิงความโดดเด่นไปจากน้องสาวน่ะสิ จึงขัดขวางนางด้วยวิธีนี้
“ข้ารู้”
“คุณหนูรู้แล้วยังอยู่เฉยแบบนี้อีก ไม่ได้นะเ้าคะ บ่าวจะไปอธิบายกับนายหญิงเดี๋ยวนี้”
อารมณ์โมโหของตู้เจวียนปะทุแล้ว กำลังจะนำเครื่องประดับสภาพชั้นเลวเ่าั้ไปพบฮูหยินเฒ่าทันที
“กลับมา!” ไป๋เซียงจู๋บีบนวดขมับตน เด็กคนนี้ฉลาดเฉลียว ทว่าควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ หุนหันพลันแล่นง่ายเกินไป
“คุณหนู” ตู้เจวียนกระทืบเท้าอย่างไม่เต็มใจ มองมายังไป๋เซียงจู๋ด้วยสีหน้ากระวนกระวายและจนปัญญา
คุณหนูมักเป็เช่นนี้เสมอ ไม่สู้รบตบมือ ก่อนหน้านี้บอกว่าจะชิงทุกอย่างคืนมา แต่ตอนนี้คนอื่นเขาข่มเหงรังแกถึงตัวแล้ว ไฉนจึงทำเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับตน นางในฐานะสาวใช้ร้อนใจแทบตายแล้ว
“ในเมื่อท่านน้าทำถึงขนาดนี้ นางย่อมเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ ไม่กลัวว่าพวกเราจะไปฟ้องท่านยายแน่ อีกอย่างนะ ท่านยายอายุอานามไม่น้อยแล้ว ข้าไม่้าให้ท่านเดือดเนื้อร้อนใจเพื่อข้าไปเสียทุกเื่”
“แต่คุณหนูเ้าคะ...” ตู้เจวียนยังคงรู้สึกไม่อยากยอมจำนน
ขณะตู้เจวียนกำลังจะพูดบางอย่าง สี่เชวี่ยสาวใช้เบ็ดเตล็ดนอกเรือนกลับถือกล่องใบหนึ่งเข้ามา
เชิงอรรถ
[1]手无缚鸡之力 ไม่มีแม้แต่แรงจับไก่ หมายถึง บอบบาง พละกำลังน้อยมาก
