อวี้ิหย่งเห็นโม่เสวี่ยิ่เป็สตรีคนหนึ่ง ทั้งยังร้องไห้ดูน่าสงสาร นึกได้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็ธิดาของขุนนางขั้นสาม ส่วนครอบครัวของตนเองก็ได้ดีเพราะพี่สาวได้รับความโปรดปรานในวังหลวง หากไม่ล่วงเกินได้ย่อมเป็การดีที่สุด คนงามมีเป็ร้อยพัน ไยต้องมาเอาเื่กับสตรีคนหนึ่ง หากปล่อยนางไปตนเองก็ไม่เสียหายอันใด ไม่ต้องตกเป็ที่ครหานินทา และยังแสดงถึงความเป็คนใจกว้าง
แต่คู่ต่อสู้อย่างหลี่โย่วโม่ย่อมต่างกัน คนผู้นี้เป็หาใช่คนที่ต่อกรได้ง่าย
หลี่โย่วโม่ปฏิบัติต่อสตรีผู้นี้แตกต่างจากผู้อื่น เขากำลังช่วยนาง? ความคิดนี้ผุดขึ้นในสมองกะทันหัน หลี่โย่วโม่กำลังข่มขู่ตนเอง สองความคิดนี้ปรากฏขึ้นในความคิด เดิมทียังนึกว่าจะยุติให้เื่เงียบไป แต่ยามนี้กลับเหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นมาในหัว
หลี่โย่วโม่กับสตรีผู้นี้ร่วมกันใส่ร้ายเขาว่ามีความสัมพันธ์กับสตรีในวังหลวง!
นางในคือผู้ใด? ไม่ต้องเอ่ยถึงพระสนมทั้งหลายเ่าั้ แค่นางกำนัลธรรมดาคนหนึ่งยังนับว่าเป็สตรีของจักรพรรดิ การลักลอบมีความสัมพันธ์กับนางในไม่เท่ากับเป็การสวมหมวกเขียวให้พระองค์หรอกหรือ ต่อให้พี่สาวจะเป็ที่โปรดปรานมากเพียงใด ไหนเลยจะปกป้องตนเองได้ คิดถึงจุดนี้อวี้ิหย่งก็โกรธจนคลั่ง
แม้ว่าหลี่โย่วโม่จะทำเหมือนไม่ได้นำพาอันใด แต่หางตาลอบมองสตรีผู้นั้นอยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนจะมีความห่วงใยอยู่หลายส่วน อวี้ิหย่งคือผู้ใด เป็ศัตรูคู่แค้นที่ขับเคี่ยวกันมานับครั้งไม่ถ้วน แค่เห็นอีกฝ่ายกระดิกนิ้วก็รู้แล้วว่าคิดสิ่งใดอยู่ ท่าทางแบบนี้...
หลี่โย่วโม่ต้องใส่ใจสตรีผู้นี้เป็พิเศษแน่!
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นในสมอง อวี้ิหย่งก็รู้สึกเริงรื่นขึ้นมาทันที อยู่ๆ ก็มีคนยื่นเท้ามาให้เหยียบ ไม่ต้องเปลืองแรงเลยสักนิด ปรกติมีแต่ตนเองที่เป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ คิดไม่ถึงว่าหลี่โย่วโม่ก็มีจุดอ่อนเช่นกัน วันนี้หากโจมตีสตรีตรงหน้าได้ก็เท่ากับโจมตีหลี่โย่วโม่ไปด้วยเช่นกัน ความคับแค้นที่สุมทรวงนับร้อยเื่ที่มีมาแต่หนหลัง ในที่สุดก็มีโอกาสได้สะสางเสียที
เมื่อคิดตกแล้วอวี้ิหย่งไหนเลยจะปล่อยโม่เสวี่ยิ่ไปง่ายๆ เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้เดิมทีก็ไม่มีสิ่งใดต้องละอายอยู่แล้ว ปรกติเื่ไร้เหตุผลตนเองยังสู้ถึงเจ็ดแปดส่วน ครั้นยืนอยู่บนความชอบธรรมเต็มตัวเขาย่อมไม่ยอมวางมือ ดวงตาสีนิลกลอกไปรอบหนึ่งขณะวางแผนการในใจ เมื่อหลี่โย่วโม่ใส่ใจสตรีผู้นี้ก็ทำลายชื่อเสียงของนางเสีย ดูซิว่าน้ำหน้าเขาจะแต่งสตรีที่ชื่อเสียงย่อยยับไปแล้วได้อย่างไร
“ฆ่าคนปิดปาก? หลี่โย่วโม่ เ้าเข้าใจผิดแล้วล่ะ ิหย่งแค่ดื่มมากไปหน่อย จึงเข้าไปพักผ่อนสักครู่ สตรีผู้นี้ต่างหากที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามานอนข้างกายผู้อื่นอย่างไร้ยางอาย ไฉนข้าจึงกลายเป็คนร้ายไปได้เล่า พอได้ยินว่ามีคนมานางก็รีบตะกายลุกขึ้น สงสัยคงเพิ่งจะเห็นชัดว่าเป็ข้า เลยคิดจะล้มโต๊ะ เอาแจกันตีหัวตนเองจนเือาบ แล้วก็มาพลิกลิ้นกลายเป็ว่าข้านัดหมายกับผู้อื่น เป็ไปได้ว่าคุณหนูผู้นี้คงนัดหมายกับผู้ใดไว้ แต่พอผิดฝาผิดตัว ด้วยสติปัญญาเฉลียวฉลาดจึงคิดวิธีนี้ขึ้นมากระมัง” อวี้ิหย่งมองโม่เสวี่ยิ่ด้วยสายตาเหยียดหยัน พูดไปก็ลอยตาไปยังหลี่โย่วโม่
แม้จะเป็ข้อกล่าวหาที่กุขึ้นแต่ก็สมด้วยเหตุผล โม่เสวี่ยิ่ฟังแล้วก็ตื่นตระหนก สีหน้าขาวซีดในบัดดล
หลี่โย่วโม่มิได้ะโออกมาอาละวาดเช่นที่เขาจินตนาการไว้ แต่กลับคลี่พัดออกมาโบกเล่นแล้วยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“เปล่าเสียหน่อย เป็น้องหญิงสามเชิญข้ามาพักผ่อนด้วยกันที่นี่ พอเดินมาได้ครึ่งทางสาวใช้ประจำตัวของนางก็บอกให้โม่ซิ่วไปทำธุระบางอย่าง สาวใช้ของข้าจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย จำได้ว่าตอนเข้ามาในห้องข้ายังเห็นอาภรณ์ที่นางสวมแวบผ่านไปอยู่เลย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงเห็นคุณชายผู้นี้อยู่ในห้อง ต่อจากนั้นเขาก็ไม่พูดไม่จาหยิบแจกันมาตีศีรษะข้า ด้วยความใจึงวิ่งชนประตูออกไป” โม่เสวี่ยิ่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ท่าทางะเืใจเป็ที่สุด เนื้อตัวสั่นเทาเข่าอ่อนจนเกือบล้ม โชคดีที่สาวใช้สองคนประคองไว้ทัน
“พูดมาเสียเต็มปากเต็มคำว่าเห็นน้องสาวของตนเอง แล้วไฉนข้าจึงไม่เห็นเล่า นี่ก็คงเป็เื่ที่กุขึ้นมาอีกล่ะสิ ตอนที่ข้านอนอยู่บนเตียงคนเดียวที่เห็นก็คือเ้านี่แหละ มีน้องหญิงสามอะไรนั่นที่เสียไหน หรือจะอ้างว่านางจงใจนัดเ้าออกมาเพื่อใส่ร้าย? ตนเองไม่รักษาจรรยาสตรีแท้ๆ ยังไปโทษผู้อื่นอีก” อวี้ิหย่งชี้หน้าโม่เสวี่ยิ่พลางเยาะหยันอย่างไม่ไว้ไมตรี
“น้องหญิงสามนัดข้ามาจริงๆ หากไม่เชื่อก็ไม่เป็ไร ข้าจะหานาง นางยังอยู่ที่นี่... ต้องอยู่ที่นี่แน่ ข้าเห็นอาภรณ์ของนางอยู่” ถูกอวี้ิหย่งชี้หน้าด่าเยี่ยงนี้ แววตาของโม่เสวี่ยิ่ยิ่งทำเหมือนกระต่ายน้อยน่าสงสาร
ทั้งหวาดหวั่นและตื่นตระหนก
โม่ซิ่วช่วยเช็ดคราบเืออกไปมากแล้ว ใบหน้าเผยความงดงามที่มีอยู่เดิมออกมาให้เห็น ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสีหน้าท่าทาง โม่เสวี่ยิ่เคยฝึกต่อหน้ากระจกมานับครั้งไม่ถ้วน ทุกกิริยาท่าทางล้วนผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดี จึงแสดงบทสาวงามที่เปราะบางน่าสงสารได้สมบูรณ์แบบที่สุด
ที่นี่มีบุรุษลูกผู้ดีมีสกุลมากมาย ธรรมชาติผู้ชายย่อมเมตตาสงสารผู้อ่อนแอ เมื่อก่อนนางก็ใช้วิธีนี้ จึงเอาชนะหัวใจของชายหนุ่มทั่วทั้งเมืองหลวงได้ ครานี้ก็ย่อมได้ผลอย่างแน่นอน จะต้องมีผู้คนมากมายที่เข้าข้างนางแน่
โม่เสวี่ยถงที่แฝงตัวอยู่ชมการแสดงละครของโม่เสวี่ยิ่อย่างตั้งใจ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มเยาะหยัน โม่เสวี่ยิ่ไม่หยุดความคิดที่จะลากนางลงน้ำไปด้วยตามคาดหมาย นางส่ายศีรษะพลางถอนใจเงียบๆ เพราะเช่นนี้อย่างไรเล่า ชาติที่แล้วตนเองจึงต้องตายในน้ำมือของพี่สาวผู้นี้ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็บุรุษอย่างไรก็คงยากจะพ้นหลุมพรางของโม่เสวี่ยิ่
ยามนี้เฟิงเจวี๋ยหร่านยืนอยู่ข้างกายนาง สีหน้ายิ้มอย่างมีเลศนัย
“คุณชายอวี้เข้าใจผิดไปหรือไม่ คุณหนูใหญ่โม่จะทำเื่เช่นนั้นได้อย่างไร นางเป็แค่คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง น้อยครั้งจะได้เข้าวัง ย่อมไม่คุ้นทาง ไม่แน่ว่าพวกนางพี่น้องอาจจะนัดหมายกันจริงๆ แต่มาผิดที่ก็เป็ได้”
“คุณชายอวี้คงมิได้ฝันไป แล้วนึกว่าความฝันกลายเป็เื่จริงไปหรอกนะ คุณหนูใหญ่สกุลโม่งามพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถ จะทำเื่เช่นนั้นได้อย่างไร ใต้เท้าโม่ก็เป็ขุนนางที่รับใช้ใกล้ชิดฝ่าา การอบรมสั่งสอนที่บ้านย่อมเคร่งครัด ไม่น่าปล่อยให้บุตรสาวทำเื่เช่นนี้ได้”
“คงมิใช่เพราะคุณหนูสามสกุลโม่หรอกกระมัง”
แล้วก็มีผู้ที่ทนมองโฉมงามร้องไห้มิได้จริงๆ ตามคาดหมาย ยิ่งหน้าผากยังมีคราบเืก็ยิ่งเรียกคะแนนสงสารได้มากมาย ที่ผ่านมาอวี้ิหย่งก็มีแต่ทำเื่เสื่อมเสีย ไหนเลยจะมีใครฟังคำพูดไร้สาระของเขา คนส่วนมากต่างเชื่อว่าอวี้ิหย่งพูดเหลวไหล คนนี้ช่วยพูดคำหนึ่ง คนนั้นช่วยพูดประโยคหนึ่ง แม้มิได้เอ่ยออกมาโดยตรงว่าอวี้ิหย่งพูดทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น แต่สิ่งที่กล่าวออกมาผู้ใดล้วนฟังออก
หนึ่งในนั้นยังมีผู้อ้างถึงโม่ฮว่าเหวิน และยังมีคนแคลงใจโม่เสวี่ยถง แต่บัดนี้ความสนใจของทุกคนอยู่ที่อวี้ิหย่ง เสียงที่แสดงความคลางแคลงใจก็เบานัก จึงไม่มีผลแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้โม่เสวี่ยิ่จึงนึกขุ่นเคืองใจ อยากจะให้คนผู้นั้นพูดให้เสียงดังขึ้นอีกหน่อย ขอเพียงปรักปรำโม่เสวี่ยถงได้ ตนเองก็จะกลายเป็ผู้บริสุทธิ์ แต่นางไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำนัก ได้แต่บีบมือโม่ซิ่วเพื่อส่งสัญญาณลับ พวกนางสองนายบ่าวอยู่ด้วยกันมานาน บางคำไม่ต้องพูดก็เข้าใจ โม่ซิ่วผงกศีรษะเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น
ขณะที่โม่ซิ่วประคองโม่เสวี่ยิ่อยู่ก็ฉวยโอกาสสอดกระดาษเล็กๆ แผ่นหนึ่งเข้าไปในแขนเสื้อของโม่เสวี่ยิ่ ทุกคนในที่นั้นมองไม่เห็น แต่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเช่นโม่เสวี่ยถงซึ่งสังเกตอย่างละเอียดทุกอิริยาบถ ย่อมเห็นทุกอย่างชัดเจน
โม่เสวี่ยิ่ยังมีผู้ช่วย? เื่เมื่อครู่เกิดขึ้นกะทันหัน ย่อมมิได้มีการเตรียมตัวล่วงหน้า จะต้องมีผู้ใดช่วยเตรียมการให้นางอยู่เื้ั ฉับพลันในสมองก็เกิดแสงสว่างวาบ ดวงตากวาดมองหาคนผู้หนึ่ง ทันใดนั้นก็มองเห็นซือหม่าหลิงอวิ๋นยืนอยู่ด้านหลังแทรกอยู่ท่ามกลางฝูงชน
ที่แท้ก็เป็เขา นางขบริมฝีปากแน่น ดวงตาเย็นเยียบในฉับพลัน พวกเขาสองคนร่วมกันวางแผนอีกแล้ว นิ้วมือของนางสั่นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
“ไม่ต้องร้อนใจ เดี๋ยวยังมีเื่สนุกให้ดูอีก” คล้ายว่าเฟิงเจวี๋ยหร่านมิได้สังเกตเห็นความผิดปรกติของนาง เอนตัวพิงไปบนหินูเาจำลองผลิยิ้มพร่างพราว ดวงตาคู่งามมองลงไปด้านล่างราวกับพยัคฆ์จดจ้องเหยื่อ โม่เสวี่ยถงชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าโม่เสวี่ยิ่ไปล่วงเกินท่านอ๋องผู้นี้ั้แ่เมื่อไร จึงตกเป็เป้าให้เขาเล่นงานเยี่ยงนี้
ริมฝีปากเล็กเผยรอยยิ้มเย็นะเื ดวงตาทอประกายแวววาว เบื้องลึกเต็มไปด้วยความชื่นชม ได้เห็นเฟิงเจวี๋ยหร่านจัดการกับโม่เสวี่ยิ่กับซือหม่าหลิงอวิ๋นเยี่ยงนี้ นางชอบ...
ทุกคนต่างรู้ว่าโม่ฮว่าเหวินเป็ขุนนางรับใช้ใกล้ชิดของจักรพรรดิ เมื่อได้ยินผู้คนพูดคุยกัน อวี้ิหย่งจึงรู้แล้วว่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าคือบุตรสาวของโม่ฮว่าเหวิน หัวใจพลันเต้นรัวอย่างไม่มีสาเหตุ นึกได้ว่าเมื่อสองสามวันก่อนพี่สาวเคยบอกไว้ว่าให้เขาหาทางผูกมิตรกับใต้เท้าโม่
ตอนนี้โม่ฮว่าเหวินเป็ผู้ตรวจการพระนคร ดูแลเขตการปกครองหนึ่งในสามส่วนของเมืองหลวง นับได้ว่าเป็ผู้มีอำนาจอย่างแท้จริง แม้จะเป็ขุนนางขั้นสาม แต่จักรพรรดิทรงให้การสนับสนุนอยู่เื้ั ไม่ว่าใครก็ไม่อาจล่วงเกินได้
อวี้ิหย่งเป็คนมีนิสัยก้าวร้าว เกกมะเหรก มักก่อเื่ในเมืองหลวงอยู่เป็นิจ
หากสามารถผูกมิตรกับสกุลโม่ ยามมีปัญหาใต้เท้าโม่ก็อาจหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง เื่ใหญ่ก็อาจจะกลายเป็ไม่มีเื่ เขายังคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะไปหาใต้เท้าโม่ถึงจวนแต่เช้า ส่งของขวัญไปให้สักชุดหนึ่งและคบหากันฉันมิตรั้แ่นี้เป็ต้นไป เมื่อได้ยินว่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าคือบุตรสาวของโม่ฮว่าเหวิน อารมณ์แข็งกร้าวที่มีอยู่พลันสลายไปทันที
ถ้อยคำกำชับของพี่สาวดังก้องในหู อวี้ิหย่งไม่กล้าขัดคำสั่ง ทั้งตระกูลของเขาต้องพึ่งพาผู้ใด แม้ว่าอวี้ิหย่งจะเป็พวกเลอะเลือนก็ยังแยกแยะได้
“อวี้ิหย่ง ข้าว่าแล้วก็แล้วกันไปดีกว่า ใครบ้างไม่รู้ว่าเ้าเป็คนอย่างไร หรือคิดจะลากคุณหนูใหญ่โม่ลงน้ำให้ได้ ดูเอาเถิดใบหน้างดงามปานบุปผาถูกเ้าตีจนกลายเป็แบบนั้น ตื่นยังไม่ทันจะลืมตาให้ดีก็ตีผู้อื่นไม่ดูตาม้าตาเรือ ช่างเถิดๆ เ้าก็แค่กล่าวขอโทษคุณหนู เื่นี้ก็ให้มันผ่านไป” หลี่โย่วโม่กล่าวเข้าประเด็นสำคัญ เอ่ยปากไกล่เกลี่ยเพื่อให้เื่ยุติลง
คนผู้นี้ไม่เอ่ยปากก็ดีไป แต่พอเอ่ยขึ้นมาอวี้ิหย่งก็ไม่พอใจทันที ลืมคำสั่งของพี่สาวจนหมดสิ้น รู้สึกเพียงว่าจะปล่อยหลี่โย่วโม่ให้รอดตัวไปง่ายๆ มิได้ จึงชี้ไปที่โม่เสวี่ยิ่ กล่าวว่า “เมื่ออ้างว่าน้องสาวนัดเ้ามา ก็ไปเรียกนางมาสอบถาม ไฉนกลายเป็ข้าตีเ้า และไฉนกลายเป็ข้าที่ให้ร้ายเ้า ทั้งที่เป็คนมาหาข้าเองแท้ๆ เชอะ!”
อวี้ิหย่งตัดสินใจ ถึงอย่างไรเื่ก็เกิดขึ้นแล้ว ตนเองไม่อาจปรานีปล่อยให้จบไปง่ายๆ อย่างน้อยก็แค่กล่าวขออภัยต่อพี่สาวคำหนึ่งเท่านั้น หรืออย่างมากก็ไปจวนโม่เพื่อขออภัยที่ล่วงเกิน แต่เขาลืมใคร่ครวญไปว่าชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่ง อาศัยแค่คำขอโทษจะกอบกู้กลับคืนมาได้หรือ
