แสงตะเกียงน้ำมันสาดส่องเงาร่างบนผนังห้องใต้ดิน ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุม มีเพียงเสียงลมหายใจหอบของชายร่างท้วมที่ยืนตัวสั่นอยู่ริมผนัง ดวงตากลมโตของโรแลนด์จับจ้องชาร์ลส์ด้วยความหวาดกลัว ในหัวคิดว่าชายตรงหน้าอาจเป็สมาชิกองค์กรแปลอักษรที่กำลังตามล่าเขา หรืออาจคนจากกลุ่มอื่น
โรแลนด์อ้าปากจะะโขอความช่วยเหลือ แต่ในวินาทีนั้นเอง จู่ๆ เขาก็ลืมสิ่งที่กำลังจะทำไปชั่วขณะ ความสับสนปรากฏบนใบหน้า ก่อนที่ชาร์ลส์จะพุ่งเข้ามาปิดปากเขาไว้
"หุบปาก" ชาร์ลส์กระซิบเสียงเข้ม "ถ้าไม่อยากเจ็บตัว"
เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ชาร์ลส์ชูมือขึ้น "การานู!" นาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะพลันลอยขึ้นมาเข้าสู่อุ้งมือของเขาใต้แสงตะเกียงสะท้อนบนผิวโลหะขัดมัน
"นี่แค่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่ฉันทำได้" ชาร์ลส์กระซิบต่อ น้ำเสียงเย็นเยียบ "ถ้าไม่อยากโดนสาปให้เ็ปทรมาน แล้วถูกลากหน้าถูกับพื้นออกไป ก็ทำตามที่บอก"
โรแลนด์กลืนน้ำลาย ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผาก เขาพยักหน้าช้าๆ ยอมทำตามด้วยความกลัว ชาร์ลส์ค่อยๆ ปล่อยมือจากปากของอีกฝ่าย
"แก... แกเป็ใคร?" โรแลนด์ถามเสียงสั่น
ชาร์ลส์ไม่ตอบคำถาม เขากวาดตามองไปรอบห้องเพื่อหาทางออกที่ปลอดภัย ในใจอยากจะเรียกหาโจเซฟ แต่ก็รู้ว่าไม่ควรทำ เสียงเรียกอาจดึงดูดความสนใจของคนในองค์กรใต้ดินที่อาจซุ่มอยู่ในเงามืด จึงเลือกที่จะเก็บความเงียบไว้
"ทางไหนที่จะออกจากที่นี่ได้โดยไม่เจอคน?" ชาร์ลส์กระซิบถามพลางจับไหล่โรแลนด์แน่น ใบหน้าเคร่งเครียด หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน "แล้วอย่าคิดจะเล่นลิ้นหรือตุกติกเชียว"
สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ชายร่างท้วม ริมฝีปากเหยียดตรงอย่างดุดัน "เพราะถ้าทำแบบนั้น..." เขาหยุดชะงักไว้แค่นั้น ปล่อยให้บรรยากาศหนักอึ้งและความหมายที่แฝงอยู่สื่อถึงผลลัพธ์อันน่ากลัวได้ชัดเจนกว่าคำพูดใดๆ
โรแลนด์ลังเลก่อนตอบ "ฉัน... ฉันไม่รู้ทางออกที่แน่ชัด" เขาสารภาพเสียงสั่น "ฉันแค่มาพักที่นี่ชั่วคราว ไม่เคยรู้เส้นทางลับ"
ชาร์ลส์กัดฟันกรอด มองไปที่ประตูทางเข้า ทางเดียวที่เขารู้จัก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะพาออกไปถึงถนนใหญ่ได้หรือไม่ อีกทั้งยังเสี่ยงที่จะเจอคนของนายท่านระหว่างทาง
"ฟังนะ เราต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ ฉันจะนำทาง นายทำตามที่ฉันบอก อย่าส่งเสียง อย่าทำอะไรแปลกๆ เข้าใจไหม?"
โรแลนด์พยักหน้าหวาดๆ สายตายังจับจ้องที่นาฬิกาในมือชาร์ลส์ด้วยความหวาดกลัว
ชาร์ลส์สอดนาฬิกาลงกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะดันโรแลนด์ให้เดินไปที่ประตู เมื่อเปิดออก พวกเขาพบตัวเองอยู่ในห้องโถงกว้าง ผนังหินเรียบถูกแต่งแต้มด้วยแสงสลัวจากตะเกียงติดผนัง เผยให้เห็นประตูห้าบานเรียงรายโดยรอบ
"ทางไหน?" ชาร์ลส์กระซิบถาม
โรแลนด์ชี้ไปทางประตูซ้ายมือ มือสั่นเทาเล็กน้อย
พวกเขาค่อยๆ ย่องไปตามพื้นหิน เท้าแต่ละก้าวระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง แม้ห้องโถงจะว่างเปล่า แต่ชาร์ลส์ก็ไม่ประมาท เขาแนบหูกับบานประตูไม้หนา ตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวจากอีกฝั่ง
ความเงียบสงัดต้อนรับการรับฟังของเขา ไร้เสียงฝีเท้า ไร้เสียงกระซิบกระซาบ มีเพียงความว่างเปล่าที่ชวนให้อึดอัด ความเงียบที่มากเกินไปนี้กลับทำให้ชาร์ลส์รู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม
ชาร์ลส์พยักหน้าให้โรแลนด์ถอยไปชิดกำแพง ให้ห่างจากประตูพอสมควร จากนั้นเขาค่อยๆ ผลักบานประตูเบาๆ เสียงบานพับเหล็กลั่นแ่เบา ก่อนที่เขาจะรีบถอยมาหลบที่กำแพงเช่นเดียวกับโรแลนด์ ตำแหน่งที่เขาเลือกอยู่ในจุดบอด เหมาะสำหรับการจู่โจมหากมีใครบางคนเดินเข้ามา
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ประตูที่เปิดแง้มไว้ก็ถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของชาร์ลส์หรี่ลง ความระแวดระวังฉายชัดบนใบหน้า เขารู้แล้วว่าอีกฝั่งไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิด มีใครบางคนกำลังเฝ้าอยู่
ชาร์ลส์กวาดตามองไปรอบห้องโถง สมองครุ่นคิดหาทางออก การจะบุกฝ่าประตูนั้นไปตรงๆ คงเป็ความคิดที่โง่เขลา โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้ว่าอีกฝั่งมีอะไรรออยู่
เขาหันไปกระซิบกับโรแลนด์ "มีทางอื่นไหม? ทางที่พวกคนใช้หรือทางฉุกเฉินอะไรแบบนั้น"
"ไม่มีทางอื่นแล้ว" โรแลนด์ส่ายหน้า เสียงสั่นเครือ
ชาร์ลส์ถอนหายใจเบาๆ ความผิดหวังผุดขึ้นในอก แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือก ต้องเสี่ยงเผชิญหน้ากับสิ่งที่รออยู่อีกฝั่ง
เขาค่อยๆ ย่างเท้าเข้าใกล้ประตู เตรียมพร้อมที่จะใช้พลัง มือข้างหนึ่งจับห่วงเหล็กดึงประตูไว้แน่น สมาธิของเขาจดจ่ออยู่ที่การรับรู้ความเคลื่อนไหวรอบตัว ทุกประสาทััตื่นตัวเต็มที่
'พอเปิดประตู จะต้องใช้พลังทันที' ชาร์ลส์วางแผนในใจ 'ทำให้คนเฝ้าสับสนและลืมสิ่งที่กำลังทำอยู่ จากนั้นจัดการให้สลบก่อนที่จะมีโอกาสตั้งตัว'
เมื่อพร้อมแล้วชาร์ลส์กระชากประตูเปิดออกทันที เสียงบานพับเหล็กเก่าลั่นก้องในความเงียบ แสงตะเกียงสาดส่องให้เห็นร่างของยามที่ยืนเฝ้าอยู่ ก่อนที่ชายคนนั้นจะทันตั้งตัว เขาก็ใช้พลังใส่ยาม
ดวงตาของยามเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็งุนงง ราวกับลืมไปว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ชาร์ลส์ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าไปชกเข้าที่คางอีกฝ่ายอย่างจัง ร่างของยามเซไปด้านหลัง ก่อนจะล้มลงกับพื้นไม่ได้สติ
ชาร์ลส์รีบคว้าแขนของยามที่สลบ ลากร่างนั้นไปซ่อนในเงามืดของมุมห้อง จากนั้นหันมาสำรวจเส้นทางเบื้องหน้า บันไดหินเก่าทอดตัวขึ้นสู่ความมืด แสงตะเกียงน้ำมันที่ติดผนังส่องสว่างริบหรี่ ทำให้เงาของพวกเขาทาบทับกับผนังหินสีเทาอมน้ำตาล
ชาร์ลส์พยักหน้าให้โรแลนด์ตามมา พวกเขาค่อยๆ ย่องขึ้นบันไดทีละขั้น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินแ่เบา จนมาถึงชานพักที่มีประตูบานใหญ่ตั้งตระหง่าน ผิวไม้เก่าเรียบไร้ร่องรอยของห่วงจับหรือรูกุญแจ
มือของชาร์ลส์ลูบไล้ไปตามผนังในความมืด จนััได้ถึงเชือกที่ห้อยอยู่ทางขวามือ แต่ก่อนจะดึง เขาแนบหูฟังที่บานประตู เสียงสนทนาของชายสองคนแว่วผ่านมา เสียงหัวเราะและถ้อยคำที่โต้ตอบกันอย่างสบายอารมณ์ บ่งบอกว่าพวกเขาคงไม่ทันระแคะระคายถึงเหตุการณ์ด้านล่าง
"อยู่รอที่นี่" ชาร์ลส์กระซิบกับโรแลนด์ ใบหน้าฉายแววเคร่งเครียด เขาตัดสินใจแล้วว่าไม่มีทางเลือก การรอช้าเท่ากับเพิ่มความเสี่ยง ไม่ว่าจะจากคนที่สลบอยู่ด้านล่างที่อาจฟื้นขึ้นมา หรือคนอื่นที่อาจบังเอิญเดินผ่านมา
มือของเขาเอื้อมไปคว้าเชือก ตั้งใจจะใช้วิธีเดิม บุกเข้าไปแล้วใช้พลังจัดการคนเฝ้าให้เร็วที่สุด เขากระตุกเชือกแรงๆ ประตูแง้มออกเหมือนฝาหีบถูกปลดล็อก เผยให้เห็นช่องแคบพอสอดมือผ่านได้
ชาร์ลส์ออกแรงดันประตู แต่มันหนักผิดคาด ราวกับทำจากโลหะไม่ใช่ไม้ธรรมดา แม้จะเปิดได้เกือบครึ่ง แต่มันก็ฝืนจนต้องใช้ทั้งแรงแขนและน้ำหนักตัวช่วย
'ไม่ดีแล้ว' เขาครุ่นคิด เสียเวลามากเกินไป คนเฝ้าคงตั้งตัวทันแล้ว แต่ก่อนที่จะถอยกลับ จู่ๆ ก็มีแรงต้านจากอีกฝั่ง มือสองข้างจากด้านนอกดึงสู้แรงเขา พร้อมกับปากกระบอกปืนที่โผล่ออกมาจากช่องประตู จ่อเล็งมาที่อก
"ออกมา" เสียงห้วนดังขึ้น ขณะที่อีกคนดึงประตูให้เปิดกว้าง
ชาร์ลส์ยกมือขึ้นอย่างช้าๆ ก้าวออกจากทางเดินใต้ดินสู่โกดังกว้าง แสงตะเกียงสาดส่องให้เห็นว่าเขาถูกล้อมด้วยชายห้าคน ทุกคนถือปืนเล็งมาที่เขา เมื่อหันไปมองประตูที่เพิ่งออกมา เขาถึงเข้าใจ มันคือชั้นวางของไม้หนาที่ถูกดัดแปลงให้เป็ทางลับ ซ่อนไว้อย่างแเี
นักสืบหนุ่มกวาดตามองไปรอบโกดัง สายตาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ใจเต้นระรัวแต่พยายามรักษาสีหน้าให้นิ่ง ปืนห้ากระบอกยังคงเล็งมาที่เขา ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
"หยุดอยู่ตรงนั้น" ชายคนหนึ่งตะคอกขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบ "แปลกนักที่คนแปลกหน้าอย่างแกรู้จักทางลับนี่ได้ แล้วยังบังอาจมาพยายามเปิดมันด้วย" เขาขยับปืนในมือ "ตอนนี้แกอยู่ในระยะะุของพวกเราทั้งห้าคน ขยับมือแค่นิดเดียว แกก็เป็รูพรุนก่อนที่จะทันได้ทำอะไร"
เหงื่อเย็นผุดซึมตามแผ่นหลังของชาร์ลส์ เขารู้ดีว่าชายคนนั้นพูดถูก ในระยะประชิดแบบนี้ ไม่มีทางที่เขาจะรอดพ้นะุทั้งห้านัดได้
"แล้วเพื่อนของแกล่ะ?" อีกคนถามพลางขยับเข้ามาใกล้ประตูลับ "คงไม่ได้มาคนเดียวแน่"
หัวใจของชาร์ลส์เต้นแรงขึ้น หวังว่าโรแลนด์จะมีสติพอที่จะไม่ออกมา หรือไม่ก็หาทางหนีกลับลงไปได้
"ค้นตัวมัน!" ชายที่ดูจะเป็หัวหน้าะโสั่ง
ชาร์ลส์กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เหงื่อเย็นไหลซึมตามขมับ ปากกระบอกปืนหลายกระบอกยังคงจ้องเขาไม่วางตา ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับจ้องอย่างเข้มงวด เขารู้ว่าต้องใช้เวทมนตร์ แต่จำเป็ต้องทำให้พวกนี้เผลอก่อน เพียงการขยับผิดปกติแค่นิดเดียว ะุก็พร้อมจะพรุนร่างเขาได้ทุกเมื่อ
ขณะที่ชายสองคนก้าวเข้ามาค้นตัว มือของชาร์ลส์เริ่มกระตุกเตรียมร่ายคาถา แต่ทันใดนั้น เสียงประกาศิตก็ดังก้องกัมปนาทไปทั่วโกดัง
"ทิ้งอาวุธลง!"
ราวกับถูกมนตร์สะกด ทุกคนในห้องต่างปล่อยปืนร่วงลงพื้น ใบหน้าฉายแววงุนงงกับการกระทำของตัวเอง ชาร์ลส์หันขวับไปตามเสียง
ที่ทางเข้าโกดัง โจเซฟยืนอยู่อย่างสง่างาม สองมือยันไม้เท้าหัวเงินไว้เบื้องหน้า แสงจากตะเกียงสะท้อนประกายวับบนผิวโลหะ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างสูงสง่านั้น เหมือนถูกดึงดูดด้วยอำนาจบางอย่าง
ชาร์ลส์ไม่รอช้า ฉวยโอกาสที่ทุกคนเผลอ ปล่อยพลังออกไปทันที คนเฝ้าทั้งห้าชะงักงัน ดวงตาเลื่อนลอย สมองมึนงง
เขาพุ่งเข้าหาคนที่อยู่ใกล้ที่สุด หมัดหนักฟาดเข้าที่ขมับ อีกคนที่อยู่ข้างๆ ยังคงยืนงงกับความคิดที่สับสน ชาร์ลส์หมุนตัวเตะเข้าที่ท้อง ก่อนจะตามด้วยศอกกระแทกที่ท้ายทอย
"ฮฺเรโอดา!" คาถาผลักดันพุ่งออกจากมือ ส่งร่างของชายอีกสองคนกระเด็นไปชนชั้นวางของ เสียงไม้แตกดังสนั่น
คนสุดท้ายเริ่มได้สติ พยายามจะก้มลงคว้าปืนแต่กลับไม่สามารถหยิบมันขึ้นมาได้ จังหวะนี้ชาร์ลส์พุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อ กระแทกศีรษะอีกฝ่ายเข้ากับเสาไม้อย่างจัง ร่างไร้สตินั้นทรุดลงกองกับพื้น
โจเซฟก้าวเข้ามาในโกดัง รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปาก "นึกว่าจะมาช้าไป"
"ก็ช้าจริง" ชาร์ลส์หอบหายใจ เช็ดเหงื่อที่ผุดซึมตามหน้าผาก "แต่ถ้าไม่ได้นายช่วย คงยากหน่อย"
เขาหันไปทางประตูลับ "โรแลนด์! ออกมาได้แล้ว!"
แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ชาร์ลส์รีบวิ่งไปเปิดประตู พบแต่ความว่างเปล่า โรแลนด์หายไปแล้ว คงฉวยโอกาสตอนชุลมุนหนีกลับลงไปด้านล่าง
"แย่แล้ว" ชาร์ลส์สบถ "นายยื่นขาเป๋อยู่ที่นี่ไปก่อน ฉันจะจับเขากลับมา"
เสียงระฆังเตือนภัยดังก้องมาแต่ไกล
