บทที่ 160 กฎทรัพยากร
เมื่อฉินชูกับเชียนสวินมาเยือนอีกครา จึงดึงดูดความสนใจของผู้ฝึกฝนบริเวณรอบนอกเขาเทียนเจี้ยนไม่น้อย เพราะ่ก่อนหน้านี้ ทั้งคู่สร้างความตื่นใให้ทุกคนมาก
ฉินชูพยักหน้าให้เชียนสวิน ก่อนเข้าไปภายในเขตแดนศิลาจารึกเจตจำนงกระบี่ระดับสี่ กินโอสถเสร็จ ก็ฝึกฝนพลังปราณพลาง ขัดเกลาเจตจำนงกระบี่ไปพลาง
เชียนสวินทำเหมือนฉินชู นำโอสถออกมากิน แล้วเริ่มฝึกฝน
ภายในเรือนแยกแห่งหนึ่งของเขาฉิงชาง ฉินหลิงซีและเ้าตำหนักจันทราเงินนั่งหันหน้าเข้าหากัน ใบหน้าของฉินหลิงซีฉายแววร้อนรน นางไม่ได้รับข่าวคราวของฉินชูแม้แต่น้อย หลังจากเขาหนีออกจากแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยปรากฏตัวอย่างไรอย่างนั้น ไม่ใช่แค่คนของเขาฉิงชางที่หาตัวฉินชูไม่พบ กลุ่มอิทธิพลจำนวนหนึ่งที่เร้นกายอยู่บริเวณแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงก็สืบหาข่าวไม่ได้เช่นกัน
"คงไม่เกิดภัยอะไรกับฉินชูใช่หรือไม่?" เ้าตำหนักจันทราเงินมองฉินหลิงซีพลางเอ่ยถาม
"น่าจะไม่ ในคืนนั้นพวกเราสังหารคนเฝ้าดูแลที่เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวส่งไปเฝ้าที่แดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงจนหมดแล้ว ข่าวที่ฉินชูปรากฏตัวน่าจะยังไม่รั่วไหลออกไป เขาอาจหนีลึกเข้าไปในูเาหรือสถานที่ที่คนไม่ทันสังเกต เก็บซ่อนตัวเพื่อฝึกฝน บางทีอาจหนีออกนอกบริเวณที่พวกเราเคยตรวจสอบไปแล้วก็ได้" ฉินหลิงซีคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว
ภายหลังฉินหลิงซีสั่งการให้คนขยายเขตค้นหากว้างกว่าเดิม
ที่ฉินหลิงซีไม่ได้ข่าวคราวของฉินชู สาเหตุหลักอาจเป็เพราะหลังฉินชูออกจากเขตเขาฉิงชาง ก็ไม่เคยนั่งเกวียนสัตว์อสูรเข้าเขตเมืองอีกเลย ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังเขาเทียนเจี้ยน เขาก็พักอยู่ในเขตป่าเขาตลอด
ระยะทางระหว่างเขาฉิงชางถึงเขาเทียนเจี้ยนห่างไกลเกินไป ฉินชูยังเร่งรีบเดินทางเป็เวลายี่สิบกว่าวัน ไม่ผ่านตัวเมือง เท่ากับเบาะแสที่พวกฉินหลิงซีจะตามสืบได้ขาดหายไป
ฝึกฝนภายใต้แรงกดดันจากเจตจำนงกระบี่ ทุก่ระยะเวลาหนึ่ง ฉินชูจะขยับขึ้นหน้าเล็กน้อย เพื่อให้เจตจำนงกระบี่ที่ปล่อยออกจากเขาเทียนเจี้ยนสร้างแรงกดดันต่อตนเองมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากไม่ขาดโอสถอาหารทิพย์และโอสถหลิงหยวน ฉินชูจึงฝึกได้อย่างมั่นคง
รองเ้าเมืองเทียนเจี้ยนสนใจในตัวฉินชูและเชียนสวินเป็อย่างยิ่ง แต่ก็เพียงแค่สนใจเท่านั้น ไม่มีใจคิดคด เพราะเื่นี้มีความเกี่ยวโยงถึงซูมู่ ซูมู่เป็ผู้แกร่งกล้าในวิถีกระบี่ของแคว้นจงโจว เขาชื่นชมฉินชูและเชียนสวิน หากสำนักยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ทำอะไรกับฉินชูและเชียนสวิน ซูมู่คงมาหาเื่ถึงที่ เช่นนั้นเื่ราวอาจบานปลายได้
ผู้นำระดับสูงของเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวต่างเกิดเพลิงโทสะ ขนาดเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงถูกโจมตีจนล่มสลาย สถานที่ตั้งถูกยึดครอง แต่ทำไมยังมีซากเดนที่หลงเหลือออกมาก่อความวุ่นวาย สมาชิกเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวที่เฝ้าแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงถูกสังหารอย่างต่อเนื่อง เื่นี้ทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก พอให้ผู้มีพลังฝีมือสูงจำนวนมากไปไล่ล่าก็ไม่พบสิ่งใด ครั้นทิ้งคนเฝ้าดูไว้เพียงจำนวนน้อยก็ถูกสังหาร
ส่วนเื่จะตั้งมั่นอยู่ที่แดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง นั่นยิ่งเป็ไปไม่ได้ เนื่องจากแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงและสถานที่ตั้งของเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวอยู่ห่างกันมาก ถ้าถูกโจมตี เป็การยากที่จะสนับสนุนซึ่งกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดชคงไม่มีทางเห็นด้วย
ครั้นจะปล่อยแดนศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงไว้โดยไม่เฝ้าจับตาดู ก็ไม่ต่างกับการปล่อยให้เผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงฟื้นฟูกลับมา จะปล่อยให้เป็เช่นนั้นไม่ได้ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาวจะรุกหรือถอยก็ลำบาก ได้แต่ส่งคนไปยังเผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดช หารือกันว่าจะจัดการเื่นี้อย่างไร
ฉินชูฝึกฝนอยู่ในเขตเขาเทียนเจี้ยนเป็เวลาหนึ่งเดือน ก็ล่าถอยออกมา ใช่ว่าโอสถจะไม่เพียงพอ แต่เพราะต้องขัดเกลาเจตจำนงกระบี่อยู่ตลอด มันทำให้สภาวะจิตใจของเขาเหนื่อยล้าไม่น้อย เขาจึงคิดจะพักผ่อน่หนึ่ง
ความจริงผู้ฝึกฝนจำนวนมากที่อยู่ภายในเขตเขาเทียนเจี้ยนล้วนเป็เช่นนี้ ส่วนใหญ่ฝึกฝนระยะหนึ่งก็จะออกมา
ฉินชูออกมา เชียนสวินย่อมตามออกมาด้วย ตอนนี้เขาฝึกฝนตามจังหวะของฉินชู
เมื่อออกจากเขตเขาเทียนเจี้ยน เชียนสวินชวนฉินชูไปกินอาหารมื้อใหญ่ จากนั้นจึงกลับไปยังโรงเตี๊ยมหยุนไหล
เนื่องจากสภาวะจิตใจผ่อนคลายลง ฉินชูเข้าไปภายในห้องก็เอนตัวลงนอนทันที เชียนสวินก็เช่นเดียวกัน
หลังจากนอนหลับหนึ่งตื่น ฉินชูและเชียนสวินจึงพบกันอีกครั้งที่แปลงดอกไม้ขนาดเล็กภายในโรงเตี๊ยม สาวใช้ของเชียนสวินชงน้ำชาให้หนึ่งกา ก่อนไปยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง
“เชียนสวิน เ้ามีทั้งองครักษ์ทั้งสาวใช้ ฐานะทางบ้านต้องดีมากเป็แน่” ฉินชูมองเชียนสวินพลางกล่าว
“เป็เพียงตระกูลที่มีอิทธิพลระดับทั่วไป ไม่มีผู้ใดกล้ารังแกโดยง่าย ถือว่าพอใช้ได้” เชียนสวินกล่าว
ฉินชูรู้ว่าเชียนสวินกำลังถ่อมตน เขาจึงไม่ถามรายละเอียดต่อ หลังจากดื่มน้ำชาหนึ่งถ้วย ทั้งสองคนจึงเดินเที่ยวในตัวเมืองเทียนเจี้ยน ที่ผ่านมาฉินชูใช้ชีวิตอยู่แต่ในูเาลึก หรือไม่ก็ฝึกฝนอยู่แต่ในสำนัก เขาจึงสนอกสนใจทุกสิ่งในเมืองใหญ่
ภายในเมืองเทียนเจี้ยน ข้าวของที่คนทั่วไปใช้ ยกตัวอย่างเช่นเสื้อผ้า อาหาร และสถานที่อยู่อาศัย ล้วนใช้เงินทองแลกเปลี่ยนได้ แต่หากเป็ของที่เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกตน เช่นนั้นก็จะใช้กฎแลกเปลี่ยนทรัพยากร หาก้าทรัพยากรขั้นหนึ่ง ก็ใช้ของขั้นหนึ่งแลกเปลี่ยน ทรัพยากรขั้นสองก็ใช้ของขั้นสองแลกเปลี่ยน เป็เช่นนี้ในทุกขั้น โดยทั่วไปจะใช้โอสถกระแสหลักในแต่ละขั้นเป็หน่วยนับ ยกตัวอย่างเช่นอาวุธขั้นสามหนึ่งเล่ม จะประเมินค่าด้วยโอสถขั้นสามเจินหยวนกี่เม็ด ส่วนอาวุธขั้นสี่ ก็จะประเมินค่าด้วยโอสถขั้นสี่หลิงหยวนจำนวนกี่เม็ดเป็ราคา
“ไม่มีเงินตราที่ใช้โดยทั่วกัน ค่อนข้างลำบากทีเดียว” ฉินชูกล่าว
“มีเงินตราเช่นนั้นอยู่ นี่คือเงินตราที่ใช้โดยทั่วกัน แต่ค่อนข้างหายาก นี่คือสิ่งที่ใช้ได้ทุกที่ ขอเพียงมีปริมาณมากพอ ซื้อของขั้นห้าหรือขั้นหกก็ยังได้” เชียนสวินหยิบหินิญญาออกมาหนึ่งก้อนให้ฉินชูดู
“นี่คือเงินตราที่ใช้โดยทั่วกันหรือ?” ฉินชูมองหินิญญาในมือเชียนสวินด้วยความรู้สึกผิดคาด
“ใช่แล้ว แต่โดยทั่วไปจะได้ใช้แค่ตอนแลกเปลี่ยนทรัพยากรขั้นห้ากับทรัพยากรขั้นหก ไม่มีใครใช้หินิญญาแลกกับของที่ต่ำกว่าขั้นห้า นั่นถือเป็ความโง่เขลา” เชียนสวินอธิบายให้ฉินชูฟัง เขาพบว่าฉินชูค่อนข้างพร่องความรู้ทั่วไป ยกตัวอย่างเช่นฉินชูไม่รู้จักกระบี่เทียมฟ้าซูมู่ ขนาดหินิญญาเขาก็ไม่รู้จักเช่นกัน
“ต้องคิดวิธีหาหินิญญามาจำนวนหนึ่ง หากมีหินิญญาอยู่กับตัว คงมีความมั่นใจ” ฉินชูกล่าว
“เ้าสิ่งนี้หายากเกินไป เหมืองหินิญญาส่วนหนึ่งล้วนถูกกลุ่มอิทธิพลขนาดใหญ่ควบคุม เผ่าสายเืศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้ามี สำนักยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์มี สำนักหนานเทียนมี ส่วนที่อื่นข้าเองก็ไม่รู้ เพราะกลุ่มอิทธิพลบางส่วน ต่อให้ค้นพบเหมืองหินิญญาก็ไม่กล้าพูดออกมา เพราะอาจถูกโจมตี หรือถึงขั้นฆ่าล้างบางทั้งสำนัก” เชียนสวินกล่าวกับฉินชู
หลังเดินเล่นภายในเมืองรอบหนึ่ง ฉินชูกับเชียนสวินจึงไปยังโรงสุราที่ดื่มสุรากับซูมู่ครั้งก่อน พวกเขาดื่มสุราฤทธิ์แรงแกล้มหมูตุ๋นเสร็จ ก็กลับไปยังโรงเตี๊ยม
เชียนสวินกลับห้องไปพักผ่อนแล้ว ส่วนฉินชูกำลังจมดิ่งสู่ห้วงความคิด ่นี้เขาค่อนข้างสับสน นอกจากฝึกฝน เขาก็ไม่รู้ว่าเส้นทางของตนเองควรก้าวเดินไปอย่างไร มีเบาะแสเื่ชาติกำเนิดแล้ว แต่มีเบาะแสแล้วอย่างไร? ศัตรูคือเผ่าศักดิ์สิทธิ์พยัคฆ์ขาว เผ่าศักดิ์สิทธิ์อัสนีเดช และเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิลก็มีส่วนด้วย ล้วนแต่เป็กลุ่มอิทธิพลระดับสุดยอดของแคว้นจงโจว คนเยี่ยงเขามีจำนวนมากเท่าใด อีกฝ่ายก็สังหารให้สิ้นได้ง่ายดาย เื่นี้ทำให้ฉินชูรู้สึกว่านอกจากฝึกฝน ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว ส่วนบิดามารดาและอาหญิง ก็ไม่รู้ว่าอยู่แห่งหนใดหรือจะตามไปหาเช่นไร
ขณะมองดูดวงจันทร์นอกหน้าต่าง ฉินชูได้แต่ทอดถอนใจ อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน มีทั้งศัตรู มีทั้งคนในครอบครัว แต่เขากลับไม่รู้ว่าควรไปที่ใด หรือจะอยู่ที่เขาเทียนเจี้ยนต่อไปดี?
ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ฉินชูรู้สึกว่าคิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ต้องมุ่งมั่นกับเส้นทางในยามนี้ ใช้ชีวิตอย่างสงบมั่นคงก่อน หากมีชีวิตที่สงบมั่นคง คงไปทำเื่อื่นได้
หลังตื่นขึ้นมาใน่ฟ้าสาง ฉินชูก็เตรียมตัวอยู่สักพัก เขาคิดจะไปในเขตเขาเทียนเจี้ยนอีกครั้ง ในเวลานี้เอง เชียนสวินก็วิ่งมาหยุดอยู่ข้างกายฉินชู “เ้ารู้หรือไม่ องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์ัเขียวหนีออกจากตระกูล นางป่าวประกาศให้รู้โดยทั่วแล้ว ว่าจะไม่แต่งงานกับโอรสของราชวงศ์วายุประจิมเด็ดขาด”
