ซุนต้าไห่ยังคงอยู่สำนักหมอกวัสสานในฐานะผู้ติดตามของจูชิง วันเวลาในสำนักหมอกวัสสานของเขาจึงผ่านพ้นไปได้อย่างชื่นมื่น
ตอนนั้นซุนซี่ผิงถูกสำนักหมอกวัสสานขับไล่ออกมา หากเพลานี้ลูกชายของเขาได้กลับมาที่สำนักหมอกวัสสานอีกครั้ง นั่นเปรียบเสมือนจุดสิ้นสุดและจุดเริ่มต้น
“เ้าแมวน้อย ตามข้าทำไม?” จูชิงชำเลืองมองอสูรกลืนิญญา
เขาปล่อยให้อสูรกลืนิญญาหนีแล้ว ทว่าอสูรกลืนิญญายังเดินตามเขาไม่หยุด
“เ้าเป็คนดี” อสูรกลืนิญญาพูดโดยไม่คิด
จูชิงกลอกตา “แล้วยังไง?”
“เ้าเป็คนดี ข้าไม่อยากโกหกเ้า” อสูรกลืนิญญาก้มหน้า
“โกหก? เ้าโกหกอะไรข้า?” จูชิงตะลึงงัน
“ลูกแก้วมรดกอยู่ในตัวข้า!” อสูรกลืนิญญาชี้ไปที่ท้องของตัวเอง
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหนึ่งปีแล้ว ทว่าแผลที่ท้องอสูรกลืนิญญากลับยังไม่หายดี ครั้นอสูรกลืนิญญาฉีกแผลของตัวเองแล้วหยิบลูกปัดสีเหลืองดินออกมา จูชิงถึงกับใจหายอย่างอดไม่ได้
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดหอเงาถึงหาลูกแก้วมรดกไม่พบ หอเงาคาดเดาว่าลูกแก้วมรดกอาจอยู่ในตัวใครสักคนในตระกูลซานจึงเผาร่างศพทั้งหมดเพื่อตามหามัน
ลูกแก้วมรดกอยู่ในตัวจริงดังคาด ทว่าพวกเขาพลาดไป เพราะมันไม่ได้อยู่ในตัวคน หากแต่อยู่ในตัวของแมว
ผึ้งนำทางตามกลิ่นจนพบอสูรกลืนิญญาหลายต่อหลายครั้ง แต่ด้วยความระแวดระวังของอสูรกลืนิญญา มันแสร้งทำตัวไม่มีพิษไม่มีภัย ให้คนคิดว่ามันเป็ลูกแมวธรรมดา จึงทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นแผลที่อยู่ตรงท้องของอสูรกลืนิญญาซึ่งสามารถยัดลูกแก้วมรดกเข้าไปได้พอดิบพอดี!
ลูกแก้วมรดกที่หอเงาปรารถนา บัดนี้ได้อยู่ตรงหน้าจูชิงแล้ว!
“เ้าซ่อนลูกแก้วมรดกเอาไว้ตลอดเลยรึ?” จูชิงใมาก
“นายท่านยัดมันเข้าไปในท้องข้า นางบอกว่าห้ามให้ลูกแก้วมรดกตกอยู่ในมือของคนชั่วโดยเด็ดขาด!” อสูรกลืนิญญากล่าว
จูชิงหยิบลูกแก้วมรดก “แล้วทำไมเ้าถึงเอามันออกมาล่ะ?”
“ข้าเห็นว่าเ้าเป็คนดี เ้าฆ่าคนชั่วพวกนั้น ลูกแก้วมรดกอยู่กับข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้ให้เ้าเสียยังดีกว่า!” อสูรกลืนิญญาพูด
จูชิงเพ่งพิศมองลูกแก้วมรดก ภายในลูกแก้วมีพลังปราณสีทองเหลืองไหลเวียนอยู่ พลังงานสีทองนั่นเปลี่ยนรูปร่างไปมาไม่ขาดสาย
“ลูกแก้วมรดกดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งสืบทอดเส้นทางแห่งยุทธ์!” เฒ่าปีศาจกล่าว
โดยทั่วไปแล้วผู้เยี่ยมยุทธ์บางคนจะผนึกวิชา วรยุทธ์ วิชาลับของตัวเองไว้ในลูกแก้วมรดก ทั้งยังมีความตระหนักรู้ ความเข้าใจต่อวิชายุทธ์นั้นๆ ฝังอยู่ด้วย ดังนั้นผู้ที่ลูกแก้วมรดกสามารถที่จะเชี่ยวชาญวิชายุทธ์ต่างๆ ได้ในระยะเวลาสั้นๆ
แต่ก็มีจอมยุทธ์บางคนที่ผนึกสิ่งอื่นๆ ไว้ในลูกแก้วมรดก เช่น คำพูด รูปภาพหรือความทรงจำของตัวเอง
ด้วยความรอบรู้ของเฒ่าปีศาจ มองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ผนึกเอาไว้ในลูกแก้วมรดกนั้นไม่ใช่สิ่งสืบทอดเส้นทางแห่งยุทธ์ แต่เป็อย่างอื่น
“แล้วมันคืออะไร?” จูชิงตะลึง เขานึกว่าจะได้ทักษะวิชาอะไรมาเพิ่มเสียอีก
“เ้าลองใส่ลมปราณเข้าไปสิ น่าจะมีอะไรบางอย่างปรากฏ!” เฒ่าปีศาจพูด
“วิ้ง!” ทันใดนั้น ขณะที่ลมปราณของจูชิงหลั่งไหลเข้าไปในลูกแก้วมรดก ลูกแก้วสั่นสะท้านครู่หนึ่ง ลมปราณสีเหลืองดินพลันทะลักทลายเข้าไปในจิติญญาของจูชิง
“เกิดอะไรขึ้น?” จูชิงใมาก ใครเล่าจะรู้ ลมปราณนั่นอาจทำร้ายจิติญญาของเขาก็เป็ได้
“เย็นไว้ มีศิลาผนึกิญญาพิชิต์อยู่เ้าจะกลัวอะไร!” ระหว่างที่จูชิงกำลังตื่นตระหนก เฒ่าปีศาจกลับสงบนิ่งจับจ้องมองลมปราณสีเหลืองดินอย่างไม่ละสายตา
จูชิง “เห็น” แผนที่อันหนึ่ง ไม่สิ น่าจะดีกว่าถ้าจะบอกว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในแผนที่!
ดูเหมือนจอมยุทธ์ผู้นั้นจะรู้ว่าตัวเองใกล้หมดสิ้นอายุขัยลงเต็มทีจึงฝังสมบัติทั้งหมดที่มีในชีวิตไว้ในเทือกเขา จากนั้นก็บันทึกขั้นตอนทุกอย่างลงไปในลูกแก้วมรดก!
พูดง่ายๆ สิ่งที่อยู่ในลูกแก้วมรดกคือแผนที่ขุมทรัพย์!
“โม๋เทียนอี้ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ชางหลาน!” แผนที่ขุมทรัพย์นี้เป็ของชายที่มีชื่อว่าโม๋เทียนอี้
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ชางหลานน่าจะเป็ฉายานามของโม๋เทียนอี้ เขามีสมญานามเฉกเช่นนี้ โม๋เทียนอี้จะต้องมีพร์ด้านกระบี่เป็เลิศอย่างแน่นอน
“เฒ่าปีศาจ เ้าเคยได้ยินชื่อนี้หรือไม่ อาจจะเป็ใครสักคนในสมัยดึกดำบรรพ์” จูชิงถาม
“ใครจะสนใจสมญานามต่ำต้อยเช่นนั้น” เฒ่าปีศาจไม่แยแส
“ถ้าเ้าไม่รู้ก็แค่บอกว่าไม่รู้ ข้าไม่หัวเราะใส่เ้าหรอกน่า ไฉนถึงต้องพูดอะไรแบบนั้นกลบเกลื่อนด้วย ” จูชิงยิ้ม ถึงปากจะพูดว่าไม่ทำ ทว่าการกระทำแสดงออกให้เห็นชัดแจ้งแล้ว
เฒ่าปีศาจแค่นเสียงหึ “ทำไมข้าต้องรู้ด้วย?”
“เ้าคิดว่าแผนที่นี่เป็ของจริงหรือของปลอม?” จูชิงถามต่อ
“แน่นอนว่าต้องเป็ของจริงน่ะสิ!” เฒ่าปีศาจไม่สบอารมณ์
“เ้าแน่ใจขนาดนั้น? แล้วถ้าเกิดมันดันเป็ของปลอมหรือเป็กับดักขึ้นมาล่ะ?” จูชิงยังถามต่อไม่หยุด
เฒ่าปีศาจเหลือบตามองจูชิง “เ้ารู้หรือไม่ว่าลูกแก้วมรดกเป็สมบัติล้ำค่าเพียงใด การหลอมลูกแก้วมรดกยากยิ่งแสนหยั่งถึง แม้เป็สมัยดึกดำบรรพ์ก็ตาม กระทั่งขุมพลังอำนาจใหญ่ยังมีลูกแก้วมรดกเพียงแค่ไม่กี่ลูก”
ลูกแก้วมรดกเหมือนกับชื่อของมัน มันคือมรดกสืบทอดของจอมยุทธ์หรือขุมพลังอำนาจหนึ่ง ซึ่งมักถูกใช้เป็ทางเลือกสุดท้าย
“เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครผู้อื่นถึงต้องใช้ลูกแก้วมรดกเป็กับดักเพื่อหลอกล่อเ้า?” เฒ่าปีศาจเอ่ยถาม
“ดูเหมือนจะไม่มีกับดักจริงๆ ด้วย!” จูชิงถอนหายใจ
“อย่างน้อยๆ ลูกแก้วมรดกก็น่าจะมาจากยุคดึกดำบรรพ์ ใครมันจะบ้าเสียเวลาเป็หมื่นปีวางแผนอะไรที่เ้าว่า” เฒ่าปีศาจกล่าว
จูชิงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้ากังวลมากเกินไปเอง!”
เขามองลูกแก้วมรดกกลายเป็สีใส ลมปราณที่อยู่ภายในสลายมลายสูญแล้ว!
“เก็บมันไว้ก่อนสิ วันหนึ่งเ้าอาจจะต้องใช้ลูกแก้วมรดก” เฒ่าปีศาจพูด
“เ้าไม่ได้เกลียดข้าจริงหรือ เหตุใดถึงชอบสาปแช่งข้านัก” จูชิงกลอกตาทว่าก็เก็บลูกแก้วมรดกลงไปในถุงเอกภพ อย่างไรเสียมันก็เป็สมบัติล้ำค่า เก็บไว้ย่อมดีกว่าทิ้งไปโดยเปล่า
อย่างไรก็ตาม จูชิงก็พบเข้ากับปัญหาใหญ่ ยามนี้แม้ว่าเขาจะมีแผนที่ขุมทรัพย์ ทว่าเขากลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
อีกทั้งแผนที่ขุมทรัพย์นี้อาจไม่ใช่มหาทวีปชางอู๋หลิงก็เป็ได้ ถ้าเป็มหาทวีปอื่น ลำพังด้วยขั้นพลังของจูชิงในเพลานี้ หากไปที่นั่นมีแต่ต้องตายสถานเดียว
“ช่างมันเถอะ ว่าแต่เ้าจะตามข้าต่อไปงั้นรึ?” จูชิงถามอสูรกลืนิญญา
“ข้าไม่มีที่ไปแล้ว เ้ามีัคะนองน้ำ มีสุนัขโลกันตร์สามหัว เพิ่มข้าอสูรกลืนิญญาสักตัวจะเป็ไรไป” แมวเก้าหางยิ้ม
จูชิงเหลือบมองัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัว “พวกเ้าไม่คุยกันสนุกไปหน่อยรึ”
เขาไม่ทันสังเกต ไม่รู้เลยว่าแมวเก้าหางสนิทสนมกับพวกัคะนองน้ำน้อยั้แ่เมื่อไหร่ ถึงขนาดที่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของพวกมันเป็อะไร
อสูรกลืนิญญาสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตผ่านทางจิติญญาได้ ระหว่างที่พวกมันพูดคุยกับอสูรกลืนิญญา ตัวตนที่แท้จริงจึงเปิดเผยไปโดยปริยาย
“จะมีเ้าหรือไม่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือทำไมข้าต้องเอาเ้าไปด้วย?” จูชิงขมวดคิ้ว
“เ้า้าเหตุผลหรือ?” อสูรกลืนิญญายิ้มเล็กน้อย
“ใช่ ตราบใดที่มันสมเหตุสมผล ข้าจะยอมเอาเ้าไปด้วย!” จูชิงพยักหน้า
ทันใดนั้นแมวเก้าหางก็ะโขึ้นไปบนต้นไม้แล้วใช้อุ้งมือตะปบจับนกตัวหนึ่ง
“เ้านกน้อยบอกว่ามีเมืองอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณยี่สิบลี้” อสูรกลืนิญญากล่าว
จูชิงพยักหน้า “มีความสามารถในการสื่อสารกับสัตว์ คงมีแค่เ้ากระมังที่ทำได้”
มีเพียงอสูรกลืนิญญาที่สื่อสารกับจิติญญาของสิ่งมีชีวิต ถ้าพาอสูรกลืนิญญาไปด้วยก็เท่ากับมีเครือข่ายข้อมูลกลุ่มสัตว์!
“ช่วยด้วย!” ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องดังมาจากเด็กสาวสวมเสื้อขาดรุ่งริ่ง ชายร่างใหญ่สองคนพุ่งทะยานตามหลัง
จูชิงขมวดคิ้ว ทว่าสุดท้ายก็ปรากฏกายเบื้องหน้าเด็กสาว เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง กระบี่ยาวของชายทั้งสองพลันสลายเป็เสี่ยง
แม้ว่าเื่ราวของวีรบุรุษจะน้ำเน่าไปเสียหน่อย แต่คนส่วนใหญ่มักลุ่มหลงเพลิดเพลินกับมันได้โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย เพราะไม่มีอะไรที่จะแสดงความกล้าหาญของลูกผู้ชายได้เท่ากับเื่แบบนี้อีกแล้ว
“เ้าหนู นี่เป็เื่ของนิกายหมาป่าจร เ้าอย่ามายุ่มย่ามไม่เข้าเื่!” ชายผู้มีสัญลักษณ์หมาป่าจรบนหน้าผากจ้องมองจูชิงอย่างเ็า
“นิกายหมาป่าจร ไม่เห็นเคยได้ยิน” จูชิงแคะหู
“คุณชาย พวกเขาจะขืนใจข้า ท่านต้องช่วยข้านะ” เด็กสาวร้องห่มร้องไห้
“พูดบ้าอะไรของเ้า เพราะเ้าแอบเข้ามาขโมยยาโอสถในนิกายหมาป่าจรไม่ใช่รึไง!” ศิษย์นิกายหมาป่าจรเป็โทสะ
“ยาโอสถ?” จูชิงเลิกคิ้ว เขาเห็นขวดยาโอสถสองขวดอยู่ในอ้อมแขนของนาง
“ก็แค่โอสถลมปราณไม่ใช่รึ อยากได้ก็เอาไปสิ ไม่เห็นต้องเอาชีวิตนางเลย!” จูชิงสะบัดมือ ทันใดนั้นโอสถลมปราณสองขวดก็ลอยจากอ้อมแขนเด็กสาวไปตกอยู่ในมือศิษย์นิกายหมาป่าจร
“เห็นแก่ข้าเถอะ ปล่อยนางไปซะ” จูชิงพูด
จูชิงทำลายศัสตราวุธิญญาของพวกเขาได้ในพริบตา ความแข็งแกร่งนั้นทำให้พวกเขาเป็กังวลไม่น้อย ในเมื่อได้ยาโอสถคืนมาแล้วก็ไม่จำเป็ต้องล่วงเกินจูชิงซึ่งมิรู้ว่าอยู่ในขั้นพลังระดับใด
“เห็นแก่เ้าหรอก ข้าจะปล่อยนังหัวขโมยนั่นไปก็ได้!” ศิษย์นิกายหมาป่าจรพยักหน้า เก็บขวดยาโอสถแล้วไปจากที่นี่
“นั่นมันยาโอสถของข้า ทำไมเ้าถึงให้พวกเขาไปล่ะ!” เด็กสาวะโใส่จูชิง ท่าทางไม่เห็นจะน่าสงสารเหมือนก่อนหน้านี้สักนิด
“ขโมยของคนอื่นไม่พอยังโกหกข้าอีก ข้าช่วยเ้าขนาดนี้ ยังมาด่าว่าข้าอีกรึ?” จูชิงขมวดคิ้วมองเด็กสาว
“ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าขวางทางข้า คิดว่าไอ้โง่สองคนนั่นจะจับข้าได้รึ?” เด็กสาวแค่นเสียงหึ
