ซุนเฟยก็พลันดีใจขึ้นมา “ท่าน...ในที่สุดก็สามารถระบุชุดเกราะนี้ได้แล้ว?”
ตาเฒ่าเคนยัดชุดเกราะเวทมนตร์คืนซุนเฟยแล้วพยักหน้า ขณะที่เขาหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ “ไม่ผิด ข้าสามารถระบุชุดเกราะนี้ได้...และข้าก็ยังถือโอกาสดัดแปลงเวทมนตร์บางส่วนเล็กน้อยด้วย ตอนนี้ ต่อให้ผู้สร้างเ้าชุดเกราะนี่มายืนอยู่ตรงหน้า เขาก็จำไม่ได้หรอกว่าเป็ชุดเกราะที่ตัวเองเคยสร้าง...ต้องยอมรับว่านี่เป็เื่มหัศจรรย์มาก ลำดับการโคจรเวทมนตร์ที่แฝงมากับอักขระเวทมนตร์และขั้นตอนการทำงานของเวทมนตร์ของชุดเกราะนี่มันทั้งแปลกทั้งประณีตจนน่าใ...แต่ข้าก็สามารถมองมันออกได้ ความจริงแล้วทักษะนี้กับหลักการเวทมนตร์ของแผ่นดินโร้กก็คล้ายๆ กัน...นายท่านซุนเฟย ข้าคิดว่าข้าได้ค้นพบประตูสู่เวทมนตร์ชนิดใหม่โดยบังเอิญเข้าแล้ว ถ้าผลักมันเข้าไป บางทีอาจจะได้รับพลังที่แม้แต่พระเ้ายังต้องตัวสั่นเลยก็ได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดโอ้อวดของตาเฒ่าเคน ในใจของซุนเฟยพลันกระตุกขึ้นมา เดิมทีบันทึกการฝึกฝนของนักเวทฉบับคัดลอกที่ซุนเฟยคิดจะมอบให้อาคาร่าก็เปลี่ยนเป็ส่งไปให้เคนแทน “ถ้าอย่างงั้น ท่านสามารถค้นพบอะไรจากสมุดเล่มนี้ไหม?”
“นี่คือ...”
ตาเฒ่าเคนรับบันทึกการฝึกฝนของนักเวทมาอย่างสงสัย เมื่อเขากวาดสายตามอง ทันใดนั้นดวงตาก็เปล่งประกายเหมือนหมาป่าขนเทาที่กำลังหิวกระหาย แล้วบังเอิญได้พบกับหมูอวบอ้วนจอมี้เี “อา พระเ้า ที่แท้ก็เป็แบบนี้...นี่มัน...โอ้ การออกแบบนี่มันอัจฉริยะชัดๆ...นี่เป็เวทมนตร์ที่น่าทึ่งมาก และวิธีการก็ยังกว้างขวาง...โอ้ พระเ้า ยังสามารถใช้งานจริงได้อีก....ฮึๆๆ ข้าเข้าใจแล้ว มันเป็แบบนี้นี่เอง...การออกแบบนี่มันอัจฉริยะจริงๆ”
หลังจากอุทานด้วยท่าทางคลุ้มคลั่ง ตาเฒ่าเคนเคราขาวก็ทำตัวเหมือนพวกนักวิทยาศาสตร์ที่คลั่งการทดลองแบบสุดกู่ เขาเลิกสนใจซุนเฟย เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับบันทึกในมือ ขณะที่หมุนตัวเดินกลับไปที่เต็นท์ของตัวเองพลางทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ว่า “ด้วยสมุดเล่มนี้ ข้าจะเปลี่ยนแปลงและสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมา โอ้ว ถ้าเป็แบบนี้ ไม่แน่ว่า ข้าอาจจะสามารถช่วยท่านเปิดแหวนมิติแปลกๆ วงนั้นได้...”
ตาเฒ่าเคนเหมือนพายุ มาเร็ว ไปเร็ว
ซุนเฟยได้แต่ส่ายหัว
ที่ 'ค่ายโร้ก' ตาเฒ่าเคนกับแม่ชีอาคาร่า ทั้งสองคนต่างมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับทฤษฎีเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง เป็เหมือนศาสตราจารย์ที่เก่งกาจในความคิดของซุนเฟย เนื่องจากโครงสร้างเวทมนตร์ของโลก Diablo กับแผ่นดินอาเซรอทมีการทำงานที่แตกต่างกันเล็กน้อย หากตาเฒ่าเคนสามารถถอดหลักการเวทมนตร์ของแผ่นดินอาเซรอทออก แผนการมากมายของซุนเฟยต่อจากนี้ก็สามารถทำให้บรรลุผลได้
“ข้าอยากไปโลกแห่งแสงสว่าง อยากลองสร้างน้ำยาบางอย่างที่นั่น ท่านให้เอเลน่าไปกับข้าเถอะนะ!”
สำหรับแม่ชีอาคาร่าแล้ว นางอยากรู้อยากเห็นเื่ที่สร้างน้ำยาบนแผ่นดินอาเซรอทแล้วมันสามารถกลายพันธุ์ได้มากกว่า บางทีนางกับตาเฒ่าเคนก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรหรอก ดูท่าว่าปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทฤษฎีในการสร้างม้วนคัมภีร์และน้ำยากำลังจะค้นพบประตูสู่การสร้างน้ำยาใหม่ ถ้าโชคดี นางคิดว่าตัวเองอาจจะค้นพบน้ำยาชนิดใหม่ที่ไม่มีเคยมีก่อน
ซุนเฟยไม่ลังเลสักนิด
หลังจากที่เก็บไอเทมตรงหน้า เขาก็เปิดใช้งานทักษะเทพเ้า ทักษะ 'อัญเชิญ' เมื่อประตูมิติเปิดออกก็ส่งแม่ชีอาคาร่าและเอเลน่าไปที่เมืองแซมบอร์ด แองเจล่า ลมกรดทมิฬ และพวกเด็กๆ ที่เฉลียวฉลาดก็พาแม่ชีอาคาร่าขึ้นไปบนูเาด้านหลังของเมืองแซมบอร์ด ที่นั่นมีสมุนไพรและพืชคลุมดินจำนวนมาก อาคาร่าเหมือนได้ค้นพบโลกใหม่ นางก็เริ่มทำตัวเป็ ‘เสินหนงชิมสมุนไพรนับร้อย1’
ซุนเฟยกลับมาที่โลก Diablo
เขาออกจาก 'โหมดคนเถื่อน' กลับมาที่หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติแล้วเลือก 'โหมดจอมเวท' ในบรรดาตัวละครทั้งเจ็ดตัวของโลก Diablo มีตัวละครจอมเวทตัวละครเดียว...ที่ยังไม่ได้ทำเควส แต่ก็เหลือเพียงแค่สองเควสสุดท้ายเท่านั้น ในเวลาสามชั่วโมงกว่าๆ ที่เหลือ มันก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเคลียร์เควส ‘สังหารเดอะเคานต์เตส’ และ ‘สังหารแม่ชีแอนเดเรียผู้ร่วงหล่น’ และนั่นก็เท่ากับว่าซุนเฟยได้เคลียร์เควสทั้งหมดของแผนที่ 'ค่ายโร้ก' ในทุกตัวละครได้สำเร็จ รางวัลนั่น บางทีเขาอาจจะได้มาเร็วๆ นี้
การสังหารและอัพเลเวลเริ่มต้นขึ้น
……
สองชั่วโมงต่อมา
“อ๊า!!!”
ลึกลงไปในห้องใต้ดินของ 'อารามศักดิ์สิทธิ์' ที่ 'ที่ราบสูงไท้หมัว' เสียงร้องโหยหวนที่โศกเศร้าและไม่ยินยอมลอยออกมาจากที่นี่ มันดังกึกก้องไปทั่วแผ่นดินโร้ก เมื่อเสียงโหยหวนสิ้นสุดลง ลาสบอสแอนเดเรียก็ตกตายด้วยมือของซุนเฟยเป็ครั้งที่เจ็ด เืสีแดงสดไหลลงพื้นห้องใต้ดิน แผ่นดินสั่นะเืจนเกิดรอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นดิน ก่อนที่เปลวไฟจะลุกไหม้ศพของแอนเดเรีย มอนสเตอร์และปีศาจที่อยู่รอบๆ ต่างพากันกรีดร้องออกมาท่ามกลางเปลวไฟที่เผาไหม้ตัวเองจนกลายเป็เถ้า
และนี่ก็เป็ครั้งที่เจ็ดแล้วที่ซุนเฟยได้เห็นน้ำตาไหลออกมาจากหางตาของแอนเดเรีย
นั่นเป็น้ำตาแบบไหนกัน!
หยาดน้ำตาแวววาวดุจคริสตัลเต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์และตกต่ำ สวยงามกับสิ้นหวัง จงรักภักดีและทรยศ หวนกลับและเรียกร้อง หยาดเืกับหยดน้ำตา ไฟและดาบ ความอิจฉาและความเคียดแค้น ทั้งหมดนี้ชวนให้ผู้คนรู้สึกหลงใหล....โลกใบนี้ยังมีโศกนาฏกรรมความรักที่โลกไม่เข้าใจอยู่อีกมากมาย ซุนเฟยจมอยู่ในภวังค์แปลกๆ ความรู้สึกเก่าๆ ก็พลันะเิออกมา เหมือนกับมีเสียงคำรามของจิติญญาที่มีชีวิต กำลังรุกรานเข้ามาในจิตใจของซุนเฟย
ภพตรงหน้าซุนเฟยพลันเปลี่ยนไป
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกะทันหัน
เมื่อหกครั้งก่อนไม่ว่าจะเป็คนเถื่อน พาลาดิน ดรูอิดหรือตัวละครอื่นๆ หลังจากสังหาร ‘สังหารแม่ชีแอนเดเรียผู้ร่วงหล่น’ เสร็จแล้วก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จิตใต้สำนึกตอนนี้ก็พลันแปรปรวนขึ้นมา ทำให้ซุนเฟยไม่สามารถหลบหนีหรือต่อต้านได้
ด้านหน้าของซุนเฟยก็ปรากฏเื่ราวที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว มันเหมือนกำลังดูหนังสามมิติ
มีเด็กสาวกำพร้าพ่อแม่คนหนึ่งกำลังเดินอยู่ในถิ่นทุรกันดารเพียงคนเดียว เด็กน้อยทั้งเหนื่อยทั้งหิว ใกล้จะตายในไม่ช้า ทว่าก็มีนักบวชใจดีคนหนึ่งเก็บเด็กน้อยคนนี้มาเลี้ยง หลังจากวันนั้น เด็กน้อยผู้โชคร้ายก็อาศัยอยู่ในอารามศักดิ์สิทธิ์บนที่ราบสูงไท้หมัว ตอนแรกนางเป็เพียงลูกเป็ดขี้เหร่ ต้องทำงานที่ทั้งสกปรกทั้งเหนื่อยที่สุดเพื่อให้ตัวเองกินอิ่มท้อง เมื่อเวลาไหลผ่านไป จากลูกเป็ดขี้เหร่ก็กลายเป็นางหงส์ผู้งดงามที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง แม้แต่นักบวชที่เคร่งศาสนามากที่สุดก็ยังต้องเสียสมาธิในการสวดภาวนาเพียงเพราะรอยยิ้มของนาง ชื่อของหญิงสาวคนนี้ได้กระจายไปทั่วแผ่นดินโร้ก นางกลายเป็เทพธิดาในใจของชายทุกคน กลายเป็ศัตรูของผู้หญิงทุกคน
อารามศักดิ์สิทธิ์อาศัยความสวยของนางมาสนับสนุนและพัฒนาอารามจนกลายเป็กองกำลังสำคัญของ์ในการต่อต้านนรก
ในกิจกรรมที่สำคัญของอารามศักดิ์สิทธิ์ จะมีผู้ชายมากมายหลายคนที่้าขึ้นมาที่ราบสูงไท้หมัวเพียงเพื่อจะมายลโฉมของนางกับตาสักครั้ง เมื่อนางปรากฏกายบนแท่นพิธีสูง พวกผู้ชายก็จะพากันโห่ร้องนับไม่ถ้วน แต่มีผู้ชายคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมสีแดงกลับหันหลังเดินจากไป...นางจดจำผู้ชายคนนั้นไว้
ต่อมา เื่โชคร้ายก็เกิดขึ้น
ในขณะที่กำลังสวดภาวนา โคมไฟน้ำมันบนโบสถ์ก็ร่วงลงมาโดนใบหน้าผู้หญิงคนนั้น นางถูกเปลวไฟเผาไหม้ดวงตาของนาง เหล่าแม่ชีที่พากันอิจฉาความงามของนางจงใจรักษานางอย่างล่าช้า...ทำให้นางเสียโฉม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาก็ทำให้นางแปลกใจ เมื่อนางสูญเสียความงามไปก็กลายเป็ตัวตลกของทุกคนบนแผ่นดิน เมื่อสาวน้อยไม่มีประโยชน์ต่อโบสถ์ก็ไม่มีใครในอารามศักดิ์สิทธิ์เหลียวแล เพื่อให้อยู่รอด นางจำเป็ต้องทำงานที่ทั้งสกปรกและเหนื่อยยากอีกครั้ง ต้องทนใช้ชีวิตท่ามกลางเสียงหัวเราะและเย้ยหยัน แม้แต่ทหารรับจ้างที่ระดับต่ำที่สุดยังพากันมองและหัวเราะเยาะนาง “ดูสิ นี่ไง นังผู้หญิงน่าเกลียดคนนี้นี่แหละที่เป็สาวงามที่สุดของแผ่นดินโร้ก...”
เพื่อไม่ให้คนอื่นๆ ได้เห็นรอยแผลเป็ที่น่าเกลียดบนหน้าของนาง นางจึงไปอ้อนวอนของให้ช่างตีเหล็กช่วยสร้างหน้ากากเหล็กขึ้นมา
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา สาวงามที่สุดในแผ่นดินโร้กก็สวมหน้ากากสีดำและใช้ชีวิตไม่ต่างกับสุนัขตัวหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง ผู้ชายในชุดคลุมสีแดงก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของนาง
“เ้าคือแอนเดเรีย?” เขาถามอย่างแปลกใจ
นางตกตะลึงไปชั่วครู่ สวมหน้าการแบบนี้ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงรู้จักนางได้?
“ดวงตาของเ้ายังคงงดงาม!”
ช่างเป็คำตอบที่เรียบง่าย น้ำตาของนางค่อยๆ ไหลลงมา งดงาม คำพูดนี้ช่างให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยทั้งไม่คุ้นเคย เป็เวลานานเท่าไรแล้วที่นางไม่ได้ยินคนอื่นพูดคำนี้? ที่แท้ดวงตาของนางก็ยังคงงดงามเหมือนเดิม...
“อยากได้ใบหน้าเดิมกลับคืนมาไหม?” ผู้ชายคนนั้นถาม
“อยาก...แต่จะเป็ไปได้อย่างไร? หรือว่าเ้าสามารถทำได้?” หญิงสาวเผยรอยยิ้มขื่นขม
“แน่นอนว่าข้าทำได้” ผู้ชายคนนั้นดึงผ้าคลุมหน้าตัวเองออก พลังที่น่าเกรงขามก็พลันแผ่กระจายออกมา พื้นดินที่เหยียบอยู่ก็สั่นะเืเล็กน้อย “เพราะว่าข้าคือเ้าแห่งอสูรเดียโบล!”
สาวน้อยตัวสั่น...หลังจากที่ได้เผชิญหน้ากับเ้าแห่งอสูรที่น่ากลัวเดียโบล แต่ไม่นานนางก็ค่อยๆ สงบสติลง
หลังจากนั้น นางก็สามารถฟื้นฟูความงามของตัวเองกลับมาได้ โดยมีพลังแข็งแกร่งของปีศาจแฝงมาด้วย นางใช้พลังที่แข็งแกร่งและความงามควบคุมอารามศักดิ์สิทธิ์ แล้วเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นรก กลายเป็ด่านหน้าสำหรับนรก นางได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างและกลายเป็ปีศาจสาวที่ผู้คนต่างหวาดกลัว และเกือบทำลายแผ่นดินโร้ก
ใช่แล้ว นางตกหลุมรักเ้าแห่งอสูร
น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รักนาง เพราะเขารักเพียงแต่ภรรยาที่ตายไปแล้วของเขาเท่านั้น
เพื่อเขาแล้ว นางยอมฟื้นฟูความงามและความรุ่งโรจน์ของตัวเอง ยอมตกต่ำและจมสู่หยาดน้ำตาและโลหิต...จากนั้นนางก็พยายามฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้พิษร้ายของตัวเองได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถช่วยชายคนนั้นในการต่อสู้ระหว่างนรกและ์
นามของนางนั้นคือ แอนเดเรีย
'ดอกไม้โร้ก' คนก่อนหน้าเอเลน่า
ในฐานะที่ซุนเฟยเป็ผู้ชม เขาเป็พยานความรักที่ 'ดอกไม้โร้ก' แอนเดเรียมีให้แก่เ้าแห่งอสูร นี่เป็การเดินทางที่แปลกประหลาดมาก ซุนเฟยรู้สึกเหมือนกลายเป็แอนเดเรีย สามารถมองอดีตที่ผ่านมาของอดีต 'ดอกไม้โร้ก' คนนี้ได้ รู้สึกถึงอารมณ์ไร้หนทาง โมโห เกลียดชัง โกรธเกรี้ยว...สุดท้าย ซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา หญิงสาวคนนี้ช่างน่าสงสารนัก นางผิดหรือเปล่า?
นี่คือโชคชะตา
ซุนเฟยรู้สึกเห็นใจหญิงสาวที่ถูกเขาสังหารถึงเจ็ดครั้ง
ใน่เวลาที่เกิดอารมณ์พวกนี้ ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้นมา ภาพที่อยู่ข้างหน้ายุ่งเหยิงเหมือนเลนส์บิดงอ จากนั้นก็ค่อยๆ จัดระเบียบใหม่ สาวงามที่ทำให้ผู้คนตกตะลึง อยู่ในชุดพลิ้วไหวราวกับเทพเซียน ปรากฏกายอยู่ด้านหน้าซุนเฟย ซุนเฟยจำนางได้ นี่คือแอนเดเรียหลังจากที่ฟื้นความงามขึ้นมา ไม่ใช่ปีศาจสาวมีพิษก่อนหน้านี้ ความงามของนางตอนนี้น่าหลงใหลและทำให้ผู้คนไม่กล้าละสายตาไปจากนาง หลังจากที่ซุนเฟยทะลุมิติมา ผู้หญิงตรงหน้านี่แหละสวยที่สุดแล้ว
“รับของขวัญจากข้าไป รักษาผู้หญิงของเ้าไว้นะ 'ดอกไม้โร้ก' ทุกคนจะต้องพบเจอกับความยากลำบากอย่างที่ไม่มีมาก่อน นักรบหนุ่ม ภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่กำลังจะมาถึง หากเ้าเชื่อในรัก ได้โปรดคุ้มครองนางด้วย อย่าให้นางต้องทำผิดเหมือนที่ข้าทำ!”
เมื่อหญิงสาวคนนั้นพูดจบก็โบกชายเสื้อ ก่อนที่ทั้งร่างจะปกคลุมไปด้วยแสงสีดำแล้วหายไป และปรากฏชุดเกราะเวทมนตร์ที่สวยงามประณีต
ซุนเฟยตาค้าง
นี่เป็ชุดเกราะเวทมนตร์
เป็ชุดเกราะที่ครบชุดไม่มีส่วนใดขาดหายไป และบนชุดเกราะก็มีพลังที่ทรงอำนาจแผ่ออกมา
บนชุดเกราะเวทมนตร์นี้มีหน้ากากสีดำวางไว้ นั่นเป็หน้ากากที่แอเดเรียไปขอร้องให้ช่างตีเหล็กทำขึ้นมาเพื่อใส่ปกปิดใบหน้าของตัวเอง
----------------------
1 ‘เสินหนงชิมสมุนไพรนับร้อย’ ตามตำนานของจีนโบราณได้กล่าวถึงที่มาของใบชาไว้ว่า “เสินหนง” (神农) หรือ เทพแห่งการเกษตร ในตำนานจีน ในยุคอดีตกาล มีครั้งหนึ่งได้ชิมพืชพรรณทั่วแผ่นดินจนโชคร้ายถูกพิษของเหล่าพืชเข้าเล่นงานถึง 72 ชนิดภายในวันเดียว แต่สุดท้ายพิษเ่าั้เสินหนงขับพวกมันออกไปด้วยใบชา (神农尝百草,日遇七十二毒,得荼而解。) และนี่คือจุดเริ่มต้นของการดื่มชา (โดยเทพตามความเชื่อ ซึ่งก็ถือเป็การยกย่องสรรพคุณของใบชาว่าเทียบเคียงยา แต่ไม่ใช่ยา)
