เขาไวจต่ออันตรายอย่างยิ่ง จึงรีบพุ่งเข้าไปในประตูทันที ภาพที่เห็นคือสวี่จิ้นหานนอนหน้าซีดเผือดอยู่ในคอกม้า ขณะที่ม้าตัวนั้นกำลังคลุ้มคลั่ง
เขาโดนดีด!
ทีมงานทำอะไรไม่ถูก จะเข้าไปช่วยก็กลัวม้าจะตื่นใกว่าเดิม เลยได้แต่ยืนรีรอเก้ ๆ กัง ๆ
เฉินเยว่เห็นฉินซือเจิงขมวดคิ้วก็นึกว่าเขาใกลัว รีบพูดว่า "ฉันจะไปตามคนในหมู่บ้านมาปราบม้าค่ะ!"
ฉินซือเจิงเรียกเธอไว้ "ม้าตัวนี้เป็สัตว์คุ้มครองไหม? ต่อยได้ไหม?"
เฉินเยว่งงกับคำถาม แต่ก็ส่ายหน้าไปตามสัญชาตญาณ "น่าจะเป็แค่พาหนะธรรมดานะคะ"
สิ้นเสียง
ฉินซือเจิงยัดเสี่ยวฟานเฉียใส่อ้อมอกเธอ "ปิดตาเขาไว้" จากนั้นก็แหวกวงล้อมพุ่งตัวเข้าไป มือข้างหนึ่งยันรั้วกั้นแล้วพลิกตัวะโเข้าไปด้านใน!
เฉินเยว่ยังไม่ทันจะได้กรีดร้อง หมัดขวาของฉินซือเจิงก็พุ่งตรงเข้าใส่หัวม้าอย่างจัง!
ม้าร้องเสียงหลง ฉินซือเจิงย่อเข่าตั้งหลักอย่างมั่นคง รัวหมัดใส่นับสิบหมัดด้วยความเร็วสูง เ้าม้าตัวใหญล้มตึงลงกับพื้นทันที
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง... สิบวินาที?
ทีมงานทั้งกองถ่ายยืนอ้าปากค้าง
แบบ... แบบนี้ก็ได้เหรอ?
บทที่ 11 - ภูผาเขียวคะนึงหา
โบราณมีอู่ซงตีเสือ ปัจจุบันมีฉินซือเจิงมือเปล่าซัดม้า?
ทุกคนในที่เกิดเหตุถึงกับขยี้ตา สงสัยว่าภาพที่เห็นเมื่อกี้เป็เื่จริงหรือเปล่า
หน้าตาของฉินซือเจิงออกไปทางงดงามหยาดเยิ้ม ผิวขาวเนียนดุจน้ำนม เวลายิ้มตาหยีลักยิ้มสองข้างเหมือนบ่อบรรจุน้ำเชื่อมหวานฉ่ำ มองมุมไหนก็ดูบอบบางน่าทะนุถนอม... ทำ... ทำไมถึงดุขนาดนี้ล่ะ?
ซือเชียนชิวตัวสั่นงันงก เมื่อเช้าตอนถ่ายรายการที่เขาโดนฉินซือเจิงบีบมือ นั่นคงใช้แรงไปแค่ 0.01% ล่ะมั้ง?
ถ้าโดนหมัดชุดเมื่อกี้เข้าไป เขาคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่ ๆ
วินาทีที่สัญญาณภาพถูกตัดไป เสียง "เพล้ง" ก็ดึงสติอันหนิงกลับมา เธอหันขวับไปมองลู่เซี่ยนชิงตามสัญชาตญาณ อีกฝ่ายก็นั่งนิ่งอึ้งไปเหมือนกัน กระพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ แก้วน้ำแตกกระจายอยู่แทบเท้า
"พี่สี่ รู้สึกเสียวสันหลังวาบเลยไหม?" เธออดขำไม่ได้ กลั้นขำจนปวดปอด ก้มลงเก็บเศษแก้วแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะหัวเราะตัวโยนอย่างไม่กลัวตาย
ลู่เซี่ยนชิงปรายตามอง อันหนิงรีบยืดตัวตรง แต่ผ่านไปแป๊บเดียวก็หลุดขำอีก "ขอโทษที ฮ่าๆๆๆ ฉันอดไม่ไหวจริง ๆ"
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังบอกว่ามือคู่นั้นสวยมาก ทำเอาเขาเสร็จสม ได้มาเห็นฉากนี้คงสงบจิตสงบใจได้บ้างแล้วมั้ง?
สิ่งที่เหอซิ่งเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเตือนสติเขาไม่ได้ผล แต่ฉินซือเจิงกลับใช้มือคู่เดียวทำสำเร็จ เธอรีบกลั้นขำไปหยิบกล่องปยามาทำแผลให้ลู่เซี่ยนชิง หนังเื่ก่อนหน้านี้บทหนักหน่วงเกินไป เขาเลยกรีดข้อมือตัวเอง โชคดีที่แผลตื้นเลยไม่มีปัญหาอะไรมาก
พอกลับมา ลู่เซี่ยนชิงก็พิงเก้าอี้ทำหน้าครุ่นคิด "ไปซื้อมาตัวนั้นมา"
"หมายความว่าไงคะ?" อันหนิงวางกล่องยาแล้วบอกให้เขายื่นมือมา
ลู่เซี่ยนชิงเอียงคอ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเล่าเื่ดินฟ้าอากาศ "มือเขาแดง อาจจะบวมได้ ในเมื่อม้าตัวนั้นทำร้ายคน ก็สมควรโดนฆ่าทิ้ง"
อันหนิงหน้าซีดเผือด "พี่สี่ ใจเย็น ๆ นั่นม้าชาวบ้านเขา ไม่ใช่ไก่ที่เราเลี้ยงหลังบ้านนะ อีกอย่างม้าตัวเบ้อเริ่มไม่ใช่ไก่ ซื้อมาแล้วจะทำยังไง? จะบอกชาวโลกว่าลู่เซี่ยนชิงผู้สูงส่งจะฆ่าม้าเพราะมันทำฉินซือเจิงเจ็บงั้นเหรอ? ขืนข่าวหลุดออกไปพี่ซิ่งซิ่งได้อกแตกตายคาที่แน่ ไว้ชีวิตเธอเถอะ"
"อ้อ" ลู่เซี่ยนชิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วก็ไม่พูดเื่นี้อีก อันหนิงถอนหายใจโล่งอก คิดในใจว่าเขาก็ยังแคร์เหอซิ่งอยู่บ้าง พี่สี่ก็ยังมีมโนธรรมอยู่
"ฉันอยากตายภายใต้หมัดของเขา"
???
อันหนิงทำหน้าเลิ่กลั่ก ความคิดของตาเฒ่าโรคจิตนี่มันไม่เหมือนคนปกติจริง ๆ ด้วย! คนอื่นเขาเห็นแล้วหด นี่พี่แกกลับตื่นเต้นกว่าเดิมเหรอเนี่ย?
ลู่เซี่ยนชิงยื่นข้อมือให้เธอทำแผล หลุบตาลงพูดเสียงเรียบ "แต่ก่อนหน้านั้นต้องมัดมือคู่นั้นไว้ก่อน มัดไว้ที่หัวเตียงฉัน เธอว่าดีไหม? พรุ่งนี้ให้เหอซิ่งหาคนมาเปลี่ยนหัวเตียงเป็เหล็กดัด อันปัจจุบันมันมัดยาก"
อันหนิงส่งเสียง "อือ อือ" ไปส่งเดช รีบพันแผลให้เสร็จ ไม่คิดจะร่วมจินตนาการบรรเจิดเื่กักขังหน่วงเหนี่ยวข้ามจังหวัดกับเขา เสียงเย็นเยียบดังมาจากเหนือหัวอีกครั้ง "อันหนิง"
"พี่สี่ จิตใจผมไม่ได้เข้มแข็งเท่าพี่ซิ่งซิ่งนะ พี่อย่าหาเื่ผมเลย!" อันหนิงแทบกราบ
ลู่เซี่ยนชิงมองเธอด้วยสายตาเอือมระอา แล้วกดโทรศัพท์หาเหอซิ่งด้วยตัวเอง
เหอซิ่งกำลังติดไฟแดง เห็นเบอร์โทรเข้าก็รีบรับสาย "ท่านบรรพบุรุษ มีเื่อะไรอีกคะ?"
"สวี่จิ้นหานาเ็"
เหอซิ่งยังไม่รู้ข่าว ใถาม "กองถ่ายเกิดเื่เหรอ? เจ็บหนักไหม? จะไปเยี่ยมใช่ไหม? ได้ ๆ เดี๋ยวฉันจัดการให้"
ลู่เซี่ยนชิงตอบ "ฉันไม่ใช่หมอ จะไปเยี่ยมทำไม แต่เขาาเ็ รายการก็จะขาดคน"
"เฮ้อ ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ อุบัติเหตุไม่มีใคร... เดี๋ยว" เหอซิ่งััได้ถึงลางร้าย "พี่สี่ อย่าบอกนะว่าพี่คิดจะไปแทน... ไม่ได้นะ!!!"
ลู่เซี่ยนชิงพูดเสียงแ่ "ฉันทรมานมาก พอมองมือเขาเสร็จแล้วมันก็ยิ่งว่างเปล่า ความรู้สึกแบบนั้นเธอเข้าใจใช่ไหม? เธอเข้าใจฉันใช่ไหมเหอซิ่ง?"
เหอซิ่งแทบจะหักพวงมาลัย ะโลั่น "ฉันไม่เข้าใจพี่โว้ย!!!"
ลู่เซี่ยนชิงถอนหายใจแ่เบา น้ำเสียงเศร้าสร้อยสิ้นหวัง ฟังแล้วหัวใจแทบสลาย
เหอซิ่งกัดฟันกรอด สมองประมวลผลเร็วปรู๊ด ถ้าไม่ยอมให้ไป ไม่รู้ว่าพ่อคุณจะไปก่อเื่อะไรอีก ยิ่งนิสัยเบื่อโลกแบบนี้ดีไม่ดีอาจจะฆ่าตัวตายก็ได้
เธอกัดฟันจนแทบแตก ยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง "ฉันยอมให้พี่ไปก็ได้ แต่ต้องสัญญามาสามข้อ ถ้าไม่ตกลงก็ไม่ต้องไป ถ้าทำผิดกฎก็ต้องไสหัวกลับมาทันที!"
ลู่เซี่ยนชิงตอบรับอย่างยินดี "ตกลง"
ทางด้านนี้ ฉินซือเจิงต่อยม้าจนสลบ ขยับข้อมือที่ชาหนึบเล็กน้อย ก้มลงอุ้มสวี่จิ้นหานออกมา พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นทุกคนมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว ถึงขนาดถอยหลังหนี
ความดุดันอำมหิตเมื่อครู่หายวับไป ใบหน้าขาวเนียนเต็มไปด้วยความกังวล ถามเสียงเบาอย่างระมัดระวัง "ผู้กำกับครับ... ต้องชดใช้ค่าเสียหายไหมครับ? ผมไม่มีเงินนะ! เอาค่าตัวหักลบกันก่อนได้ไหมครับ?"
ผู้กำกับยังยืนงง เผลอยกมือลูบคอตัวเองโดยไม่รู้ตัว โดนเรียกอยู่หลายทีถึงได้สติ "พูดอะไรอย่างนั้น เก่งมากเลยต่างหาก! ทั้งกองไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ม้าตัวนั้นเลย โชคดีที่มีคุณ! ไม่ต้องชดใช้หรอก วางใจเถอะ ว่าแต่รมือคุณ... ไม่เป็ไรใช่ไหม? เฉินเยว่ รีบตามหมอมาดูมือเสี่ยวฉินเร็ว"
