หยางเฉินไม่สนใจท่าทางของไช่หนิงแต่อย่างใด เขามองดูกระดาษบนมือซึ่งระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ ที่ซึ่งหลินรั่วซีและป้าหวังถูกคุมขังอยู่ จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรหาเฉียงเวยทันที
"ที่รัก ในที่คุณก็ติดต่อมาสักที เป็อย่างไรบ้างคะ?"
"อ่า... เฉียงเวยคุณช่วยผมค้นหาคนโดยใช้พิกัดที่ผมส่งไปหน่อยได้หรือไม่"
หยางเฉินส่งพิกัดที่ได้รับให้เฉียงเวย จากนั้นวางสาย และเงยหน้าขึ้นมองไช่หนิงที่ยังคงยืนหน้ามุ่ยอยู่ด้านหน้าของตัวเอง
"ถ้าคุณ้าจะให้ผมรับผิดชอบล่ะก็ จับผมไปให้นายพลปัญญาอ่อนได้เลย แน่นอนว่าคุณจะต้องได้รับค่าตอบแทนมหาศาลแน่ๆ"
"นายมันเอาแต่ใจเสียจริง..." ไช่หนิงรู้ว่าสิ่งที่หยางเฉินกล่าวนั้นถูกต้อง ถ้าเขา้าเอาจริงขึ้นมา เธอย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
หยางเฉินไม่สนใจไช่หนิงอีก เขาเดินออกจากสวนสาธารณะและตรงไปที่รถอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับไปที่รถ เฉียงเวยก็ติดต่อมาทันที หลังจากที่ล้มล้างกองกำลังของโจวกวางเหนียนได้ กลุ่มสมาพันธ์หนามแดงก็ขึ้นเป็ผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่ง การหาคนสองคนจากพิกัดแคบๆ จึงไม่ใช่เื่ยาก
"ที่รักคะ โชคดีที่เราค้นหาได้อย่างรวดเร็วไม่อย่างนั้นอาจเกิดเื่ร้ายขึ้นได้" เฉียงเวยกล่าว
"เจอพวกเขาที่ไหน?" แม้ภายนอกหยางเฉินจะสงบนิ่ง แต่ในใจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
เฉียงเวยกล่าวว่า "ในเขื่อนชลประทานเขตตะวันตก ถ้าเราไปไม่ทันอีกสิบห้านาทีพวกเขาอาจจมน้ำตายก็ได้ค่ะ"
หยางเฉินรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก เทนงูช่างกล้ายิ่งนัก ถ้าเขาชักช้ากว่านี้หลินรั่วซีและป้าหวังจมน้ำตายอย่างแน่นอน
"ขอบคุณมาก ช่วยส่งตัวพวกเขาไปที่สถานีตำรวจหน่อยได้หรือเปล่า" หยางเฉินในตอนนี้เก็บจินนินทั้งสามเข้าบัญชีดำเรียบร้อยแล้ว
หลังจากวางสายไปแล้ว ไช่หนิงก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกล่าวว่า "ท่านนายพลโกรธมาก เขายังบอกว่าอีกว่าผิดหวังในตัวคุณด้วย"
หยางเฉินหันกลับมาด้วยดวงตาอันแข็งกร้าว "ผมจะไปหาภรรยาที่สถานีตำรวจ และอย่าพูดถึงท่านนายพลของคุณอีก ผมขยะแขยงเขาเต็มทน ถ้ากล้าพูดถึงอีกผมจะฆ่าเขาเสีย"
ความ้าสังหารของหยางเฉินเข้มข้นเป็อย่างมาก นั่นทำให้ไช่หนิงถึงกับถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว
หยางเฉินหันกลับขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจตะวันตกทันที เขาต้องแน่ใจว่าหลินรั่วซีและป้าหวังปลอดภัยจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่สบายใจอยู่เช่นนี้
ไช่หนิงเหม่อมองหยางเฉินจากไปสักพักก็กดสายโทรหา "ท่านนายพล หยางเฉินไปแล้วค่ะ"
"เ้ากลับมาก่อน เราต้องค้นหาเส้นทางของพวกนักรบญี่ปุ่นให้ได้ ต้องไม่ให้พวกมันกลับญี่ปุ่นไปโดยเด็ดขาด"
"ค่ะท่าน... แต่ว่า... แล้วหลินรั่วซีล่ะคะ?"
"ไม่เป็ไร เื่งานสำคัญกว่า"
"ค่ะ..."
"แล้วตอนนี้หยางเฉินอยู่ที่ไหน?
"เขากำลังไปหาหลินรั่วซีที่สถานีตำรวจค่ะ..."
"..."
ในขณะเดียวกัน ชานเมืองทางใต้ซึ่งเป็ที่ซ่อนตัวของสามจินนินจากญี่ปุ่น
หลังจากแน่ชัดแล้วว่าไม่มีการไล่ล่าจากกองกำลังของจีน ทั้งสามก็รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
เทนงูมองคริสทัลสีดำที่อยู่ในมือ และหัวเราะขึ้นมาอย่างกับคนบ้า
"ในที่สุด... ในที่สุดข้าก็จะได้เป็พระเ้า..."
ทานุกิเดินเข้าไปตบไหล่เทนงู พร้อมกล่าวว่า
"เทนงูให้ข้าดูหน่อย เป็ศิลาเทพเ้าของจริงใช่หรือเปล่า?"
เทนงูรีบเก็บศิลาเทพเ้าเข้าไปในเสื้อทันที
"ทานุกิ ข้าวางแผนและลงแรงไปมากมายกว่าจะได้ศิลาเทพเ้ามา ข้าจะไม่ให้มันห่างจากตัวจนกว่าจะกลับไปถึงญี่ปุ่น"
"เฮ้ยๆ... เทนงู หรือว่าเ้าอยากขึ้นเป็พระเ้าเองหรอกหรือ?" ทานุกิหัวเราะชั่วร้าย
"ทานุกิ เ้าสงสัยในความจงรักภักดีของข้าอย่างนั้นหรือ?" เทนงูคำรามลั่น
ฮันเนียะที่ฟังมาตลอดก็หัวเราะในลำคอพร้อมกล่าวว่า
"เทนงู ก่อนที่พวกเราจะมาที่นี่ ท่านหัวหน้าได้ให้ข้าเป็แกนหลักของแผนการ ถึงแม้ว่าเ้าจะทำสำเร็จ แต่เ้าไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของข้า คิดหรือว่าจะหลบหนีการลงโทษไปได้"
"ฮ่าฮ่า ฮันเนียะเมื่อข้านำศิลาเทพเ้ามอบให้กับท่านหัวหน้าด้วยมือคู่นี้ เื่ทั้งหมดก็จะไร้ความหมาย และเ้าก็จะกลายเป็ผู้หญิงของข้า" เทนงูกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
แววตาของฮันเนียะปรากฏรังสีสังหารขึ้นมาทันที
“ข้าคิดว่าเ้าควรจะส่งศิลาเทพเ้าให้ทานุกิจะดีกว่า"
"ทำไมข้าต้องทำอย่างนั้นด้วย พวกเ้าไม่มีปัญญาได้มันมาเองหรือไง?" เทนงูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูก
ทานุกิหัวเราะขึ้นมาทันที "ก็เพราะเ้ากำลังจะตายยังไงล่ะ..."
สิ้นเสียงทานุกิ ร่างของฮันเนียะกลืนหายไปในทันที
เทนงูตกตะลึงไป เขารับรู้ได้ในทันทีว่าฮันเนียะ้าฆ่าเขา "ฮันเนียะเ้าอยากตายนักหรือไง!?" ั์ตาของเทนงูวาววับขึ้น
"เคร้ง!"
ฮันเนียะปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ พร้อมๆ กับมืดสั้นที่ถูกหักออกเป็สองท่อน
เทนงูหัวเราะเยาะเย้ย ในขณะที่กำลังจะเข้าไปซ้ำอยู่ๆ ขาก็อ่อนแรงลงอย่างกะทันหัน
"ไอ้หมาลอบกัด!" เทนงูคำรามอย่างโกรธแค้น พร้อมกระอักเืออกมา ล้มลงไปกับพื้นด้วยความเ็ป
ทานุกิเหยียบหน้าอกของเทนงูไว้พร้อมกล่าวว่า "เทนงู เ้าปกป้องศิลาเทพเ้าจนลืมป้องกันตัวเองเลยหรือไง?"
เทนงูพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เท้าของทานุกิก็กระทืบซ้ำลงไปเสียก่อน จนได้แต่กระอักเืออกมาด้วยความเดือดดาล
"นี่ฮันเนียะ พิษของเ้านี้ร้ายกาจจริงๆ แม้เ้าตัวใหญ่นี่จะสมองกลวง แต่โคถึกอย่างมันยังต้องล้มลงในชั่วพริบตา"
ฮันเนียะก้มลงหยิบศิลาเทพเ้ามาจากเทนงูอย่างง่ายดาย
"เทนงู เ้าละเมิดคำสั่งของหัวหน้า และยังอยากชิงเอาศิลาเทพเ้าไว้ที่ตัวเองอีก ดังนั้นข้ากับทานุกิจึงต้องทำแบบนี้"
"ทานุกิ จงใช้ทักษะการหลบหนีของเ้า พาเราออกจากประเทศนี้..." ฮันเนียะออกคำสั่ง
ทานุกิปรบมือประจบฮันเนียะ "ท่านหญิงขอรับ ขอข้าดูศิลาเทพเ้าหน่อยได้หรือเปล่า?”
ฮันเนียะโยนศิลาเทพเ้าให้ทานุกิอย่างไม่แยแส
"ลูกสาวของท่านหัวหน้าช่างแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ" ทานุกิยิ้ม และโยนศิลาเทพเ้าขึ้นลง ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภ
ฮันเนียะหัวเราะกล่าวว่า "ทานุกิ เ้าอย่าคิดจะดีกว่า นอกจากท่านหัวหน้าแล้ว ไม่มีใครรู้วิธีการใช้ศิลาเทพเ้าอีก"
"ข้ารู้ ข้ารู้..." ทานุกิหัวเราะเสียงแหลม "ท่านหญิงฮันเนียะ ข้าเฝ้ารอที่จะได้เห็นพระเ้าองค์ใหม่อยู่... เคี้ยก เคี้ยก..."
ภายในต้นไม้ เสียงหัวเราะของทานุกิสะท้อนไปมาคล้ายไม่มีวันสิ้นสุด
อีกด้านหนึ่งหยางเฉินขับรถไปที่สถานีตำรวจตะวันตก เมื่อเข้าไปในสถานีตำรวจ เขาก็เห็นหลินรั่วซีและป้าหวัง กำลังพูดคุยกับเ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ เสื้อผ้าของทั้งสองเปียกน้ำ ในเวลานี้จึงใส่เสื้อผ้าง่ายๆ ชั่วคราว และสวมเสื้อโค้ตของตำรวจทับไว้
อย่างไรก็ตามหลินรั่วซียังดูเหนื่อยอ่อน ริมฝีปากของเธอขาวซีดเป็อย่างมาก ในฐานะเพื่อนของสารวัตรไช่ เมื่อเห็นหยางเฉินเดินเข้ามา ใบหน้าของเธอก็ปรากฏแววยินดีเล็กน้อย
"หยางเฉิน นายมาแล้ว"
ป้าหวังหันกลับไปมองหยางเฉินพร้อมรอยยิ้ม "คุณชาย" แม้แต่ป้าหวังในเวลานี้ก็ยังมีสีหน้าที่ไม่ดี ส่วนทางด้านหลินรั่วซียังคงนั่งเงียบเหมือนไม่ได้ยินอะไร
"ผมขอโทษ ผมมาช้าไป" หยางเฉินเห็นทั้งสองมีสภาพเป็เช่นนี้ ในใจก็รู้สึกทรมานเป็อย่างมาก
หลินรั่วเงยหน้าขึ้นมองไปยังสายตาสับสนของหยางเฉิน หญิงสาวยกยิ้มขึ้นกล่าวว่า "นี่เป็แค่การลักพาตัวเท่านั้น”
หลินรั่วซีในเวลานี้ไม่ได้ดุด่าว่าอะไรหยางเฉินเหมือนอย่างปกติ นั่นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมาก
ถ้าหากเขาอยู่ที่บ้าน แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ถูกลักพาตัวไปแบบนี้อย่างแน่นอน
"รั่วซี เหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ต่อไปผมจะปกป้องคุณเอง" หยางเฉินกล่าวอย่างหนักแน่น
หลินรั่วซีส่ายศีรษะเบาๆ "หยางเฉิน อย่าทำแบบนี้เลย แม้ว่าฉันมักจะโกรธนายอยู่บ่อยๆ แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผล เื่ที่เกิดไม่ใช่ความผิดของนาย ฉันไม่ว่าอะไรนายหากนายจะไปหาค้างคืนที่อื่น เหมือนที่ฉันบอกนายก่อนจะแต่งงาน เราทั้งสองมีอิสระ แม้พวกเราจะโดนลักพาตัว แต่นี่ก็ไม่เกี่ยวกับนาย นายกลับไปทำงานเถอะ"
"ใช่ค่ะคุณชาย พวกเราไม่ตำหนิคุณหรอกค่ะ คนเลวพวกนั้นอยากได้เงินก็เลยบุกเข้าไปลักพาตัวพวกเราก็เท่านั้น" ป้าหวังไม่อยากให้หยางเฉินรู้สึกผิด
หลินรั่วซีเป็นักธุรกิจที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าจะถูกลักตัวจนเกือบจมน้ำตาย แต่เธอก็ยังคงมีสติและมีเหตุผลอยู่เสมอ
ด้วยเหตุนี้หยางเฉินจึงยิ่งรู้สึกเ็ป เป็เพราะตัวเขาเองต่างหากที่สูญเสียความเยือกเย็นไป
บางทีเธออาจจะไม่รักตัวเอง แต่เธอก็ใส่ใจกับความรู้สึกของเขา หยางเฉินไม่สามารถบอกได้ว่าพวกเขาถูกลักพาตัวเพราะตัวเขาเองเป็ต้นเหตุ
“ก่อนที่จะมาคุยเื่ใครผิดใครถูกนี่ นายควรจะพาป้าหวังกับรั่วซีกลับบ้านไปก่อนนะ” ไช่เอี๋ยนกล่าว
หยางเฉินพยักหน้า ชายหนุ่มก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยพยุงป้าหวัง และกล่าวกับหลินรั่วซีว่า "รั่วซี กลับบ้านกันเถอะ"
"อ่า..." หลินรั่วซียืนขึ้น และหันมากล่าวกับไช่เอี๋ยนว่า "เอี๋ยนเอี๋ยน พวกเราจะงานปาร์ตี้ในสัปดาห์หน้าด้วยนะ"
"พวกเธอ?" ไช่เอี๋ยนมองไปที่หยางเฉินอย่างตกตะลึง และหันกลับมาที่หลินรั่วซีด้วยสีหน้าสงสัย
หยางเฉินถามอย่างงงงวยว่า "ปาร์ตี้อะไรเหรอครับ?"
"กลับไปแล้วฉันจะบอกนายเอง" หลินรั่วซีกล่าวขึ้นอย่างแ่เบา จากนั้นบอกลาไช่เอี๋ยนและเดินออกจากสถานีตำรวจไปในทันที
