ตอนที่ 5 หัตถ์เทวะกระชากิญญา
หว่านเอ๋อร์มองผ่านฝูงชนเข้าไป เห็นร่างของชายหนุ่มบนเตียงที่ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ เล็บมือดำสนิท และที่สำคัญคือเส้นเืตรงขมับที่เต้นตุบๆ อย่างผิดจังหวะ
"หากพวกท่านยังคงสกัดจุด เทียนตือ เพื่อสกัดพิษต่อไป อีกไม่เกินหนึ่งร้อยลมหายใจ เส้นเืในสมองของเขาจะแตกกระจาย และนั่นจะเป็การฆ่าเขาด้วยมือของพวกท่านเอง" เสียงใสและเยือกเย็นของหว่านเอ๋อร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสลัด
ทุกคนหันขวับมามองนางเป็ตาเดียว จางกุ้ยได้ทีจึงรีบใส่ความทันที
"นายท่านเฉิน! นังเด็กยาจกคนนี้มันเข้ามาก่อความวุ่นวาย แถมยังกล้ามาสั่งสอนท่านหมอไป๋ด้วยวิชาหมอเถื่อนๆ ของนาง! ข้าจะรีบไล่นางไปเดี๋ยวนี้!"
"หยุดก่อน!" หมอคนหนึ่งที่หนุ่มกว่าเพื่อนและมีความทะเยอทะยานสูงเดินก้าวออกมา เขาชื่อ หมอหลิว
"แม่นางน้อย เ้าเป็ใคร? กล้าดียังไงมาวิพากษ์วิจารณ์การรักษาของพวกเรา? เ้าอ่านตำราสมุนไพรจบสักเล่มหรือยัง หรือว่าพึ่งจะหัดคัดตัวอักษรเสร็จ?"
หว่านเอ๋อร์แค่นหัวเราะ
"ตำราที่พวกท่านอ่าน อาจจะหนาเท่ากำแพงเมือง แต่น่าเสียดายที่สายตาของพวกท่านกลับมืดบอดจนมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า พิษแมงมุมทมิฬไม่ได้ทำลายจากภายนอก แต่มันสร้างก้อนเือุดตันลมปราณที่พวกท่านพยายามขับเคลื่อนมันยิ่งไปเพิ่มแรงดันในก้อนเืนั้น... พวกท่านเรียนมาเพื่อรักษาคน หรือเรียนมาเพื่อเป็เพชฌฆาตในคราบนักบุญกันแน่?"
"นังตัวดี! ปากกล้านัก!" หมอหลิวหน้าเสีย
"ในเมื่อเ้าเก่งนัก ทำไมไม่รักษาเองเลยล่ะ? อ๋อ... ข้าลืมไป ยาจกอย่างเ้าคงรู้จักแต่การใช้ขี้เถ้ามาอุดแผลกระมัง!"
เศรษฐีเฉินที่กำลังสิ้นหวังหันมามองหว่านเอ๋อร์ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เขาเห็นเด็กสาวในชุดซอมซ่อ แต่ดวงตานั้นกลับสงบนิ่งราวกับมองเห็นทุกสรรพสิ่งผ่านทะลุไปถึงกระดูก
"แม่นาง... เ้าบอกว่าพวกเขารักษาผิด เ้ามีความสามารถรักษาบุตรชายข้าจริงๆ หรือ?"
"หกสิบส่วนขึ้นอยู่กับข้า อีกสี่สิบส่วนขึ้นอยู่กับว่าท่านจะกล้าเดิมพันหรือไม่" หว่านเอ๋อร์ตอบสั้นๆ
"นายท่านเฉิน อย่าไปเชื่อนาง!" จางกุ้ยะโ เพราะยังแค้นที่ถูกนางด่าไปก่อนหน้านี้
"นางก็แค่พวกต้มตุ๋นที่อยากได้เงินรางวัล! หากบุตรชายท่านเป็อะไรไปเพราะนาง ใครจะรับผิดชอบ!"
หมอไป๋ที่นิ่งเงียบมานานมองหว่านเอ๋อร์ด้วยสายตาพิจารณา เขาเห็นความมั่นใจที่ไม่ได้เกิดจากการอวดอดีต แต่เป็ความมั่นใจของผู้ที่กุมความจริงไว้ในมือ
"แม่นาง... หากเ้าทำพลาด ชีวิตของนายน้อยเฉินคือชีวิตคนทั้งคน เ้าจะรับผิดชอบอย่างไร?"
หว่านเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น สบตาหมอไป๋และเศรษฐีเฉิน
"หากข้ารักษาไม่หาย ข้ายินดีมอบชีวิตของข้าและน้องชายให้แก่ตระกูลเฉิน จะให้ข้าตายตามไป หรือจะให้ข้าเป็ทาสรับใช้ชั่วชีวิต ข้าก็จะไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว... แต่หากข้ารักษาหาย รางวัลที่ข้า้า ท่านต้องเป็คนจ่าย"
เศรษฐีเฉินมองไปที่บุตรชายที่เริ่มมีอาการชักกระตุก และเืสีดำไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด เหล่าหมอต่างส่ายหน้าและถอยหลังหนี
"เขา... เขาไม่ไหวแล้วชีพจรดับแล้ว!" หมอคนหนึ่งวิ่งออกมาเตือนทุกคน
ด้วยความสิ้นหวังถึงขีดสุด เศรษฐีเฉินะโก้อง
"หยุด! ในเมื่อพวกท่านไม่มีใครช่วยได้ ก็ถอยไป! แม่นางน้อย... ข้าจะเสี่ยงเดิมพันกับเ้า! หากเ้าช่วยลูกข้าได้ ข้าจะมอบทองคำห้าร้อยตำลึงและนับเ้าเป็ผู้มีพระคุณสูงสุดของตระกูลเฉิน! แต่หากลูกข้าตายในมือของเ้า... เ้าและน้องชายต้องถูกฝังไปพร้อมกับเขาในสุสานคืนนี้! เ้ากล้าหรือไม่!"
เสี่ยวสือหน้าซีดเผือด กุมมือพี่สาวแน่น แต่หว่านเอ๋อร์กลับยิ้มอย่างงดงามและน่าเกรงขามที่สุด
“ข้า้าเข็มเงิน... และเหล้ากลั่นแรงๆ” หว่านเอ๋อร์กล่าวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันคือแววตาของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะสยบความตาย
“ข้าจะถอนพิษให้เขาเอง”
บรรยากาศในห้องรักษาภายในโรงหมอจี้ซื่อถังบัดนี้เย็นเยียบยิ่งกว่าโลงน้ำแข็ง เหล่าหมอาุโยืนเรียงรายอยู่รอบเตียงด้วยสีหน้ากึ่งดูแคลนกึ่งรอคอยที่จะเห็นความพ่ายแพ้ของเด็กสาวบ้านป่า หมอหลิวกอดอกพลางกระซิบกับคนข้างๆ
"คอยดูเถอะ นางพ่นน้ำลายคำโตขนาดนั้น พอลงมือจริงๆ คงทำได้แค่ยืนตัวสั่น"
หว่านเอ๋อร์เมินเฉยต่อเสียงนกเสียงกา นางล้างมือด้วยเหล้าแรงจนผิวขึ้นสีระเรื่อ ความร้อนของเหล้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของปราณในปลายนิ้ว นางหลับตาลงเพียงชั่วครู่ จิตสำนึกเชื่อมต่อกับ ตำราหัตถ์เทวะ ในห้วงมิติ หน้ากระดาษสีทองพลิกปลิวไปยังบทที่ว่าด้วย พิษแทรกเส้นเื
[คำเตือน: หัวใจหยุดเต้นแล้ว 30 วินาที ต้องใช้ วิชาฝังเข็มเจ็ดดาวคืนิญญา ทันที]
"เสี่ยวสือ มาถือโคมไฟให้พี่สาว" หว่านเอ๋อร์สั่งเสียงนิ่ง
เด็กน้อยพยักหน้าอย่างเข้มแข็ง เขาพยายามกลั้นความตื่นเต้นสุดชีวิตและชูโคมไฟขึ้นสูง แสงไฟสีนวลสะท้อนให้เห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมอยู่ตามไรผมของพี่สาว
หว่านเอ๋อร์หยิบเข็มเงินเล่มยาวออกมา นางไม่ได้ใช้ไฟลน แต่กลับใช้ปลายนิ้วลูบผ่านเข็มอย่างรวดเร็ว พลังปราณจางๆ จากมิติิญญาซึมซาบเข้าสู่ตัวเข็มจนมันสั่นระริกส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆ
"นั่นนางทำอะไร? ทำไมเข็มถึงมีเสียง?" หมอไป๋ที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ถึงกับตาพร่าผึ่ง "นั่นมัน... การใช้ปราณขับเข็ม? สตรีตัวเล็กๆ เยี่ยงนี้จะมีพลังปราณได้อย่างไร!"
ฉึก!
เข็มแรกปักลงที่จุด ไป่ฮุ่ย กลางกระหม่อมอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ คนไข้ที่เคยนอนนิ่งสนิทกลับกระตุกเฮือกใหญ่
"หยุดนะ! เ้าจะฆ่าเขาจริงๆ หรือนั่นเป็จุดตายนะ!" หมอหลิวทนไม่ไหวพุ่งตัวเข้ามาจะห้าม
"ถอยไป!" เศรษฐีเฉินคำราม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกดดัน
"ใครขวางนาง ข้าจะให้คนของข้าหักขามันเดี๋ยวนี้!"
หว่านเอ๋อร์ไม่แม้แต่จะหันไปมอง นางปักเข็มที่สอง สาม และสี่ ลงที่จุดรอบหน้าอกด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด ราวกับนางกำลังวาดลวดลายของกลุ่มดาวบนท้องฟ้าลงบนร่างกายมนุษย์ ทุกครั้งที่เข็มปักลงไป รอยเืสีเขียวคล้ำใต้ิัจะค่อยๆ เคลื่อนตัวตามการชักนำของเข็ม
เหงื่อเริ่มไหลอาบแก้มของหว่านเอ๋อร์ ความดันในห้องดูเหมือนจะลดต่ำลงจนทุกคนหายใจลำบาก แต่นางยังคงมั่นคง นิ้วเรียวสวยคีบเข็มเล่มสุดท้ายที่ยาวที่สุด
"เข็มที่เจ็ด... เปิดประตู์!"
นางปักเข็มลงที่กึ่งกลางหน้าอก เล็งตรงไปยังตำแหน่งหัวใจอย่างไม่ลังเล!
"อึก!" ร่างของนายน้อยเฉินโก่งตัวขึ้นเหนือเตียง ราวกับถูกแรงมหาศาลกระชากขึ้นมา ก่อนจะตกลงไปกระแทกฟูกดังตุ้บ พร้อมกับก้อนเืสีดำสนิทที่พุ่งออกมาจากปากของเขา กลิ่นคาวเืปนพิษนั้นฉุนกึกจนคนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนี
"ลูกพ่อ!" เศรษฐีเฉินถลาเข้าไปหา แต่นิ่งงันไปเมื่อเห็นว่าบุตรชายยังคงนิ่งสนิท
"เขา... เขาตายแล้วหรือ?" เศรษฐีเฉิน ทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างหมดแรงสีหน้าหมดอาลัยขึ้นมาอย่างท่วมท้น
"ฮ่าๆๆ! ข้าบอกแล้ว!" จางกุ้ยะโอย่างสะใจ
"นางฆ่าคน! ท่านมือปราบ! มาจับนังเด็กนี่ไปปะาเดี๋ยวนี้!"
หมอหลิวยิ้มเยาะ
"นายท่านเฉิน ในเมื่อนางทำพลาดตามสัญญา ข้าว่าท่านควรจะ..."
เฮือก!
เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดังขึ้นจากร่างบนเตียง นายน้อยเฉินที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว กลับไอโขลกออกมาติดต่อกันหลายครั้ง ดวงตาที่เคยขุ่นมัวค่อยๆ เปิดขึ้น ผิวที่เคยเขียวคล้ำกลับมีสีชมพูระเรื่อขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
"น้ำ... ข้า... ข้าหิวน้ำ..." เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอของเขา
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องรักษา หมอทุกท่านต่างยืนตะลึงราวกับเห็นปาฏิหาริย์ หมอไป๋รีบพุ่งเข้าไปจับชีพจรทันที
"เป็ไปได้ยังไง... ชีพจรที่เคยดับไปแล้วกลับมาเต้นแรงและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม! พิษ... พิษที่ชีพจรหัวใจหายไปหมดสิ้นแล้ว!"
เศรษฐีเฉินทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง ร่ำไห้กอดบุตรชายไว้แน่น
"ลูกพ่อ... เ้ากลับมาแล้วจริงๆ เ้ากลับมาแล้ว!"
หว่านเอ๋อร์ค่อยๆ ถอนเข็มออกทีละเล่มอย่างประณีต นางเช็ดเข็มเงินด้วยผ้าสะอาด ท่าทางของนางยังคงเรียบเฉยราวกับสิ่งที่ทำไปนั้นเป็เพียงการปลูกผักในสวน
"เสี่ยวสือ... เก็บของ พวกเราจะไปกันแล้ว"
"เดี๋ยวก่อน! แม่นาง... ท่านหมอเทวะ!" เศรษฐีเฉินรีบลุกขึ้นลนลาน เขาหันไปหาจางกุ้ยที่ยืนสั่นงันงก
"จางกุ้ย! เมื่อครู่เ้าพูดว่าอะไรนะ? เ้าจะจับนางไปปะางั้นหรือ?"
"ข้า... ข้า..." จางกุ้ยหน้าซีดจนจะกลายเป็สีขาว
"ข้าเข้าใจผิดไปขอรับ นายท่าน ข้า..."
เพียะ!
ฝ่ามือของเศรษฐีเฉินฟาดลงบนใบหน้าของจางกุ้ยจนเขากระเด็นไปกระแทกตู้ยา
"ไอ้คนตาหมา! เ้าดูถูกผู้ช่วยชีวิตบุตรชายข้า เ้ายังกล้าเสนอหน้าอยู่ที่นี่อีกหรือ! ไสหัวออกไปจากเมืองกิมจิวเดี๋ยวนี้ อย่าให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เ้าไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน!"
จางกุ้ยรีบคลานหนีออกไปอย่างหมดสภาพ หมอหลิวเองก็พยายามจะหลบฉากไปเงียบๆ แต่กลับถูกสายตาเ็าของหว่านเอ๋อร์ตรึงไว้
"หมอหลิว..." หว่านเอ๋อร์เรียกชื่อเขาเบาๆ แต่กลับดังก้องในใจคนฟัง
"ตำราที่ท่านอ่านมา อาจจะบอกวิธีรักษาโรคได้ แต่มันคงไม่ได้สอนวิธี รักษาความเป็คนในใจท่านสินะ ความเย่อหยิ่งของท่านเกือบจะพรากชีวิตคนไปหนึ่งคน... จำไว้นะ คนที่เก่งเขาไม่จำเป็ต้องอวดอ้าง แต่มันจะปรากฏในยามที่ต้องฉีกกระชากความตายเท่านั้น"
หมอหลิวหน้าซีดเผือด ก้มหน้าไม่กล้าสบตาแม้แต่น้อย
หมอไป๋เดินเข้ามาหาหว่านเอ๋อร์ ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
"แม่นางน้อย... ข้าไป๋เทียน สารภาพว่าวันนี้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว วิชาฝังเข็มของท่านคือของจริง ข้าขออภัยที่คิดล่วงเกินในคราแรก โรงหมอจี้ซื่อถังแห่งนี้ยินดีต้อนรับท่านเสมอในฐานะหมอาุโสูงสุด!"
หว่านเอ๋อร์ยิ้มจางๆ
"ท่านหมอไป๋ ท่านเป็คนเที่ยงธรรม ข้าไม่ได้ถือสา... แต่ตอนนี้ ข้ามีเดิมพัน ที่ต้องรับ"
เศรษฐีเฉินรีบสั่งคนรับใช้ทันที
"ไป! ไปเอาทองคำห้าร้อยตำลึงทองมาให้ท่านหมอเดี๋ยวนี้! และเตรียมรถม้าที่หรูที่สุดเพื่อส่งท่านกลับ! นอกจากนี้..." เขายื่นป้ายหยกสีเขียวมรกตที่มีสลักคำว่าเฉิน
"ป้ายนี้คือคำสั่งของข้า ใครเห็นป้ายนี้ต้องปฏิบัติต่อท่านหมอดุจปฏิบัติต่อตัวข้าเอง!"
หว่านเอ๋อร์รับทองและป้ายหยกมาอย่างสงบ นางหันไปหาเสี่ยวสือที่ตอนนี้ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่
"ไปกันเถอะเสี่ยวสือ พี่สาวจะพาเ้าไปซื้อชุดใหม่ที่สวยที่สุดในเมืองนี้"
ในขณะที่รถม้าตระกูลเฉินเคลื่อนตัวออกจากโรงหมอจี้ซื่อถังท่ามกลางสายตาชื่นชมและยำเกรงของฝูงชน บนหอสุราชั้นสองฝั่งตรงข้าม บุรุษในชุดน้ำเงินเข้ม เซียวจิ้งเหยียน ยังคงนั่งจิบสุราอย่างสุนทรีย์
"หัตถ์เทวะกระชากิญญา... ช่างเด็ดขาดและเผ็ดร้อนเหลือเกิน" เขาพึมพำพลางควงจอกสุราเล่น
"สตรีผู้นี้ หาได้ยากยิ่งในหมู่สตรี... มู่หว่านเอ๋อร์"
เขามองตามรถม้าที่หายลับไปในม่านหิมะ ดวงตาคมกริบฉายแววหวงแหนจางๆ โดยที่เขาเองก็อาจไม่รู้ตัว
