ตอนที่ 31
มีเงาเพิ่มมาอีกหนึ่งเงา
ท่ามกลางบันไดที่มืดสลัว พร้อมกับแสงไฟที่ติดๆ ดับๆ สีหน้าของผู้เล่นแต่ละคนดูย่ำแย่ ความกลัวเริ่มผุดขึ้นในใจเหมือนวัชพืชที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บีบคั้นเส้นประสาทของทุกคนให้ตึงเครียด
“แกอาจจะหูฝาดไปเองก็ได้” เฉินต้าเหล่ยพึมพำออกมา
หม่าเยว่ลูบแขนที่ขนลุกซู่พลางตอบแบบแห้งๆ: “ก็อาจจะนะ!” เขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะเป็คนแรกที่ถูกหมายหัว หวังเพียงว่าเสียงเมื่อครู่จะเป็แค่หูแว่วไปเอง
ชิงหลี่ปรายตาไปมองหม่าเยว่แวบหนึ่ง... โหงวเฮ้งของหมอนี่ดูร่วงโรย หน้าผาก มีไอสีดำจางๆ ปกคลุม แต่ในความดำนั้นกลับมีสีชมพูแซมอยู่ นี่มันดวง ท้อพิฆาต ชัดๆ!
“พี่ชาย ซื้อยันต์ไหม? ใบละหนึ่งแสนคะแนนความนิยม เอาไว้ป้องกันตัวตอนคับขันได้นะ” ชิงหลี่หยิบยันต์ออกมาใบหนึ่งพลางยิ้มหวานให้หม่าเยว่
“เหอะ นึกว่าน้องสาวเป็เซียนที่ไหน ที่แท้ก็พวกต้มตุ๋น นึกว่าผมโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” หม่าเยว่แค่นหัวเราะเยาะ ไม่แม้แต่จะชายตามองยันต์ในมือเธอ
เห็นแบบนั้น ชิงหลี่ก็แค่ยักไหล่ การช่วยคนต้องมีวาสนาต่อกัน เธอไม่เคยบังคับใครอยู่แล้ว
“ผมขอซื้อสักใบได้ไหมครับ?” จู่ๆ เวินอี้ก็โพล่งขึ้น
ชิงหลี่ที่ปกติจะหน้าเงิน กลับปฏิเสธเป็ครั้งแรก เธอส่ายหน้าแล้วบอกว่า: “ยันต์ของฉันขายให้เฉพาะคนที่มีวาสนาต่อกันเท่านั้นค่ะ”
เวินอี้ที่มั่นหน้าในเสน่ห์ตัวเองตอบกลับว่า: “แต่ผมรู้สึกว่าพวกเรามีวาสนาต่อกันมากเลยนะ”
ชิงหลี่กะพริบตาปริบๆ ตอบอย่างใสซื่อ: “เป็ไปได้ไหมคะว่า... ที่ฉันหมายถึงวาสนาคือ ‘วาสนาระหว่างคนกับคน’ ...แต่คุณไม่ใช่คนน่ะค่ะ”
เวินอี้มุมปากกระตุก: “……” แม่มเอ๊ย กวนตีนฉิบ
เมื่อถึงชั้น 3 เวินอี้กับโจวย่าแยกตัวออกไปเป็คู่แรก ห้อง 301 อยู่ลึกที่สุดในทางเดิน แผ่นหลังของทั้งคู่ถูกแสงไฟลากยาวออกไป ปลายทางมืดมิดดูราวกับขุมนรกที่ไร้ก้นบึ้ง
“พวกคุณเห็นอะไรแปลกๆ ไหม?” หวังถิงถิงจ้องมองไปที่ทางเดินด้วยสายตาหวาดกลัว
“อะไรแปลก?” หม่าเยว่ถาม
หวังถิงถิงชี้ไปที่พื้นทางเดิน เสียงสั่นเครือ: “เงา... มีเงาสามร่างค่ะ”
ทุกคนหันไปมองตามนิ้วเธอ รูม่านตาพลันหดเกร็งด้วยความช็อก! บนพื้นดิน ข้างๆ เงาของเวินอี้กับโจวย่า มีเงาดำจางๆ อีกสายหนึ่งติดสอยห้อยตามไป ถ้าหวังถิงถิงไม่ทัก ก็ยากที่จะสังเกตเห็น
“พวกเราควระโเตือนเขาไหม?” หวังถิงถิงถามเสียงเบา
หวงลี่น่าแค่นเสียงเย็น: “ห่วงตัวเองเถอะ อย่าไปแส่เื่คนอื่นเลย” เธอแค้นเวินอี้กับโจวย่าอยู่แล้ว แทบอยากจะแช่งให้ตายๆ ไปซะ
ชิงหลี่หรี่ตาลง ั้แ่ก้าวเข้ามาในโถงบันไดเธอก็สังเกตเห็นเงาที่เกินมาแล้ว รอยเท้าบนฝุ่น เสียงหัวเราะที่หม่าเยว่ได้ยิน... "ใครคนนั้น" เหมือนเป็คนล่องหนที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพวกเขา
ภารกิจครั้งนี้: ตามหาแขกที่ไม่ตัวตน ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายไม่ได้ไม่มีตัวตน... แค่ "มองไม่เห็น" เท่านั้น
ชั้น 4 ชิงหลี่ใช้คีย์การ์ดรูดเปิดประตูห้อง 404 กลิ่นอับชื้นและกลิ่นราพุ่งเข้าจมูกทันที ที่ห้องข้างๆ หม่าเยว่ผิวปากใส่ชิงหลี่พลางเอ่ยท่าทางกะล่อน: “น้องสาว ถ้าคืนนี้เหงาจนนอนไม่หลับ มาเคาะห้องพี่ได้นะ พี่น่ะอึดถึกทน รับมือทีเดียวสองคนยังไหว รับรองว่าจะทำให้ฉันพอใจสุดๆ”
เขาพูดจาส่อไปทางลามกอย่างชัดเจน แถมยังปรายตาเยาะเย้ยไปทางฉู่ฉือ
ฉู่ฉือสีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่แม้แต่จะชายตามองหม่าเยว่ในสายตา
ชิงหลี่ไม่ได้โกรธ เธอยิ้มตาหยีพลางเตือนว่า: “พ่อหนุ่ม... เตือนไว้อย่างนะ คำพูดบางคำอย่าพูดซั่วๆ ระวัง ‘บางอย่าง’ เขาจะเอาจริงขึ้นมานะ”
“เหอะ พวกต้มตุ๋นดีแต่ทำเป็พูดจาลึกลับ” หม่าเยว่ที่หน้าแตกพยายามแก้เก้อด้วยการด่าพึมพำแล้วรูดบัตรเข้าห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว
[ เชี่ย ไอ้หัวสายรุ้งนี่มันน่าโดนจริงๆ ]
[ ยัยหนูโยนโอกาสรอดไปให้ถึงหน้า แต่มันดันโยนทิ้งซะงั้น ]
[ คนแบบนี้ไม่ควรช่วย ]
[ ใครกล้าล่วงเกินยัยหนูนอกจากหมอฉู่... สมควรตายทุกคน ]
[ เดี๋ยวผมขอย้ายไปห้องไลฟ์หมายเลข 87 แป๊บนะ จะไปรุมด่าไอ้เวรนั่นให้จมดิน ]
ผู้ชมส่วนหนึ่งหายไปจากห้องไลฟ์ของชิงหลี่ สงสัยจะตามไปถล่มหม่าเยว่จริงๆ
ชิงหลี่ไม่ได้เก็บหม่าเยว่มาใส่ใจ คนที่ดวงถึงฆาตไปถือสาด้วยจะกลายเป็ว่าเธอใจแคบ อ้อ... ถึงจริงๆ เธอจะใจแคบมากก็เถอะ
เธอเป็นักพรตแต่ไม่ได้ฝึก "วิถีนางเอกผู้แสนดี" จะช่วยใครหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอารมณ์และ "จำนวนเงิน" ที่เปย์มาเท่านั้น
“หมอฉู่คะ... คุณว่าพวกเาายโสดหญิงเปลี่ยวมาเปิดห้องนอนด้วยกันแบบนี้ ควรจะหาอะไรทำหน่อยไหมคะ?”
ชิงหลี่แอบเลียปลายเขี้ยวเล็กๆ ของเธอ ปิดประตูห้องลงพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ สายตาของเธอสำรวจเรือนร่างของฉู่ฉืออย่างจาบจ้วง
“คุณอยากทำอะไรล่ะ?” ฉู่ฉือพยักหน้ายิ้มจางๆ บนใบหน้าขาวซีดมีคราบเืแดงก่ำแต้มอยู่ประปราย ดูเหมือนกลีบกุหลาบที่แตกสลาย ทำให้ชายคนนี้ดูมีเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน
บรรยากาศเริ่มมวลๆมีกระแสบางอย่างไหลเวียนระหว่างทั้งคู่ ผู้ชมในไลฟ์ต่างพากันกรีดร้องโหยหวนด้วยความฟิน
[ จะทำไรได้อีกล่ะ... ก็ "ทำ" คุณไง ]
[ โตๆ กันแล้วอย่าลีลา ใครจะถอดเสื้อก่อนก็เริ่มเลย ]
[ ยัยหนูมัวยืนบื้อทำไม ไปช่วยหมอฉู่ถอดเสื้อกราวสิ ]
[ พวกคุณปกติหน่อยสิเว้ย! นี่มันไลฟ์สยองขวัญนะเฮ้ย ]
[ ไลฟ์น่ะสยองขวัญ แต่คนน่ะไม่รู้จะ "สยิว" หรือเปล่า ]
“ชายโสดหญิงเปลี่ยว ก็ต้องทำเื่ที่ผู้ชายกับผู้หญิงเขาทำกันสิคะ” ชิงหลี่ทอดสายตาเย้ายวน เธอมีพื้นฐานหน้าตาที่ใสซื่ออยู่แล้ว ริมฝีปากอิ่มสีแดงสด ดวงตาอัลมอนด์ที่ดูฉ่ำน้ำทำให้เธอดู "น่ารังแก" เป็ที่สุด
ชุดนอนบางๆ ของเธอเผยให้เห็น่ไหปลาร้าเอวบางร่างน้อยที่โอบรัดได้ด้วยมือเดียว ถึงจะใส่กางเกงขายาวแต่ก็ยังดูออกว่าขานั้นเรียวสวยขนาดไหน
ภายในห้องพักธีมคู่รัก การตกแต่งย่อมเน้นไปที่ความรัญจวนใจ ไฟสีม่วงเข้มในห้องค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดงฉาน เตียงคู่วงกลมมีม่านมุ้งบางเบาพริ้วไหวทั้งที่ไม่มีลม ควันธูปจางๆ พวยพุ่งลงมาจากเพดาน รอยยิ้มบนหน้าชิงหลี่ในสายตาผู้ชมเริ่มดู... ไม่เหมือนเดิม
[ แปลกๆ แฮะ รู้สึกยัยหนูเปลี่ยนไป จากใสซื่อกลายเป็ดูยั่วเพศเฉยเลย ]
[ บาปกรรมๆ จู่ๆ ผมก็มีอารมณ์กับยัยหนูซะงั้น ขอโทษทุกคนด้วยครับ เดี๋ยวผมไปบวชชีเอ้ยบวชพระไถ่โทษ ]
[ เกือบไปแล้ว ผมเกือบมีอารมณ์เหมือนกัน ดีนะที่ผมเคยอัดคลิปตอนยัยหนูแบกขวานจามหัวผีไว้ พอดูคลิปนั้นปุ๊บ... จิตใจผมก็สงบนิ่งเหมือนน้ำแข็งทันที ]
[ เมนต์บนขอคลิปหน่อยครับ ผมก็้า "เซ็ตสงบจิตสงบใจ" เหมือนกัน ]
[ ทุกคนเงียบก่อน! ผมรู้สึกว่ายัยหนูตอนนี้... ไม่ใช่ยัยหนูคนเดิม ]
คอมเมนต์นี้ดึงความสนใจของทุกคนกลับมา ผู้ชมมองไปที่หน้าจออีกครั้ง ในจอนั้นแม้จะเป็ใบหน้าของชิงหลี่ แต่ความรู้สึกกลับเหมือนเป็คนละคน คิ้วดวงตาเหมือนเดิม รอยยิ้มเหมือนเดิม... แต่ยัยฉันชิงหลี่ปกติจะดูแสบซน กวนประสาท และบ้าบิ่น ทว่าใบหน้าในจอนี้ กลับดูสวยเย้ายวนแบบปีศาจสาวที่ล่อลวงผู้คน ทุกท่วงท่าดูเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศจนน่าขนลุก
[ เชี่ย! ยัยหนูโดนผีสิงหรือเปล่าวะ!? ]
[ ดูทรงแล้ว... อาจจะเป็ "ผีราคะ" หรือเปล่า? ]
[ ไม่ยอมเว้ย! กล้ามาสิงยัยหนูของข้าเรอะ เจอวิชาเรียกิญญาหน่อยเป็ไง ]
[ วิชาเรียกิญญาคืออะไรวะ? ]
[ เปย์จรวด 10 ลำไง! ]
[ …… ]
