แม้นว่านางจะได้รับกุญแจสู่อาณาจักรลับไป แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็จุดเริ่มต้นของความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า...
เหยาชิงเฉิงไม่รอช้า นางรีบหันไปกระซิบกับหญิงชราด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน "ท่านป้า เรียกกำลังเสริมมาทันที พวกเราจะรอที่นี่จนกว่ากำลังเสริมจะตามมา"
เนื่องจากกฏของห้องโถงประมูลหยวนเปา จึงไม่สามารถต่อสู้หรือแก่งแย่งสมบัติกันได้หากอยู่ภายในอาณาเขตของหยวนเปา ซึ่งทางห้องโถงหยวนเปาก็มีห้องพักให้เช่าเพื่อที่จะตั้งหลักหลังจากการประมูลเช่นกัน
โดยหารู้ไม่ว่าเซี่ยหยวนไป๋ เฉินตงและเจิ้นหลงเหวินต่างก็ออกคำสั่งในรูปแบบเดียวกัน...
"ส่งคำสั่งไปยังตระกูล! ขอกำลังสนับสนุนปิดกั้นอาณาเขตของหยวนเปาไว้ และเตรียมตัวสำหรับ่ชิงกุญแจสู่อาณาจักรลับกลับมา!"
แม้นว่าเซี่ยหยวนไป๋ เฉินตงและเจิ้นหลงเหวินจะเอ่ยกระซิบและไร้เสียง แต่ไป๋เฉินก็สามารถอ่านประโยคจากริมฝีปากที่พวกเขาขยับกันออกมาได้
มุมปากเรียบๆค่อยๆขดเป็รอยยิ้มเลศนัย "น่าสนใจ มาดูกันว่าหญิงสาวผู้นั้นจะตัดสินใจแบบที่ข้าคาดเดาไว้หรือไม่"
จู่ๆสายตาของเขาก็เบือนไปยังกลุ่มของหงเหนียง เจี้ยนเจี้ยนและเซียวหยูหลงที่กำลังกระซิบกระซาบราวกับกำลังวางแผนบางอย่างไว้ แต่เขาก็ทำเป็ไม่สนใจและยืนขึ้นกำลังจะลงไปจ่ายเงินสำหรับสินค้าที่ประมูลไว้
หลังจากนั้นเหม่ยโหยวหรันจึงได้กล่าวคำปิดการประมูลอย่างเป็ทางการ พร้อมกับเอ่ยทิ้งท้ายไว้ราวกับกำลังตักเตือน "ข้าจะอธิบายกฏเหล็กอีกครั้ง หากพวกท่านยังคงอยู่ในอาณาเขตของห้องโถงหยวนเปา จะไม่มีการต่อสู้หรือ่ชิงกัน นั่นคือกฏที่ข้าได้รับการยินยอมจากมหาอำนาจทั้งสี่กลุ่มแล้ว เพราะฉะนั้นหากผู้ใดฝ่าฝืนกฏ ข้าสามารถสังหารได้โดยไม่มีความผิด!"
สีหน้าของเหล่าเยาวชนดูจริงจัง พวกเขาเ่าั้ก็ต่างประสานมืออย่างเข้าใจ
"เอาล่ะ การประมูลสิ้นสุดลงแล้ว โปรดชำระค่าใช้จ่ายด้านหลังเวที" เหม่ยโหยวหรันประสานมืออย่างสุภาพไปยังทิศทางของฝูงชน
ฝูงชนในห้องโถงต่างก็กระจัดกระจายเดินทางกลับอย่างน่าเสียดาย เพราะการประมูลในครานี้มีเหล่าเยาวชนจากอาณาจักรเทียนหยวนเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้คนทั่วๆไปไม่มีโอกาสให้เสนอราคาในสินค้าการประมูลแม้แต่น้อย
. . .
ไป๋เฉินนั่งไขว้ขาอย่างไม่เป็ระเบียบตามลำดับของห้องแขกผู้มีเกียรติจากหมายเลขหนึ่งจนถึงหมายเลขห้า ขณะนี้ตรงหน้าของเขาคือเซี่ยหยวนไป๋ เฉินตงและด้านหลังคือเหยาชิงเฉิงที่แสดงออกถึงความเคร่งเครียด
แม้นว่าคนทั้งสี่จะอยู่ไม่ไกลแต่กลับไม่มีใครชวนคุยแม้แต่ผู้เดียว เพราะพวกเขาเ่าั้ต่างก็มีแผนการชั่วร้ายไว้ในหัว จนกระทั่ง...
"สหายไป๋" จู่ๆเสียงสดใสมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินตงเดินเข้ามาทักทายไป๋เฉินอย่างเป็มิตร
ไป๋เฉินเหลือบตามอง พร้อมกับเผยรอยยิ้มเป็มิตรเฉกเช่นเดียวกัน "ถ้าจำไม่ผิดเ้าคือเฉินตงใช่หรือไม่?"
"ถูกต้อง" เฉินตงพยักหน้าก่อนจะนั่งลงข้างๆไป๋เฉินราวกับสนิทสนมกันมานาน พร้อมกล่าวถามว่า "ไป๋เฉิน เ้ามาจากตระกูลใดงั้นรึ? ข้าไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อน"
เมื่อเฉินตงยิงคำถามนั้นทุกสายตาที่แยกจากกันพลันชำเลืองมองไป๋เฉินเป็ตาเดียวอย่างอยากรู้อยากเห็น
แต่ไป๋เฉินส่ายหนัาและแสร้งทำว่าถอนหายใจด้วยรอยยิ้มขมขื่น "ข้าเป็เพียงลูกพ่อค้า"
เฉินตงอดไม่ได้ที่จะกลอกตา
[ลูกพ่อค้าบ้าที่ไหนมีสิทธิ์ได้นั่งในห้องของแขกผู้มีเกียรติ?]
[ยิ่งนักบุญโอสถเหม่ยได้ทำการเลือกห้องเป็การส่วนตัวแล้ว คงจะเป็ไปไม่ได้ที่ไป๋เฉินจะเป็คนไร้ชื่อ]
[น่าเชื่อถือตายหละ]
เมื่อได้ยินคำตอบที่ตัดเส้นทางคำถามของเฉินตง เยาวชนอีกสองคนที่เหลือต่างก็ประหลาดใจในการเลือกคำตอบของไป๋เฉิน
คำตอบนั้นง่ายแต่กลับแฝงไปด้วยการสิ้นสุดบทสนทนา หากเฉินตงถามไถ่เื่ส่วนตัวเขามากกว่านี้เขาจะถูกมองว่าไม่มีมารยาทอย่างแน่นอน
เฉินตงทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อในทันที "สหายไป๋ เ้าไม่สนใจจะเข้าสู่อาณาจักรลับหรอกหรือ?"
คำถามของเฉินตงทำให้สีหน้าของเหยาชิงเฉิงไม่สู้ดี ราวกับว่านางรู้อยู่แล้วว่าเฉินตง้าจะทำอะไร
แต่ไป๋เฉินเพียงโบกมือเบาๆและทำราวกับว่าเขาไม่ใส่ใจ "ข้ามาเพื่อร่วมสนุกในการประมูลเท่านั้น แต่กลับไม่มีสิ่งใดต้องตาข้าแม้แต่อย่างเดียว ทว่าหากสถานการณ์พลิกผันก็ไม่แน่..."
"โอ้?" เฉินตงพยักหน้าราวกับว่าเชื่อในคำพูดของไป๋เฉินอย่างสนิทใจ ก่อนที่วินาทีนั้นเซี่ยหยวนไป๋ก็ถูกเรียกเข้าไปยังด้านหลังเพื่อจ่ายค่าชำระสำหรับรายการประมูลที่มันพลาดพลั้งไป
เวลาล่วงเลยผ่านไปเซี่ยหยวนไป๋ก็ออกมาพร้อมกับกระบี่สีดำและโอสถฟื้นฟูปราณ หากแต่สีหน้าของมันบูดบึ้งจนถึงขั้นเป็สีม่วง
ในขณะเดินกลับเพื่อออกจากห้องโถง ไหล่ของเซี่ยหยวนไป๋กระแทกไหล่ไป๋เฉินสุดแรง พร้อมกับเสียงเย็นๆแ่เบาที่ถูกพูดในขณะชนกัน "เ้าแค่รอ..."
แต่ไป๋เฉินเองก็ไม่ได้ถดถอย เขาเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและกล่าว "ข้าจะรอ"
เซี่ยหยวนไป๋พ่นลมหายใจอย่างเ็า ในเวลานั้นเฉินตงก็พลันถูกเรียกเข้าไปในห้องส่วนตัว
ขณะนี้บุคคลที่รออยู่ภายนอกมีเพียงไป๋เฉินและเหยาชิงเฉิงเท่านั้น
จู่ๆในขณะที่ไป๋เฉินคอตกในลักษณะงีบหลับ กลับมีการสะกิดเบาๆจากด้านหลังมาพร้อมกับเสียงของเหยาชิงเฉิงที่กระซิบกระซาบด้วยเสียงอ่อนโยน "นายน้อยไป๋ เ้าสนใจจะเข้าร่วมกองกำลังกับข้าหรือไม่?"
ดวงตาที่ปิดสนิทของไป๋เฉินเบิกครึ่งหนึ่ง พลันชะม้ายชายตาพร้อมกับมุมปากที่ยิ้มเล็กน้อย "นางเซียนเหยา เ้ามีอะไรเป็ค่าตอบแทน?"
เหยาชิงเฉิงที่สวมผ้าปิดหน้าก็ประหลาดใจ แทนที่นางจะได้รับประโยคไถ่ถามรายละเอียดในหัวข้อที่นางกำลังพูดถึง แต่ไป๋เฉินกลับไถ่ถามถึงค่าตอบแทนราวกับเขารู้อยู่แล้วว่านางจะเอ่ยเช่นนี้
ดวงตาสีแดงของไป๋เฉินแสดงให้เห็นถึงความหื่นกระหาย เมื่อเหยาชิงเฉิงได้มองใกล้ๆนางก็รู้สึกรังเกียจอย่างไรชอบกล
นางส่ายหน้าและสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงเย็นๆว่า "เ้า้าอะไร?"
นิ้วของไป๋เฉินค่อยๆถูกยกขึ้นก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าของเหยาชิงเฉิงพลันเอ่ยด้วยเสียงแ่ "ข้า้าเ้า"
"เ้า! เ้าพูดอะไร!?" เสียงของเหยาชิงเฉิงเริิ่มที่จะแข็งกร้าวครั้นได้ยินคำตอบ
แต่ไป๋เฉินก็ส่ายหน้าอย่างน่าสงสาร "กำลังเสริมที่เ้ากำลังเรียกมาไม่มีทางจะมาทันเวลา เพราะกองกำลังของเ้าจะถูกสกัดกั้นไว้โดยกลุ่มของตระกูลโบราณนั้นๆเพื่อให้นายน้อยแต่ละตระกูลได้มีเวลาเพียงพอในการ่ชิงกุญแจสู่อาณาจักรลับมาจากเ้า"
"และอีกอย่างข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าจะเลือกอะไร เ้าเพียงแค่แสร้งทำเป็ไม่พอใจเพื่อไม่ให้ดูเป็ผู้หญิงใจง่ายด้วยบุคลิกที่เ้าทำอยู่สม่ำเสมอเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่ามาแสแสร้งแสดงเป็ว่าเป็หญิงสาวบริสุทธิ์ต่อหน้าข้า!" ไป๋เฉินหลับตาสนิทหลังจากกล่าวจบ
สีหน้าของเหยาชิงเฉิงมืดมนด้วยความอับอาย นางมีความรู้สึกแปลกประหลาดว่าข้อเสนอที่นางยืนให้แก่ไป๋เฉินเป็การตัดสินใจที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต!
ก่อนหน้านี้เมื่อนางเห็นความไม่เกรงกลัวของไป๋เฉินต่อเซี่ยหยวนไป๋ นางคิดไปเองว่าเขาจะต้องมีภูมิหลังในระดับหนึ่งที่ไม่เกรงกลัวต่อเหล่าตระกูลโบราณ
และเมื่อได้ยินคำตอบของไป๋เฉินนางก็ตระหนักได้ว่าจุดอ่อนเดียวที่นางเห็นในตัวของไป๋เฉินคือผู้หญิง!
เหยาชิงเฉิงกัดฟันกดข่มความขยาดต่อไป๋เฉินด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
[ไม่เป็ไร จนกว่าข้าจะกลับไปยังตระกูลเหยาได้ ปล่อยให้ไป๋เฉินเป็สุนัขรับใช้ข้าไปก่อน เมื่อถึงตระกูลเหยาเมื่อใดมันก็จะหมดประโยชน์ทันที!]
[ต่อให้เขาจะฉลาดเพียงใด แต่หากถูกคุมขังอยู่ในตระกูลเหยาก็มิใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้]
เหยาชิงเฉิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะแสร้งยิ้มและเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล "ตกลง ข้าจะพักอยู่ที่ทิศตะวันออกของเขตหยวนเปา หากเ้า้าก็แค่ออกตามหาข้าที่นั่น"
ไป๋เฉินเพียงผงกศีรษะเบาๆพร้อมกับเลียริมฝีปากอย่างหื่นกาม และทำท่างีบหลับในขณะมีแขนกอดอกอีกครา
เหยาชิงเฉิงที่เผลอเห็นการแสดงออกเช่นนั้น ดวงตาของนางก็ฉายแววความขยะแขยงอยู่ลึกๆ
จากนั้นไม่กี่ลมหายใจเฉินตงก็ออกมาพร้อมกับกล่องไม้ในมือ มันประสานมือให้แก่ไป๋เฉินก่อนจะเดินผ่านไป
"ไป๋เฉิน"
เสียงของเหม่ยโหยวหรันเรียกจากภายใน แม้แต่เหยาชิงเฉิงก็ประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเยาวชนทั้งสองก่อนหน้าถูกเรียกโดยสาวใช้เท่านั้น แต่เมื่อถึงคิวของไป๋เฉิน นักบุญเหม่ยกลับมาเรียกขานชื่อด้วยตนเอง
สีหน้าของเหยาชิงเฉิงเคร่งขรึมขึ้นเมื่อรู้เช่นนั้น สัญชาตญาณบอกแก่นางว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายหากยังมีไป๋เฉินอยู่ข้างกายต่อไป
แต่สุดท้ายนางก็ตัดสินใจไปแล้ว ดังนั้นไม่มีทางที่นางจะกลับคำได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ดีเสียกว่านางจะต้องมาต่อสู้กับเหล่าเยาวชนทั้งสามด้วยตัวคนเดียว
"นางเซียนเหยา เ้ารอสักครู่เดี๋ยวข้ากลับมา" ไป๋เฉินเอ่ยและขยิบตาให้แก่เหยาชิงเฉิงด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน โดยหารู้ไม่ว่าสีหน้าของนางภายใต้ผ้ากลับกัดฟันแน่นและแทบอยากจะอาเจียน
