อย่างน้อยคังอิงจะไม่ได้เห็นสีหน้าแบบสือเจียงหย่วนจากคนพวกนั้นแน่ๆ ที่พอเห็นชุดชั้นในผู้หญิงแล้วหน้าแดงก่ำเหมือนผ้าแดงผืนใหญ่
ช่างเป็คนที่น่าสนใจจริงๆ! คังอิงอดที่จะพึมพำออกมาไม่ได้
พอเธอเดินออกมาจากห้องน้ำ สือเจียงหย่วนก็ตักน้ำจากบ่อน้ำกลางลานมาซักเสื้อผ้าของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาตากเสื้อผ้าไว้บนราวตากผ้าที่มุมกำแพงลานบ้าน
ในเมื่อเขาซักเสื้อผ้าเสร็จแล้ว คังอิงก็ไม่คิดจะไปช่วยอีก เพียงแต่เอ่ยถามสือเจียงหย่วนว่า “วันนี้คุณมีธุระอะไรไหมคะ?”
“ไม่มีครับ” สือเจียงหย่วนอารมณ์ดีมาก เมื่อวานเขาจัดการเื่ของอาสี่เรียบร้อย เื่ที่ค้างคาใจก็หมดไป
ตอนนี้สีหน้าของเขากลับมาเป็ปกติแล้ว นอกจากรอยแดงจางๆ บนใบหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความตื่นตระหนกไร้เดียงสาเมื่อครู่ เขาก็ดูเป็ปกติดี
คังอิงบอก “ถ้าไม่มีธุระอะไร ไปในตัวเมืองกับฉันหน่อยสิคะ วันนี้คงต้องลำบากคุณหน่อยแล้วล่ะ”
“อ้อ ไปทำอะไรที่ตัวเมืองครับ?” สือเจียงหย่วนเอ่ยถาม
“อ๋อ ก็เื่ขอเป็ตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าน่ะสิ ฉันไม่รู้จักใครเลย คงต้องไปเยี่ยมเยือนอย่างคนแปลกหน้าน่ะ”
เยี่ยมเยือนอย่างคนแปลกหน้า? นี่เป็ครั้งแรกที่สือเจียงหย่วนได้ยินคำศัพท์เช่นนี้ เขาอดที่จะเอ่ยถามด้วยความสนใจไม่ได้ “เยี่ยมเยือนอย่างคนแปลกหน้า? มันคืออะไรเหรอครับ?”
“ก็แบบฉันนี่แหละ ไม่รู้จักใครเลย แต่รีบเข้าไปเจรจากับฝ่ายตรงข้ามดู ครั้งเดียวไม่ได้ ก็ลองสองครั้ง สองครั้งไม่ได้ก็ลองสามครั้ง ยังไงก็ต้องทำให้เขาใจอ่อนให้ได้”
คังอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ทว่าสือเจียงหย่วนรู้สึกะเือารมณ์มาก
เวลาเขาทำธุรกิจ เขามักใช้เส้นสายจากเพื่อนมากมาย บางครั้งพอเจอธุรกิจหลายอย่าง เขาก็ยังเลือกแล้วเลือกอีก หากไม่ใช่เพราะเขาอยากทำธุรกิจด้วยตัวเอง และเงินทุนมีจำกัด สือเจียงหย่วนคงไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้ หรือต้องเดินทางมายังอำเภอหลี่ว์เพื่อแย่งชิงสิทธิ์สัมปทานเหมืองกับนักเลงเ้าถิ่นแบบนี้
การเริ่มต้นทำธุรกิจกับคังอิง ทำให้สือเจียงหย่วนได้ัักับความยากลำบากในการทำธุรกิจของคนทั่วไปเป็ครั้งแรก ขณะที่ใจเขาสั่นไหว ก็เต็มไปด้วยความสนใจวิธีเยี่ยมเยือนอย่างคนแปลกหน้าของคังอิง เขาจึงบอกด้วยความยินดีว่า
“งั้นผมจะไปเป็เพื่อนคุณ”
“ดีค่ะ งั้นพวกเราขับรถไปกันเถอะ ฉันไปถามที่สถานีขนส่งมาแล้ว พวกเขาบอกว่าระหว่างกำลังซ่อมแซมถนน ถ้านั่งรถโดยสารจากอำเภอหลี่ว์ไปยังเมืองฉวี่เจียง ต้องใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง ขับรถจี๊ปของคุณไปดีกว่า สะดวกกว่าด้วย”
สือเจียงหย่วนพยักหน้ารับ “งั้นรอก่อนนะครับ เดี๋ยวมีคนเอารถมาส่ง”
เมื่อวานเขาเมาที่หลี่ว์เซี่ยนแกรนด์โฮเต็ล น่าจะเป็คนของอาสี่ที่พาเขากลับมา ดังนั้นรถของเขาก็เลยยังจอดอยู่ที่โรงแรม
ตอนเช้าที่เขาคลำหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกงก็พบว่ามันหายไปแล้ว เขาจำได้ลางๆ ว่ามอบกุญแจให้ลูกน้องของอาสี่ อาสี่บอกว่าพรุ่งนี้จะมีคนขับรถมาคืนเขา
คังอิงจึงเอ่ยถามเขาขึ้นว่า “เมื่อวานคุณไปดื่มกับใครมา? ทำไมถึงได้เมาขนาดนั้น? ไม่ใช่เื่แย่ถ้าดื่มในปริมาณที่ไหว แต่ดื่มจนเมาขนาดนี้ ไม่ดีต่อสุขภาพหรอกนะคะ”
คังอิงเคยผ่าน่เวลาที่ร่างกายเปลี่ยนจากวัยหนุ่มสาวเป็่วัยกลางคนที่เริ่มโรยรา เธอจึงเห็นคุณค่าของการมีสุขภาพแข็งแรง คังอิงอดไม่ได้ที่จะเตือนสือเจียงหย่วนด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับเป็แม่ของอีกฝ่าย
ภายใต้รูปลักษณ์ที่อ่อนเยาว์ของคังอิงนั้น แฝงไปด้วยความเป็ผู้ใหญ่ที่ไม่ตรงกับอายุของเธอ บุคลิกทั้งสองอย่างนี้ผสมผสานกันทั้งความความอ่อนเยาว์ที่สวยงามสดใส กับความสุขุมรอบคอบแบบผู้ใหญ่ ราวกับน้ำหอมระดับไฮเอนด์ที่มีการปรุงแต่งอย่างประณีต มีทั้งท็อปโน้ต มิดเดิลโน้ต และเบสโน้ตที่[1] แตกต่างกันไป พร้อมกลิ่นหอมที่ลุ่มลึก จนทำให้สือเจียงหย่วนถอนตัวไม่ขึ้นไปชั่วขณะ
สือเจียงหย่วนรีบอธิบายว่า “เมื่อวานผมไปรักษาโรคมา ก็เลยดื่มเหล้าสักหน่อย”
“รักษาโรค? รักษาโรคอะไร? คุณเพิ่งจะตรวจว่าไม่เป็โรคหัวใจไม่ใช่เหรอ?” คังอิงกล่าวอย่างสงสัย
“ก็ไปรักษาโรคหัวใจน่ะสิ หมอแผนจีนบอกว่าผมคงจะเครียดมาก ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ
ผมลองคิดดูแล้ว ก็ไม่เห็นใครมาทำให้ผมเครียด นอกจากตอนที่ถูกฟันด้วยมีดนั่นแหละ
ไอ้คนที่ฟันผมเป็พวกนักเลงแถวนี้ที่เรียกตัวเองว่าพี่สี่ เมื่อวานผมไปพังนัดหมายพวกมัน หลังจากนั้นเราสองคนตกลงกันได้ เขาไม่เพียงแต่คืนสิทธิ์การทำเหมืองให้ผมเท่านั้น ยังขอโทษผมอีกด้วย
อืม ตอนนี้ผมรู้สึกสบายใจแล้ว ต่อไปหัวใจคงไม่เต้นผิดจังหวะอีกแล้วล่ะ”
สือเจียงหย่วนบอกด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
คังอิงรู้สึกว่ามันไร้สาระ เธอบอกว่า “คุณไปตกลงกับอันธพาลคนนั้นจริงๆ งั้นเหรอ?”
สือเจียงหย่วนพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เขาเต็มใจจ่ายค่าชดเชยให้ผมสามหมื่นหยวน คืนสิทธิ์การทำเหมืองให้ผม แล้วยังช่วยขุดเหมืองให้จนกว่าจะขุดเจอถ่านหินด้วย”
พอคังอิงได้ฟังดังนั้น เธอก็อดเดาะลิ้นไม่ได้ “ที่แท้คุณก็เป็นักเจรจาตัวยง ดีแล้ว วันนี้ฉันพาคุณไปด้วย ไม่ได้เลือกคนผิดเลย!”
สือเจียงหย่วนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ การพูดคุยกับคังอิงเป็อะไรที่สบายใจจริงๆ เธอไม่โง่เง่าเหมือนเด็กสาวพวกนั้น
น้ำเสียงของคังอิงราวกับว่าเื่ทั้งหมดที่เขาทำนั้นถูกต้องเหมาะสมดีแล้ว
ไม่สิ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้นถูกต้องและเหมาะสม เพียงแต่ว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไร คังอิงก็เป็พวกเดียวกับเขา เธอยืนอยู่ข้างเขา เชื่อมั่นในตัวเขา และเต็มใจที่จะแบ่งปันความสุขให้กับเขา
สือเจียงหย่วนรู้สึกว่าความรู้สึกแบบนี้ทำให้รู้สึกสบายใจมาก
ถูกต้องแล้ว พอเื่ในใจคลี่คลาย จิตใจของเขาก็สงบลง หัวใจของเขาไม่กระตุกหรือเ็ปอีก สือเจียงหย่วนรู้สึกพอใจมาก
ในตอนนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังกระหึ่มเหมือนรถแทรกเตอร์มาจากที่ไกลๆ สือเจียงหย่วนจึงเอ่ยขึ้น “น่าจะเป็คนเอารถของผมมาส่ง”
หลังพูดจบ รถจี๊ปก็มาจอดอยู่หน้าบ้านของคังอิง ชายหนุ่มสองคนหนึ่งสูงหนึ่งเตี้ยเดินผ่านประตูรั้วเหล็กเข้ามา ทั้งสองสวมเสื้อกล้าม ทำให้เห็นลวดลายสักอยู่บนแขนเปลือยทั้งสองข้าง ซึ่งดูไม่เหมือนคนดีสักเท่าไหร่
คังอิงอดไม่ได้ที่จะกังวลใจเล็กน้อยอย่างไม่มีเหตุผล เธอกลัวว่าสิ่งที่สือเจียงหย่วนเล่าเมื่อครู่จะไม่ใช่เื่จริง ชายสองคนนี้เอารถของเขาไปเพื่อหาทางแก้แค้นหรือเปล่า?
ทว่าชายสองคนนี้พอเห็นสือเจียงหย่วนก็รีบค้อมศีรษะลงพลางบอกว่า “พี่สือ พวกผมเอารถมาส่งคืนแล้ว ไม่ได้ทำให้พี่เสียเวลาใช่ไหมครับ?”
ส่วนลูกน้องอีกคนก็รีบประจบสอพลอ “โอ้โห พี่สือ พี่สะใภ้สวยจังเลย พี่นี่หาแฟนเก่งจริงๆ เลยครับ”
เมื่อสือเจียงหย่วนถูกเขาแซวแบบนี้ ก็รู้สึกเหมือนมีคำพูดมากมายติดอยู่ที่ลำคอ ไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้ อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขากับคังอิงไม่ได้เป็อะไรกัน แต่หากเขาอธิบายเื่นี้ ก็ดูเหมือนจะอธิบายได้ไม่ชัดเจน เขาจึงเลือกที่จะเงียบไป เพียงแต่รับกุญแจรถมาแล้วบอกว่า
“ลำบากพวกนายแล้ว ไปเถอะ”
พอชายสองคนนั้นเห็นว่าไม่ได้ทำให้สือเจียงหย่วนเสียเวลา พวกเขาก็จากไปด้วยความยินดี
ที่จริงแล้วผู้ชายคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์มา พอส่งรถเสร็จก็ให้ชายอีกคนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับไป
พวกนักเลงก็ยังคงมีวิถีของนักเลงจริงๆ มอเตอร์ไซค์ที่พวกเขาขี่เป็มอเตอร์ไซค์สองล้อรุ่นใหม่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ตัวถังมีขนาดใหญ่ ค่ารถคันหนึ่งราคาสามหมื่นกว่าหยวน บนรถมีเครื่องเสียงติดตั้งอยู่ ขณะขับรถไปก็ยังสามารถฟังเพลงไปด้วย ไม่รู้ว่าเท่ขนาดไหน
การขี่มอเตอร์ไซค์แบบนี้ออกไปข้างนอกในยุคนี้ น่าอิจฉามากกว่าการขับเมอเซเดส-เบนซ์ หรือบีเอ็มดับเบิลยูเสียอีก
คังอิงมองดูชายสองคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์พร้อมกับฟังเพลง แล่นส่ายไปมาลับไป จากนั้นเธอหันไปถามสือเจียงหย่วน “เื่เมื่อคืนที่คุณเล่าเป็เื่จริงเหรอคะ? ฉันนึกว่าคุณยังไม่สร่างเมา แล้วละเมอออกมาเสียอีก”
เชิงอรรถ
[1] น้ำหอมแต่ละกลิ่นที่ได้รับการคิดค้นและปรุงขึ้นจะประกอบไปด้วยโน้ตสามระดับ โน้ตทั้งสามทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกลิ่นหอมที่สมบูรณ์แบบ คือ ท็อปโน้ต กลิ่นแรกที่ััได้ทันทีและจะค่อยๆ จางไปภายในห้าถึงสิบห้านาที ถือััแรกที่สร้างความหลงใหลและนำพาสู่โน้ตตัวถัดไปคือ มิดเดิลโน้ต คือใจกลางของกลิ่นหอม อันเป็รากฐานของน้ำหอมทุกขวดซึ่งจะอยู่ได้นานประมาณยี่สิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมง และเป็ตัวเชื่อมสอดประสานระหว่าง ท็อปโน้ต และ เบสโน้ต เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเบสโน้ต จะเริ่มปรากฏเมื่อมิดเดิลโน้ตเริ่มจางหายไปจนหมด เบสโน้ตประกอบด้วยกลิ่นหอมราวๆ สิบถึงยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ของกลิ่นหอมชั้นสุดท้าย
