เสียงของนางค่อนข้างแ่เบา ยามนางไม่แผลงฤทธิ์ให้ความรู้สึกอ่อนโยนราวกับสายลม พัดผ่านหัวใจของตี้หลิงหาน
ตี้หลิงหานมองนาง ดวงตาของทั้งสองประสานกัน
เขามิได้เอ่ยคำใด...
ฮวาเหยียนกะพริบตา รู้สึกว่าสายตาของตี้หลิงหานดู...ต่างจากปกติเล็กน้อย คล้ายว่าอ่อนโยนขึ้น? ไม่ๆๆ...ต้องเป็ภาพลวงตา!
“องค์รัชทายาท กระหม่อมจะช่วยพระองค์ล้างพิษ แม้จะมีโอสถต่อชีวิตปกป้องอยู่ ทว่าทำให้พิษในพระวรกายของพระองค์สงบลงเสียก่อนย่อมดีกว่า”
พริบตานั้นหยวนเป่าพลันส่งเสียงออกมา ทำลายบรรยากาศแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น
ตี้หลิงหานถอนสายตากลับมาอย่างสงบ เขายื่นมือมาแตะผมด้านหน้าของหยวนเป่า ผมของเด็กน้อยนุ่มลื่น ยามลูบอยู่ในมือให้ััสบายยิ่ง เขาพยักหน้า “ตกลง”
จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า “วันหน้าข้าเรียกเ้าว่าหยวนเป่า ส่วนเ้าเรียกข้าว่าท่านลุงรัชทายาทดีหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้เขามิรู้สึกอันใด ยามเด็กน้อยผู้นี้เรียกจีอู๋ซวงว่าท่านลุงจี และเรียกขานเขาว่าองค์รัชทายาท เขารู้สึกว่านั่นคือเื่ปกติ
ทว่ายามนี้ เด็กผู้นี้ถูกปกป้องอยู่ใต้ปีกของเขา มีดวงชะตาพันผูกกับเขา หากให้เรียกว่าองค์รัชทายาท เขาพลันรู้สึกเป็คนแปลกหน้าที่ไม่สนิทสนม
เมื่อได้ยินคำพูดของตี้หลิงหาน หยวนเป่าก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แม้เขาจะเป็เด็ก แต่ก็เป็เด็กที่รู้ความ เข้าใจเหตุผล เรียกท่านลุงรัชทายาทหรือ? นี่นับเป็เกียรติอย่างยิ่งมิใช่หรือ?
หยวนเป่าหันมองท่านแม่และท่านตาของตนโดยไม่รู้ตัว มู่เอ้าเทียนเป็คนซื่อตรง มิใช่พวกชอบประจบประแจงผู้มีอำนาจ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อย “องค์รัชทายาท เช่นนี้มิถูกกฎนักพ่ะย่ะค่ะ”
“มนุษย์เป็ผู้กำหนดกฎเกณฑ์ เปิ่นกงถูกชะตาเด็กน้อยหยวนเป่าผู้นี้ ทั้งเขายังเป็ผู้มีพระคุณของเปิ่นกง ดังนั้นการเรียกขานว่าท่านลุงย่อมสมควรแล้ว”
ตี้หลิงหานตอบ
มู่เอ้าเทียนอ้าปากค้าง ที่สุดก็ยอมรับ
เมื่อฮวาเหยียนได้ยินคำพูดของตี้หลิงหาน นางพลันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จึงกะพริบตาและถามด้วยความสงสัย “บุตรชายของหม่อมฉันขานเรียกพระองค์ว่าท่านลุง เช่นนั้นหม่อมฉันควรเรียกพระองค์ว่าอย่างไรเพคะ?”
อีกฝ่ายเป็ถึงองค์รัชทายาท สามารถเรียกขานมั่วซั่วได้หรือ?
หลังสิ้นเสียง ตี้หลิงหานก็เหลือบมองนางเล็กน้อย “มิใช่ว่าเ้าเรียกข้าว่าตี้หลิงหานมาตลอดหรือ?”
ฮวาเหยียน “...!”
คล้ายจะเป็เช่นนั้นจริงๆ!
นางเป็ผู้หญิงในศตวรรษใหม่ แิเื่เกียรติยศสูงต่ำมิได้ฝังแน่นอยู่ในกระดูก ดังนั้นใน่เวลาที่นางรีบเร่งหรือโกรธเคืองจึงมักเรียกผู้อื่นด้วยชื่อสกุล ยามนี้เมื่อลองคิดดู ตี้หลิงหานล้วนฟังเอาไว้ในหู และจดจำเอาไว้ในใจเช่นนั้นหรือ?
ความรู้สึกผิดวาบผ่านบนใบหน้าของฮวาเหยียน แต่โชคดีที่ตี้หลิงหานไม่คิดไล่ต้อน เขามองไปทางหยวนเป่าอีกครั้งราวกับจะขอความคิดเห็น
หยวนเป่าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ท่านลุงรัชทายาท”
เป็เพียงการเรียกขาน แต่ตี้หลิงหานกลับรู้สึกเต็มตื้นยิ่ง ในใจบังเกิดความอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
...
วิธีถอนพิษให้ตี้หลิงหานของหยวนเป่า อุปกรณ์ที่ต้องใช้ล้วนอยู่ในล่วมยาใบเล็กของเขา ซึ่งผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วทั้งสิ้น หยวนเป่ากล่าวคำศัพท์ทางการแพทย์บางคำ จากนั้นจึงอธิบายถึงปัญหาต่างๆ ที่อาจพบในการถอนพิษ
“นี่เป็ครั้งแรกที่ใช้วิธีพิษต้านพิษ จึงไม่จำเป็ต้องใช้เืในปริมาณมาก ใช้แค่สามหยดก็เพียงพอแล้ว กระบวนการใช้พิษต้านพิษจะเ็ปอยู่บ้าง ท่านลุงรัชทายาทต้องอดทนนะพ่ะย่ะค่ะ”
หยวนเป่ากล่าว
เดิมทีเขามีความรู้สึกไม่ดีต่อตี้หลิงหาน ทว่าตอนนี้กลับหายจนหมดสิ้น
ความเห็นอกเห็นใจ ความรู้สึกเช่นนี้ มีเพียงผู้ที่ประสบจึงจะเข้าใจ
“อืม”
ตี้หลิงหานพยักหน้า เขามักเงียบขรึมและเ็าอยู่เสมอ ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับหยวนเป่า บรรยากาศรอบตัวเขากลับอ่อนโยนลงมาก
จากนั้นทุกคนก็เห็นหยวนเป่าหยิบเข็มเงินออกมาจากล่วมยาใบเล็ก ก่อนจะพูดกับเหล่าองครักษ์ลับว่า “รบกวนท่านลุงทั้งหลาย ยกกาน้ำร้อนและถ้วยชามาให้ข้าที”
“ข้าไปเอง”
อั้นปาจากไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม
หยวนเป่านั่งเช็ดเข็มเงินอยู่ที่เดิม
อั้นปารวดเร็วเป็อย่างยิ่ง เขามาพร้อมน้ำร้อนและถ้วยชาที่อยู่ในมือ ทว่ายามกลับมา เขาชำเลืองมองฮวาเหยียนด้วยสีหน้าแปลกประหลาด แต่ท้ายที่สุดก็มิได้พูดอันใด เพียงยื่นสิ่งของทั้งหมดให้หยวนเป่า
หยวนเป่าเริ่มล้างถ้วยชาด้วยน้ำร้อน จากนั้นจึงใช้เข็มเงินทิ่มนิ้วของตน หยดเืสามหยดลงในถ้วย แล้วเทน้ำร้อนตามในสัดส่วนที่เท่ากัน ก่อนจะส่งให้ตี้หลิงหาน
“จะเ็ปเป็อย่างยิ่งนะพ่ะย่ะค่ะ”
หยวนเป่าอดเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
“มิเป็ไร”
ใบหน้าของตี้หลิงหานสงบนิ่ง เขาดื่มน้ำทั้งถ้วยภายในอึกเดียว
ทุกคนล้วนไม่กะพริบตา เอาแต่จับจ้องฉากนี้อย่างจดจ่อ ต้องรู้เสียก่อนว่านี่คือเืจากร่างที่ต้องพิษหยินซึ่งเป็พิษร้ายแรงที่สุด อั้นปากับอั้นจิ่วหวนนึกถึงครั้งพวกเขาจับคุณชายน้อยตระกูลมู่มายังจวน ผลคือเด็กคนนี้วางยาพิษทหารยามที่ปกป้องจวนไปหลายนาย ทุกคนล้วนมีใบหน้าบวมเป่งเหมือนหัวหมู ยามนี้เมื่อตรึกตรองดูแล้ว การที่คุณชายน้อยหยวนเป่ามิได้พรากชีวิตพวกเขา ก็ถือว่าเมตตาแล้ว
ทั้งที่ตี้หลิงหานกำลังดื่มพิษ ทว่ากลับมิได้มีท่าทีลังเลเลยแม้สักน้อย เพียงดื่มหมดในอึกเดียว
จากนั้นไม่นานร่างกายของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง อวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกคล้ายบิดรวมเข้าหากัน กล้ามเนื้อและเส้นเืทั่วทั้งร่างราวกับจะะเิออก ปวดร้าวจนเขาแทบทรงตัวมิอยู่ ทว่าเพราะเคยชินกับความเ็ปมาั้แ่เด็ก ดังนั้นแม้สติจะพร่าเบลอไปบ้างด้วยความเ็ป แต่เขาก็มิได้สูญเสียความสงบแต่อย่างใด
เขาเอนตัวพิงหินข้างบ่อน้ำพุร้อน เหงื่อเย็นบนหน้าผากไหลริน ผิวสีขาวงาช้างถูกปกคลุมด้วยประกายเหงื่อเป็ชั้นๆ ราวกับมีปีศาจกำลังต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งในกายเขา และคล้ายมีแมลงนับไม่ถ้วนสัญจรไปมาอยู่ทั่วร่าง ทำให้เขาอยากจะฉีกตนเองออกเป็ชิ้นๆ
“อาหาน...”
จีอู๋ซวงอดมิได้ที่จะะโออกมาหนึ่งเสียง
เหล่าองครักษ์เงาก็มิอาจทนไหวเช่นกัน พวกเขาหวังว่าตนจะสามารถพุ่งตัวไปข้างหน้า และแบกรับความทุกข์ทรมานนี้แทนผู้เป็นายของตนได้
“ท่านแม่ ดูแขนของท่านลุงรัชทายาทสิขอรับ”
หยวนเป่าอุทานเสียงเบา
เมื่อทุกคนมองตามไป ก็พบว่ามีบางสิ่งขยับอยู่ในท่อนแขนของตี้หลิงหานอย่างรวดเร็ว ิัปูดโปนเพียงครู่ พริบตาเดียวก็จางหายไป
“นั่นคือหนอนกู่ มันจะตื่นเต้นเมื่อได้กลิ่นเืที่เป็พิษมากกว่าพิษเพลิงเย็น และจะหลับลึกเมื่อกินอิ่ม ตราบใดที่ท่านลุงรัชทายาทสามารถอดทนข้ามผ่าน่เวลานี้ไปได้ ก็นับว่าเสร็จสิ้นแล้วขอรับ”
หยวนเป่าอธิบาย ใบหน้าเล็กๆ ของเขาซีดขาวเล็กน้อยเช่นกัน
สีหน้าของเหล่าผู้ชมมิน่ามองเลยสักนิด จะมีผู้ใดทนรับหนอนกู่ไร้ที่มาในร่างของตนได้ ทั้งยังไต่ไปตามเส้นชีพจรในกาย ความรู้สึกเช่นนี้เพียงคิดก็พาให้ขนลุก ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงตี้หลิงหานที่กำลังประสบอยู่กับตัว
“ตูม—”
ตี้หลิงหานบีบก้อนหินอย่างแรงจนมันแหลกละเอียด ทว่าั้แ่ต้นจนจบเขากลับมิได้ส่งเสียงใด
ฮวาเหยียนรู้สึกชื่นชมเขาอยู่บ้าง ชายผู้นี้อดทนได้ดีจริงๆ
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ความมืดเริ่มจางหาย รุ่งสางมาเยือนอย่างเงียบงัน มิรู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด ท้ายที่สุดตี้หลิงหานก็หยุดสั่น แต่ร่างกายของเขาราวกับถูกเก็บขึ้นมาจากน้ำ [1] อ่อนแออย่างถึงที่สุด
“รีบเข้าไปดูเร็ว”
จีอู๋ซวงร้องอุทาน แววตาของเขาเป็ประกาย ด้วยเหตุที่ั์ตาสีโลหิตของตี้หลิงหานกลับมาเป็ปกติ ย่อมหมายความว่าหนอนกู่เพลิงเย็นในร่างอีกฝ่ายหลับลึกลงแล้ว
“เยี่ยมนัก ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ทุกคราที่พิษในร่างอาหานกำเริบ อย่างน้อยเขาก็ต้องสลบไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่นึกว่าวันนี้จะใช้เวลาเพียงชั่วครู่ ไม่ถึงสองชั่วยามก็เสร็จสิ้นแล้ว คุณชายน้อยหยวนเป่า เ้าเก่งกาจเหลือเกิน วิชาพิษต้านพิษได้ผลดียิ่ง!”
จีอู๋ซวงตื่นเต้นจนพูดจาไม่ถูก
ตี้หลิงหานเองก็ยืนขึ้นแล้วเช่นกัน เขารู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย อั้นสือเอ้อร์และอั้นสือซานรีบเข้าไปพยุงผู้เป็นาย
“ไม่มีปัญหา”
ตี้หลิงหานโบกมือไปมา
เมื่อเห็นฉากนี้ หยวนเป่าก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ การวินิจฉัยและการรักษาของเขาล้วนถูกต้อง หนอนกู่เพลิงเย็นหลับลงแล้ว
“ขอบใจเ้ามาก”
เชิงอรรถ
[1] ถูกเก็บขึ้นมาจากน้ำ 从水中捞出来 (Cóng shuǐ zhōng lāo chū lái) อุปมาอุปไมยว่าทำสิ่งใดไม่ได้ เป็แค่ความพยายามอันเปล่าประโยชน์
